email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พบกันครั้งแรกpart:วาริน+ชล

ชื่อตอน : พบกันครั้งแรกpart:วาริน+ชล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พบกันครั้งแรกpart:วาริน+ชล
แบบอักษร

@7ปีที่แล้ว ณ ค่ายฝึกรด.

ปรี๊ด!!!!

"นักศึกษาวิชาทหารทุกชั้นปี เข้าแถว!!!"เสียงอันกังวาลดังกึกก้องของครูฝึกทำให้เหล่านักศึกษาวิชาทหารทั้งชายและหญิงต่างวิ่งกรูมาเข้าแถวเมื่อได้ยินเสียงนกหวีด

"เร็วๆยัยน้ำไปถึงคนสุดท้ายได้ถูกลงโทษแน่นอนเลยนะแก"วารินหญิงสาวตัวเล็กใบหน้าจิ้มลิ้มดวงตากลมโต ต่างวิ่งหน้าตื่นไปพร้อมแรงกระชากของเพื่อน

"อะไรเนี่ยทำไมเรียกเร็วแบบนี้ ฉันยังไม่ได้ฉี่เลยนะ"เสียงใสดังกังวานราวเสียงระฆังบ่นพึมพำขาสองข้างยังคงวิ่งไม่หยุด

"หยุด!!!คุณสองคนมาช้าเห็นมั๊ยเพื่อนๆของพวกคุณเขาตั้งแถวกันเสร็จหมดแล้ว ใบหน้าสองสาวซีดเผือดเมื่อทุกคนหันมามองที่พวกเธอ วารินเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก

"เห็นค่ะ"สองคนรับคำเบาๆ

"ดังๆ!!"เสียงดังจากครูฝึกทำให้สองสาวสะดุ้งโหยง

"เห็นค่ะ!/เห็นค่ะ"สองสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังชัดเจนเช่นกัน

"เมื่อเพื่อนของพวกคุณมาช้า พวกผมต้องลงโทษพวกคุณทุกคน ที่ไม่ได้ดูแลเพื่อน รีบเอาตัวรอดไม่มีความสามัคคี ไม่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ลุกนั่ง20ครั้ง ปฏิบัติ!!!" เสียงคำสั่งราวกับเสียงฟ้าผ่าเมื่อเธอสองคนเป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนโดนลงโทษ

"โห่!!"เสียงโห่ร้องที่ดังขึ้นของบรรดานักศึกษาวิชาทหาร ทำให้ครูฝึกตวัดสายตามามอง

"มันน้อยไปใช่มั๊ย ลุกนั่ง30ครั้งปฏิบัติ!!"คำสั่งใหม่เกิดขึ้นทันทีท่ามกลางความเงียบกริบ

"ลุกนั่ง30ครั้ง ปฏิบัติ!! 1..2..3"เสียงอันพร้อมเพรียงดังขึ้นก่อนที่ทั้งหมดจะปฏิบัติตามคำสั่ง

"แฮกๆๆ พวกเราขอโทษนะพวกเธอที่ทำให้เหนื่อยแบบนี้"วารินมองเพื่อนๆอย่างรู้สึกผิด ทุกคนต่างพากันหันมาส่งยิ้มให้พร้อมกับบอกว่าไม่เป็นไร

หอสูง 34ฟุตที่ตั้งอยู่ตรงหน้า ถ้ามองจากเบื้องล่างขึ้นไปมันดูไม่สูงเท่าไหร่ แต่วารินรู้ดีว่าหอสูงอันนี้สูงและหวาดเสียวแค่ไหน ยิ่งมาเจอกับครูฝึกจอมโหดคนใหม่ที่ทั้งดุและโหดกว่าครูฝึกรุ่นก่อนๆทำให้หญิงสาวก้าวขาแทบจะไม่ออก

"ยัยน้ำ ครูฝึกคนใหม่หล่อบึกบึนมากเลยแก"นิดาเพื่อนสาวที่มาจากโรงเรียนเดียวกันกับเธอแอบกระซิบข้างหู วารินชำเลืองตาไม่มอง บุรุษที่อยู่ในชุดลายพรางเต็มยศ ผมรองทรงสูงตามระเบียบ ผิวสีแทน ดวงตาคู่คมราวกับดวงตาเหยี่ยวอายุเขาคงราวๆยี่สิบปลายๆ

"อืม!หล่อจริงด้วยแต่โหดว่ะ สั่งให้ลุกนั่งตั้ง30ครั้งขาฉันสั่นไปหมดแล้ว"วารินพยักหน้าเห็นด้วยกับเพื่อนสาวก่อนจะรีบลุกขึ้นยืนเมื่อถึงคิวแถวของตน

"แถว4 ลุกขึ้น เข้าแถวหน้าแถวกระดานเรียงหนึ่ง รายงานตัวทีละคน" นักศึกษาวิชาทหาร ยืนเรียงแถวหน้ากระดานหันหน้าเข้าหาครูฝึก ดวงตากลมโตของหญิงสาวที่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยสีดำเป็นปรื้น เบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อครูฝึกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่เพื่อนต่างวิพากษ์วิจารณ์เมื่อกี้นี้ นิดาแอบสะกิดวารินเบาๆเมื่อเพื่อนๆต่างรายงานตัวกันมาจนถึงคิวของหญิงสาว วารินหันไปมองนิดหน่อยก่อนจะก้าวเท้าออกไป

"ดิฉัน วาริน เกียรติกำจร นักศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่3 จากโรงเรียน...คะ"วารินมองไปเบื้องหน้าตรงๆซึ่งเขาก็มองสบตาเธอด้วยใบหน้าเรียบเฉยแต่ก็พยักหน้าลงน้อยๆ เมื่อทุกคนสวมอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับโดดหอแล้วทั้งหมดก็เดินตามหลังครูฝึกรูปหล่อขึ้นไปยังบนหอสูง ครั้งนี้เธอจำเป็นที่ต้องโดด เพราะเธอเบี้ยวการกระโดดหอมา2ปีแล้ว เธอต้องโดดให้ได้ไม่งั้นก็เหมือนกับว่าตัวเธอไม่จบหลักสูตร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่มีการบังคับก็เถอะ แต่ไหนๆก็ได้แจ้งวัตถุประสงค์ไปแล้วว่าจะโดด 'แกต้องทำให้ได้วาริน สู้โว๊ย'หญิงสาวปลุกเรียกพลังในร่างกายให้ออกมาอีกครั้ง เพราะเธอคือฮีโร่สำหรับน้องชายของเธอ ถ้าเธอไม่สามารถเอาชนะความกลัวไปได้จะมีหน้าไปสอนน้องว่ายังไง ทุกคนเริ่มทยอยโดดลงไปทีล่ะคน วารินชะเง้อมองลงไปเบื้องล่างด้วยใจหวิวๆ

"ไปก่อนเลย ฉันขอโดดคนสุดท้าย"เธอบอกเพื่อนคนอื่นๆให้โดดไปก่อนเธอ นิดาโดดไปแล้วซึ่งในตอนนี้ข้างบนก็จะเหลือเพียงเธอแค่คนเดียวที่ยืนแข้งขาสั่นอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด หญิงสาวค่อยๆเดินมาใกล้ๆช่องที่จะกระโดดใบหน้าเนียนใสซีดเผือดเมื่อเห็นเบื้องล่าง จนครูฝึกหนุ่มเผลอกระตุกยิ้มบางๆ

"พร้อมมั๊ย!!"เสียงครูฝึกที่หญิงสาวได้ฟังกลับหลอนขึ้นมาแทบจะทันที

"ขอเวลาทำใจซักครู่ได้มั๊ยค่ะครู"เสียงสั่นที่ตอบกลับไปพร้อมกับใบหน้าที่เบะราวกับจะร้องไห้ทำให้ครูฝึกหนุ่มมแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่ไหว

"ให้เวลา10วิ ถ้าผมนับ1ถึง10คุณต้องโดด เพราะแถวอื่นขึ้นมาเตรียตัวแล้ว"เสียงดังตอบกลับมา

"ทำไมต้องเสียงดังด้วยล่ะ พูดเบาๆก็ได้"วารินทำหน้ามุ่ยหญิงสาวตั้งท่าจะกระโดดลงไป ใจก็ยังคงหวิวๆเสียงตะโกนจากเพื่อนๆที่อยู่ด้านล่าง ไม่สามารถที่จะทำให้ร่างบางหึกเหิมขึ้นมาได้เลย

"1..2..3.."ครูฝึกหนุ่มเริ่มนับอย่างนึกสนุกเมื่อเห็นใบหน้าที่ถูกทาด้วยสีดำไปทั้งหน้าแทบจะแบะปากร้องไห้

"อย่าะพึ่งนับค่ะครู หนูขอสละสิทธิ์หนูไม่โดดแล้วหนูกลัว"ร่างเล็กนั่งลงกอดขาครูฝึกหนุ่มไว้แน่น เพื่อนๆต่างหัวเราะขบขันกับอาการของหญิงสาว

"4..5.."ครูฝึกหนุ่มยังคงนับต่อไปเรื่อย

"ม่าย!!! อย่านับไม่เอาไม่นับ"วารินส่ายหน้าเกาะขาครูฝึกหนุ่มแน่นทำให้ครูฝึกคนอื่นๆหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ชายหนุ่มย่อตัวนั่งลง

"ตกลงจะไม่โดดใช่มั๊ย"เสียงเข้มอย่างชายชาติทหารถามขึ้น หญิงสาวพยักหน้างึกๆอย่างเร็วพร้อมส่งยิ้มไปให้โดยที่แขนยังไม่ปล่อยของจากขาครูฝึก

"ตกลง ไม่โดดก็ไม่โดด งั้นปล่อยขาผมได้แล้วจะได้ถอดอุปกรณ์แล้วเดินลงไป"เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน หญิงสาวยิ้มร่ารีบปล่อยขาครูฝึกหนุ่มแล้วลุกขึ้นยืนทันที

"ขอบคุณค่ะ แกะเลยค่ะครูแกะเลย"เสียงใสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจ

"ดูนั่นซิเพื่อนคุณเขาพูดว่าอะไร"ครูฝึกหนุ่มชี้นิ้วไปข้างล่างทำให้วารินทร์หันไปมองเบื้องล่าง ชายหนุ่มกระตุกยิ้มเขายกร่างเล็กลอยหวือขึ้นมาแล้วโยนทิ้งร่างเธอออกไปจากช่องประตูหอ

"กรี๊ดๆๆๆอีตาลุงบ้า อร๊ายยย"เสียงกรีดร้องของคนตัวเล็กดังก้องไปทั่วค่ายทำให้เพื่อนๆต่างพากันหัวเราะเธอกันลั่น นิดาวิ่งมาหาเธอทันทีที่ขาเธอแตะถึงพื้น หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเร็วราวกับว่าจะกระโดออกมาข้างนอกแข็งขาแทบจะไม่มีเรี่ยวแรง หญิงสาวตวัดสายตาไปมองครูฝึกคู่กรณีด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

 

"กรี๊ด!!!"ร่างเล็กสะดุ้งตื่นกลางดึกเมื่อเธอฝันถึงเรื่องเดิมๆ มือเล็กสัมผัสได้ถึงร่องรอยเปียกแฉะของที่นอน

"ฉี่ราดที่นอนอีกแล้วหรอ เมื่อไหร่จะหายสักที เพราะอิตาลุงนั่นคนเดียวเลยที่ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้"ร่างเล็กบ่นพึมพำ ตั้งแต่ที่เธอกลับจากค่ายเธอมักจะฝันถึงตอนกระโดดหอแทบจะทุกคืนและจะตื่นมาพบเจอกับรอยเปียกแฉะตรงที่นอนเป็นประจำ

@ปัจจุบัน

สาวน้อยวัยใสแต่ก่อน กลายเป็นสาวสะพรั่งใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มยังคงไม่เคยเปลี่ยนดวงตากลมโดของเธอมักถูกซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นตาแนววินเทจอันโต แต่มันไม่สามารถที่จะทำให้ความน่ารักของเธอลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว วาริน เกียรติกำจร คือชื่อของเธอ เธอเป็นลูกสาวคนโตของนายแพทย์ทรงพล เกียรติกำจรและ แพทย์หญิงกุลณัฐ เกียรติกำจร เธอมีน้องชาวอยู่1คน คือวาโย เกียรติกำจร ครอบครัวของพวกเธอเป็นหมอกันแทบจะทั้งบ้านตั้งแต่คุณปู่ คุณพ่อ รวมถึงอาหมอทรงวุฒิผู้เป็นอาของเธอ แต่เธอและน้องชายกลับแหกคอก ตัวเธอชื่นชอบและอยากทำงานเกี่ยวกับการทำสารคดีธรรมชาติ เธอจึงเลือกที่จะลงเรียนนิเทศศาสตร์เอกวิทยุโทรทัศน์ ส่วนน้องชายก็เลือกเรียนวิศวะ ซึ่งตอนนี้เธอก็สำเร็จการศึกษาและทำงานที่เธอรักเต็มตัว หญิงสาวชอบการผจญภัย ชีวิตเธอจึงมีแต่การเดินทาง เธอชอบบุกป่าฝ่าดงเพราะมันทำให้เธอได้พบเจออะไรที่น่าตื่นเต้นตลอดการเดินทาง ชีวิตของเธอจึงผูกติดกับป่ามากกว่าบ้านด้วยซ้ำ นอกจากงานที่ชอบแล้วเธอยังชื่นชอบในเรื่องของการอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนเป็นชีวิตจิตใจจนน้องชายเธอขนานนามว่าเธอคือโคนัน เวอร์ชั่นมนุษย์ วันก่อนเธอได้รับโทรศัพท์จากน้องชายให้เธอช่วยเรื่องเกี่ยวกับแฟนสาวที่หายไปของเขาพร้อมกับเล่าเรื่องราวต่างๆให้ฟัง เธอจึงตัดสินใจแบกเป้กลับบ้านเพื่อไปช่วยน้องชายให้สมหวัง กับความรัก

วารินเงยหน้ามองตึกของโรงพยาบาลที่น้องชายใช้เป็นสถานที่นัดให้เธอมาพบ หญิงสาวสวมเสื้อยืดกางเกงลายพรางแบกกระเป๋าเป้เธอจึงเป็นจุดเด่นของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาในโรงพยาบาลที่หันมาจ้องมองด้วยความสนใจหรือสงสัยซึ่งเธอก็ไม่ทราบได้ มือเรียบหยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายหาวาโยทันทีที่มาถึงเธอรอสายเพียงไม่นานน้องชายเธอก็รับสาย

(ฮัลโหล พี่น้ำมาถึงแล้วหรอ ลมอยู่ตึก...ห้อง1107ขึ้นมาเลยนะ)

"โอเค เดี๋ยวพี่ขึ้นไป"หญิงสาวตอบรับพร้อมกับสาวเท้าเดินเข้าไปในลิฟ

"ห้อง1107 ห้องนี่ล่ะมั้ง"เสียงใสพึมพำกับตัวเองเบาๆก่อนยกมือขึ้นเคาะประตู 2ทีเพื่อเป็นสัญญาณ เธอเปิดประตูแล้วผลักเข้าไป ภายในห้องมีคนอยู่ด้านใน3คน วารินส่งรอยยิ้มไปทักทาย เธอจ้องมองหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่อยู่บนเตียงคนไข้โดยมีน้องชายนั่งอยู่เคียงข้างไม่ห่าง

"หวัดดี ลม ใครน่ะ"วารินถามออกไปด้วยรอยยิ้ม

"พี่น้ำ นี่เม เมษาแฟนลม...ไม่ต้องไหว้หรอกเม พี่น้ำกับเมน่าจะอายุเท่ากันฮ่าๆๆ"วาโยแนะนำแฟนสาวของเขาให้เธอรู้จัก หญิงสาวใบหน้าสวยยกมือขึ้นทำท่าจะไหว้เธอทำให้วารินเตรียมยกมือขึ้นรีบไหว้แต่ต้องชะงักค้างกลางอากาศเมื่อน้องชายจับมือแฟนสาวเอาไว้เธอจึงส่งค้อนคมไปให้น้องชายนิดนึง

"เจอกันเมื่อไหร่ เจอที่ไหน เจอได้ยังไง เมื่อคืนแกยังร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรตอนไลฟ์อยู่เลย พี่เห็นแล้วอดเวทนาไม่ได้ สงสัยเจ้าป่าเจ้าเจ้าเขาผีบ้านผีเรือนคงจะกลัวน้ำตาท่วมโลกมั้งเลยเอามาส่งคืน"หญิงสาวถามออกไปอย่างตื่นเต้น

"สวัสดีค่ะ ชื่อเมนะคะคุณน้ำ"แฟนสาวของน้องชายพูดพร้อมกับระบายยิ้มอ่อน หญิงสาวจ้องมองผู้หญิงที่มีใบหน้าสะสวยนิ่งเมื่อเมษามองไปอีกทางทั้งๆที่ตัวเธออยู่อีกทางหนึ่ง วารินหันไปมองหน้าน้องชายพรางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม วาโยพยักหน้าให้เธอเบาๆ เธอจึงเอื้อมมือไปกุมมือของเมษาเอาไว้อย่างให้กำลังใจ

"ไม่ต้องเรียกคุณหรอกค่ะ เรียกน้ำเฉยๆก็ได้คนกันเองทั้งนั้น แล้วนั่นใคร?"ดวงตากลมโตเหลือบไปสบตากับดวงตาคู่คมเข้มดั่งดวงตาเหยี่ยวของชายหนุ่มอีกคนที่นั่งอยู่บนโซฟา ชายหนุ่มยกมุมปากยิ้มส่งมาให้ แต่เธอต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเธอคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเขาที่ไหน

"อ๋อ!ลืมแนะนำนี่พี่ชล เขาเป็นคนช่วยเมเอาไว้ ถ้าไม่ได้เขาป่านนี้เมคงไม่รอด หรือไม่งั้นลมก็คงไม่ได้เจอเม"ลมแนะนำผู้ชายคนนั้นให้เธอรู้จัก

"สวัสดีค่ะลุง"เธอจึงทักออกไปทีเล่นทีจริง แต่ใบหน้าที่ยิ้มอยู่กลับหุบฉับลงแทบจะทันทีมันทำให้หญิงสาวรู้สึกสนุกที่ได้กวนโมโหคนน่านิ่งเบาๆ

"พี่น้ำ!! เสียมารยาท ไปเรียกพี่ชลเขาลุงได้ยังไง"ลมเอ็ดเธอเบาๆ แต่เธอไม่ได้สนใจ ดวงตากลมแป๋วจ้องชายหนุ่มตรงหน้านิ่งจนชลรู้สึกเก้อเขิน หญิงสาวสืบเท้าเข้ามาใกล้ๆแล้วนั่งแหมะลงข้างๆ ดวงตากลมโตของเธอยังไม่ละจากใบหน้าเขา ภาพต่างๆเริ่มฉายขึ้นมาค่อยๆปะติดปะต่อราวกับภาพจิ๊กซอ ภาพสุดท้ายคือผู้ชายที่อุ้มเธอโยนลงมาจากหอสูง

"หน้าผมมีอะไรติดหรอคุณ"ชลขยับตัวอย่างอึดอัดแล้วถามเธอออกมา น้ำเสียงแบบนี้ใช่เลย

"ใช่ ต้องใช่แน่ๆหนูจำลุงได้ ลุงคือคนที่จับหนูโยนลงหอตอนหนูเรียน ร.ด.ปี3ที่ค่ายที่กาญฯ"หญิงสาวท้วงขึ้น ชลทำหน้าเหลอหลา เพราะนานขนาดนั้นเขาคงจำไม่ได้

"ขอโทษนะผมจำไม่ได้"เขาปฏิเสธ

"พี่น้ำเรื่องตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว ปล่อยไปเถอะน่า"วาโยมองไปที่ชลอย่างขอโทษ

"แต่มันทำให้ฉันกลัวจนฉี่ราดที่นอนแทบจะทุกคืนเลยนะนายลม"เธอเถียงกลับ

"เอาเป็นว่าผมขอโทษแล้วกันนะที่เป็นต้นเหตุถึงผมจะจำคุณไม่ได้ก็เถอะ" ชลมองมาที่เธอด้วยสายตาหมั่นไส้

"พอเถอะพี่น้ำ พี่ชลเขาก็ขอโทษแล้วไง ล่ะนั่นแบกอะไรมาตั้งเยอะแยะ" วาโยตัดบทแล้วถามเธออกมาทำให้เธอละความสนใจชายหนุ่มหันมามองกระเป๋าเป้ใบเขื่องที่อุตส่าแบกมาด้วย

"นี่หรอ? นี่คือตำราไง พอพี่วางสายจากลมปุ๊บ พี่ก็รีบไปค้นหาตำราที่เกี่ยวกับเรื่องที่คล้ายๆกับเรื่องของเม แล้วพี่ก็เชื่อว่าพี่ชายบุญธรรมของเมนั่นแหละคือผู้ต้องสงสัยคนแรก"เธอพูดขึ้น

"ทำไมพี่เตต้องทำแบบนี้ด้วย"

"เม คำว่าอำนาจและเงินทองมันไม่ได้เข้าใครออกใครนะ พี่น้องท้องเดียวกันยังฆ่ากันตายเพื่อหวังมรดกเลย นับประสาอะไรกับพี่น้องที่ไม่ได้คลานตามกันออกมา"เธอพูดเตือนแฟนน้องชายด้วยความหวังดี

"เมเป็นห่วงป๊ากับม๊า"

"ผู้ชายคนนี้มันยังไม่ทำร้ายป๊ากับม๊าของเมหรอกตราบใดที่ยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ"เธอพูดขึ้น

"แล้วเราจะทำยังไงให้คนร้ายมันเผยตัว"ลมถามขึ้น

"ตอนนี้นอกจากพวกเรามีใครรู้มั๊ยว่าลมเจอเมแล้ว"เธอถามกลับน้องชาย วาโยส่ายหัวปฏิเสธ

"งั้นเดี๋ยวลมติดต่อไปที่สารวัตรไพศาลเลยนะว่าเราเจอเมแล้ว เพราะเขาก็บอกว่ากรณีของเมอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา เพราะฉะนั้นให้เขาส่งตำรวจนอกเครื่องแบบออกมาเพื่อคุ้มกันเพราะเราจำเป็นที่จะต้องหงายไพ่สู้เพื่อล่อคนร้ายออกมา ถ้ามันรู้ว่าเราเจอเมแล้วมันไม่ปล่อยให้เมรอดแน่"หญิงสาวพูดขึ้น โดยที่ชลหันมามองหน้าเธอนิ่ง

"ถ้ามันไม่ออกมาล่ะ"ชลกอดอกแล้วพูดขึ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวมองมาที่เธออย่างท้าทาย

ป๊าบ!!!

"เอ๊ะ!!หนูบอกว่ามันจะออกมามันต้องออกมาซิลุง คอยดู แต่เราต้องเตรียมรับมือกับมันดีๆ เมไหวมั๊ย"วารินฟาดฝ่ามือลงบนหน้าขาชลไปฉาดหนึ่งก่อนจะหันมาถามเมษา โดยไม่สนใบหน้าที่มองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเลย

"ไหวค่ะ" เมษาพยักหน้ารับ

"งั้นตามนี้ลมส่งเรื่องให้สารวัตรทราบ แล้วมีหน้าที่ไปรายงานป๊ากับม๊าของเม ทำยังไงก็ได้ให้เตวิชญ์ได้ยิน จากนั้นเราจะปิดประตูตีแมวกัน"เธอสรุปเมื่อทุกคนเห็นด้วย

"แล้วผมล่ะต้องทำอะไร"ชลชี้นิ้วมาที่ตัวเองมองมายังเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

"ก็องครักษ์พิทักษ์เมษาไงลุงจ่า"เธอหันไปตอบ

"ผู้กอง"ชายหนุ่มๆตอบเบาๆ

"ซอรี่ๆนะไม่รู้ว่าเลื่อนยศแล้ว"เธอส่งยิ้มตาหยีไปให้มือเล็กตบบ่าแกร่งเบาๆ

...............

มาแล้วตอนแรกของลุงชลกับหนูวาริน ย้อนหลังไปเหตุการณ์ก่อนหน้าไปให้นิดหน่อยจะได้ไม่งงนะคะ

ไหนใครเคยโดดหอมาแล้วบ้าง🤭

ส่งกำลังใจให้ไรท์กันด้วยนร๊า ช่วยคอมเมนท์ กดถูกใจให้ไรท์ด้วยคนนร๊าทู๊กกกคน🤗🤗🤗

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว