ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พระราชอาคันตุกะ

ชื่อตอน : พระราชอาคันตุกะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 218

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.พ. 2564 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พระราชอาคันตุกะ
แบบอักษร

พระราชอาคันตุกะ 

  

กัญญาวดีนาคีแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้หลบหลีกสายตาคาดคั้นจากน้ำทิพย์นาคีอยู่เป็นนาน จนพลบค่ำเตรียมเข้านอนทว่าอีกฝ่ายก็ยังตามติดเพื่อจะสอบถามเรื่ององค์รัชทายาทจากเมืองกัณหาโคตมะให้กระจ่างแจ้ง จนพระราชธิดาน้อยสุดจะหลีกหลบได้อีกต่อไป ยอมเอ่ยถึงเหตุแห่งการพบเจอกันระหว่างตนและนาคราชหนุ่ม

“เป็นเรื่องถึงเพียงนี้ ไยจึงปิดเงียบไม่ยอมบอกหม่อมฉันเล่าเพคะ”

น้ำทิพย์นาคีเริ่มร้อนใจแทนผู้เป็นนาย ต่อจากนี้จะทำประการใดได้เล่า เมื่อขบวนเสด็จจากจันทรบาดาลจะมาถึงในอีกไม่กี่เพลานี้แล้ว ซ้ำจุดประสงค์ในการมาเยือนก็เพื่อสู่ขอพระราชธิดากัญญาวดีนาคีอีกด้วย ถ้าสืบสาวราวเรื่องก็เพราะความซุกซนชอบหนีออกไปเที่ยวเพียงลำพังของพระราชธิดาเป็นเหตุโดยแท้ 

“วดีรู้ตัวแล้วว่าผิด อีกอย่างที่ปิดเงียบก็เพราะไม่อยากให้พี่ทิพย์หรือใครต้องเป็นห่วง ทั้งไม่คิดว่าองค์นิลกาฬจะกล้ามาสู่ขอน้องจริงๆนี่จ๊ะ พี่ทิพย์ก็รู้ว่าความหวงเหล่าธิดาของเสด็จพ่อนั้นเลื่องลือเพียงไร จนถึงป่านนี้มีธิดาองค์ใดที่ได้ออกเรือนบ้างเล่า นับแล้วก็น้อยยิ่งนัก เสด็จพ่อทรงดุดันกับเหล่านาคาที่กล้าหมายปองพระธิดาของพระองค์จะตาย นาคาตนใดจะกล้ามาสู่ขอกันเล่า”

เมื่อถูกพระพี่เลี้ยงเอ่ยดุ จึงได้แต่ส่งสายตาหงอยเพราะรู้สึกผิดไปให้ พลางกล่าวตอบอีกฝ่ายเสียงอ่อย

“ดูจากท่าทีองค์นิลกาฬจะทรงปักพระทัยเสน่หาต่อพระองค์ยิ่งนัก คงมิยอมถอยโดยง่ายหรอกเพคะ แต่นั่นยังไม่น่าหนักใจเท่าไร ที่น่าหวั่นก็คือพระบิดาของพระองค์ต่างหากเพคะ”

กล่าวแล้วก็นึกหวาดหวั่นต่อแรงโทสะขององค์ภุชงค์นาคราชที่จะต้องกริ้วมากเป็นแน่ เพราะเป็นพระราชธิดาองค์โปรด น้ำทิพย์นาคีคิดเลยไปถึงองค์สรภูนาคราชที่ทรงเอ็นดูในพระขนิษฐาองค์นี้อีกด้วย ไหนจะเอกทัตนาคาอีกเล่าที่รู้ดีว่าแอบหมายปองดอกฟ้ามานานเพียงใด เพียงนาคาที่กล่าวมานั้นก็ยากยิ่งที่องค์นิลกาฬนาคราชจะได้สมพระทัยในสิ่งที่มุ่งหวัง 

ทว่าจากที่สังเกตองค์รัชทายาทจากจันทรบาดาลก็มีความดึงดันมากทีเดียว ในเมื่อต่างฝ่ายต่างดื้อดึงเพียงนั้น ผลจะเป็นอย่างไรก็สุดรู้ ขอเพียงอย่างเดียวที่นางภาวนาว่าอย่าได้เกิดขึ้นเลยก็คือ…ความบาดหมางระหว่างเมืองนพรัตน์บาดาลและเมืองจันทรบาดาล จนอาจก่อให้เกิดศึกสงครามตามมาในภายหลัง เพราะถ้าเกิดขึ้น นั่นหมายความว่าชนวนเหตุล้วนมาจากนาคีเพียงหนึ่งเดียว คือ พระราชธิดากัญญาวดีนาคี 

“วดีก็หวั่นใจเรื่องนี้อยู่เหมือนกันพี่ทิพย์ ตอนแรกเพียงคิดว่าคงไม่กล้า แต่ถ้าหากว่ามาแล้วอย่างไร วดีไม่เคยบอกชื่อเสียงเรียงนามแก่องค์นิลกาฬสักครั้ง ลางทีนี่อาจเป็นบุพเพสันนิวาสกับพระพี่นางพระองค์ใดพระองค์หนึ่งก็ได้ ใครจะรู้ว่าองค์นิลกาฬจะทรงสืบนามของวดีได้ ทั้งยังแอบเจ้าเล่ห์ยึดเอากำไลนพเก้าที่เสด็จพ่อทรงประทานให้วดีไปอีกด้วย”

“ถึงตอนนี้คงทำสิ่งใดไม่ได้แล้วเพคะ ทรงคิดสิ่งใดตื้นเขินเป็นเด็กน้อยยิ่งนัก ผลจึงออกมาเป็นเช่นนี้ ฉะนั้นตอนนี้ก็คิิดเสียว่าเป็นบุพเพสันนิวาสของพระราชธิดากับองค์นิลกาฬเถิด ความจริงเท่าที่หม่อมฉันเห็นก็ทรงสง่างามเฉกเช่นนักรบ พระพักตร์นั้นหรือก็หล่อเหลาคมคายเหมาะสมกับพระองค์ยิ่งนัก แม้นมาจากกัณหาโคตมะแล้วอย่างไรเล่า ดั้งเดิมแล้วไซร้ล้วนมาจากวงศ์วานว่านเครือเดียวกันทั้งสิ้น หากจะพูดถึงพระชาติกำเนิดก็มิได้ด้อยเลย กาลข้างหน้าต้องขึ้นดำรงตำแหน่งพระพ่อเมือง เยี่ยงนี้แล้วพระราชธิดาของหม่อมฉันก็จะต้องถูกแต่งตั้งเป็นพระแม่เมือง เป็นนาคีที่สูงศักดิ์ที่สุดในจันทรบาดาล"

สิ่งใดจะเกิดก็ต้องเกิด สองนางนาคีนายบ่าวคิดอย่างปลงตก หากจะกล่าวไปนั้นองค์นิลกาฬนาคราชก็นับว่าเป็นนาคาที่เหล่านางนาคีทั้งหลายล้วนหมายปองครองคู่อภิรมย์ น้ำทิพย์นาคีพยายามคิดอ่านไปในทางที่ดี ไม่แน่ว่าที่เหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เพราะองค์นิลกาฬนาคราชอาจจะเป็นเนื้อคู่ตุนาหงันของพระราชธิดากัญญาวดีก็เป็นได้

กลางดึกสงัดที่อากาศเย็นสบายเหล่านาคาและนาคีต่างหลับใหล ปรากฎกระโจมหลังหนึ่งที่ถูกเนรมิตขึ้นมาเพื่อใช้พำนักชั่วคราวตรงบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ท้ายตลาดอันเป็นมุมเงียบสงบ ภายในกระโจมมีแสงเทียนเพียงหนึ่งเล่มที่ถูกจุดขึ้นให้แสงสว่างเรื่อเรือง เตียงนอน หมอนมุ้ง และสิ่งอำนวยความสะดวกถูกเนรมิตมาเพียงเท่าที่ใช้ 

พระเวทอาคม มนตราต่างๆ องค์นิลกาฬนาคราชล้วนแกร่งกล้าและชำนาญในด้านการรบเป็นที่สุด เพราะฝากตนเป็นศิษย์กับพระฤษีที่มีชื่อเสียงว่าเก่งกาจผู้หนึ่ง หรือแม้แต่องค์อนันตเศษนาคราชก็ยังนับว่าเป็นหนึ่งในพระอาจารย์อีกด้วย ทรงเมตตาเอ็นดูถ่ายทอดมนตราแก่องค์นิลกาฬนาคราชหลายบททีเดียว 

แต่ถึงแม้จะเป็นนาคราชนักรบ ทว่าโดยส่วนพระองค์นั้นไซร้กลับชื่นชอบความสงบเงียบและบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมากกว่า จึงได้หลีกเร้นกายไปบำเพ็ญเพียรยังป่าหิมพานต์อยู่เป็นนาน

