email-icon

สอบถามเรื่องนิยายหรือพูดคุยกับนักเขียนฝึกหัด : Euglanaforfiction@gmail.com ขอบคุณสำหรับทุก ๆ กำลังใจนะคะ ผู้เขียนสัญญาว่าจะพัฒนาผลงานของตัวเองเรื่อย ๆ ค่ะ

ดวงใจอคิราห์ ๑

ชื่อตอน : ดวงใจอคิราห์ ๑

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2564 23:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ดวงใจอคิราห์ ๑
แบบอักษร

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่6เทอม2 กับรอยต่อของการเข้ามหาลัย เป็นธรรมดาที่เหล่านักเรียนจะต้องได้รับการติวเพื่อนำความรู้ไปสอบตามที่ สทศ. กำหนดแถมยังต้องฝึกซ้อมพิธีรับใบจบการศึกษาก่อนได้รับจริงในอีกสี่วันที่จะถึงนี้

“แฮก แฮก! รอนานมั้ยตะวันขอโทษนะ พอดีครูปล่อยช้า” หนุ่มหน้าหวานรุ่นราวคราวเดียวกันวิ่งหน้าตั้งมาหาพี่ชายฝาแฝดพร้อมบอกเหตุผลที่เจ้าตัวมาช้า ขณะที่พี่ชายของตนควบมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์รออยู่

“อืม” ชายหนุ่มเหลือบตามองคนอธิบายเพียงครู่หนึ่งเท่านั้น เขาผงกหัวรับโดยไม่พูดอะไรต่อก่อนจะหยิบหมวกกันน็อกของตนให้แฝดน้องสวม

“คนขับต้องใส่สิ เราเป็นคนซ้อนแป๊บเดียวก็ถึงบ้านแล้ว” แฝดน้องปฏิเสธ

“กูบอกให้ใส่” เสียงทุ้มสุดเรียบนิ่งเปล่งออกมาจากลำคอ จันทร์เจ้า ได้เพียงแต่กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ยื่นมือรับหมวกกันน็อกแต่โดยดี

“ใส่ก็ได้ ไม่เห็นต้องดุเลย เอ้อ! ตะวันเดี๋ยวแวะร้านพี่หวานให้เราหน่อยนะจะซื้อขนมไปฝากอิงดาว”

“อืม”

“โอเค๊” เมื่อคนขับตอบรับ จันทร์เจ้าจึงสวมหมวกกันน็อค มือเรียวเกาะไหล่พี่ชายประคองตัวส่วนเท้าเหยียบที่พักเท้าหลังเพื่อขึ้นรถ

ครั้นจันทร์เจ้าซ้อนท้ายเรียบร้อย รถบิ๊กไบค์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยูเริ่มเคลื่อนตัวออกจากโรงเรียนเรียกเสียงซุบซิบของเด็กนักเรียนหญิงวัยแรกแย้มตามด้วยเสียงกรี๊ดกร๊าดอิจฉาจันทร์เจ้าน้องชายแฝดคนละฝาของตะวันหนุ่มฮอตฉายาเจ้าชายน้ำแข็งกันยกใหญ่

อคิราห์ หรือ ตะวัน ชายหนุ่มวัยบรรลุนิติภาวะผู้ไม่สนโลกและเย็นชาจนหลายคนให้ฉายาว่า เจ้าชายน้ำแข็ง อคิราห์มีน้องชายเป็นแฝดคนละฝาชื่อ จันทร์เจ้า ซึ่งนิสัยต่างจากเขาสิ้นเชิง แถมยังมีน้องสาวสุดห้าวชื่อ อิงดาว ปัจจุบันอคิราห์แยกตัวออกมาอยู่คอนโดฯ เพียงคนเดียว ชีวิตนี้เขาไม่ต้องการอะไรมากมายนอกจากความสงบเพียงเท่านั้น

“ซื้อขนมเสร็จแล้ว ตะวันจะไปไหนอีกมั้ย” จันทร์เจ้าเอ่ยถามพี่ชาย แม้ตะวันจะเกิดก่อนเพียงสองนาทีแต่ความคิดและทัศนคติต่างจากแฝดน้องมากโขนั่นจึงเป็นสาเหตุที่จันทร์เจ้ากลัวตะวันพอสมควร

“สนาม” เขาตอบเสียงเรียบ แต่คำตอบกลับชัดเจนพอที่น้องชายจะรับรู้

“เราอยากเป็นเหมือนตะวันจัง อายุเท่ากันแต่ตะวันเป็นคนดูแลสนามแข่งรถแล้วเก่งสุด ๆ เลย” อย่างจันทร์เจ้าว่าก็ถูก ปัจจุบันตะวันเป็นผู้ดูแลสนามแข่งรถต่อจากคุณตาแถมยังเป็นนักแข่งประจำสนาม ไม่แปลกที่สาวเล็กสาวใหญ่จะพากันปลื้ม

“ขึ้นรถ”

“แหนะ! ชมนิดชมหน่อยก็ไม่ได้ ทำหน้าขรึมตลอดเลย” ปากบ่นแต่เท้ากลับเหยียบที่พักเท้าหลังขึ้นรถ

 

หลังจากส่งน้องชายกลับบ้าน ชายหนุ่มขับรถมุ่งสู่สนามแข่งอย่างรวดเร็วหวังไปเปลี่ยนชุดสำรองที่ออฟฟิศแทนการขับรถวนกลับคอนโดฯ

“ไอ้ตะวัน! ทางนี้” คราม เพื่อนในแก๊งโบกมือเรียกตะวัน ขณะกำลังยืนคีบบุหรี่พิงมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ยี่ห้อยามาฮ่ารุ่นลิมิเต็ดของตน

“มาช้าจังวะวันนี้ ปกติมาก่อนพวกกู” จัมพ์ เอ่ยถามด้วยความสงสัย ปกติหากนัดกันมาสนามแข่งคนแรกที่มาแน่นอนอยู่แล้วคือตะวัน

“ส่งจันทร์” เขาตอบเสียงเรียบตามปกติแล้วเอี้ยวตัวลงรถ

“ทีหลังให้กูไปส่งดิ” สิ้นคำพูดของคราม ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าพี่ตวัดสายตามองทันที ทำเอาเพื่อนในแก๊งอีกสองคนต่างพากันทำหน้าเลิ่กลั่ก

“อ่า…โอเค กูไม่เต๊าะน้องมึงแล้ว” ครามถึงกับต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวราวกับผู้ร้ายยอมมอบตัวจากสายตาพิฆาตของอีกฝ่าย ส่วนตะวันได้ยินแบบนั้นก็หันหลังกลับเดินเข้าออฟฟิศประจำสนามแข่ง

“ฟู่! กูเสียวยันไข่เลยไอ้แม่ย้อย” คราวนี้เป็น ฟิล์ม พูดขึ้นพลางถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ ทุกคนในแก๊งรู้ดีว่าตะวันหวงน้องอย่างกับอะไร ไม่ว่าจะจันทร์เจ้าหรืออิงดาวรังสีความหวงน้องยังไม่จางหายตั้งแต่เด็ก

“กูไม่อยากจะคิดว่าถ้าไอ้ครามจีบจันทร์เจ้าจริง แม่งจะโดนกี่หมัด” จัมพ์พูดพร้อมส่ายหัว

“หึ! ชอบน้องเค้ากี่หมัดกูก็ยอมล่ะวะ” หนุ่มร่างสูงยกยิ้ม อย่างที่บอกถ้าจะโดนหมัดหนัก ๆ กี่หมัดเขาก็ยอม หากได้น้องชายแฝดคนละฝาของเพื่อนมาเป็นแฟน

“เชรด! เอาจริงว่ะ” ฟิล์มพูดพร้อมยกยิ้วโป้งให้ทั้งสองข้าง ส่วนครามเพียงแต่ยักไหล่ส่งก็เท่านั้นก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าออฟฟิศตามตะวัน

ถึงคราวเพื่อนสนิทประลองฝีมือกัน พวกเขาทั้งสี่คนตั้งหน้าตั้งตาพร้อมจะบิดคันเร่งเพื่อออกตัว “ปัง!!” ครั้นสัญญาณดังขึ้นรถบิ๊กไบค์แต่ละยี่ห้อแข่งกันออกตัวตามแรงซีซีของตัวมันเอง “บรึ้น!!” และผ่านไปได้เพียงพักหนึ่งเท่านั้นดูเหมือนว่าตอนนี้ตะวันจะแซงทุกคนเข้าเส้นชัยเป็นที่เรียบร้อย

“สมกับเป็นลูกศิษย์ของคุณมาร์ค มาเวล ชิบหาย” จัมพ์เอ่ยชมเพื่อนสนิทเขากล่าวถึงคุณครูคนเก่งพ่วงตำแหน่งไอดอลวงการนักแข่งพลางถอดหมวกกันน็อกออกทันทีที่แข่งขันจบ

“แต่คุณมาร์คก็สอนพวกกูหนิ ทำไมกูไม่เคยชนะมึงเลยวะไอ้ตะวัน” ฟิล์มกล่าวอย่างไม่เข้าใจแม้กระทั่งรถความแรงซีซีเท่ากันเผลอ ๆ แอบเยอะกว่าอคิราห์ด้วยซ้ำแต่ทำไมยามแข่งขันถึงแพ้ราบคาบ

“หรือมึงมีเทคนิคพิเศษ บอกพวกกูมาเดี๋ยวนี้” ครามจี้ถาม ตามด้วยสายตาของเพื่อนสนิทอีกสองคนจ้องหน้ารอเอาคำตอบ

“สายตาวอกแวก แข่งให้ตายก็ไม่ชนะ” ชายหนุ่มตอบเพื่อน

“ยังไงวะ” จัมพ์ทำหน้างงงวยเอ่ยถามต่ออย่างไม่เข้าใจ

“มีสติ อย่ามัวมองคู่แข่ง” ตะวันตอบ

“เออว่ะ ทุกทีกูแม่งมองคู่แข่งตลอด” ครามก้มหน้ายกมือเกาหัวพูด

“ก็จริงอย่างที่มึงพูด ช่างแม่งเหอะ! สั่งเหล้ามาแดกกันดีกว่า”

“สั่งบ้านมึงดิไอ้จัมพ์! มึงลืมรึไงพรุ่งนี้ซ้อมรับใบจบนะเว้ย” ฝ่ามืออรหันต์ของฟิล์มแทบประทับลงบนท้ายทอยของจัมพ์ พรุ่งนี้ซ้อมรับใบจบขืนถ้ายังดื่มมีหวังเมาค้างแหง ๆ

“เอาน่า…ก็แค่ซ้อม วันจริงทำตามคนอื่นก็ได้นี่หว่า จริงปะ” จัมพ์สวนกลับพร้อมหันหน้าถามครามเพื่อหาพวกเข้าข้างตน

“จริง! ไอ้จัมพ์จัดการสั่งแอลกอฮอล์มาเลยครับเพื่อนรัก” ครามกล่าวสมทบมือหนาตบบ่าจัมพ์เบา ๆ เข้าข้าง

“เออ ๆ แดกก็ได้วะ” สุดท้ายสองเสียงย่อมชนะเสียงค้านเพียงเสียงเดียว ฟิล์มพยักหน้ารัวยอมก้าวขาเอี้ยวตัวลงรถ

“อ้าว! ไอ้ตะวันจะไปไหนไม่แดกอ่อ?” เป็นครามที่ร้องทักขึ้นหลังเห็นตะวันสวมหมวกกันน็อกอีกหนและเริ่มสตาร์ทรถ

“อืม” ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรให้มากความ เขาบิดมอไซค์ออกไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้เพื่อนสามคนอ้าปากค้างมองตามหลังไม่ทันได้โต้ตอบ…นี่ล่ะวิถีอคิราห์อยากทำอะไรก็ทำ

“สมกับเป็นไอดอลกูจริง ๆ”

 

ความเร็วในการขับขี่เรียกได้ว่าไม่เป็นสองรองใครเพราะตั้งแต่ตะวันขับรถออกมาจากสนามแข่งยังไม่เคยมีคันไหนที่เขาไม่แซงเลยสักคัน ชายหนุ่มบิดคันเร่งราวกับท้องถนนคือสนามโล่งด้วยระยะทางหนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงจวบจนกระทั่งมาถึงคอนโดฯ หรู

หลังจอดรถตะวันเดินขึ้นห้องหวังนอนพักหลับสักงีบ อันที่จริงเขาสามารถนอนออฟฟิศได้เลยแต่ทว่ามันไม่เงียบดั่งใจหวังเมื่อเพื่อนสนิทพากันสังสรรค์ต่อให้ข่มตาหลับยังไงก็คงหลับไม่ลง

แกร็ก! ร่างหนาแตะคีย์การ์ดลงบนสมาร์ทล็อกหน้าประตูสองขายาวสาวเท้าเดินเข้าห้อง เขาถอดเสื้อแจ็คเก็ตสีดำพาดไว้บนโซฟาราคาแพงแต่กลับต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวหวีดร้องดังมาจากข้างห้อง

“You can call me artist…กรี๊ดด ป๋านัม!!” เสียงเล็กแหลมร้องกรี๊ดดังลั่น จะต้องดังแค่ไหนกันถึงขนาดห้องที่ว่าเก็บเสียงยังได้ยิน

“You can call me idol…กรี๊ดด พ่อของลูก!!” เสียงหญิงสาวข้างห้องยังคงดังขึ้นต่อเนื่องอีกทั้งเสียงเพลงจากลำโพงยังดั่นสนั่นมาถึงห้องเขาทำเอาตะวันถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ กลั้นความรำคาญเอาไว้ในใจ

“โอะ โอะ อู้โว ~ กรี๊ดด จอน จอง กุก !!”

“น่ารำคาญ” ตะวันพึมพัมออกมาอย่างเบื่อหน่าย หวังจะกลับมานอนห้องแต่กลับต้องมาทนฟังเสียงเพลงเกาหลี ปกติข้างห้องไม่มีคนอยู่สงสัยคงย้ายมาใหม่ความเกรงใจไม่มีเลยสักนิด ไม่รอช้าคนร่างหนาเอื้อมหยิบเสื้อแจ็คเก็ตตัวเดิมมาใส่อีกครั้งมือหนาคว้าเอากุญแจรถสาวเท้าเดินออกจากห้อง เวลานี้คงมีเพียงบ้านเท่านั้นที่เงียบให้เขาได้

 

“ผิงผิง พอแล้วเดี๋ยวข้างห้องจะมาด่าเราเอานะ” ฟ้าโปรด หนุ่มหน้าหวานวัยสิบแปดปีเตือนเพื่อนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน วันนี้เป็นวันแรกที่เขาย้ายมาพักคอนโดฯ เปิดเพลงเสียงดังแบบนี้เกรงว่าข้างห้องจะไม่พอใจ

“ห้องนี้เก็บเสียงจะตาย เขาไม่ได้ยินหรอกมึง โอะ โอะ อูโว~” ผิงผิง ไม่ฟังแถมยังทั้งร้องทั้งเต้นต่อในมือถือแท่งไฟประจำวงบอยแบรนด์ชื่อดัง โบกไปมาตามเสียงเพลงเคป๊อบประเทศเกาหลีใต้

“เฮ้อ…ผิงผิงดื้อจัง” คนหน้าหวานส่ายหน้าเพียงเล็กน้อยก่อนหันหน้ามองทีวีซึ่งหน้าจอฉายเพลงที่มีนักร้องหนุ่มเจ็ดคนกำลังเต้นอยู่…แต่พวกเขาก็หล่ออย่างผิงผิงว่านั่นแหละ

ฟ้าโปรด ชื่อนี้แม่ครูตั้งให้ปัจจุบันเขาเรียนอยู่โรงเรียนรัฐบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ฟ้าโปรดเป็นเด็กเรียนดี อ่อนน้อมถ่อมตน น่ารัก น่าทะนุถนอม ครูในโรงเรียนหลายคนรักและเอ็นดูเนื่องด้วยผลการเรียนดีและประพฤติตัวดีฟ้าโปรดจึงได้รับทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำโดยเขาไม่ต้องได้จ่ายเงินเพิ่มแม้แต่บาทเดียว

 

รถบิ๊กไบค์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิ้ลยูเลี้ยวเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มวัยรุ่นรูปร่างสมส่วน สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ กางเกงยีนส์รัดรูปขาดเข่าสีดำกับรองเท้าผ้าใบยี่ห้อดังดับเครื่องยนต์พร้อมกับถอดหมวกกันน็อคสุดเท่ห์ของตนออก เดินเข้าบ้าน

“เฮียตะวัน!!” อิงดาวตะโกนเรียกพี่ชายสุดขรึมดังลั่นโต๊ะอาหาร ส่วนตะวันหยุดเดินหันหน้ามองตามเสียงเรียก

“ทานข้าวลูก” ผู้เป็นพ่อเอ่ยชวน

“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับเสียงเรียบเช่นเดิมเหมือนทุกครั้ง ก่อนจะสาวเท้าเดินขึ้นบันไดตรงไปที่ห้องนอนของตน

 

ก็อก! ก็อก! ก็อก! เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ตะวันหยัดตัวลุกไปเปิดเขาโค้งหัวให้คนตรงหน้าเล็กน้อย

“พ่อเข้าไปได้ไหม”

“ครับ” เมื่อลูกชายผงกหัวอนุญาต ผู้เป็นพ่อจึงเดินเบี่ยงตัวเข้าห้องลูกชายพลางเอ่ยถาม

“คิดยังไงกลับมานอนที่บ้าน” ชายวัยกลางคนถามด้วยความสงสัยปกติร้อยวันพันปีตั้งแต่ตะวันออกไปอยู่คอนโดฯ ก็ไม่เคยกลับมานอนบ้านสักครั้งหรือครั้งนี้ลูกชายจะอกหัก ส่วนตะวันไม่ตอบเพียงแต่ถอนหายใจตามสไตล์ของเขา

“อกหักรึไงกัน”

“เปล่าครับ ”

“เห็นจันทร์เจ้าบอกพ่อว่าตะวันไปสนามแข่งไม่ใช่หรอ”

“ครับ”

“แล้วคิดยังไงมาบ้านได้ คอนโดฯ อยู่ทางเดียวกับสนามแข่งหนิหรือคอนโดฯ มีปัญหาให้พ่อเปลี่ยนห้องใหม่ให้ไหม”

“เปล่าครับ”

“แล้วสรุปเป็นอะไรล่ะ แม่เขาอยากรู้แต่ไม่กล้ามาถามตะวัน” ตะวันลอบถอนหายใจอีกหนก่อนยอมบอกเหตุผลให้คุณพ่อทราบ

“ผมแค่รำคาญยัยบ้าข้างห้อง”

“หืม? เขาทำอะไรลูกพ่องั้นหรอ” ถึงขั้นว่าลูกชายพูดมาขนาดนี้คุณพ่อยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ ชายวัยกลางคนมองลูกชายคนโตรอฟังคำตอบ

“ยัยนั่นเปิดเพลงเกาหลีเต้นเสียงดังจนน่ารำคาญไปหมด” คำตอบที่ยาวที่สุดแห่งปีของตะวันบัดนี้ได้เปล่งออกมาแล้ว ผู้เป็นพ่อยิ้มขำให้ลูกชายเล็กน้อยหลังจากรู้สาเหตุ ที่แท้ก็รำคาญคนข้างห้องเพราะเขาเปิดเพลงเกาหลีเสียงดังนี่เอง

 

—-TBC—-

ความคิดเห็น