facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#สก๊อยตัวยุ่งกับลุงนักเลง EP.0 ปฐมบท ตาลุงหื่น!

ชื่อตอน : #สก๊อยตัวยุ่งกับลุงนักเลง EP.0 ปฐมบท ตาลุงหื่น!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 981

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2564 09:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#สก๊อยตัวยุ่งกับลุงนักเลง EP.0 ปฐมบท ตาลุงหื่น!
แบบอักษร

[พาร์ท : ลุงเน] 

“พวกมึงน่ะมีหนี้แค้นกับกูมาหลายปี มึงคิดว่าพาไอ้ยักษ์หน้าเหียกนี่มาแล้วจะถล่มแก๊งมังกรดำได้เหรอวะ!” 

ผมยืนอยู่หน้าวงล้อมของเหล่าเด็กหัวสี ถ้าให้พูดก็คือ ผมกำลังอยู่ในวงล้อมของเด็กช่างกลางย่านที่มันกำลังจะตีกัน 

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้ เพียงแต่มันมีส่วนได้ส่วนเสียกับอาชีพที่ผมทำอยู่ 

อาชีพที่ผมเรียกมันว่า ‘รับจ้างตี’ 

เท้าความก่อน ผมชื่อเน อดีตเป็นอันธพาลตัวเป้งที่เป็นที่รู้จักกันในย่านนึง ทุกวันนี้ผมมีเพื่อนและลูกน้องเยอะแยะ แต่ใช่ว่าลูกน้องกับเพื่อนจะนำพาเงินมาให้ผมได้ ผมจึงผันตัวมาทำอาชีพสุจริตด้วยการรับจ้างตีครั้งละแปดร้อย เวลาที่พวกไหนมันมีเรื่องกันแล้วไม่มีตัวเจ๋งๆ มาทำให้อีกฝ่ายสาหัสได้ด้วยหัตถ์เดียว 

เท้าความอีกที คือผมเพิ่งอายุสามสิบต้นๆ ยังไม่มีเมียนะจ้ะ 

“ลุงเค้าไม่ใช่ไอ้ยักษ์หน้าเหียก นี่มันลุงเนรับจ้างตี!” ฝ่ายที่จ้างผมมาตะโกนกลับไปเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของผมกลับคืนมา แต่ผมได้แต่ยืนตีหน้าตายเพราะเซ็ง นั่นเพราะผมติดภารกิจสำคัญอยู่ 

ผมทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่บาร์เก่าย่านนึง ที่เป็นที่รู้จักในวงสังคมว่าเป็นบาร์ที่พวกนักเลงชอบไปตี้กันโดยเฉพาะ แล้วนี่แม่งก็เลยเวลางานแล้วด้วย 

เป็นไง ขยันใส่ใจในงานจนเหมาะจะจับไปทำผัวได้รึยัง 

“ลุยเลยพวกมึง!!” 

เสียงตะโกนลั่นของเด็กหัวเกรียนคนนึงดังขึ้นแล้วพาพวกที่เต็มไปด้วยอาวุธและไม้หน้าสามมารุมที่ผมคนเดียว ผมเลยหยิบบุหรี่ออกมา คว้าแขนไอ้ตัวนำแล้วเอาบุหรี่จี้หน้ามันจนมันร้องโอดโอย 

เท่านั้นผมก็ถีบมันให้ไปชนกับเพื่อน ก่อนที่จะสวนหมัดชกลูกน้องมันแล้วจับเหวี่ยงจนเทกระจาดล้มลง ก่อนที่ผมจะพุ่งเข้าไปอัดพวกมันเรียงตัวจนถึงตัวนำที่เพิ่งจี้บุหรี่ไป 

ผมต่อยมันอย่างบ้าคลั่ง ต่อยมันอย่างผู้ชนะ ต่อยจนคนอื่นๆ ในแก๊งมันที่เห็นผมต่อยเริ่มถอยกรูกันกลับไป แม้แต่ไอ้ตัวที่ผมต่อยอยู่ที่มันเป็นตัวการใหญ่มันรีบไหว้ผมปะล่กๆ แล้วเผ่นแน่บ 