บัดนี้สมุทรนาคานั้นคืนร่างเป็นนาคาสีกายเดียวกับผืนปฐพีด้วยว่าหลับสนิทอยู่มุมหนึ่งภายในกระโจม พญานาคนั้นแม้จะมีอิทธิฤทธิ์ฺ์มากมายเพียงใด หากแต่มีห้าสภาวะที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิมของตน คือ เมื่อตอนถือกำเนิด ตอนลอกคราบ ตอนสมสู่ระหว่างนาคกับนาคด้วยกัน ตอนที่หลับสนิทไม่ได้สติ และตอนที่ม้วยมรณานั่นเอง

องค์นิลกาฬนาคราชทรงลุกขึ้นมาจากแท่นบรรทมด้วยเพราะมิอาจข่มตาหลับเนตรได้ลง หวนคะนึงถึงแต่วงพักตร์หวานละมุนละไมและกลิ่นหอมกรุ่นจรุงใจ ยามที่นาสิกต้องเกษาดำขลับนั้นของนางในพระทัย ทรงออกมาประทับยืนชมดวงจันทร์อยู่นอกกระโจม ในพระหัตถ์ถือกำไลนพเก้าไว้แนบพระอุระ คล้ายกับต้องการซึบซับกลิ่นอายของพระน้องนาง ในวันนี้ได้โอบกอดร่างน้อยนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมพระพาหาช่างเป็นสุขใจยิ่งกว่าสิ่งใด 

นับว่าการเดินทางล่วงหน้ามาก่อนขบวนเสด็จของพระบิดาคุ้มค่ายิ่งนัก ในเวลานี้ไม่ว่าจะทอดพระเนตรมองไปทางใดล้วนแต่เห็นวงพักตร์ของพระน้องนางในทุกที่ หรือแม้แต่จันทราที่ทรงประทับชมอยู่ในยามนี้ ก็ยังมิวายมีพระราชธิดาแสนแง่ซน หากแต่น่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง ซ้อนทับอยู่ในนั้นด้วย

ฤ ความรักพี่ล้น ดวงจิต (นาคา)

ปองใคร่แนบเชยชิด แช่มชื้น

หวังครองคู่ตามติด เพียงหนึ่ง (นาคี)

บ่ ใช่น้องนางนี้ หม่นเศร้าชีวา

ไม่ต่างไปจากกัญญาวดีนาคีที่ยังไม่อาจข่มตานิทราลงได้ ร่างอรชรประทับยืนชมจันทร์อยู่หน้าพระบัญชร กรุ่นกลิ่นหอมเย็นจากดอกราตรียามรัตติกาลขจรขจายไปทั่วพระตำหนักราตรี ฤทัยดวงน้อยกระหวัดคิดไปถึงนาคราชหนุ่มผู้แสนดื้อดึงและปักใจสิเน่หาต่อนางอย่างแม่นมั่น 

แม้นบอกกับตนเองว่ามิได้มีใจให้อีกฝ่าย ไฉนนางจึงอดที่จะห่วงใยไม่ได้เล่า 

เวลาล่วงผ่าน ภายในพระราชวังหลวงเพลานี้ดูครึกครื้นวุ่นวายมิใช่น้อย ด้วยขบวนเสด็จของพระราชอาคันตุกะจากจันทรบาดาลจะมาถึงในวันพรุ่งนี้ ใช่ว่าจะไม่เคยต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ทว่าการเสด็จมาเยือนของกษัตริย์นาคาจากต่างเมืองนั้น มิได้มาเยือนกันบ่อยครั้ง โดยมากเป็นเพียงคณะราชทูตที่ส่งมาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี ดังนั้นในครานี้จึงต้องมีการตระเตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี เพื่อสมพระเกียรติองค์นาคาธิบดีและองค์รัชทายาทแห่งเมืองจันทรบาดาล

ณ ตำหนักพระอัครมเหสี

พระนางผู้เป็นแม่เมืองแห่งนพรัตน์บาดาลกำลังสดับรับฟังเหล่าธิดาและนางกำนัลถวายรายงานในการตระเตรียมความเรียบร้อยต่างๆ ของฝ่ายใน

“บัดนี้การงานที่จะต้องเตรียมถวายการต้อนรับพระราชอาคันตุกะ หม่อมฉันได้สั่งการและเตรียมพร้อมจนหมดสิ้นตามพระแสรับสั่งของพระอัครมเหสีแล้วเพคะ ทั้งเรื่องการจัดพระตำหนักรับรอง เรื่องพระกระยาหาร เรื่องการแสดงถวายต่อหน้าพระพักตร์ก็พรั่งพร้อม”

พระธิดาแก้วกิรณานาคีทูลถวายรายงานความคืบหน้า ทว่ากลับมิได้เอ่ยถึงเหล่าพระน้องนางองค์อื่นที่ต่างก็ช่วยกันดูแลงานต่างๆ ล้วนกล่าวแต่ตนเองประหนึ่งเป็นผลงานของตนเพียงผู้เดียว ส่งผลให้พระธิดาบางองค์ที่ประทับนั่งเยื้องไปทางด้านหลังต้องก้มพักตร์ซ่อนริมพระโอษฐ์เหยียดหยันอุปนิสัยเอาดีเข้าตัวของพระพี่นางอย่างมิชอบใจ หากแต่จะให้เอ่ยคัดค้านต่อหน้าพระพักตร์พระอัครมเหสีก็เกรงว่าจะไม่เป็นการดีนัก

“คิดไม่ผิดจริงๆ ที่มอบหมายให้เจ้ากิรณาช่วยดูแลงานนี้ เราพึงพอใจมาก ขยับมาใกล้ๆสิ เรามีของจะมอบให้เป็นการตอบแทน”

สร้อยพระศอประดับบุษราคัมถูกยื่นให้กับพระธิดาองค์โตขององค์ภุชงค์นาคราชอันกำเนิดจากพระสนมเอก แก้วกิรณานาคีมองสร้อยพระศอแสนงามนั้นอย่างพึงใจ หากแต่ต้องซ่อนเร้นประกายตายินดีเอาไว้มิดชิด ยามเมื่อเงยหน้าสบประพักตร์โสภาแฝงไว้ด้วยความสง่างามและพระบารมีอันเปี่ยมล้มด้วยน้ำพระทัยเมตตา

“ที่จริงหม่อมฉันเต็มใจช่วยเหลือการงานทุกอย่างโดยไม่ได้มุ่งหวังสิ่งใดเลยเพคะ ขอเพียงได้แบ่งเบาภาระจากพระอัครมเหสีบ้าง แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดี”

“พระสนมเอกอบรมสั่งสอนธิดาได้เป็นอย่างดีจริงๆ”

พระอัครมเหสีกล่าวชื่นชม ก่อนจะกวักพระหัตถ์เบาๆ ให้คุณท้าวอบเชยผู้เป็นนางสนองพระโอษฐ์นำถาดทองคำที่ใส่เครื่องประดับอันล้วนแล้วแต่งดงามเลอค่าด้วยอัญมณี ไม่น้อยไปกว่าสร้อยพระศอบุษราคัมที่พระราชทานให้กับพระธิดาแก้วกิรณานาคีก่อนหน้านั้น

“แก้วดารณี อนงค์นาฏ รำไพพรรณ พวกเจ้าเองก็ช่วยดูแลตระเตรียมการถวายต้อนรับนี้ด้วยมิใช่หรือ? เราเองก็มีของจะมอบให้พวกเจ้าเช่นกัน มาเลือกดูสิว่าพวกเจ้าชอบเครื่องประดับชิ้นใดบ้าง”

พระธิดาองค์ที่เหลือจึงได้เข้าไปเลือกเครื่องประดับที่ถูกใจมาคนละชิ้น หากแต่สิ่งที่ทำให้เบิกบานสำราญใจมากกว่าการได้เครื่องประดับล้ำค่า คือการที่ได้เห็นพระพี่นางผู้เย่อหยิ่งนั้นเสียหน้าต่อหน้าพระพักตร์ของพระอัครมเหสีนั่นเอง 

กล่าวพูดเอาผลงานเข้าตน โดยไม่ใส่ใจผู้อื่น ทั้งที่ผู้อื่นนั้นช่วยเหลือการงานมาโดยตลอด แม้จะเป็นพระขนิษฐาต่างมารดาก็เถิด ทว่ามีสิ่งใดที่เกิดขึ้นภายในฝ่ายในที่พระอัครมเหสีไม่ทรงทราบบ้างเล่า

แก้วกิรณานาคีพักตร์เจื่อนลงเล็กน้อย ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นพระขนิษฐาอีกองค์ที่ยังคงนั่งนิ่ง จึงได้เอ่ยทักขึ้นด้วยมีแผนการในพระทัย

“น้องหญิงวดี ไยมิลองเลือกสักชิ้นเล่า"

“น้องมิได้ช่วยทำสิ่งใดเลย เสด็จแม่ประทานให้กับพระพี่นางทุกองค์ที่ช่วยงานครั้งนี้ก็เหมาะสมแล้ว”

กัญญาวดีนาคียิ้มอ่อน ในใจไม่ได้นึกอิจฉาริษยาเลยสักนิด ทั้งมิได้อยากได้ใคร่มีในเครื่องประดับสวยงามตรงหน้าด้วยซ้ำ เนื่องจากพระบิดากับพระมารดาทรงพระราชทานให้เป็นการส่วนพระองค์บ่อยครั้ง นับแล้วก็หลายชิ้น หากแต่ชิ้นที่นางโปรดปรานที่สุดและสวมใส่ติดกายอยู่เป็นประจำก็คือกำไลนพเก้านั่นเอง

พระพี่นางองค์โตคลี่ยิ้มหวานละไม เอื้อนเอ่ยวาจาอย่างมีน้ำใจ หากแต่ไร้สิ้นซึ่งความจริงใจอย่างที่กล่าวออกมา

“พระอัครมเหสีทรงมีพระทัยเมตตาและเที่ยงธรรม เมื่อทรงประทานให้กับพวกพี่นั้น มีหรือที่จะไม่ประทานให้ราชธิดาของพระองค์เอง แม้นเจ้าจะมิได้ช่วยทำสิ่งใดก็อย่าคิดมากเกินไปนักเลยน้องหญิงของพี่ จริงหรือไม่เพคะ พระอัครมเหสี”

เป็นถึงพระราชธิดาองค์โปรดแต่มิได้มีความสามารถช่วยเหลืองานใดๆ ย่อมเป็นที่ขายหน้าเสียจริงๆ ดูทีหรืองานฝีมือต่างๆกลับสู้พระธิดาอันเกิดจากพระสนมไม่ได้เลยสักนิด 

พระอัครมเหสีก็เช่นเดียวกัน วางองค์เป็นสตรีผู้มีคุณธรรมมีน้ำพระทัยกว้างขวางเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาที่แท้ก็เป็นผู้ฉกฉวยอย่างหน้าด้านๆ มารดาของนางนั้นมาก่อนตั้งนานกลับเป็นได้เพียงพระสนมเอกเท่านั้น เพียงเพราะมิได้มีชาติกำเนิดสูงส่งดั่งเช่นนางพญานาคีตรงหน้า คิดแล้วก็น่าเจ็บใจ ทว่าต้องแสร้งวางตนประจบเอาใจอีกฝ่ายมาโดยตลอด

พระอัครมเหสีเพียงแย้มพระโอษฐ์เล็กน้อย หากแต่ไม่ได้เอ่ยอะไรกับแก้วกิรณานาคี ทรงหันพระพักตร์ไปทางพระราชธิดาของพระนางและเอ่ยเรียก

“เจ้าวดีลูกแม่”

“เพคะ”

“เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฝีมือกรองมาลัยของเจ้างามนัก พรุ่งนี้กรองถวายองค์ศรีสินธุ์และองค์รัชทายาทแห่งจันทรบาดาลบ้างได้หรือไม่ ทั้งสองพระองค์ทรงเดินทางมาถึงคงเหน็ดเหนื่อย ได้ทอดพระเนตรเห็นของสวยงามคงจะดี”

“เพคะ ลูกจะตั้งใจกรองมาลัยถวายทั้งสองพระองค์ มิให้ขายพระพักตร์เสด็จแม่ผู้เป็นพระอาจารย์สอนลูกเองทีเดียว”

กัญญาวดีนาคีส่งยิ้มหวานเอาพระทัยพระมารดา สบเนตรมองกันด้วยรู้ทันว่าพระมารดาทรงกล่าวเช่นนี้เพื่อช่วยเหลือตนไม่ให้ผู้ใดมาเหน็บแนมเอาได้ หากเพราะตำแหน่งพระแม่เมืองต้องปกครองฝ่ายในทั้งหมด การวางตนเป็นกลางจึงทำให้เข้าข้างพระราชธิดาโดยตรงมิได้นั่นเอง

“เอ…แม่ว่าเจ้ากรองเครื่องแขวนดอกไม้สดที่พระตำหนักรับรองด้วยน่าจะดี คงจะหอมกรุ่นไปทั้งตำหนักเชียว”

“ลูกน้อมรับพระราชเสาวนีย์เพคะ”

เป็นเช่นนี้ก็คงจะไม่มีผู้ใดหาเรื่องค่อนแคะเหน็บแนมพระราชธิดาได้อีกว่ามิได้ช่วยงานใดในครั้งนี้เลย แก้วกิรณานาคีพระพักตร์ม้านมองดูก็รู้ว่าช่วยเหลือกันแก้ต่างคำพูดของนาง 

ฮึ…นางเพียรพยายามทำดีอย่างไรก็ไร้ผู้สนใจ กลับกันที่กัญญาวดีแม้ทำสิ่งใดที่เห็นว่าเข้าท่าเพียงเล็กน้อย ก็พร้อมจะมีผู้ยกยอปอปั้นว่าเลิศเลอเต็มประดา นี่หรือคือความยุติธรรม

ขบวนเสด็จของพระราชอาคันตุกะเดินทางมาถึงเมืองนพรัตน์บาดาลในที่สุด รายรอบกำแพงวังหลวงด้านนอกชาวเมืองนาคาต่างพากันมายืนรับเสด็จและรอยลพระพักตร์ขององค์นาคาธิบดีของเมืองกัณหาโคตมะ โดยเฉพาะองค์รัชทายาทที่มีเสียงเล่าลือกันว่าเก่งกาจ ทั้งพระเวทมนตราและศัสตราวุธต่างๆ เป็นนักรบที่เหล่าอริราชศัตรูต้องหวั่นเกรง 

เหล่าชาวเมืองนำบุปผาหอมกรุ่นหลากสีสันมาโปรยตลอดเส้นทางที่ขบวนเสด็จผ่าน เหล่าทหารผู้ติดตามมาจากจันทรบาดาลถวายอารักขาแก่พระพ่อเมืองและองค์รัชทายาท ล้วนองอาจกำยำท่าทางดุดันเฉกนักรบตามคำลือ เรียกเสียงอื้ออึงแก่ชาวเมืองนพรัตน์ได้ไม่น้อย ยิ่งทำให้ใคร่ได้ยลพระพักตร์ขององค์รัชทายาทยิ่งขึ้นเป็นทวี

กระทั่งเสลี่ยงทองคำอันวิจิตรงดงามปรากฎขึ้นแก่สายตาชาวเมืองนพรัตน์ จึงได้มีโอกาสยลพระพักตร์ขององค์รัชทายาทอย่างใกล้ชิด และต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า…ช่างสง่างามราวกับเทพบุตรลงมาจุติยังดินแดนบาดาลทีเดียว

พระวรกายสูงสง่า มีพระฉวีสีน้ำผึ้ง พระขนงเข้มรับกับดวงเนตรคู่คม พระนาสิกคมสัน ประกอบกันเป็นวงพักตร์คมคายต้องตาต้องใจแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก โดยไว้พระเกศายาวประพระอังสะ ทรงพระภูษาที่ถักทอมาจากดิ้นเงินดิ้นทองดูเรื่อเรืองสมฐานันดรอันสูงศักดิ์ แม้นเครื่องทรงที่ทรงสวมใส่ติดพระวรกายเพียงสร้อยสังวาลกับรัดพระองค์ทองคำ หากแต่พระปั้นเหน่งฝังเพชรน้ำงามยิ่งนัก ทองพระกรดุนลายเป็นรูปพญานาคประดับอัญมณีไพลินเข้มตรงดวงเนตร

องค์นิลกาฬนาคราชในยามนี้ ทรงเป็นบุรุษนาคาที่ตรึงตราตรึงใจของเหล่านาคีเมืองนพรัตน์ด้วยต่างก็พากันทอดสายตาหยาดเยิ้ม หวังได้สบดวงเนตรคมกริบองค์รัชทายาทหนุ่ม หากแต่พระองค์กลับวางพระพักตรสงบนิ่งยิ่งนัก พระเนตรมองตรงเพียงปราสาทราชวังเบื้องหน้าที่ทรงรู้แจ้งแก่พระทัยดีว่ากัญญาวดีนาคีประทับรอพระองค์อยู่ ณ ที่แห่งนั้น

ครั้นล่วงเข้าสู่พระมหามณเฑียรเทพนาคินทร์ สองกษัตริย์แห่งดินแดนนาคาทรงมีพระราชปฏิสันถารกันเป็นอันดี องค์ภุชงค์นาคราชทรงซักถามสนทนาเรื่องการเดินทางต่างๆ และยังถวายเลี้ยงพระกระยาหารองค์ศรีสินธุ์นาคราชและองค์นิลกาฬนาคราช มีระบำรำฟ้อนเป็นที่สำราญพระทัย

เป็นองค์กษัตริย์ทั้งสองที่ผูกขาดการสนทนากันเสียมาก ด้านองค์นิลกาฬนาคราชกลับทรงเงียบเนื่องจากใส่พระทัยที่จะมองหานางนาคีในพระทัยเสียมากกว่า ทว่าก็ไม่เห็นแม้เพียงเงา

“อาหารเมืองนพรัตน์ถูกปากหรือไม่ องค์นิลกาฬ”

องค์สรภูนาคราช องค์รัชทายาทแห่งนพรัตน์บาดาลเอ่ยถามราชอาคันตุกะหนุ่มซึ่งมีฐานะทัดเทียมกัน และดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทจากกัณหาโคตมะผู้นี้จะมีพระชันษาอ่อนกว่าพระองค์เพียงเล็กน้อยอีกด้วย จึงไม่ได้เคร่งครัดในการใช้ราชาศัพท์นัก

“อาหารนี้ล้วนเลิศรสยิ่งพ่ะย่ะค่ะ เจ้าพี่”

องค์นิลกาฬนาคราชเองก็ทรงกล่าวเรียกอีกฝ่ายอย่างถวายเกียรติ ดุจดั่งพระเชษฐาองค์หนึ่ง และอีกไม่นานหากทุกอย่างเป็นดั่งหวัง ก็นับว่าเป็นเครือญาติของพระองค์เช่นกัน ด้วยทรงเป็นพระเชษฐาของพระชายาของพระองค์นั่นเอง

“เห็นรับอาหารน้อยเหลือเกิน เกรงว่าจะไม่ถูกใจ”

ทรงกล่าวกับพระอนุชาจากต่างเมือง หากแต่ทรงสังเกตได้สักพักแล้วว่าอีกฝ่ายนั้นดูเหมือนกำลังทอดสายตามองหาสิ่งใดหรือผู้ใดอยู่มากกว่า กระนั้นองค์สรภูนาคราชก็มิได้เอ่ยถามอีกฝ่ายตามตรงเสียทีเดียว

“อาจเพราะเหนื่อยจากการเดินทางกระมังเจ้าพี่ หม่อมฉันจึงรับอาหารได้น้อย”

สมุทรนาคาที่อยู่ไม่ไกลจากทั้งสององค์รัชทายาทได้ยินคำตอบขององค์นิลกาฬนาคราชก็ได้แต่ก้มหน้าซ่อนยิ้ม จะทรงเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไร ในเมื่อเสด็จมาถึงเมืองนพรัตน์ได้หลายเพลาแล้ว 

“เป็นเช่นนี้เอง เราก็นึกว่าอาหารมิถูกปากเสียอีก หากเป็นเช่นนั้นจะได้ให้ห้องเครื่องปรุงให้ใหม่ อย่าได้เกรงใจเชียว”

“อาหารที่นี่ล้วนรสดียิ่ง ทั้งยังแกะสลักจัดอาหารเสียวิจิตรจะหยิบขึ้นมาชิมยังคิดเสียดายเลยพ่ะย่ะค่ะ”

องค์นิลกาฬนาคราชกล่าวพลางยิ้ม พระหัตถ์เอื้อมไปหยิบผักชนิดหนึ่งที่แกะสลักเป็นรูปใบไม้อย่างบรรจงและงดงาม

“เหล่าน้องหญิงของเราต่างก็ช่วยกันดูแลคุมนางกำนัลต้นเครื่องเองเชียวนะ ย่อมต้องวิจิตรแน่”

ในเมื่องานถวายต้อนรับในครั้งนี้ ล้วนออกมาเป็นอย่างดียิ่ง จะไม่ให้ผู้เป็นพระเชษฐาเอ่ยชมผู้ตระเตรียมงานเบื้องหลังทั้งหมดนี้ให้แขกบ้านแขกเมืองได้ฟังเลยก็ดูกระไรอยู่

“มาลัยคล้องพระกรนั่นก็เป็นฝีมือกรองของเจ้าวดี เอ…ได้ยินเสด็จแม่ทรงเปรยว่าให้น้องหญิงกรองเครื่องแขวนดอกไม้สดที่ตำหนักรับรองด้วย…ใช่หรือไม่ เอกทัต”

เมื่อทรงได้เอ่ยชื่นชมเหล่าพระน้องนางแล้ว องค์สรภูนาคราชก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงพระขนิษฐาที่ทรงเอ็นดูยิ่ง และประโยคหลังจึงหันพระพักตร์กลับไปถามราชองครักษ์คนสนิท ด้วยคลับคล้ายคลับคราเหมือนจะทรงได้ยินพระราชมารดากล่าวเช่นนั้น

“พ่ะย่ะค่ะ องค์รัชทายาท”

“เจ้าวดี…อย่างนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ”

องค์นิลกาฬนาคราชพระกรรณผึ่งทีเดียว เมื่อองค์นาคาที่ประทับนั่งข้างๆ กล่าวถึงพระน้องนางที่พระองค์คิดว่าอาจจะใช่นางนาคีน้อยนางนั้น

“เจ้าวดี อ้อ..น้องหญิงกัญญาวดี ขนิษฐาของเราเอง กรองมาลัยได้งามนัก เสด็จแม่จึงโปรดให้กรองมาลัยและเครื่องแขวนถวายทั้งสองพระองค์น่ะ”

“งดงามยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ”

ทรงหันไปหยิบมาลัยคล้องพระกรที่วางอยู่บนพานทองใกล้ๆพระองค์ขึ้นมาเชยชมอย่างยินดียิ่ง ซึ่งได้รับมาเมื่อครู่ตอนเสด็จเข้ามาถึงพระมหามณเฑียร

พระเนตรคมยกมาลัยในพระหัตถ์ขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมนั้นอย่างแช่มชื่นพระทัย น้องหญิงของพี่ช่างงดงามนัก แม้นงานฝีมือกรองมาลัยก็ช่างดีงามเหลือเกิน 

หากใครจะว่าพระองค์นั้นหลงใหลและคลั่งรักน้องหญิงกัญญาวดี…ก็มิผิดนัก เพราะไม่ว่านางจะทำสิ่งใดก็ตามในสายตาของนิลกาฬนาคราชผู้นี้ ล้วนดีเลิศและดีงามไปเสียทุกสิ่งอย่าง

ด้านเอกทัตนาคากลับรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเอาเสียเลย ที่องค์สรภูนาคราชทรงหลุดพระโอษฐ์กล่าวถึงพระราชธิดากัญญาวดีนาคีเช่นนั้น แม้จะเป็นการกล่าวชื่มชมก็ตาม เขาจะไม่คิดอะไรเลยหากจะทรงเอ่ยถึงพระขนิษฐาพระองค์อื่น แต่ต้องมิใช่พระราชธิดาในดวงใจของตนเช่นนี้ ลึกๆในใจเอกทัตนาคายังคิดหวั่นเรื่องการเสด็จมาเยือนที่นี่อยู่ดี 

และหากองค์นิลกาฬนาคราชจะไม่ทรงรูปงามองอาจเพียงนี้ ทั้งยังไม่ได้อภิเษกกับนาคีตนใดอีกด้วย เอกทัตนาคาคงจะไม่ร้อนรุ่มใจและอดนึกหวงพระราชธิดาที่ตนแอบหมายปองไม่ได้ นาคาหนุ่มลอบมององค์รัชทายาทจากจันทรบาดาลอย่างพินิจพิจารณา…บอกกับตนเองว่าจะต้องจับตานาคาตรงหน้าเอาไว้ให้ดี หากขัดขวางมิให้เข้าใกล้พระราชธิดาได้ก็จะเป็นการดียิ่ง

……………………………………… 

ผู้เขียน : 

ลึกๆในใจนั้น น้องหญิงก็เริ่มเปิดใจแล้วนะเจ้าคะองค์นิลกาฬ…^^

ส่วน เอกทัตนาคาเอ๋ย…คู่ใครคู่เขานะท่าน 

หากไม่ใช่คู่กันแล้วไซร้ ต่อให้อยู่ใกล้แค่เอื้อม ทำดีอย่างไรเขาก็ไม่มีใจให้อยู่ดี

หากเป็นคู่กันแล้วไซร้ ต่อให้อยู่ไกลเพียงใด อย่างไรเขาก็ต้องได้พบและรักกัน

หรือต่อให้พรากจากกัน หากคู่กันแล้ว ก็ต้องกลับมาครองคู่กันอยู่ดี…

#นิลกาฬนาคราช #กัญญาวดีนาคี

#กัณหาโคตมะ #วิรูปักษ์

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว