email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 (50%) อัปแล้ว!

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 (50%) อัปแล้ว!

คำค้น : นิยายวาย เกลียด=รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.พ. 2564 12:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 (50%) อัปแล้ว!
แบบอักษร

เกลียด = รัก (3P) 

.ตอนที่ 1. 

(100%) 

[ยังไม่ได้รีไรต์] 

 

บราวตาล (Brown) 

ผู้คนเดินแบบวุ่นวายต่างไปหาจับจองที่นั่งให้กับตัวเอง ผมก็เช่นกัน วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ซึ่งผมไม่อยากมามากๆ ผมหาที่นั่งตามใจชอบตามที่มหา'ลัยจัดไว้ให้และมองคนอื่นๆ ที่ต่างเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรก แม่ง! มีเพื่อนกันหมดแล้วกูยังไม่มีสักคนเลยแล้วยังเข้ากับคนยากไปอีกผมเนี่ย 

"ตรงนี้มีคนจองไหมครับ" ผมเงยมองหน้าผู้ชายรูปหล่อตรงหน้า (หล่อฉิบหายเลย)  

"ไม่มีครับ" พูดตอบกลับเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ของตัวมาเล่น 

"คุณชื่ออะไรเหรอครับ" ผมหันมามองหน้าเขาอีกครั้งและประเมินกิริยาว่าน่าคุยหรือน่าคบเป็นเพื่อนได้หรือไม่ ดูดีพูดดีลูกคนหนูชัดๆ  

"บราวครับ" หล่อครับหล่อมาก ขาวมากขาวกว่าผมอีก รวยด้วยดูจากการแต่งตัวและเรือนนาฬิกาที่ใส่อยู่มันแพงหูฉีกเลยแหละ 

"ผมชื่อโอบนะครับ" ผมยิ้มให้เขาแล้วก็หันมาเล่นโทรศัพท์ตัวเองต่อ ดูจากทรงโอบเหมือนจะไม่ได้เรียนเอกเดียวกับผมครับเห็นถือหนังสือเกี่ยวกับงานก่อสร้างมาอีกด้วยแสดงว่าน่าจะอยู่เอกก่อสร้างไม่งั้นก็อะไรสักอย่าง "เอ่อ...ผมขอไลน์บราวได้ไหมครับ" 

"..." วันแรกเลยนะเนี่ย ผมเจอผู้ชายขอไลน์ผมมาเยอะครับแต่สำหรับโอบเป็นผู้ชายที่น่าไว้ใจดีเหมือนไม่มีพิษมีภัยอะไร "ได้ดิ" ผมเปิดเข้าแอปไลน์ในโทรศัพท์ตัวเองกดรูปโปรไฟล์ยื่นโทรศัพท์ให้โอบดูไอดีไลน์ โอบจับโทรศัพท์ผมไปดูพร้อมกับลงนิ้วที่หน้าจอของเขาเองอย่างรวดเร็ว (นักธุรกิจชัดๆ) 

"แอดแล้วครับ" โอบโชว์หน้าจอที่แอดเป็นเพื่อนผมเรียบร้อยแล้วพร้อมกับส่งโทรศัพท์คืนให้ผม ผมมองสีหน้าโอบที่มองหน้าจอโทรศัพท์แล้วยิ้มมุมมาก โห้...เป็นคนขี้อายครับและชอบยิ้มอีกด้วย เพื่อนต่างคณะคนแรกของเรา ^^

พอผมกับโอบไม่มีอะไรให้พูดกันแล้วก็ปล่อยบรรยากาศปล่อยไปตามที่มันจะเป็น เด็กใหม่เข้าเรื่อยๆ จนเต็มห้องไปหมดเหมือนมดที่รอเจ้านายสั่งว่าไปหาอาหารตรงนั้นตรงนี้ (จินตนาการเป็นเลิศ) อาจารย์เริ่มทยอยเข้ามานั่งและเริ่มอธิบายการเข้าเรียนและแนะนำตึกต่างๆ ว่ามีที่ไหนบ้าง ใช่สิ! สวัสดีครับผมชื่อเล่นว่า บราว ชื่อจริง นายภาวิณี ศรีษร เป็นลูกคนกลางครับ 

"ฟังนี้เสร็จบราวไปไหนต่อไหม"

"เราว่าจะไปเดินห้างซักหน่อยไม่ได้เดินมานานแล้วอ่ะ" ขอไปหน่อยเถอะแม่ไม่ให้ไปเดินเลย ไม่อยากกลับบ้านเร็วด้วยแม่ผมชอบใช้ให้ทำบัญชีอะไรก็ไม่รู้

"เราไปด้วยสิอยากไปหาไรกินด้วย" ผมพยักหน้ายิ้มๆ ให้โอบ "บราวชอบอาหารไทยไหม" โอบเป็นคนชอบพูดเหมือนกันนะเนี่ย

"ชอบดิของโปรดด้วย" ด้วยแม่กับพ่อเป็นคนไทยเดิมมาเลยซับเรื่องกับข้าวไทยมามากพอสมควร "โอบก็ชอบเหรอ"

"ชอบครับ ชอบมากด้วยเดี๋ยวผมพาไปร้านที่ผมชอบไปทานทุกครั้งที่ไปห้าง"

"ขนาดนั้นเลยเหรอแสดงว่าต้องอร่อยมากแน่ๆ " โอบยิ้มแก้มปริให้ผมแล้วหันกลับไปมองตรงหน้าต่อ เขามีความสุขมากจริงๆ ครับเวลาได้พูดหรืออยู่กับคนที่โอบไว้วางใจ

ขณะนั่งไปเรื่อยๆ พูดคุยกับโอบไปเรื่อยๆ ก็มาถึงจุดที่อาจารย์ปล่อยให้นักศึกษากลับบ้านได้และบอกประกาศว่าเปิดเทอมอีกสองวันข้างหน้าคือวันจันทร์ ต้องให้พ่อบอกคนไปซื้อของให้อีกแล้วสินะ ผมอ่ะอยากไปซื้ออะไรเองครับแต่พ่อกับแม่ไม่ให้ผมไปซื้อเองอยากให้อยู่เฉยๆ ช่วยแม่ทำงานที่บ้านซึ่งผมไม่อยากทำไงครับอยากเที่ยวบ้าง พ่อกับแม่ไม่อยากให้ผมเที่ยวเลยตั้งแต่มีเรื่องเกิดขึ้น พออาจารย์ปล่อยผมทั้งสองคนเดินออกมาจากห้องประชุมมาหน้าห้องที่มีนักศึกษาหลากหลายยืนพูดคุยกันอยู่แต่ละคนดูสนิทกันมากเลยทีเดียว

"บราวมายังไงครับ" คำพูดของโอบดูสุภาพมากๆ เลยครับต่างจากผมที่แข็งกระด้าง

"ที่บ้านให้คนขับรถมาส่งน่ะ" ดูหรูใช่ไหมครับแต่ที่จริงไม่เลย พ่อกับแม่หวงผมจะตายไปไปไหนต้องมีคนรายงานตลอด แบบนี้ไงถึงไม่อยากกลับบ้านเร็ว

"ดีจังเลยนะมีคนขับรถส่วนตัวด้วย" พูดแบบนี้รู้สึกเกร็งไปหมดเลยแหะ "งั้นบราวไปกับผมไหมผมเอารถมา"

"ดีจังเลยนะมีรถส่วนตัวด้วย" ผมย้อนกลับ อิจฉาคนที่มีรถส่วนตัวนะครับตั้งแต่ผมฝึกขับรถมา ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ขับไปไหนมาไหนเองเลยขอรับ คุณแม่บอกฝึกไว้เผื่อมีความจำเป็นจริงๆ ผมเริ่มขับไม่เป็นละห่างหายมานาน

"ย้อนว่างั้น" ผมยิ้มแหย่ๆ พยักว่าจะนั่งรถไปด้วย

"งั้นเราไปบอกคนขับรถแป๊บนึงนะ" โอบพยักหน้าให้ กำลังจะหันหลังเดินก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาผมจึงหันกลับไปมองอีกครั้ง

"ว่าไงคุณโอบไม่เจอกันนาน" พอหันมาเป็นแฝดที่ไหนไม่รู้แต่หล่อครับ เหมือนกันฉิบหายเว้นที่อีกคนใส่แว่นและอีกคนไม่ใส่แว่น "โอ๊ะ! นี่เด็กใหม่ของมึงเหรอ? " มึง? แสดงว่าต้องรู้จักโอบเป็นอย่างดีเลยสินะ

"..." เด็กใหม่เชี่ยไร! ไอ้แฝดสองคนนี้ผมไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรง

"บราวไปบอกคนขับรถเถอะเดี๋ยวจะสายเอา"

"โอเคเดี๋ยวเรามานะ"

หันหลังเดินไปหารถที่จอดอยู่ เมื่อกี้ไร้มารยาทที่สุดเลยครับแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าผู้ดีจะพูดแบบนี้ ผมดูก็ออกว่ามันเป็นผู้ดีที่ข่มคนอื่นไปทั่ว ดูจากการแต่งตัวก็รู้ว่าเป็นนักธุรกิจแต่นิสัยแย่แบบนี้ก็หมดความเป็นผู้ดีแล้วละนะ ผมเดินหน้ามุ่ยๆ มาที่รถของบ้านแต่ต้องเก็บอารมณ์ไว้ไม่งั้นโดนจับได้แน่ รถเบนซ์สีขาวสะอาดจอดอยู่มีคนขับรถใส่สูทสีดำยืนอยู่หน้าประตูข้างหลัง

"คุณหนูเป็นอะไรครับทำไมน่ามุ่ยจัง" ดูออกไปอีกนี่ขนาดเก็บอารมณ์ที่สุดแล้วนะ

"คุณไวน์กลับก่อนเลยครับ" คุณไวน์ถอดแว่นออกแสดงสีหน้าให้เห็นชัดเจนว่าทำไมไม่ทำตามกฎของบ้าน 

"คุณหนูจะแหกกฎของคุณหญิงเหรอครับ"

"อ่ะ! ไม่ใช่แบบนั่นนะครับคือผมจะไปกินข้าวกับเพื่อนใหม่เฉยๆ " กฎที่อยู่ติดตัวผมมานานแสนนานถึงตอนนี้คือไปไหนมาไหนทำภากิจเสร็จต้องกลับบ้านทันที เหตุผลง่ายๆ คือไปช่วยที่บ้านทำงาน

"ยังไงก็ไม่ได้ครับคุณหนู คุณหนูทำผิดกฎมาหลายรอบแล้วนะครับไม่เข็ดหรือไง" คุณไวน์เป็นผู้ช่วยมือขวาของพ่อผมเองครับแทบจะตัวติดผมตลอดเวลาเหมือนเป็นพ่อเลี้ยงผมอ่ะครับ ไปไหนก็ต้องเฝ้าไปรับไปส่งขนาดเข้านอนในบ้านยังนอนเฝ้าผมอ่ะคิดดูสิครับ

"คุณไวน์ผมขอร้องเถอะครับ ผมโตแล้วนะอยากมีเพื่อนเป็นๆ สักคนบ้าง" เพราะกฎเง่าๆ ของแม่ทำให้เพื่อสมัยมัธยมต้นและปลายต่างเลิกคบเป็นเพื่อนผมไปทีละคนทีละคนจนไม่มีใครเลยสักคนเพราะผมไม่มีเวลาให้เพื่อนไงครับ

"..." ถ้าไม่ได้จริงๆ คงขัดอะไรไม่ได้นั่นแหละครับ "เฮ้อ...ก็ได้ครับ"

"เย้! ขอบคุณนะครับคุณไวน์ รักที่สุดเลยยยยยยย" ผมโผล่เข้ากอดทันทีที่ได้รับอนุญาต ไม่อายใครหรอกครับ เพราะผมไม่คิดอะไรเกินเลยกับคุณไวน์อยู่แล้ว คุณไวน์ก็ไม่คิดอะไรเกินเลยกับผม

"แต่...ผมขออนุญาตติดตามแบบห่างๆ นะครับเพื่อความปลอดภัยของคุณหนู"

"ได้เลยครับงั้นผมขอไปหาเพื่อนผมก่อนนะ" เรื่องที่ทำไมผมถึงมีคุณไวน์งั้นเหรอครับเดี๋ยวผมจะมาเล่าให้ฟังทีหลังตอนนี้ขอไปหาโอบก่อนเดี๋ยวรอนานจะบ่นใส่ผมเอายิ่งอากาศร้อนๆ อยู่ด้วย

ผมเดินมาหาโอบที่กำลังยื่นรออยู่ อ่ะ! ยังคุยกันอยู่อีกเหรอ ไอ้แฝดสองคนนั้นยังอยู่เลยครับและยังมองโอบแบบไม่เป็นมิตรอีกด้วยแล้วยังมีผู้หญิงควงมาอีกคนละคนไปอีก มองกูเข้าไปไอ้ห่าจิก! 

"โอบเราพร้อมแล้ว"

"พร้อมที่จะไปโรงแรมหรือ ฮ่าๆ" แฝดที่ใส่แว่นพูดขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของแฝดมันและผู้หญิงอีกสองคน ผู้ดีตีนแดง!

"ขอโทษนะคือเป็นผู้ดีกันหรือป่าว" เสียงหัวเราะจากปากทั้งสี่คนเงียบลงไปทันทีที่ผมพูดตอบกลับ "ถ้าเป็นผู้ดีควรมีมารยาทมากกว่านี้นะครับไม่ใช่มาพูดไปเรื่อยกับคนอื่นแบบนี้"

ไม่รอฟังคำด่าตอบกลับผมจับมือของโอบเดินมาทันทีไม่อยากสนทนากับพวกนี้เลยจริงๆ เปลืองน้ำลายป่าวๆ เดินออกมาได้ห่างพอสมควรผมหายใจหอบเหนื่อยหน่อยๆ ด้วยความไม่ค่อยชินกับอากาศและการเดินเร็วสักเท่าไหร่

"มีไรครับคุณหนู" โอ๊ะ! มาทำไมกันเนี่ย

"ไม่มีไรครับแค่หายใจไม่ทัน"

"ทานยามาหรือป่าวครับวันนี้" จริงสิผมลืมไปเลยว่าต้องทานยาทุกเช้า "ทำไมดื้อจังครับ"

"ไวน์ ถ้าจะบ่นไปบ่นตอนนอนตอนนี้ขอยาก่อน" คุณไวน์หยิบยาออกมาจากเป๋าเสื้อสูทยื่นยาพร้อมกับน้ำเปล่าให้ผม

"คุณเป็นใคร" ไม่ทันที่ผมจะเริ่มกินยาคุณไวน์เริ่มถามโอบทันที 

"ผมชื่อโอบครับ...ไหวนะ" โอบหันไปบอกคุณไวน์แล้วก็หันมาถามผมพลางใช้หัวแม่มือเช็ดมุมปากที่เลอะน้ำเปล่าเมื่อกี้

"ไหวอยู่แล้ว ไปกันเถอะเดี๋ยวจะไม่มีเวลา" เดี๋ยวแม่โทรตามจะวุ่นวายเอาได้ผมขอใช้เวลานี้ให้มีความสุขก็แล้วกัน

"ผิดกฎสองรอบแล้วนะครับ ยาก็ไม่ทานมาอีก" ผมหันมองคุณไวน์แล้วพนมมือขอโทษ

"จะไม่ให้เกิดขึ้นแล้วครับ เฝ้าแบบห่างๆ ตามที่บอกไว้ด้วยนะครับ" หันมองหน้าโอบอีกครั้งแล้วพยักหน้าว่าพร้อมแล้ว โอบจึงพรเดินมาที่รถของเขาเอง

เฮ้อ...วันนี้มันวุ่นวายจริงๆ เลยนะ ที่สำคัญลืมกินยามาได้ยังไงปกติผมไม่ค่อยลืมเรื่องสำคัญแบบนี้เลยสักครั้งแต่ครั้งนี้วันนี้มันดูรีบๆ อ่ะรีบหัวหมุนเลยแหละ ตอนเช้าแม่ใช้ให้ผมทำงานอีกกว่าจะออกมานั่งฟังนิเทศได้ต้องอ้อนให้คุณไวน์ช่วยคุย ที่จริงไม่ได้มาหรอกครับถ้าผมไม่อ้อนละถ้าคุณไวน์ไม่ช่วยพูดคงไม่ได้มา โอบพาเดินมาที่รถของเขาเองผมมองดูรถที่สะอาดเอี่ยมสวยงามและแพงหูฉี่

"สปอร์ต" รวย รวยจริงๆ 

"น่าจะถูกกว่าเบนซ์ละมั้ง" อือหือ! ตอบกลับทันควันมาก "เชิญครับคุณหนู" ผมมองหน้าโอบแถมเกรงใจอีกด้วย โอบเปิดประตูให้ผมขึ้นไปนั่งไงครับ

"อย่าเรียกคำว่าคุณหนูเลยเราอึดอัดยังไงไม่รู้"

"ครับๆ ขึ้นรถเถอะเราหิวข้าวแล้ว" นั่นสิหิวข้าวที่สุดเลยมีแต่เรื่องอะไรไม่รู้วันนี้ วุ่นวายตั้งแต่เรื่องไอ้แฝดนั้นแล้ว

รถสปอร์ตสีแดงหรูเคลื่อนตัวออกจากมหา'ลัย ในมหา'ลัยผมเห็นรถของแต่ละคนคือหรูหรามากเลยครับเป็นของเด็กใหม่ทั้งนั้นเลย สังคมคนรวยจริงสินะครับ ผมไม่ค่อยจะชอบการที่คนรวยอยู่รวมตัวกันสักเท่าไหร่มันดูอึดอัดมากครับและสังคมแบบนี้ใส่หน้ากากเข้าหากันเยอะมากเลย ไม่สิ...น่าจะหมดทุกคนเลยละมั้ง รู้หน้าไม่รู้หลัง พ่อกับแม่ผมน่ะสิอยากให้เข้าหาคนพวกนี้จังเลยเรื่องธุรกิจล้วนๆ 

"บราวถามไรหน่อยสิ" เลิกมองสิ่งที่อยู่นอกหน้าต่างหันมามองเสียวหน้าของโอบ "บราวรังเกลียดเกย์ไหม" 

"..." เกย์เหรอ? ชายรักชายใช่ไหมครับถ้าจำไม่ผิด "ถามทำไมอ่ะ" ผมไม่ตอบคำถามที่โอบถามมาก่อน

"ป่าว" เอิ่ม...แล้วจะถามทำไมกัน แสดงว่าต้องมีเรื่องคาใจแน่เลย

ภายในรถเงียบมีแค่เสียงแอร์เย็นๆ มากระทบกับหน้าตัวเอง สำหรับผมไม่เกลียดเกย์หรอกครับผมไม่ได้เป็นคนรังเกลียดเรื่องเพศสภาพหรอก มันเป็นเรื่องส่วนตัวของใครแต่ละคนครับผมไม่มีทางไปรั้งหรือว่าอะไรได้แต่มักจะมีคนที่ชอบล้อชอบนินทราเรื่องเพศสภาพส่วนมากน่าจะเป็นสังคมที่สูงส่ง มั้ง...ผมเดาเอา ผมชอบผู้ชายนะครับแค่ไม่ได้แสดงออกให้ใครเห็นเท่านั้นเอง พ่อกับแม่ผมก็รู้ คนในบ้านก็รู้ไปหมดแค่ไม่มีให้ปากโป้งไปบอกใครแบบนี้แหละครับที่เขาเรียกว่า 'ซื่อสัตย์'

รถเคลื่อนตัวเป็นสายมีหลายยี่ห้อที่ขับผ่านมันเพลินจนผมรู้สึกง่วง กินข้าวเสร็จคงต้องแยกกับโอบเลยเดี๋ยวมานานขนาดนี้แม่ได้โทรตามแน่และกลับถึงบ้านต้องไปช่วยแม่ทำกับข้าวอีกทำบัญชีรายรับรายจ่ายอีก เป็นลูกคนที่สองนี่ลำบากจริงๆ ผมมีพี่ชายกับน้องชายครับ พี่ชายชื่อเบส เรียนมหา'ลัยนานาชาติของมหาลัยที่ผมเรียนนี่แหละครับอยู่ปีสอง ส่วนน้องชายชื่อบรีมเรียนโรงเรียนบุรุษชายที่ผมจบมาครับอยู่ชั้นมอหก พ่อแม่ไม่ค่อยเคร่งทั้งสองคนนี้มากเท่าไหร่เพราะไม่มีอะไรห่วงมากกว่าผม ผมนี่นะไปไหนต้องมีคนคอยเฝ้าตลอด งงใจ 

พ่อแม่เป็นห่วงหวงมากขนาดนี้ ก็ตอนที่ผมกำลังขึ้น ป.6 ผมดื้อจนไม่ยอมฟังใครเลยสักคนทั้งพี่ชายทั้งน้องชายผมไม่คิดจะฟัง เวลาตอนที่เลิกเรียนผมมักจะหนีไปเที่ยวเล่นคนเดียวก่อนที่ทางบ้านจะรับกลับบ้าน ตอนนั้นด้วยความเป็นเด็กผมไม่รู้ประสีประสามากหรอกครับผมหลงทางท่ามกลางผู้คนมากมายหลากหน้าหลายตา มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาหาผมชวนไปนั่นไปนี่และพาไปทานไอศกรีมของโปรดผม ณ ตอนนั้นผมคิดแค่ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ดูใจดีมากเลยครับ ใจดีกว่าพ่อกับแม่ที่บังคับผมอีก จนผมกินไอศกรีมหมดถ้วยก็เริ่มมึนหัวแล้วสลบไปในทันที ตื่นขึ้นมาตัวเองก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้วมีสายระโยงระยางเต็มไปหมดมันอัดอยู่ในจมูกและปาก

ตอนนั้นน้ำตาที่ไม่เคยออกจากตาของเด็กชายบราวมันไหลออกมาท่วมตาเพราะเห็นพ่อแม่พี่เบสน้องบรีมกำลังนั่งร้องไห้กันอยู่ ผมจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นจำได้แค่ว่าตัวเองมึนหัวแล้วสลบไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้แต่ผมรอดมาตื่นที่โรงพยาบาลก็ดีใจมากๆ แล้วครับ นี่แหละเหตุผลที่พ่อต้องส่งมาเฝ้าผมตลอด 24 ชั่วโมง

"บราวๆ" หันไปมองโอบที่อยู่นอกรถ ถึงแล้วเหรอ? คิดอะไรจนเพลินเลยทีเดียว "เป็นอะไรหรือป่าว"

"ปะ...ป่าวไม่มีอะไร" พูดเสร็จผมปลดที่คาดออกเปิดประตูลงจากรถพลางมองตึกที่อยู่ตรงหน้า เปลี่ยนไปจริงเยอะเลยนะ มาตั้งแต่ปีที่แล้วแล้วก็ไม่ได้มาอีกเลย

"ทำไมทำหน้าตาแบบนี้ล่ะ" เอ๊ะ! เผลอแสดงท่าทางดีใจออกไปจนได้ "อย่าบอกนะว่าไม่เคยมา"

"เคยมาครั้งเดียวน่ะแล้วก็ไม่ค่อยได้มาอีก"

"ดีเลยเดี๋ยวเราพาทัวร์" โอบยิ้มให้ผมพลางจับไหล่พาผมเดินเข้าไปในห้าง

ข้างในคืออลังการงานสร้างมากครับ สูงใหญ่แถมมีสี่ชั้นอีกโคตรสูงเลย ผู้คนมากหน้าหลายตาต่างเดินดูซื้อของกันเยอะเลยทีเดียว โห้! นานๆ ทีได้มาทำไมคนมันเยอะกว่าตอนที่ผมมาครั้งนั้นอีกล่ะและยังมีเด็กมหา'ลัยเต็มไปหมด

"จะเดินดูก่อนหรือจะไปกินข้าวก่อน"

"กินก่อนสิหิวจะตายแล้ว"

"เดี๋ยวเราพาไป"

โอบเดินขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้นสามมีคนเยอะมากกว่าปกติเหมือนเป็นร้านขายอาหารครับแต่จะเป็นร้านให้นั่งของร้านใครร้านมันมากกว่าไม่ใช่นั่งรวมกัน โอบเดินมาหยุดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งมันเป็นร้านสไตล์ไทยแท้เลยอ่ะมีต้นไม้ประดับงี้มีมุมถ่ายรูป เราสองคนเดินเข้ามาในร้านแล้วมีพนักงานมาต้อนรับ

"สวัสดีคะ...ครับ เฮ้ย!"

ผมเบิกตากว้างมองพนักงานตรงหน้า "พี่เบส! " เจอไอ้พี่ชายตัวแสบที่แบบนี้จนได้สินะ ที่แบบนี้คือมันชอบมารับพาร์ตไทม์ครับ "หนีแม่มาทำงานอีกแล้วเหรอ"

"แล้วเองทำไมถึงมาที่แบบนี้ได้ห่ะ! เองแหกกฎอีกแล้วนะ" หนึ่งคำก็กฎสองคำก็กฎ อย่าให้บราวดื้อเหมือนแต่ก่อนเถอะขี้เกียจให้คนอื่นมาตามหาแล้วนะ

"อย่ามาพูดเรื่องกฎในที่สาธารณะแบบนี้นะไอ้พี่บ้า! " ทำไมต้องมากัดเหมือนหมาในที่แบบนี้ไหมเนี่ย คนเริ่มหันมามองแล้วเป็นจุดสนใจมากไปก็ไม่ดีนะครับ

"เราจะโทรฟ้องแม่เดี๋ยวนี้แหละ"

"เบส! มีอะไรอีก" ดูเหมือนเจ้าของร้านจะออกมาจัดการเรื่องนี้แล้วแหละ เจ้าของร้านมองทางพี่ชายผมจิกๆ เหมือนไม่ค่อยชอบขี้หน้าเท่าไหร่ (อืม...ลางสังหรแปลกๆ) แล้วหันมายิ้มต้อนรับผมกับโอบทันที แสร้ง? เก่งมากเลยนะครับเจ้าของร้านคนนี้ "ขออภัยในการต้อนรับด้วยนะครับ มาสองใช่ไหมครับงั้นเชิญทางนี้เลยครับ"

"ยังไงก็เบาๆ หน่อยนะครับพี่ชายผมเอง"

"ครับ...กลับเข้าไปหลังร้าน"

หน้าหง๋อยๆ ของพี่เบสเดินเข้าหลังร้านไป ผมสัมผัสได้ว่าพี่ชายผมไม่ได้ทำงานสบายอย่างที่คิดเหมือนโดนใช้จนเหนื่อยเพราะดูจากสายตาที่พี่เบสหลบสายตาเจ้าของร้านเมื่อกี้ยิ่งรู้ว่าต้องมีเรื่องคาใจ เจ้าของร้านฝากพนักงานอีกคนพาผมกับโอบมาที่โต๊ะ

"โทษทีนะโอบ พอดีพี่ชายกับเราไม่ค่อยพูดดีๆ กันเท่าไหร่" ถ้าเกิดมันไปฟ้องแม่ละก็...ผมก็จะบอกแม่ว่ามันหนีมาทำงานพาร์ตไทม์แถมเป็นเด็กเสิร์ฟอีกด้วย

"พี่ชายเหรอ" ผมพยักหน้าให้ "ทำไมไม่เหมือนบราวเลย"

"..." ใช่สิ! หน้าตาผมไม่เหมือนกับพี่เบสและน้องบรีมเลยครับ เบสกับบรีมหน้าตาเหมือนพ่อมากแทบแยกร่างออกมาอ่ะครับส่วนผมหน้าตาเหมือนแม่ยิ่งโตยิ่งผมเหมือนแม่ เบสกับบรีมหล่อครับสาวๆ ติดกันตรึม ต่างจากผมที่ตัวเล็ก ขาว ร่างบางๆ หน้าตาจิ้มลิ้มเหมือนแม่

"ฮ่าๆ สั่งอาหารเถอะ" พนักงานยื่นเมนูอาหารมาให้ผมทั้งสองคน ผมเปิดๆ ดูว่ามีอะไนน่ากินบ้าง "เอาต้มยำกุ้งเผ็ดกลางและข้าวสวยสองจานครับ บราวจะเอาอะไรเพิ่มไหม"

"อืม...เอาหมูทอดกระเทียม ไข่เจียวทรงเครื่องครับ" แล้วปิดเมนูอาหารพร้อมยื่นให้พนักงาน

"แค่นี้เหรอ" ผมพยักหน้าให้โอบอีกที แค่นี้แหละของโปรดผม มีแค่สองอย่างนี้แหละครับถ้ามีหลายๆ อย่างผมก็กินได้นะครับแต่ชอบสองอย่างนี้มากกว่า

"ทั้งหมดสามอย่างนะครับ ต้มยำกุ้งเผ็ดกลาง หมูทอดดระเทียม ไข่เจียวทรงเครื่อง ข้าวสวยสองจาน"

"ครับ"

"รอสักครู่ระครับเดี๋ยวให้พนักงงานนำน้ำเปล่ามาเสิร์ฟให้ก่อนนะครับ"

ขออย่าเอาไอ้พี่ชายผมมาเสิร์ฟก็พอ ไม่อยากเห็นหน้าไอ้เบสแล้วครับ ถ้าเจอพี่ไม่แน่อาจจะต้องเจอน้องสุดท้องไปอีก ขออย่าได้เจอในที่แบบนี้เถอะถ้าเจอคงได้ตายคาบ้านอ่ะ ผมโดนรุมเลยนะครับเพราะพี่เบสกับบรีมมันสนิทกันมากจนบางครั้งมันใส่ร้ายผมอยู่ฝ่ายเดียว ผมนี่ไม่มีใครเข้าข้างเลย! พูดแล้วแค้น

"บราวชอบกินไรที่สุดเหรอในอาหารไทย"

"ก็หมูทอดกระเทียมกับไข่เจียวทรงเครื่องนั่นแหละ แล้วโอบชอบต้มยำกุ้งเหรอ" เห็นโอบสั่งแค่เมนูเดียวครับน่าจะชอบละมั้งถึงได้สั่งอย่างเดียว

"ใช่แล้ว ของโปรดเลยแหละแทบจะกินทุกวัน" ผมยิ้มให้ เหมือนผมนั่นแหละครับเป็นของโปรดกินทุกวันไม่เบื่อหรอก

"หมูทอดกระเทียมกับไข่เจียวทรงเครื่องครับ" ผมหันไปมองตามเสียงที่สั่งกับพนักงาน สั่งเหมือนกับข้าวที่ผมชอบทาน

อึก! เจอจนได้ เด็กผู้ชายใส่ชุดนักเรียนมัธยมกางเกงสีน้ำดำกำลังสั่งกับข้าวโต๊ะถัดจากผมไปสี่โต๊ะเองครับ ไอ้บรีม! ทำไมต้องมาเจอด้วยเนี่ย เห็นไหมผมบอกแล้วว่าเจอพี่ชายต้องมาเจอน้องชายชั่งโลกกลมจริงๆ ผมหันหน้าหนีเลิกมองเลยทันที ถ้าเกิดน้องผมเห็นอีกคนละก็ผมคงไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้บ่อยๆ แน่ ผมมองโอบแต่โอบมองผมอยู่ก่อนแล้ว

"เราเจอน้องชาย" โอบยักคิ้วให้นิดหน่อย "เราตายแน่ๆ "

"ตายเลยเหรอ" ตายสถานเดียวถ้าบรีมมันรู้ บรีมอ่ะแสบกว่าพี่เบสอีกนะครับเหมือนเป็นพี่ผมเลยแหละ ถึงจะอยู่มอหกแต่บรีมเก่งมากครับ รอบรู้ทุกอย่างแถมเป็นผู้ใหญ่มากๆ อีกด้วย "พยายามเงียบๆ ไว้นะครับ"

"..." ขอบคุณมากเลยที่โอบเข้าใจในเรื่องนี้

เวลาผ่านไปสิบห้านาทีกับข้าวที่สั่งก็มาเสิร์ฟ หน้าตาน่าทานมากเลยครับจนผมลืมเรื่องน้องชายไปหมดเลยทันที ผมกับโอบเริ่มทานกับข้าวที่สั่งมา ถามว่าอร่อยไหมผมว่าอร่อยอยู่ครับแค่ไม่อร่อยเท่าฝีมือแม่ผมเท่าไหร่แต่ก็อร่อยครับ ผมเริ่มทานไปเรื่อยๆ พลางมองไปข้างกายเห็นน้องชายผมที่นั่งทานข้าวอยู่คนเดียว เวลาแบบนี้บรีมมันเลิกเรียนแล้วเหรอ? หรือว่าจะโดดเรียน ไม่นะ...บรีมรักการเรียนจะตายไปเรื่องโดดเรียนคงเป็นไปไม่ได้

"อร่อยไหม"

"อร่อยทุกอย่างเลย"

เลิกสนใจน้องตัวเองหันมาสนใจอาหารตรงหน้าและพูดคุยกับโอบเพื่อไม่ให้บรรยากาศเสีย โอบเป็นผู้ชายมีมารยาทมากๆ เลยและสุภาพมากด้วย เห็นว่าเรียนเอกก่อสร้างตามที่ผมเดาไว้จริงด้วยครับเพราะทางบ้านโอบทำธุรกิจแบบนี้ตั้งแต่สมัยรุ่นทวดเลยแล้วส่งต่อมาเรื่อยๆ จนตกมาที่โอบซึ่งโอบเป็นลูกคนเดียวครับพ่อแม่เลยหวังโอบมากเลยทีเดียว โอบเล่าให้ฟังแบบละเอียดยิบเหมือนไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังมาก่อน

ส่วนผมเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังคร่าวๆ ว่าคนในครอบครัวมีใครบ้างมีธุรกิจอะไรส่วนตัวบ้าง ทางบ้านผมมีธุรกิจเบเกอรี่ครับส่งออกต่างประเทศห้าประเทศเรียกได้ว่าปวดหัวสุดๆ บัญชีที่แม่ให้ทำคือปวดหัวกว่าเดิม แบบนี้ไงผมถึงไม่อยากกลับบ้านเร็วได้ออกบ้านมาดูอะไรบ้างหายปวดหัวไปเยอะ

"ทานเสร็จบราวไปไหนต่อหรือป่าว" กลับบ้านอย่างเดียวเลยครับ

"จะไปไหนอีกเหรอ" ถามไปงั้นแหละครับแต่ที่จริงไปไม่ได้หรอกมานานมากแล้วเดี๋ยวแม่สงสัยขึ้นมาจะโดนโทรตามเอา

"เราว่าจะชวนไปซื้อเครื่องเขียนอ่ะ" ผมพยักหน้าน้อยๆ อยากมีอิสระแบบนี้จังเลยครับ "บราวรีบไหมล่ะ"

"มะ..."

"รีบมาก!" เสียงผู้ชายที่ข้างกายผมปรากฏขึ้น ผมเงยหน้ามองเด็กนักเรียนข้างกาย "ใช่ไหมครับพี่บราว"

"เราต้องกลับแล้วอ่ะยังไงไว้วันหลังค่อยไปด้วยกันนะ" ผมยกมือขึ้นเรียกพนักงานมาเก็บเงิน

"ไม่ต้องครับผมจ่ายให้แล้ว กลับบ้านครับ" บรีมจับมือผมดึงให้ลุกขึ้นยืน ผมก็ลุกสิครับผมสูงแรงของบรีมไม่ได้บรีมตัวสูงและตัวใหญ่กว่าผมอีก ผมหันไปมองโอบยิ้มให้และโบกมือลา โอบยิ้มกลับมาพร้อมบ๊าบบายให้

ผมถูกบรีมลากมาตั้งแต่ชั้นสามมาชั้นแรกข้อมือผมถูกบีบจนแน่น นี่ไงเหตุผลไม่อยากมาเจอไอ้น้องคนนี้แม่งทำอะไรรุนแรงเหลือเกิน บรีมลากพามาที่รถเบนซ์สีขาวที่คุณไวน์รออยู่หน้ารถ คุณไวน์ไม่ต่างจากผมที่อี้งตอนเห็นบรีมครั้งแรก

 

 

 

 

.Talk. 

แค่ครึ่งแรกน้องบราวก็ปวดหัวตายแล้วและตอนต่อๆ ไปจะเป็นอย่างไรเนี่ย เจอกันอีกทีวันพรุ่งนี้ครับ 

.นิยายบ้ง. 

ความคิดเห็น