แทบไม่ต้องพึ่งฝีมือใครหน้าไหน ผมลุกขึ้นยืนมองภาพที่คุ้นตา ภาพที่แสนน่าเบื่อ เวลาต่อยใครเดี๋ยวนี้ไม่มีใครฮึดสู้เลยว่ะ ที่รับจ้างตีมามันก็มีแต่เด็กดาษๆ ที่มันร่านตีน 

เด็กสมัยนี่มันขี้ขลาด ไม่เห็นเหมือนรุ่นยุค 90 สมัยผมยังเฟี้ยว ผมต่อยมันส์กว่านี้อีก 

  

“ขอบคุณนะครับลุงเน เพราะลุงเนเลยทำให้แก๊งมังกรดำกลัวกันจนหัวหด” 

“เรียกลุงเลยเหรอ ไม่น่ามั้ง กูเพิ่งสามสิบสอง” ผมพูดแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นกระดก ตอนนี้นั่งอยู่ในบาร์แล้วไอ้เด็กพวกนั้นมันตามกันมาด้วย อายุไม่ถึงทั้งนั้น กูจะซวยโดนเฮียปัดเรียกมั้ยเนี่ย “แล้วแปดร้อยที่จ้างอ่ะ มีให้ยัง” 

“ผมได้สิ้นเดือนอ่ะครับ ไว้ตอนนั้นจะมาจ่ายให้ถึงบ้านเลยนะ” 

“อีกล่ะไอ้เด็กเปรต” 

“น่าลุง ยังไงลุงก็ใจดีช่วยพวกผมแล้ว ครั้งหน้าช่วยอีกนะ” มันพูดกับผม แล้วผมก็พยักหน้าพร้อมกับกวักมือไล่มันให้ออกไป พวกมันรีบล่าถอย ในขณะที่ผมก็ได้แต่เซ็งแล้วกระดกเหล้าลงคอ 

“อีกแล้วนะมึง ไปทำความดีตีกับเด็กตลอด” เพื่อนผมทักขึ้นมา หลังจากที่ผมนั่งวนแก้วอยู่ที่บาร์ ผมแค่นหัวเราะ 

“มันเป็นอาชีพเสริมของกู มึงจะทำไมไอ้สัส” 

“โห้ ทำยังกะเป็นวัยรุ่น กูไม่ได้เป็นพวกที่มึงจะไปกระทืบนะไอ้เน เกรี้ยวกราดชิบหาย” มันพูดยิ้มๆ แล้วนั่งลงจุดบุหรี่สูบข้างๆ กัน มันชื่อ ‘ไอ้คล้อย’ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นมาตั้งแต่สมัยมัธยม เราผ่านศึกไรด้วยกันมาเยอะ จนสุดท้ายก็มาจบที่ผู้ใหญ่วัยเก๋าสองคนที่นั่งโต๋เต๋อยู่ในบาร์ของเพื่อน 

ประวัติผมโชกโชนจนอายุสามสิบสอง เอาจริงผมก็ไม่ได้โสดบริสุทธิ์ ผมมีเมียแล้วแถมมีลูกด้วยกันอีกคน ตอนนี้ลูกอยู่กับเมีย (เก่า) แต่มันก็ไม่ได้เลี้ยงหรอก มันให้แม่มันเลี้ยง 

ตอนนี้ก็ยังไม่หย่ากัน หย่าไม่ได้ด้วยเพราะไม่ได้จดทะเบียนสมรส ได้กันแล้วอยู่กินกันเลย ขอบอกไว้ก่อนเลยว่าผมแต่งงานมาหนเดียวจนมีลูก รักจนแทบคลั่งตาย แต่ที่ทิ้งลูกกับเมียมาผมก็มีเหตุผล 

แต่เรื่องแม่งยาว เอาไว้เล่าทีหลังละกัน 

“ตั้งแต่เลิกกับเมียมึงก็มารับจ้างตี เอาจริงๆ ก็ยังห่วงหาอาทรลูกมึงใช่มั้ยวะ” ไอ้คล้อยมันรู้จักผมดีไปซะทุกอย่าง ก็ผมแม่งคนดีอ่ะนะ ทำไมอ่ะ ห่วงลูกไม่ได้เหรอวะ ก็มันลูกผมเอง ไม่ใช่ลูกคนอื่น 

“ก็พูดไป กูไม่ได้ห่วงไรทั้งนั้น” แต่ผมมันพวกปากแข็ง “ผู้หญิงสันดานหมาแบบนั้นกูคงไม่เก็บมาคิดถึงให้เสียเวลา” 

“แรง” มันพ่นควันบุหรี่ออกมา ผมนั่งกระดกเหล้าอีกที ก่อนที่จะเหมือนมีคนโทรเข้ามา 

ผมกดรับ ก่อนจะกรอกเสียงลงไป 

“ว่า?” 

[ลุงเนรับจ้างตีใช่มั้ยครับ!] เสียงที่ดังกลับมาน่าจะเป็นเด็ก ม.ปลาย พวกที่เรียนดีไม่ฝักใฝ่ในการตีก็มี แต่ละแวกนี้อย่าได้ถามถึง มันมีแต่พวกสันดานนักเลงทั้งนั้น [ผมมีเรื่องจะขอให้ช่วย] 

“ว่ามา” 

[พอดีว่ากำลังแข่งรถแย่งหญิงกันครับ แล้วฝั่งนั้นมันไม่ยอมยกหญิงให้เลยจะตีกัน แต่ฝั่งมันคนมีมากกว่า ทำไงดีครับลุง] 

กูชักสีหน้าเหม็นเบื่อ ผู้หญิง? ผู้หญิงอีกแล้วเหรอวะ 

เจอวัยเฮี้ยวกี่คนๆ ก็มีแต่เรื่องผู้หญิง อืม สมัยยุคนั้นผมก็จัดว่าเฟี้ยวเรื่องสาวอยู่ คั่วแต่สก๊อยตามสันดานนักเลงที่มันชอบของแรง แต่ตั้งแต่เลิกกับเมีย (เก่า) ก็ไม่สนใจใครอีกเลย แม้ว่าจะมีเข้ามาเรื่อยๆ 

เห็นหน้าเหียกๆ ตัวใหญ่เท่าควายแบบนี้ ผมก็ป็อบอยู่ ในย่านมืดอ่ะนะ 

“ส่งโลมาในแชทเฟส” ผมพูดไปแค่นั้น กดวางแล้วโบกมือให้ไอ้คล้อยเป็นสัญญาณว่ามีงานเข้า ฝากดูงานที่บาร์ให้หน่อย ก่อนที่จะลุกไปที่มอไซค์ PCX คู่ใจ ที่ซื้อไอ้นี่มาตอนนั้นเพราะมีเมียมีลูก ต้องหาเบาะนั่งดีๆ แต่พอไม่มีแล้วก็ว่าจะขายทิ้งอยู่ แต่ตอนนี้ขี้เกียจ 

อยากรู้ว่าหญิงที่ว่าจะเด็ดสักแค่ไหน มันถึงอยากได้กันนัก 

ก็คงไม่พ้นสก๊อยริมทางที่ผ่านมาร้อยควยได้ ผู้หญิงดีๆ คงไม่มีหรอกมาหาแดกในนี้ 

เมียผมก็เป็นสก๊อย แล้วไง ก็ตอนนั้นมันหลงผิด 

คอยดูสิวะ ถ้าจะหาเมียใหม่ ผมจะไม่เอาพวกสก๊อยเด็ดขาด 

ติ๊ง 

เสียงแชทเฟสแจ้งเตือนขึ้นมาเป็นสัญญาณบอกว่ามันส่งโลเคชั่นมาแล้ว ผมกดดู ก่อนที่จะร้องอ๋อเพราะว่ามันเป็นแถวมหาวงค์ 

ซอยนี้เดนตายกันนัก 

ผมขับไป แซงคันโน้นคันนี้ก่อนที่จะพุ่งไปในซอยที่คุ้นเคย เป็นซอยที่เคยอยู่ แต่ตอนนี้บ้านผมคงรีโนเวทหมดแล้วมั้ง แถวนี้เด็กแว๊นชุกชุมชิบหายเลย แต่ดึกๆ มันจะปิดถนนใหญ่กัน น่าจะเลยไปอีกหน่อย 

ก็โลเคชั่นมันบอกมางี้ 

ผมดูดบุหรี่ไปด้วยตอนที่ขับเข้าไปสู่ถนนใหญ่ เห็นไกลๆ ว่ามีพวกเด็กแว๊นปิดถนนแล้วยืนมุงกันอยู่เต็มไปหมด เหมือนในวงล้อมจะมีเด็กใส่เสื้อยืดกางเกงนักเรียนยืนคุยกันอยู่ 

ผมจอดรถใกล้ๆ เมื่อพวกมันได้ยินเสียงมอไซค์เลยหันมามอง พอรู้ว่าเป็นจุดสนใจเลยลงจากรถ ทิ้งบุหรี่ลงกับพื้น ก่อนที่จะใช้เท้าขยี้ 

ผมแกล้งเดินไปแบบงงๆ พวกมันมองผมที่เดินเข้าไปในวงล้อม เห็นเด็กสองคนกำลังยืนเถียงกันท่าทางเอาเรื่อง สก๊อยยืนเรียงกันจนทำให้ผมดูไม่ออกว่าใครที่มันแย่งกัน 

หน้าก็งั้นๆ อ่ะ เด็กหัวโปก 

“เออ เรียกกูมาแต่ยืนเถียงกันไม่สนใจกูเลย งั้นกูกลับนะ” พอเห็นว่าพวกมันเอาแต่ยืนเถียงกันมากกว่าจะหันมาสนใจว่าขาใหญ่มาแล้ว ผมก็เล่นตัว เพราะแค่แปดร้อยเอาไรมาก 

“เดี๋ยวครับลุงเน!” เด็กคนนึงวิ่งเข้ามา มันไม่ใช่พวกที่ยืนเถียงกัน แต่น่าจะเป็นคนที่โทรมาจ้างผม เพราะเสียงเหมือนกัน สงสัยจะโทรมาให้เพื่อนสินะ “ตอนนี้พวกมันกำลังเถียงกันเรื่องน้องทับทิมที่จะส่งต่อ แต่น้องยังใสมากเพราะเพิ่งโดนดึงเข้าวงการนี้ เลยมีแต่คนอยากได้ครับ” 

ขนาดนั้นเลย? 

“เหรอ เด็ดมาก?” ผมเลิกคิ้ว เอาจริงๆ ก็คงจะดาษดื่นทั่วไป หนังหน้าสก๊อยจะให้เหมือนพวกดาราได้ไงวะ แบบเน็ตไอดอลงี้ นมโตๆ ผมไม่ยาวมาก ฟันกระต่าย ขาวๆ เอวคอดๆ 

ไม่มีหรอกว่ะ ในวงการสก๊อยพรรค์นี้ กูพูดเลย 

“ก็น้องยืนอยู่นั่นครับลุง” มันชี้ไปทางผู้หญิงคนนึงที่ผมไม่ได้ตั้งใจมองก่อนหน้าเพราะไม่เคยคิดจะชายตาแลสก๊อยมาก่อน เพราะเอาเข้าจริงๆ เมียเก่าผมมันก็ไม่ได้สวย ก็หน้าตามแบบสก๊อยเกิร์ลทั่วไป 

แต่พอผมมองตามนิ้วมันไป 

เหี้ย 

เด็กสาวที่ยืนอยู่อีกฝั่งมาในชุดเปิดไหล่กว้างโชว์ความขาวเนียน เปิดเอวหน่อยแบบเด็กอยากลองโชว์ แต่คือพุงแม่งขาวมาก ขาเรียวๆ อวบนิดๆ ตามแบบฉบับผู้หญิงมีเนื้อกับเกงยีนส์ขาสั้นกุดแบบสก๊อยไวไฟ ที่พออยู่บนร่างเธอมันโคตรจะแพง หน้าตาสวยๆ จิ้มลิ้มเหมือนดาราเอวีนั่นอีกอ่ะ 

นมโตๆ ผมไม่ยาวมาก ฟันกระต่าย ขาวๆ เอวคอดๆ 

สเป็คกูเลย 

“อะแฮ่ม!” ผมกระแอมไอออกมาเสียงดัง พวกเด็กเปรตหันมามอง แม้กระทั่งหนูสก๊อยคนสวย กูกลืนน้ำลายเอื้อก พยายามเต๊ะท่าเท่ๆ ด้วยการเอนตัวไปกอดคอเด็กที่จ้างผมมาอย่างตีซี้ “กูว่า มันต้องมีการแข่งขันอะไรหน่อย เพื่อที่จะได้นังหนูนั่นมาครอง” 

“แข่งอะไรวะ” เด็กที่จ้องจะแย่งชิงหนูสก๊อยคนสวยโพล่งขึ้นมาอย่างปีนเกลียว กูเหลียวหลังกลับไปมองร่างแห้งๆ ของมัน ดูจากทรงแล้วน่าจะเป็นคนที่เป็นอริกับอีกฝั่ง เพราะดูจะไม่รู้จักผมอย่างโจ่งแจ้ง 

พูดวะกับกูเหรอ เดี๋ยวมึงจะได้รู้เลยไอ้เด็กน้อย 

“ฟังกูไว้แล้วทำตามละกัน” 

“...” 

“แต่งานนี้ กูขอลงแข่งแทนฝั่งที่เรียกกูมา แบบตัวต่อตัว” 

จะมาหาว่ารังแกเด็กก็ไม่สนนะเว้ย พอดีว่าสนใจมากอ่ะ หน้าตาจิ้มลิ้ม ทรงโตๆ แบบนี้ 

ถูกใจแบบที่ไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนเลยว่ะ 

  

บรืน บรืน 

เสียงเครื่องยนต์ดังไปทั่วทั้งบริเวณ กูกับมอไซค์ PCX คันเก๋าบิดแฮนด์รถจนควันพุ่งที่ท่อรถด้านหลัง ไอ้เด็กเวรอีกตัวที่รู้ชื่อมันว่าชื่อเกมข้างบิดแฮนด์รถเช่นกัน มันมองร่างกำยำที่เต็มไปด้วยรอยสักของกูอย่างไม่ยอมแพ้ 

ผมกระตุกยิ้มพร้อมยักคิ้วให้ทีนึง 

เก่งกล้าดีนี่ เห็นหุ่นเท่าหมีควายกูขนาดนี้ยังกล้าที่จะลงแข่งด้วย 

แต่พอดีว่ามีคติเด็กยิ่งห้าวผมยิ่งอยากรังแกให้เข็ดหลาบ อีกอย่างเพราะวิถีนี้มันมีคนน่ารักเป็นเดิมพัน คงไม่ว่าอะไรใช่ปะถ้าผมจะเก่งกับเด็ก 

“ออกตัวได้!” 

เสียงสก๊อยเด็กที่ยืนโบกรถพร้อมชุดเกาะอกลายธงชาติอเมริกาและกางเกงขาสั้นเปิดขาหนีบดำๆ ดังขึ้น เราทั้งสองพุ่งตัวรถออกไปพร้อมกัน เส้นชัยคือหนูทับทิมคนสวยที่ยืนอยู่ตรงสุดราวสะพานข้างหน้า หลังจากที่เพื่อนสก๊อยพาเธอนั่งซ้อนขับรถออกไปรอที่จุดเส้นชัย 

ก่อนที่เธอจะไปถึงเส้นชัย เพื่อนเธอขับรถผ่านผม ดวงหน้าสวยขมวดคิ้ว หน้าบึ้งตึงตอนที่มองผมแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกไป 

ผู้หญิงอะไร หน้าโคตรเหมือนโซระ อาโออิ ดาราเอวียุคเก่าในดวงใจกูเลยอ่ะ 

หงุดหงิดอะไรจ้ะคนดี เดี๋ยวลุงจะทำให้หายเอง 

ผมสั่นหน้าเมื่อคืนสติหลังจากที่คิดถึงเธออย่างหลงใหลสุดติ่งได้เพราะถูกเบียดข้าง กูจิ๊ปากเมื่อไอ้เด็กที่ชื่อเกมขับขึ้นมาขนาบข้างหลังจากที่ผมนำดิ่งไป 

นาทีนั้นกูยกตัวขึ้น บิดแฮนด์รถจนควันดำเข้าหน้าไอ้เหี้ยเกมจนมันสำลัก ในขณะที่จะยกขาอีกข้างขึ้นถีบไอ้เด็กเกมจนมันเซแล้วรถล้มคว่ำ 

เออ กูไม่ได้ตั้งใจนะ กูแค่เจตนา แขนเดาะนิดนึงพอเป็นประสบการณ์ลูกผู้ชาย 

กูถุยน้ำลายลงพื้นตอนที่ขับผ่านเข้าเส้นชัยมาอย่างผู้ชนะ ตอนที่ขับผ่านหนูทับทิม (ที่รู้ชื่อเพราะถามเพื่อนมันไง) แขนแกร่งผมคว้าเอวเธอขึ้นมาแล้วฉุดเธอขึ้นมานั่งตักผมในขณะที่กำลังขับมอเตอร์ไซค์อยู่ 

ดวงหน้าสวยเงยหน้าขึ้นมองผม กลิ่นแป้งเด็กจากตัวเธอทำเอาผมเคลิ้มจนต้องหยุดรถ จ้องหน้าเธอที่สบตาผมกลับไปเหมือนฮีโร่มาช่วยนางเอกในหนังฝรั่ง ทุกสิ่งรอบตัวเป็นภาพช้าแบบจังหวะสโลว์ 

แต่ว่า 

“ปล่อยนะอีตาลุงโรคจิต!!” คำแรกที่เธอตะโกนใส่หน้าผมคือคำด่า ที่เจ็บโคตรๆ คือแม่งเรียกกูว่าลุงจริงว่ะ “พี่เกม! พี่เกมเป็นอะไรมั้ย” 

พอผมเผลอคลายแขนเพราะกำลังช็อก หนูสก๊อยก็วิ่งนมสั่นริกๆ ไปหาไอ้เด็กผู้ชายชื่อเกมที่นอนกุมแขนเลือดโชกร้องไห้อยู่ที่พื้นไม่ไกลนัก 

กูเลิกคิ้วเมื่อเห็นว่าเธอนั่งยองๆ ลงไปจับแขนไอ้เด็กแว๊นนั่นอย่างมีใจ ในขณะที่มันโอดร้องลั่นเพราะเจ็บแผล 

“ใครก็ได้พาไอ้หนูนี่ไปส่งโรงบาลหน่อยดิ๊” 

กูเดินเข้าไปดูใกล้ๆ พร้อมกับโพล่งขึ้นมาอย่างขอไปที เพราะไม่ใส่ใจเท่าไหร่กับไอ้พวกเด็กพรรค์นี้ เพราะผมก็เคยผ่านอารมณ์ของช่วงวัยแบบนี้มาก่อนเลยไม่ค่อยอยากจะแคร์สภาพ 

แต่พอเห็นร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมามองผมท่าทางโกรธๆ เท่านั้นแหละ 

“ลุงนั่นแหละที่ต้องแบกพี่เกมไป!” เธอโวยวายลั่น ผมชี้ไปที่ตัวเองอย่างงงๆ กูเหรอ? “ใช่ดิ! เพราะลุงทำให้พี่เกมรถคว่ำอ่ะ” 

“เฮ้ย เปล่า” ผมไหวไหล่ จังหวะนั้นที่ทำแม่งไม่มีใครสังเกตหรอกมั้ง ผมว่าผมถีบมันเนียนๆ แล้วนะ “มันล้มลงไปเอง” 

“ถ้าลุงไม่พาพี่เกมไปโรงบาล” เธอยกตัวไอ้เด็กนั่นมากอดอย่างรักใคร่ ในขณะที่จะตะคอกใส่ทั้งน้ำตา “หนูจะไม่ไปกับลุง ถึงลุงจะชนะอีกสักกี่รอบหนูก็จะไม่ไปกับลุงเด็ดขาด!!” 

เดี๋ยว ยัยหนูนี่ เอางี้จริงดิ 

 

________________________________ 

เรื่องนี้เป็นโคเเก่ฉบับเฟี้ยวกินหญ้าอ่อนทรงโตค่ะ 55555555 

หลังจาก 4P ไปเเล้วค่อนข้างประสบความสำเร็จ กลับมาที่ P เเบบปกติกันบ้าง 

ขอฝากลุงเนกับหนูทับทิมไว้ในอ้อมใจของทุกคนด้วยน้า 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว