ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 24

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2564 09:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 24
แบบอักษร

 

 

 

 " กลิ่นชานี้หอมดีจัง ให้ความรู้สึกนุ่มนวลและหอมหวาน " มองชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาเรือนผมสีนํ้าเงินเข้มกับนัยต์ตาสีเดียวกันแต่งตัวภูมิฐานที่นั่งไขว้ห้างสูดดมความหอมของชากุหลาบที่อยู่ในมือ

 

     " มันเป็นสูตรของคุณหนูน่ะค่ะ " พลอยตอบ

 

     " เห็นทีฉันคงต้องขอสูตรหน่อยแล้ว " ชายอีกคนว่าพรางค่อยๆจิบชาแสนกลมกล่อมลงไปอย่างต้องการซึมซับรสสัมผัส ผมสีรากไม้ที่ยาวปะบ่าเคลื่อนไหวไปตามร่างกายในขณะเดียวกันนัยน์ตาสีแดงนั่นก็เปร่งกระกายราวถูกใจ

 

     " กุหลาบเลือดBlood roseดอกไม้ประจำตัวของราชีนีอาร์น่าที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นดอกไม้มายาก่อนที่ราชินีจะสิ้นใจนางได้ร่ายคำสาปไว้ ไม่ว่าใครที่ได้ไปก็ต้องพบจุดจบในสภาพเดียวกันก็คือถูกแทงที่ตำแหน่งหัวใจเช่นเดียวกับพระนาง" หันไปมองตามเสียง ชายในชุดสูทที่ถูกระเบียบทุกตารางนิ้วทรงผมสีบลอนด์ทองถูกเซ็ทขึ้นเล็กน้อยยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เก็บของ(?) นิ้วเรียวยกขึ้นดันแว่นตาเหมือนกำลังประเมินราคาดวงตาคมสีมรกตนิ่งสงัดยากที่จะอ่านใจ

 

     " ถึงอย่างนั้นก็ควรค่าที่จะเอามาเป็นของประดับ อีกอย่างท่านเอเดนก็ไม่ใช่พวกเชื่อในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว " ชายในชุดยูกาตะแหวกโชว์อกแกร่งอย่างไม่อายฟ้าอายดินว่าพรางยกคิ้วส่งกลับไปให้เพื่อนก่อนมือหนาจะยกขึ้นเสยผมสีดำของตัวเองปิดดวงตาสีม่วงเข้มเอนหลังไปกับพนักพิง

 

     คิ้วบางกระตุกขึ้นลงยิกๆกับคนไม่แปลกหน้าที่พึ่งบุกเข้ามาในบ้าน(?)ของคนอื่นโดยไม่ขออนุญาติจากเจ้าของบ้านพาให้เหล่าบอดี้การ์ดทั้งหลายต้องนวดหัวกุมขมับไม่รู้จะทำยังไงดี

 

     เฮ้อ~

 

     อยากจะถอนหายใจทิ้งวันละหลายๆรอบ ใครจะรู้ว่าพอถึงคฤหาสน์แล้วจะต้องมานั่งเอือมระอากับเหล่าคุณพ่อทั้งสี่บ้านที่แห่กันมาชุมนุมโดยไม่ได้นัดหมาย

 

     ทีแรกที่เข้ามาพ้นประตูรั้วก็นึกว่าเข้าบ้านผิด ขบวนรถหรูกว่าสิบคันที่จอดเต็มพื้นที่พร้อมทั้งตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลทำให้ต้องเลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่ต่างจากสี่หนุ่มที่กลับมาด้วยกัน ปืนคู่สีทองรูปกากบาท แสดงถึงความเป็นนักสู่อย่างตระกูลโคลนิค ตรามังกรเงินแห่งหลงแสดงถึงความน่าเกรงขาม ขนนกสีดำแสดงถึงความเป็นเงามืดของดราโก และดวงตาแห่งดวงดาวแสดงถึงความรอบรู้ของแอสการ์ด

 

     " ว่าแต่พวกคุณลุงมาทำอะไรกันครับ " ผมว่าพรางเงยหน้าขึ้นมองพวกคุณ(ลุง)แขกไม่ได้รับเชิญทั้งหลายที่รู้สึกว่าจะทำตัวตามสบายกันเกินหน้าเกินตา

 

     " ลุงเลยหรอ เรียกอาพอมั้ง...หรือคุณพ่อ " ดีแลน ดราโกเอ่ยเสียงแห้งที่โดนเรียกลุงก่อนแปลเปลี่ยนเป็นส่งยิ้มให้ผมในประโยคหลังพร้อมเบนสายตาไปมองลูกของตนที่ยกยิ้มอย่างถูกใจในคำพูดนั้น

 

     ' ป๊าเราใช้ได้เลยแฮะ ' ดาร์ดชมผู้เป็นพ่อในใจพร้อมหันไปส่งรอยยิ้มหวานให้คนร่างเล็กที่นั่งอยู่อีกโซฟาจนคนทั้งสามที่นั่งด้วยกันอดไม่ได้ที่จะหมั่นไส้หันขวับไปหาพ่อตนจนคนถูกมองถึงกับสะดุ้ง 

 

 

     " แล้วพวกคุณลุงมาที่นี่มีธุระอะไรรึเปล่าครับ " เมินคำพูดของอีกฝ่ายและรอยยิ้มที่ส่งมาถามกลับเสียงนิ่งอีกครั้งกับคำตอบที่ยังไม่ได้รับ 

 

     " เฮ้อ~ก็แค่นัดกันมาคุยตามประสาน่ะไม่มีอะไรมาก " ลุงดีแลนถอนหายใจผิดหวังก่อนตอบ

 

     พยักหน้าให้เป็นอันเข้าใจพร้อมยกชาขึ้นจิบต่อ ใบหน้าเล็กก้มมองนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือเล็กน้อย เวลาสี่โมงเย็นคือเวลาปกติที่คุณป๊ะป๋าจะกลับมารอต้อนรับผมแต่ตอนนี้มันสี่โมงกว่าแล้วดูท่าคงจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง เอาเถอะยังไงผมก็ไม่ใช่จำพวกที่จะต้องมาให้พ่อแม่รอต้อนรับอยู่แล้ว 

 

     ......ยิ่งเวลาผ่านไปจนตอนนี้ห้าโมงเย็น คิ้วบางจากที่เคยอยู่นิ่งกลับขมวดเข้าหากันยุ่ง 

 

     ทำไมป่านนี้ยังไม่กลับอีก....

 

     ผมไม่ได้น้อยใจอะไรเลยจริงๆนะ ก็แค่ไม่ชอบที่คุณป๊ะป๋ากลับช้าปล่อยให้ผมต้องรับหน้ากับพวกลุงๆเขาต่างหาก

 

     " น้องเรน... " คนถูกบ่นใส่เหมือนรับรู้เสียงทุ้มนุ่มตํ่าแว่วมาแต่ไกล จนใบหน้าเล็กหันมองไปตามเสียง ร่างหนาที่คุ้นเคยก้าวยาวๆตรงมายืนอยู่ตรงข้างโซฟาที่ผมนั่ง

 

     " ป๊ะป๋า "

 

     " ป๊ะป๋าขอโทษนะครับที่กลับมาช้า พอดีมีหมาเรียกร้องความสนใจนิดหน่อยเลยต้องเปลี่ยนเส้นทางกลับน่ะ " ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากว่านั้นคุณป๊ะป๋าก็รีบอธิบายสาเหตุให้ผมฟังพร้อมมือแกร่งที่ยกขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆเป็นการขอโทษและปลอบใจ....

 

     เดี๋ยวเถอะ ผมไม่ได้อะไรสักหน่อย คิดเองเออเองจริงๆเลยผู้ชายคนนี้!

 

     แต่ก็...ดีแล้วล่ะที่ปลอดภัย... อ่ะ! เราไม่ได้เป็นห่วงคุณป๊ะป๋าสักหน่อย ก็แค่ ก็แค่....ช่างมันแล้วกัน

 

     ตึก!

 

     ฟึดฟัดกับตัวเองได้ไม่นานก็ต้องหยุดนิ่งลงกระทันหันกับอาการบางอย่างของตัวเองที่เกิดขึ้นมาได้สักพัก

 

     ข่มความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายในลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคุณป๊ะป๋าที่ยืนหน้าถมึงทึงไปยังบุคคลทั้งแปดที่นั่งทำไม่รู้ไม่ชี้อยู่

 

     " มาครับน้องเรนช่วย " ผมว่าพรางเดินอ้อมไปด้านหลังช่วยอีกฝ่ายถอดเสื้อเบลเซอร์สีดำและปลดเน็คไทออกเหลือไว้เพียงเสื้อเชิ้ตสีเดียวกันด้านใน

 

     " ขอบคุณครับ " ป๊ะป๋าหันมายิ้มขอบคุณก่อนที่ผมจะเดินขึ้นบันไดไปเก็บเสื้อ 

 

     เข้ามาถึงห้องคุณป๊ะป๋าจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก่อนจะทิ้งตัวลงบนเตียงกว้างอย่างหมดแรง ยกมือข้างนึงขึ้นนวดขมับของตนเองอีกข้างก็ทาบทับขยุ้มกลางหน้าอก อัตราการเต้นของหัวใจที่เริ่มช้าลงจากคนปกติทำให้ผมรับรู้อะไรบางอย่างมากขึ้นกับการเปลี่ยนไปของร่างกายตัวเอง ตัวตนที่หนึ่งและสองเริ่มแปรปรวนไม่ต่างจากอารมณ์ความรู้สึก การแน่นหน้าอกหายใจสั้นแผ่วไม่ทันกับความต้องการทำให้ต้องรีบปรับตัวจนใช้ชีวิตปกติได้โดยที่ไม่มีใครสงสัย แต่มันจะทนได้อีกนานแค่ไหนกัน....

 

     ที่ทำได้ตอนนี้ก็มี....รอเวลาที่วันนั้นมาถึง....

 

 

 

 

     " มาทำไม?  " เอเดนนั่งลงไขว้ห้างเอ่ยถามเหล่าเพื่อนวัยเยาว์เสียงนิ่งถึงเหตุผลที่กล้าบุกรุกเข้ามาถึงคฤหาสน์หลักอีกทั้งยังได้ดื่มชากุหลาบสูตรน้องเรนอีกซึ่งมันทำให้เขาไม่สบอารมณ์เอาซะเลย

 

     " ใจเย็นๆสิครับท่านเอเดน ระวังริ้วรอยจะขึ้นเอานะครับ " เสียงเย้ายวนกวนประสาทออกมาจากปากของลูคัสทำให้ผู้ถูกพาดพิงมองตาขวาง

 

     " ฮ่าฮ่าฮ่า โอเคๆ ที่พวกฉันมาก็แค่อยากจะชวนนายไปงานประมูลด้วยกันน่ะ สนใจป่ะ " น้ำเสียงที่ใช้ยามปกติเมื่ออยู่ด้วยกันกลับมาอีกครั้งพาให้รื่นหู 

 

     เอเดนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยกับสิ่งที่เพื่อนตนถาม ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องงานประมูลแต่ที่เขาแปลกใจคือคนอย่างลูคัสจะสนใจงานประมูล? นอกจากเรื่องงานประลองก็ไม่เห็นมันเคยเฉียดไปไหน

 

     " นายสน? " เอเดนอดไม่ได้ที่จะถาม

 

     " ก็ไม่เชิง พอดีคุณหญิงเธออยากได้หนึ่งในของที่งานประมูลฉันเลยต้องรับหน้าที่นั้นไว้แทน "

 

     " เป็นสามีที่ดีต้องทำงานหาเงินให้ภรรยาใช้ถือเป็นคติประจำใจ " หลี่ฟางเสริมพร้อมแรงพยักหน้าเห็นด้วยจากผู้ร่วมชะตาที่มีสี่หนุ่มน้อยตัวประกอบนั่งยิ้มแห้งกับการเก็บสะสมคอลเล็กชั่นของคุณหญิงแม่

 

     " หึ ก็เอาสิ ฉันก็อยากพาน้องเราไปเปิดหูเปิดตาด้วย " เพราะงานนี้เป็นงานประมูลที่ผู้เข้าร่วมจะต้องสวมหน้ากากปกปิดตัวตน เขาเลยไม่ห่วงเท่าไหร่ว่าจะมีแมลงมาดมลูกน้อยของเขา

 

     " แค่เปิดหูเปิดตาเฉยๆหรอ เสียดายแย่ " ลูคัสเอ่ยยิ้มๆ

 

     " เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ถ้าน้องเรนอยากได้อะไรฉันต้องเอามาได้อยู่แล้ว...แม้แต่ของที่พวกนายต้องการก็ตาม หึ " เสียงทุ้มกดตํ่าเป็นการหยั่งเชิงในประโยคหลังแต่ไม่มีแววล้อเล่นอยู่เลยสักนิดทำให้รู่ว่าคนพูดเอาจริง

 

     " เห~ แบบนี้ก็น่าสนุกสิครับ " เอเดรียนกระตุกยิ้มมุมมากไม่ต่างจากคนอื่น

 

     " จะว่าไปเรามาแข่งกันหน่อยไหม " ลูคัสว่าจิตวิญญาณแห่งสายเลือดนักสู้ชอบแข่งขันเดือดพล่าน

 

     " แข่ง? "

 

     " ก็แข่งที่ว่า...ใครจะประมูลของที่หนูเรนต้องการมาได้ยังไงล่ะ "

 

 

 

 

     " น้องเรนมาหาป๊ะป๋าหน่อยครับ " เอเดนเอ่ยเรียกทันทีที่เห็นร่างเล็กของผู้เป็นลูกเดินลงมา

 

     ฝ่ายโดนเรียกก็ทำตัวว่าง่ายเดินเข้าไปหาคุณป๊ะป๋านั่งปุ๊บลงบนตักแกร่งพร้อมวงแขนหนาที่โอบรอบเอวบางเพื่อกันตก

 

     ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเอนหัวซบอกกว้าง มือเล็กเกราะแขนที่โอบเขาไว้เบาๆ ถึงเอเดนจะแปลกใจกับการกระทำของลูกชายตัวน้อยแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอีกทั้งยังจัดท่าทางตนให้ร่างเล็กได้เอนตัวลงสะบาย 

 

     เหล่าคนที่กลายเป็นตัวประกอบจำเป็นทั้งหลายต่างหยุดนิ่งมองภาพตรงหน้า คนพ่อที่โอบกอดลูกชายไว้ด้วยความอ่อนโยนพร้อมด้วยลูกชายตัวน้อยที่เอนหลังพิงผู้เป็นพ่อหลับตาพริ้มราวพักผ่อนมันช่างเป็นภาพที่มองแล้วดู...'น่ารัก' และ 'อบอุ่น' ในเวลาเดียวกัน

 

     " อะแฮ่ม " ดิวที่พึ่งเข้ามาใหม่กระแฮ่มไอเรียกสติให้หลุดออกจากภวังค์ก่อนกลั้นขำในใจกลับท่าทางที่กลับมาวางมาดได้อย่างว่องไวของเพื่อนนายท่านและคุณหนู

 

     " คุณหนูจะรับคุกกี้เพิ่มไหมครับ " 

 

     " อืม " ครางตอบรับดิวพรางลืมตาขึ้นหันมองสี่หนุ่มที่ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีมาตลอดตั้งแต่ลงจากรถ

 

     " พวกคุณไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรอครับ? "

 

     " ก็.... " ดวงตาสี่คู่สอดประสานไปในทิศทางเดียวกัน

 

     ใบหน้าเล็กเงยหน้ามองตามจนพบที่มา อ่าทำไมผมเหมือนจะเห็นประกายสายฟ้าพาดผ่านระหว่างดวงตาของพวกเขาเลยนะ หรือเราคิดไปเอง?

 

     " กล้าดีนี่ " เอเดนเอ่ยเสียงเรียบจ้องมองกลับไปยังเจ้าพวกเด็กเหลือขอที่กล้าสบตาเขาโดยไม่หลบสายตา ถือว่าใจกล้าดี แต่...ยังน้อยไป

 

     " ครับ " สี่หนุ่มตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว

 

     หือ จากประกายสายฟ้าทำไมตอนนี้ผมถึงได้รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาได้ล่ะ?

 

     " หึ ฉันยอมรับในความใจกล้า แต่แค่นั้น...มันไม่พอหรอก หึ " เอเดนแสยะยิ้มยกมือขึ้นค่อยๆเกี่ยวเส้นผมที่ปรกหน้าออกให้ผม

 

     " อยากให้พิสูจน์หรอครับ " อี้ซาน

 

     " อยากลอง? " คุณป๊ะป๋าเลิกคิ้วถาม

 

     " ได้แล้วครับ " เสียงดิวมาพร้อมจานคุกกี้สีสวยสามจานที่ส่งกลิ่นหอมหยุดสงครามขนาดย่อมที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สองของวัน

 

     ผมมองดิวพยักหน้าขอบคุณในใจเหมือนดิวจะรับรู้ในสิ่งที่ผมสื่อส่งยิ่งอ่อนกลับมาให้ท่ามกลางความโล้งใจของพลอยและคนอื่นๆ

 

 

     

 

     การประชุมจำเป็นเฉพาะกิจจบลงโดยความสงบ(?)ไม่มีใครเป็นอะไร ผมเดินกลับขึ้นห้องหลังส่งแขกเสร็จและตกลงกันว่าจะไปงานประมูลในคืนพรุ่งนี้ด้วย 

 

     เมี๊ยว~

 

     " ดูคุณจะเหนื่อยนะครับ มาสเตอร์ " ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร ร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำสีดำออกมาจากห้องนํ้าตรงเข้าห้องแต่งตัว

 

     " คงไม่เท่ากับนายหรอกมั้งไดมอนด์ ได้ข่าวว่าโดนเรสเตอร์รังแกตลอดเลยนี่ "

 

     " ผมไม่ได้ถูกรังแกสักหน่อย! อย่างเรสเตอร์น่ะไม่ได้แอ้มผมหรอก! " ไดมอนด์ตอบกลับเสียงดังมองไปที่เจ้านายร่างเล็กที่ยังคงเลือกชุดนอนโดยไม่หันมามองเขา

 

     " งั้นหรอ? " เรนตอบส่งๆ

 

     " ดะ เดี๋ยวสิครับมาสเตอร์~ " เสียทุ่มร้องครวญครางอมลมในสองข้างแก้มจนป๋อง ใบหน้าติดสวยขึ้นสีแดงระรื่นที่ไม่รู้มาจากความโกรธ อาย หรือเขิน

 

     ' หึ ยังอ่อนนะ ไดมอนด์ '

 

 

 

     ..................................................................

 

 

 

ความคิดเห็น