ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 ฮองเฮาแห่งแคส้นมู่ จิ่นฮุ่ยหวง

ชื่อตอน : บทที่ 2 ฮองเฮาแห่งแคส้นมู่ จิ่นฮุ่ยหวง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 107

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2564 21:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 ฮองเฮาแห่งแคส้นมู่ จิ่นฮุ่ยหวง
แบบอักษร

พระอาทิตย์ลอยขึ้นสู่ขอบฟ้า แสงแดดอาบส่องลูบไล้ใบหน้างาม ผิวขาวเนียนละเอียดเป็นประกายยามต้องแสงอาทิตย์ ถึงอย่างนั้นแต่มู่เสวี่ยไป๋ก็ยังคงไม่ลุกออกจากที่นอนของตนอยู่ดี จนขันทีคนสนิทอย่างไป๋หลิ่งหนิงต้องเข้ามาปลุกถึงห้องนอนเช่นเคย นับเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ตัวเขาผู้นี้ได้ทำงานรับใช้องค์ชายแปด เท่าที่จำความได้ ข้านั้นทำงานรับใช้องค์ชายมาตั้งแต่ข้าอายุ 11 หนาว องค์ชายมีพระชนมายุ 7 พรรษากระมัง จนมาถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาประมาณ.. 9 ปีแล้ว

 

"ตื่นได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย" เสียงนุ่มเอ่ยเรียกเจ้านายของตน แต่เจ้านายตัวน้อยก็ยังคงขดตัวเป็นก้อนไข่ม้วนอยู่ในผ้าห่มเช่นเคย 'ช่างน่ารักน่าชังเสียจริง' นั่นคือสิ่งที่ไป๋หลิ่งหนิงคิดเมื่อเห็นภาพๆ นั้น ภาพที่เห็นมาแล้วนับร้อยครั้งแต่ก็ยังคิดเช่นเดิมมิเปลี่ยนแปลง

 

ไม่นานนักหลังจากที่ไป๋หลิ่งหนิงได้เอ่ยเรียก ก็มีเสียงออกมาจากกองผ้าห่มกองนั้น "อืม... เจ้ากลับมาแล้วรึ" เสียงงัวเงียของมู่เสวี่ยไป๋ดังขึ้น โดยที่ยังไม่ได้เปิดตาด้วยซ้ำ "พ่ะย่ะค่ะ องค์ฮองเฮาทรงทราบเรื่องแล้ว" เสียงนุ่มนวลของเสี่ยวไป๋จื่อดังขึ้น พร้อมทั้งมือที่กำลังเลิกผ้าห่มออกมาจากตัวของมู่เสวี่ยไป๋อย่างช้าๆ "เสด็จแม่ว่าเช่นไรบ้าง" ร่างบางเอ่ยในขณะที่ค่อยๆ ลุกจากเตียงอย่างช้าโดยมีมือของขันทีคู่ใจค่อยๆ ประคอง "พระองค์ทรงตรัสว่า แล้วแต่องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง "อืม" มู่เสวี่ยไป๋ตอบรับในลำคอ ในขณะที่ตักน้ำจากอ่างไม้ที่ตั้งอยู่บริเวณหัวเตียงขึ้นมาลูบหน้าช้าๆ น้ำอุ่นอุณหภูมิพอเหมาะนั้นช่วยให้มู่เสวี่ยไป๋ตื่นเต็มตา

 

"ข้านั้นจะไปหาเสด็จพี่ สักต้นยามซื่อ[1]ก็แล้วกัน จงเตรียมรถม้าไว้" เสียงหวานเอ่ยสั่งการขันทีคนสนิท ก่อนจะก้าวเข้าไปในห้องน้ำของตนที่ถูกเตรียมการไว้ "พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะไปเตรียมรถม้า" เสี่ยวไป๋จื่อตอบรับพร้อมทั้งค่อยๆ เดินออกไปจากห้องไป เสี่ยวไป๋จื่อเดินออกไปได้ไม่นานนัก เหล่าขันทีน้อยก็ได้เดินเข้ามาในห้องของมู่เสวี่ยไป๋ ขันทีน้อยเหล่านั้นมีหน้าที่ปรนนิบัติมู่เสวี่ยไป๋อาบน้ำ เสี่ยวลู่จื่อก็ได้ถือกลีบดอกไม้เข้ามาด้วย เสี่ยวลู่จื่อเป็นขันทีคนสนิทอีกคนหนึ่งที่อยู่กับมู่เสวี่ยไป๋มานานหลายปี เรียกได้ว่าเป็นขันทีที่ถูกส่งมาพร้อมเสี่ยวไป๋จื่อเลยก็ว่าได้ จึงทำให้มู่เสวี่ยไป๋นั้นสนิทสนมและไว้วางใจขันทีทั้งสองไม่น้อยเลย

 

เสี่ยวลู่จื่อค่อยๆ โปรยกลีบดอกเหมยกุ้ย[2]ลงไปช้า กลีบดอกเหมยกุ้ยสีแดงสดตัดกับผิวกายขาวเนียนน่ามองของมู่เสวี่ยไป๋ ช่างเป็นภาพที่งดงามเหนือบรรยาย มู่เสวี่ยไป๋แช่น้ำไปสักพักก็ขึ้นจากน้ำโดยมีเสี่ยวลู่จื่อมาช่วยปรนนิบัติ ช่วยแต่งตัว ชุดของมู่เสวี่ยไป๋ในวันนี้เป็นชุดสีฟ้า ปักลายเมฆมงคลด้วยด้ายสีฟ้าเข้ม ฟ้าอ่อน และสีขาวสำหรับกันจนออกมาเป็นลวดลายที่สวยงาม ส่วนผมก็เกล้าและเสียบปิ่นหยกเรียบไว้หนึ่งอัน ชุดนี้เป็นชุดการแต่งกายแสนเรียบง่ายเหมาะกับการสวมใส่ในฤดูร้อนที่มาเยือน  แต่กลับดึงดูดสายตาได้อย่างน่าประหลาดเมื่ออยู่บนตัวของมู่เสวี่ยไป๋

 

เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วมู่เสวี่ยไป๋ก็ได้เดินมายังโต๊ะกินข้าวซึ่งอยู่ในบริเวณตำหนักชั้นใน โต๊ะนั้นเป็นโต๊ะยาวทรงสี่เหลี่ยม แต่กลับมีมุมโต๊ะเหลี่ยมมน ยาวประมาณ 1 จั้ง[3] โต๊ะนี้นั้นทำจากไม้ซง[4] ไม้มงคล สัญลักษณ์แห่งความมีอายุยืนยาว เป็นหมายถึงอายุวัฒนะ โต๊ะตัวนี้ประกอบไปด้วยเก้าอี้เพียง 6 ตัวเท่านั้น เป็นโต๊ะกินข้าวเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในตำหนักเลี่ยงหลิง

 

อาหารเช้าในวันนี้ของมู่เสวี่ยไป๋วันนี้คือข้าวต้มกุ้งง่ายๆ และกับสองสามอย่าง ด้วยว่ามู่เสวี่ยไป๋นั่นไม่ต้องการกินอะไรหนักท้องในตอนเช้า อาหารเช้าแค่นี้นั้นก็ถือว่ามากแล้ว เมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เหล่าขันทีก็ได้มาจัดเก็บโต๊ะ ส่วนมู่เสวี่ยไป๋นั้นได้เดินไปบริเวณหน้าตำหนักของตน พบเสี่ยวไป๋จื่อที่ยืนอยู่ข้างรถม้าที่ถูกเตรียมไว้

 

"นี่เป็นเวลาอะไร" เสียงหวานเอ่ยถาม พร้อมทั้งสาวเท้าเข้าไปใกล้ขันทีคนสนิท "เวลานี้คือปลายยามเฉิน[5] อีกประมาณ 2 เค่อ[6] จะเข้ายามซื่อพ่ะย่ะค่ะ" เสี่ยวไป๋จื่อเอ่ยตอบเสียงใส ก่อนจะพยุงมู่เสวี่ยไป๋เข้ารถม้า และก้าวขึ้นรถม้าตามไป

 

"ดี งั้นแวะไปตำหนักคุนหนิงก่อนแล้วกัน" เสียงหวานเอ่ยสั่ง รถม้านั้นค่อยๆ ออกเดินทางอย่างช้าๆ ทางเชื่อมระหว่างตำหนักเลี่ยงหรงและตำหนักคุนหนิงนั้นเป็นสวนท้อ ลูกท้อสุกงอมส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ กลีบดอกท้อร่วงโรยหล่นตามพื้น ต้นท้อนั้นจะบานในฤดูใบผลิ จะร่วงและกลายเป็นผลในฤดูร้อน ดอกท้อแสนงดงามเหล่านั้นอยู่ได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียว ดังเช่นชีวิต ที่อยู่ได้ไม่นานก็ดับสูญไป หากไร้ความดี ไร้อำนาจวาสนาก็ไม่เหลือแม้นชื่อ

 

รถม้าค่อยๆ ช้าลงจนหยุดนิ่งหน้าตำหนักคุนหนิง ตำหนักที่เป็นที่ประทับของแม่แห่งแผ่นดิน หนึ่งในสามตำหนักใหญ่แห่งฝ่ายใน อันประกอบไปด้วย เฉียนชิง คุนหนิง เจียวไท่ ที่แห่งนี้เป็นที่ประทับของเสด็จแม่ของข้า จิ่นฮองเฮา ฮองเฮาจากตระกูลจิ่น สำนักโอสถที่ทรงอิทธิพลมากเป็นอันดับต้นๆ ในแปดดินแดน อีกทั้งยังเป็นหนึ่งใน 9 สำนักที่สำคัญของอาณาจักรอีกด้วย

 

มู่เสวี่ยไป๋ลงจากรถม้าด้วยการประคองของเสี่ยวไป๋จื่อ ขาเพรียวก้าวเข้าสู่ตำหนักคุนหนิงอย่างมั่นคง เมื่อเดินไปถึงบริเวณหน้าตำหนักก็พบขันทีเฝ้าอยู่ เมื่อขันทีคนนั้นเห็นมู่เสวี่ยไป๋จึงได้กล่าวว่า "องค์ฮองเฮาทรงรออยู่พ่ะย่ะค่ะ" ก่อนจะนำทางเขาไปในตำหนัก

 

ตำหนักคุนหนิงแห่งนี้ใหญ่โตโออ่างดงามสมชื่อ 'ตำหนักของแม่แห่งแผ่นดิน' ตำหนักคุนหนิงแห่งนี้เป็นตำหนักที่ประทับของฮองเฮาที่ถูกส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ส่วนชื่อ'คุนหนิง'นั้นมาจากคำว่า คุน ที่หมายถึงแผ่นดินเพื่อให้สอดคล้องกับตำหนักเฉียนชิง ซึ่งมีคำว่า เฉียน ซึ่งหมายถึงสวรรค์ ดังนั้นการตั้งชื่อตำหนักเช่นนี้เป็นการแสดงถึงพลังของทั้งสวรรค์และแผ่นดิน หงส์และมังกร จะอยู่เคียงคู่เพื่อค้ำจุนอาณาจักรต่อไป

 

มู่เสวี่ยไป๋เดินตามขันทีหน้าตำหนักมาเรื่อยๆ จนถึงส่วนต้อนรับของตำหนักคุนหนิง โดยส่วนนี้นั้นมีการประดับตกแต่งด้วยทรัพย์สินมีค่ามากมาย ทั้งเพชรนิลจินดา หยกและอัญมณี โดยมีบัลลังก์หงส์อยู่บริเวณสุดทางเดิน บัลลังก์หงส์คือสิ่งที่ผู้หญิงทั้งแผ่นดินนั้นอยากครอบครองไว้ ตำแหน่งของผู้หญิงที่สูงศักดิ์ที่สุดในแผ่นดิน

 

"องค์ชายมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์ฮองเฮา" ขันทีผู้นั้นกล่าวทูลฮองเฮาแห่งแคว้น "อืม เจ้าออกไปได้แล้ว" ฮองเฮาแห่งแคว้นกล่าวสั้นๆ ก่อนจะเอ่ยไล่ขันทีผู้นั้นให้ออกไป ในตอนนี้ทั้งห้องโถงรับรองของตำหนักเหลือเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น เมื่อใต้ฟังบทสนทนานั้น มู่เสวี่ยไป๋จึงเงยหน้ามองขึ้นไปบนบัลลังก์หงส์และสบตากับดวงตาคู่หนึ่ง ดวงตาหงส์สีดำสนิทแสนคุ้นเคย

 

มู่เสวี่ยไป๋ยอบกายเคารพแม่ของตน ขาเรียวยาวของจิ่นฮองเฮาก้าวของมาจากบัลลังก์หงส์ ค่อยๆ พยุงลูกชายของตนที่ก้มตัวคารวะตนอยู่ ก่อนจะพาเดินไปที่ในบริเวณสวนของตำหนัก สวนของตำหนักคุนหนิงนั้นมีศาลาอยู่อันหนึ่ง ซึ่งนี่คือสถานที่ที่มู่เสวี่ยไป๋กับแม่ของเขาได้มาถึง

 

เมื่อทั้งสองคนนั่งได้ดีแล้ว องค์ฮองเฮาแห่งแคว้นต้ามู่จึงได้เอ่ยปากพูดขึ้น "เจ้าจะไปแคว้นต้าหลงหรือไม้" เสียงทรงอำนาจของผู้เป็นแม่แห่งแผ่นดินถามลูกของตน "ลูกตัดสินใจว่าจะไปยังแคว้นต้าหลงเพื่อแต่งงานกับองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ" เสียงหวานเอ่ยตอบด้วยความแน่วแน่ "แน่ใจแล้วรึ หากไปแล้ว เจ้าจะงอแงกลับแคว้นมู่มิได้แล้วนะ" จิ่นฮุ่ยหวงกล่าวถามเคล้าหยอกเอินลูกชายของตนยิ้มๆ "พ่ะย่ะค่ะ ลูกมั่นใจแล้ว เสด็จแม่โปรดสนับสนุน" มู่เสวี่ยไป๋เอ่ยขึ้นด้วยความแน่วแน่อีกครั้ง ทั้งยังเงยหน้าไปสบตาผู้เป็นแม่ องค์ฮองเฮาแคว้นต้าหลงถอนหายใจ ก่อนจะกล่าวออกไปว่า "งั้นแม่ก็แล้วแต่เจ้าแล้วกัน ว่าแต่เสด็จพ่อของเจ้าเรียกเจ้าไปทำอันใดรึ" แม้จะได้ข้อมูลเรื่องที่เสวี่ยไป๋ต้องไปแคว้นต้าหลง แต่เธอกลับยังไม่รู้ข้อมูลเลยว่า ผู้เป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นเรียกลูกของเธอไปพบด้วยเหตุอันใด

 

"เสด็จพ่อให้ข้อเสนอกับข้าว่า หากข้าไปแต่งงานกับองค์รัชทายาทแคว้นต้าหลง และสามารถนำแผนที่แคว้นต้าหลงและแผนการทหารส่งมาที่แคว้นมู่ได้ เสด็จพ่อจะแต่งตั้งเสด็จพี่เป็นองค์รัชทายาท และเพื่อตีแคว้นต้าหลงสำเร็จ เสด็จพ่อจะสละราชสมบัติ เพื่อให้เสด็จพี่ขึ้นเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้น" เมื่อได้ยินคำพูดของลูกชาย จิ่นฮองเฮาถึงกับผงะ 'ห๊ะ คนอย่างมู่เลี่ยงหรงน่ะหรือ มิมีทาง' เมื่อคิดได้ดังนั้นองค์ฮองเฮาจึงได้ถามลูกชายของตนด้วยความเป็นห่วงว่า "ประกันเล่า" เมื่อได้ยินคำถามมู่เสวี่ยไป๋ได้นำจื่อยู่ขององค์ฮ่องเต้ออกมา  จิ่นฮองเฮาเมื่อเห็นจื่อยู่ชิ้นนั้นก็ยิ่งตกใจ 'จริงรึนี่ มิน่าเชื่อเลย' จิ่นฮองเฮามิเชื่อหยกชิ้นนั้นเป็นของจริง แต่เมื่อพิจารณาดูดีๆ แล้ว นี่มันคือจื่อยู่ของแท้ หยกประจำกายของฮ่องเต้

 

จิ่นฮองเฮานั้นเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดในตอนนี้แล้ว 'เสวี่ยไป๋ไปแต่งงานกับองค์รัชทายาทแคว้นต้าหลง เพื่อให้เทียนหลิวได้ขึ้นครองราชย์งั้นรึ เจ้าเด็กนี่ ทำอะไรเกินตัวอีกแล้ว ถ้าจะให้เดา ขนาดข้ายังไม่รู้เรื่องนี้แม้แต่น้อย เทียนหลิวก็ยังคงไม่รู้สินะ' เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเอ่ยปากบอกลูกชายของตนว่า "อย่าลืมนำเรื่องนี้ไปบอกพี่ชายของเจ้าล่ะเสวี่ยไป๋" มู่เสวี่ยไป๋พยักหน้าหนึ่งครั้งก่อนเอ่ยบ่อย "พ่ะย่ะค่ะ หลังจากสนทนากับเสด็จแม่เสร็จ ลูกว่าจะไปหาท่านพี่ที่จวนอยู่แล้ว" เมื่อได้ยินเช่นนั้นจิ่นฮุ่ยหวงก็ได้พยักหน้าและกล่าวกับลูกชายว่า "เช่นนั้นก็รีบไปเสีย นี่ต้นยามอู่[7]แล้ว" มู่เสวี่ยไป๋ตอบรับ ก่อนจะยอบกายคารวะหนึ่งครั้งและเดินออกไปจากตำหนักคุนหนิง เพื่อเดินทางไปยังจวนอ๋อง ของเสด็จพี่ต่อไป

 

[1]ยามซื่อ ช่วงเวลาตั้งแต่ 9.00 - 10.59 น.

 

[2]เหมยกุ้ย หมายถึง ดอกกุหลาบ

 

[3]จั้ง 1 จั้งมีความยาวประมาณ 3.33 เมตร

 

[4]ไม้ซง หมายถึง ไม้สน

 

[5]ยามเฉิน ช่วงเวลาตั้งแต่ 7.00 - 8.59 น.

 

[6]เค่อ 1 เค่อ ประมาณ 15 นาที

 

[7]ยามอู่ ช่วงเวลาตั้งแต่ 11.00 - 12.59 น.

---

จบแล้วนะคะสำหรับตอนที่สองของการรีไรท์ ช่วงนี้ไรท์จะมาอัปถี่ๆ เลยค่ะ ช่วงนี้ไรท์อยู่ในช่วงพัฒนาการเขียน การจะมีภาษาที่เปลี่ยนไปบ้าง แต่รายละเอียดส่วนใหญ่ก็ยังคงเหมือนเดิมนะคะ ติชมกันได้นะคะ ส่วนนักอ่านคนไหนที่อยากเห็นน้องเสวี่ยไป๋ซน อีกไม่นานแล้วค่ะ น้องจะซนสุดๆ ฉุดไม่อยู่กันเลยทีเดียว 

 

และที่สำคัญคือไรท์จะมาเปิด Q&A ค่าาาา เย้ 🎉🎉🎉🎉🎉

 

โดยไรท์จะเปิดรับคำถามตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 12 กุมภาพันธ์ไปจนถึงเที่ยงคืนวันที่ 20 กุมภาพันธ์เลยค่ะ เป็นเวลา 8 วันเต็มเลยนั่นเอง มาถามกันเยอะๆนะคะ #ไรท์พร้อมตอบม้าก

 

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่อ่านนิยายเรื่องนี้นะคะ 🙇‍♀️🙇‍♂️

ความคิดเห็น