ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่21 วันที่พวกเรากลับบ้าน +++

ชื่อตอน : +++ บทที่21 วันที่พวกเรากลับบ้าน +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.6k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2564 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่21 วันที่พวกเรากลับบ้าน +++
แบบอักษร

บทที่21 

วันที่พวกเรากลับบ้าน 

หลังจากที่ได้ฟังอาการของอีริคและร้องไห้จนพอใจแล้ว ดีแลน เอมิเลีย ฉิงหลง และเรเชลก็เข้าไปพักผ่อนที่เต็นท์ซึ่งทางค่ายจัดเตรียมไว้ให้พวกเขา ซึ่งเป็นเต็นท์นอนรวมกันสี่คน สัมภาระต่างๆ บนรถกระบะคันเก่าถูกลำเลียงมาไว้ที่นี่หมดแล้ว ดีแลนเดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายและทำความสะอาดรอบเบ้าตา ล้างคราบเลือดของใครต่อใครที่เปรอะเปื้อนตามร่างกาย เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็เจอฉิงหลงและเรเชลที่เดินกลับเข้าเต็นท์มาพร้อมกับของกินเต็มไม้เต็มมือ ส่วนเอมิเลียยังคงนั่งอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม 

  

“มากินกันเถอะค่ะทุกคน พวกเราสอบผ่านแล้วนะ ต้องทำตัวให้สดชื่นเข้าไว้” 

“ใช่ อีริคปลอดภัยแล้ว พวกเราเองก็มากินข้าวให้อิ่มแล้วพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยไปเยี่ยมเขาที่หน่วยพยาบาลนะ” 

  

ดีแลนลากโต๊ะตรงมุมห้องมาไว้ที่กลางเต็นท์ เบต้าทั้งสองเอาของกินที่เอามาได้จากหน่วยเสบียงกองรวมกันบนโต๊ะ ของที่เอามาได้เป็นขนมปัง กับเนื้อสัตว์ตากแห้งต่างๆ ไส้กรอก อาหารสำเร็จรูปสำหรับทหาร นม รวมถึงน้ำผลไม้ เรียกได้ว่าเห็นอะไรสองคนนี้คว้าเอามาหมด เท่าที่จะสามารถถือกลับมาไหว เอมิเลียยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ ผิดวิสัยคนที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานอย่างเธอ ดีแลนจึงเดินเข้าไปหาอัลฟ่าสาวและนั่งลงข้างๆ ดีแลนรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่เดินเข้ามาหา เพราะรอบๆ ตัวของเพื่อนสาวในตอนนี้มีกลิ่นฟีโรโมนกดข่มแผ่ออกมาจางๆ 

  

“คุณเอมิเลียเป็นอะไรบอกผมได้นะครับ” 

“เปล่า ฉันแค่คิดอะไรเพลินๆ” 

“ผมจะไม่ใช้พลังอ่านใจคุณ อย่าโกหกเลยครับ...” 

  

เอมิเลียถอนหายใจเล็กน้อย อัลฟ่าสาวยิ้มออกมาบางๆ ก่อนจะยกมือขึ้นยีกลุ่มผมสีขาวของดีแลนจนยุ่ง คนตัวเล็กหน้ามุ่ยก่อนจะสะบัดหัว และยกมือขึ้นจัดผมให้เข้าที่ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงจากใจจริง 

  

“ระบายให้ผมฟังได้นะครับ ผมเป็นผู้ฟังที่ดีนะ” 

“อืม...ฉันแค่รู้สึกโกรธและสับสนนิดหน่อย” 

“ยังไงครับ” 

“นายไม่คิดหรือว่าถ้าพวกเราเข้าไปให้เร็วกว่านี้ เด็กคนนั้นคงไม่ตาย...ฉันรู้สึกโกรธตัวเองที่ช่วยเธอไว้ไม่ได้ เธอแค่เด็กตัวเล็กๆ เอง” 

  

คนตัวเล็กที่ได้ฟังดังนั้นก็นิ่งค้างไป แน่นอนว่าเขาคิด ถ้าหากเขาตัดสินใจให้เร็วกว่านั้น วิ่งให้เร็วขึ้น และลงไปข้างล่างให้เร็วกว่านั้น เฮเลนอาจจะยังมีชีวิตอยู่ ภาพเหตุการณ์ที่แสนหดหู่เสียงเล็กๆ ที่พยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเขาก่อนจะจากไปยังคงติดอยู่ในหูเหมือนมันพึ่งเกิดขึ้น เอมิเลียมองมือที่สั่นเล็กน้อยของตัวเอง แล้วยกมือขึ้นมาปิดหน้า เพื่อซ่อนน้ำตาที่ไหลลงมาอีกรอบไม่ให้ใครเห็น 

  

“ที่สำคัญ...ตอนนั้นฉันโกรธ ฉันไม่ลังเลเลยที่จะฆ่ามัน...ฉัน...ฉัน...” 

“ครับ ผมก็โกรธ...ผมเองก็ฆ่าอย่างไม่ลังเลเหมือนกัน...” 

“พวกมันสมควรตายค่ะ!” 

  

เรเชลยกกล่องน้ำผลไม้ขึ้นดื่มอึกๆ แล้วคว้าขนมปังมากัดเข้าไปคำใหญ่ สำหรับคนที่เคยผ่านงานและลงพื้นที่จริงมาก่อนอย่างเธอ ย่อมเคยพบกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญมานับครั้งไม่ถ้วน แทบจะเอาตัวไม่รอดก็บ่อย แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดมันทำให้เธอแข็งแกร่ง และพอจะทำใจกับเรื่องแบบนี้ได้มากกว่าทุกคนในทีม เบต้าสาววางอาหารในมือ และเดินเข้ามาหาเอมิเลียที่นั่งอยู่บนเตียง 

  

“สิ่งที่พวกมันทำเลวเกินกว่าที่จะนับว่าเป็นคนด้วยซ้ำ คุณดีแลนและคุณเอมิเลียฆ่าคนเลวๆ ให้ตายไป แก้แค้นให้เด็กคนนั้น อย่าโกรธตัวเอง และอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ” 

  

เรเชลดึงตัวของดีแลนและเอมิเลียเข้ามากอดอย่างให้กำลังใจ เธอผ่านมันมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ถึงแม้ที่เธอพูดวันนี้มันอาจจะไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมากนัก แต่เรื่องอย่างนี้ต้องใช้เวลาในการเยียวยา สำหรับเบต้าสาวในชีวิตของนักฆ่า ไม่ว่าจากนี้จะต้องลั่นไกฆ่าใครอีกกี่ครั้ง แต่การฆ่าครั้งแรกมักจะติดอยู่ในความทรงจำของผู้กระทำเสมอ และมันจะแจ่มชัดกว่าครั้งไหนๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะผ่านมันมาได้ช้าเร็วหรือว่าจมอยู่กับมันไปตลอดชีวิต 

ตอนนี้เพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนกำลังจมอยู่กับการฆ่าครั้งแรกเหมือนกับเธอ ซึ่งกว่าจะผ่านมาได้เรเชลใช้เวลาเกือบเดือนในการทำใจ และอีกหลายเดือนกว่าจะกล้าจับปืนที่เธอรักอีกครั้ง อัลฟ่าสาวยกมือขึ้นกอดตอบก่อนจะร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ท่าทางในตอนนี้เหมือนกับเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญ เรเชลกับฉิงหลงถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ต้องคอยเอาขนมและอาหารมาปลอบให้หยุดร้อง 

ในเช้าวันรุ่งขึ้นทางทีมก็ได้รับแจ้งว่าอัลฟ่าอีริค บรูคส์ได้สติแล้ว ทุกคนจึงรีบไปที่ส่วนพักฟื้นของผู้ป่วย อีริคที่พื้นขึ้นมากำลังเคี้ยวเนื้อย่างหอมๆ อยู่บนเตียง โดยที่มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบตัวคล้ายมัมมี่ และถุงเลือดสำรองที่ต่อสายเข้าสู่เส้นเลือดดำที่แขน เขายิ้มทักทายเพื่อร่วมทีมทุกคนอย่างสดใส เหมือนตัวเองไม่เคยผ่านเรื่องราวร้ายแรงมาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด 

  

“ไงคะทุกคน มีใครบาดเจ็บหรือเปล่า” 

“ห่วงตัวเองเถอะย่ะ อาการหนักที่สุดในทีมก็คือนายนั่นแหละ” 

“ว่าแต่พลังของคุณอีริคเนี่ยน่ากลัวสุดๆ ไปเลยนะครับ ทำให้เลือดกลายเป็นกระสุนแบบนั้นได้” 

  

ฉิงหลงพูดพลางยกมือขึ้นลูบแขน อีริคหัวเราะแล้วจึงอธิบายเกี่ยวกับพลังของตัวเอง พลังของเขาคือการควบคุมเฮโมโกบินในเม็ดเลือดแดง แต่เขาสามารถคุมได้แค่ส่วนที่อยู่ภายนอกร่างกายเท่านั้น ในร่างกายเขาแค่รู้สึกถึงมันแต่ควบคุมไม่ได้ แล้วก็ไม่สามารถทำให้เลือดที่อยู่นอกร่างกายกลับเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือดในร่าง หรือบังคับให้มันหยุดไหลได้ เหมือนคนที่เปิดก๊อกน้ำแล้วไม่สามารถปิดได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีเขาก็ตายเหมือนกัน เลยไม่ค่อยได้มีโอกาสได้ใช้ 

  

“ตอนนี้อย่าพึ่งพูดมากเลยครับ วันนี้ที่กองเสบียงมีตับย่าง ทุกคนเลยไปขอมาให้คุณ กินเยอะๆ นะครับบำรุงเลือด” 

  

ดีแลนเอาจานตับย่างจานใหญ่วางไว้บนโต๊ะคร่อมเตียงสำหรับผู้ป่วย อัลฟ่าผมแดงเบ้หน้าเล็กน้อยเขาไม่ชอบกลิ่นและรสของตับที่สุด แต่ก็ต้องหยิบมันขึ้นมาใส่ปากแล้วเคี้ยวด้วยสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะเกรงใจเพื่อนๆ ที่อุตส่าห์เอามาให้ นาทีถัดมาพันตรีแดรีล บรูคส์ ก็เดินเข้ามาในหน่วยพยาบาลในชุดเต็มยศ พร้อมกับพันเอกฮาแกน เลิร์ช ที่อยู่ในชุดเต็มยศเช่นเดียวกัน ทั้งทีมที่หยอกล้อกันอยู่ต่างพร้อมใจกันยืนตรงทำความเคารพผู้มาเยือน ซึ่งมาพร้อมผู้ติดตามนับสิบคน คนตัวสูงส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามที่ไม่เกี่ยวข้องให้รอที่ด้านนอก ในห้องจึงเหลือแค่พันเอกฮาแกน พันตรีแดรีล ร้อยเอกไพธอน และทีมของดีแลน พันตรีแดรีลวันทยหัตถ์ให้ฮาแกนก่อนจะเริ่มรายงานผลการประเมินการสอบของกลุ่มดีแลน 

  

“ท่านนี้คือพันเอกฮาแกน เลิร์ช ผู้รับผิดชอบอำนวยการสอบและประเมินผลการสอบของนักเรียนทุกคนในปีนี้” 

“สวัสดีครับท่าน / สวัสดีค่ะท่าน” 

“ภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน หัวหน้าทีมโอเมก้าดีแลน ฟอสเตอร์ สถานะภารกิจคือ สำเร็จ75% อัตราความเสียหาย ตัวประกัน5% เพื่อนร่วมทีม20% คิดเป็น75คะแนนจาก100 ถือว่าไม่ผ่านการประเมิน” 

“…” 

“แต่เนื่องจากช่วยตัวประกันที่เหลือ ซึ่งถูกควบคุมอยู่ภายในค่ายออกมาได้หมดทุกคน จึงได้เพิ่ม15คะแนน คิดเป็น90คะแนนจาก100 กลุ่มนี้จึงสอบผ่านครับท่าน” 

“ดีแลน ฟอสเตอร์ก้าวออกมาข้างหน้า” 

“ครับท่าน!” 

  

โอเมก้าตัวเล็กวันทยหัตถ์แล้วก้าวออกมาเอามือไพล่หลังเพื่อรอรับคำสั่ง พันเอกฮาแกนจึงเดินมาหยุดข้างหน้า แรงกดดันจากร่างสูงทำให้ผู้คนโดยรอบนั้นรู้สึกอึดอัด ต่างจากคนตัวเล็กที่ยืนประจันหน้ากับอัลฟ่าจ่าฝูงอย่างไม่สะทกสะท้าน ดีแลนรับรู้ได้ถึงแรงกดดันเช่นเดียวกัน แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาเองก็ได้กลิ่นฟีโรโมนวู้ดดี้ที่คิดถึง ทำให้ดีแลนยังคงสามารถยืนอยู่นิ่งๆ ได้ โดยไม่กลัวคนตรงหน้าเลย 

  

“การพาเพื่อนร่วมทีมไปเสี่ยงมีแต่จะทำให้เสียกำลังคนโดยใช่เหตุ ในฐานะหัวหน้าทีมต้องขอตำหนิ” 

“ครับท่าน” 

“แต่การช่วยเหลือตัวประกันที่เหลือออกมาทั้งหมด โดยที่มีกำลังคนเพียงห้าคนถือเป็นเรื่องที่กล้าหาญ” 

“ขอบคุณครับท่าน” 

  

ดวงตาสีอำพันมองคนตัวเล็กนิ่งๆ โดยภาพรวมแล้วไม่มีอะไรเสียหาย ทางสภาก็รับทราบแล้วว่าทีมฟอสเตอร์ ปฏิบัติภารกิจสำเร็จไปได้ด้วยดี ไม่มีข้อกังขาสงสัยในตัวของโอเมก้าตัวเล็กอีกต่อไป ฮาแกนหันหลังเดินไปที่ทางออกของเต็นท์พยาบาล แต่ก่อนจะก้าวขาออกไป ร่างสูงของอัลฟ่าจ่าฝูงก็หันกลับมาหาคนตัวเล็กที่ยังยืนอยู่ที่เดิม แล้วกล่าวออกมาหนึ่งประโยคด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ 

  

“จะรอที่บ้าน” 

“...ครับ!” 

  

พันเอกฮาแกนและพูดติดตามเดินออกไปแล้ว ร้อยเอกไพธอนยกนิ้วโป้งให้ดีแลน ประมาณว่า 'เก่งมากไอ้น้อง' ดีแลนจึงหันกลับมาหาเพื่อนๆ ทุกคนต่างทำหน้ากรุ้มกริ่มให้เขา คนตัวเล็กทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะกระแอมหนึ่งครั้งแล้วหยิบตับย่างของอีริคมากินกลบเกลื่อน ทั้งทีมพักอยู่ที่ค่ายทหารในทะเลทรายอีกราวๆ สองวันเพื่อให้อีริคหายดีก่อนเดินทางกลับ ด้วยความที่อีริคเป็นอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ ร่างกายเขาจึงซ่อมแซมตัวเองและหายเป็นปกติได้ไวกว่าคนทั่วไป ทั้งหมดเก็บของมากองกันไว้ที่ด้านหน้าเต็นท์ เพื่อรอขนเอาขึ้นรถไปที่สนามบิน 

  

“ทุกคนครับ ไหนๆ เราก็จะกลับกันแล้ว ถ่ายรูปร่วมกันสักรูปหนึ่งไหม ผมเหลือฟิล์มอยู่แผ่นสุดท้ายพอดีเลย” 

  

ฉิงหลงพูดพลางยกกล้องถ่ายรูปที่เขาพกมาด้วยขึ้นมาชูไว้ เบต้าหนุ่มซึ่งชื่นชอบการถ่ายรูปด้วยกล้องโพลารอยด์ พกมันมาไว้ถ่ายภาพวิวต่างๆ ระหว่างการเดินทาง แต่ด้วยความรีบทำให้ลืมพกฟิล์มสำรองมา ตอนนี้จึงเหลือฟิล์มแผ่นสุดท้าย เรเชลกับดีแลนเห็นด้วยในทันที เบต้าหนุ่มรีบตั้งกล้องปล่อยให้เพื่อนๆ ที่เหลือจัดท่าทางกันเอาเอง 

เอมิเลียและอีริคเถียงกันเล็กน้อยว่าจะดีแลนจะได้อยู่ข้างใคร จนคนตัวเล็กต้องมายืนอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยเอมิเลียและเรเชล เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ฉิงหลงก็เดินไปอยู่ที่ด้านหลังของเรเชล ก่อนจะกดถ่ายภาพผ่านรีโมท เอมิเลียที่เห็นอัลฟ่าหัวแดงกระเถิบเข้ามาใกล้กับคนตัวเล็กมากขึ้น พลางยิ้มเยาะและยักคิ้วให้เธอ เอมิเลียถึงกับคิ้วกระตุกด้วยความหมั่นไส้ ในวินาทีที่ฉิงหลงกดชัตเตอร์ อัลฟ่าสาวรีบย่อตัวคว้าดีแลนเข้าสู่อ้อมกอด ทำให้ศีรษะของเธอบังหน้าอีริค 

  

แชะ 

  

“โว๊ะ!!! อะไรของเธอคะเนี่ย!” 

“อย่างบ่นนักเลยน่ะ กลับบ้านกันเถอะ” 

  

อัลฟ่าสาวไหวไหล่อย่างกวนประสาท แล้วยกกระเป๋าของตัวเองขึ้นด้านหลังรถที่มารับ ภาพปรากฏลงบนฟิล์มแล้วอีริคที่เห็นภาพนั้นถึงกับบ่นไปตลอดทาง บ่ายวันนั้นทีมรวมการเฉพาะสอบเดินทางกลับถึงอวาลอนด้วยสวัสดิภาพ หลังจากสอบเสร็จทางโรงเรียนมีเวลาให้นักเรียนซึ่งสอบผ่านพักผ่อนได้ ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเดือนเมษา พวกนักเรียนจึงเรียกมันว่าปิดเทอมฤดูร้อน 

  

“ผมคิดว่าจะกลับบ้านไปหาน้องๆ ก่อน ถ้าอย่างนั้นแยกกันตรงนี้เลยไหมครับ” 

“ตัวเล็กมีน้องๆ ด้วยหรือคะ ไหนๆ ช่วงนี้ก็ว่างแล้ว ขอไปเที่ยวบ้านได้ไหมคะ” 

“อ่า...ครับ แต่บ้านผมไม่ได้ใหญ่มากนะ คุณอาจจะอึดอัด” 

“เรื่องอะไรฉันจะปล่อยให้แกไปกับดีแลนแค่สองคน ฉันไปด้วยนะดีแลน” 

“ปล่อยให้พวกคุณสองคนไปกับคุณดีแลน เดี๋ยวได้ตีกันตายฉันไปด้วยค่ะ” 

“ไม่รู้จะไปทำไม แต่ไหนๆ ก็ไปกันหมดเดี๋ยวไปด้วยครับ” 

  

โอเมก้าตัวเล็กได้แต่ยิ้มแห้ง ก่อนจะเรียกรถจากสนามบินให้ไปส่งที่บ้านของเขา เมื่อถึงหน้าบ้านพริมโรสที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ถึงกับทิ้งสายยางแล้วกระโดดตัวลอยเข้ามากอดผู้เป็นพี่ เมเบลที่ได้ยินเสียงโวยวายของพี่สาวก็วิ่งออกมาดู แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่ทำให้พี่สาวโวยวายเสียงหลง โอเมก้าตัวน้อยก็กระโดดเข้ามากอดผู้เป็นพี่คนโตตามพี่สาว 

  

“พี่ดีแลนนนนนนน” 

“ฮืออออ พี่ดีแลนนนน ผมทำคุกกี้ไว้รอพี่ทุกวันเลย พี่กลับมาจริงๆ ด้วยยยยยย” 

“โอ๋ ไม่ร้องนะ พี่มีคนจะแนะนำให้รู้จัก ทุกคนครับนี่น้องๆ ผมเอง คนนี้ชื่อพริมโรส ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่ชื่อเมเบลครับ” 

  

ดีแลนแนะนำให้น้องๆ รู้จักกับเพื่อนๆ ในทีมของเขา พริมโรสรีบก้มหัวทักทายทุกคนและรีบเชิญเข้าบ้าน ต่างกับเมเบลที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังคนพี่ ดวงตาสีชมพูของโอเมก้าตัวน้อยมองไปยังอัลฟ่าตัวสูงผมสีแดง คนคนนี้ดูท่าทางอันตรายแถมยังมีกลิ่นเลือดจางๆ โชยออกมาจากตัวพร้อมฟีโรโมนกลิ่นไวน์องุ่น เมเบลตัวสั่นสะท้านเมื่อดวงตาสีแดงของอีริคจ้องมาที่เขา ทันใดนั้นเองกลิ่นแอพริคอตหอมสดชื่นก็ทะลักออกมาจากตัวของเมเบล โอเมก้าตัวน้อยกำลังจะฮีท 

อีริกเบิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วผงะถอยหลัง ดีแลนที่เร็วกว่าคนอื่นรีบรวบตัวเมเบลขึ้นบ่าก่อนจะรีบพาอีกฝ่ายขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเอง ห้องของบ้านนี้ออกแบบมาให้เก็บกลิ่นดีทุกห้อง น้องคนสุดท้องของบ้านหอบหายใจระริน ทั้งร่างรู้สึกร้อนไปหมด พริมโรสเชิญแขกของพี่ให้นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้าน ก่อนจะวิ่งตามผู้เป็นพี่ขึ้นมาพร้อมกับยาระงับฮีทแบบฉุกเฉิน ซึ่งคุณโรสเตรียมไว้ให้ในตู้ยาสามัญประจำบ้าน 

ดีแลนรับเข็มฉีดยามาก่อนจะฉีดเข้าเส้นเลือดดำ เมเบลขยับตัวหยุกหยิกสักพักก็สงบลง ก่อนจะหลับไปในทันที ผู้เป็นพี่ทั้งสองคนถอดหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงมาหาเพื่อนๆ ที่นั่งกองกันอยู่ในห้องรับแขก ทุกคนยังนั่งอยู่กันครบยกเว้นอัลฟ่าตัวใหญ่ผมสีแดงที่หายไปไหนไม่รู้ 

  

“ขอโทษทุกคนด้วยนะครับ เหมือนว่าน้องของผมจะเป็นฮีทครั้งแรก” 

“ลำบากน่าดูเลยนะครับโอเมก้าเนี่ย” 

“ไม่หรอกครับคุณฉิงหลง แค่มียาระงับฮีททุกอย่างก็เป็นปกติ ว่าแต่คุณอีริคหายไปไหนแล้วล่ะครับ” 

“อยู่ๆ ตานั่นก็รีบไปเลยไม่บอกไม่กล่าว แค่ฟีโรโมนฮีทเองอ่อนชะมัดเลย” 

  

เอมิเลียพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน สำหรับอัลฟ่าชั้นสูงย่อมเคยฝึกฝนการอดทนกับกลิ่นของโอเมก้ามาแล้ว ทั้งตอนปกติและตอนฮีท อัลฟ่าสาวจึงมีท่าทีสบายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พริมโรสเดินตามลงมาแล้วขอโทษแขกของพี่ทุกคนที่เมเบลทำวุ่นวายไปหมด เย็นวันนั้นพริมโรสกับดีแลนช่วยกันเตรียมอุปกรณ์ทำชาบู และเครื่องดื่มพร้อมกับแกล้มเพื่อเป็นการเลี้ยงฉลองที่ทุกคนผ่านการสอบในเทอมแรกมาได้ เมเบลที่ได้สติก็ตามลงมาด้านล่างหลังจากนั้น แล้วขอโทษขอโพยแขกของพี่ทุกคนที่ตัวเองทำให้วุ่นวายกันไปหมด โอเมก้าสามพี่น้องช่วยกันเข้าครัวเตรียมอาหาร ทุกคนต่างชมไม่ขาดปากว่าพริมโรสกับเมเบลทำอาหารอร่อยมาก จวบจนเวลาสี่ทุ่มจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ดีแลนตัดสินใจค้างที่บ้านหนึ่งคืนก่อนจะกลับไปที่ฐานบัญชาการพิเศษในวันรุ่งขึ้น 

  

‘ทำไมยังไม่กลับบ้าน’ 

  

วอชของดีแลนสั่นเล็กน้อย เมื่อคนตัวเล็กยกข้อมือขึ้นเปิดดู ข้อความจากไอดี Hagan L. ก็เด่นหราขึ้นมาในทันที เจ้าหัวไชเท้ายิ้มกว้างก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปเมื่อเห็นว่าไอดีดังกล่าวยังไม่ออฟไลน์ไปไหน ‘คิดถึงน้องๆ เลยจะนอนค้างที่บ้านหนึ่งคืนครับ’ หลังจากที่ส่งข้อความกลับไป วอชของดีแลนก็สั่นอีกครั้ง ดีแลนเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะเปิดวอชขึ้นอ่าน 

  

‘แล้วทางนี้ล่ะ ไม่คิดถึงหรือไง’ 

  

เจ้าหัวไชเท้ายิ้มกว้างหัวใจเต้นตึกตัก ไม่รู้ว่าจะตอบอะไรกลับไปดี เพราะตอนนี้เขารู้สึกใจฟูและเขินไปหมดแล้ว ดีแลนตัดสินใจออฟไลน์ แล้วทิ้งตัวลงที่นอน ปล่อยให้ร่างสูงที่พึ่งอ่านรายงานการสอบ ของนักเรียนเตรียมทหารกลุ่มอื่นๆ อยู่คิ้วขมวดด้วยความคันหยุบหยิบในใจ กล้าออฟไลน์หนีเขา? สงสัยกลับมาต้องเตรียมการต้อนรับอย่างดีสักหน่อย มือใหญ่โยนแฟ้มรายงานไว้ที่อีกฝั่งของเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเคลื่อนตัวลงนอน กลิ่นเครมบรูเล่ที่ติดที่นอนเริ่มจางลงไปมากแล้ว ฮาแกนถอนหายใจยาวก่อนจะพยายามข่มตานอนหลับไป 

  

 

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

 

TALK with Poydswat 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน

น้องคงไม่รู้หรอกว่า นอกจากตอนที่อีพี่หายไปแล้วตัวเองคิดถึงจะเป็นจะตาย พอน้องไม่อยู่อีพี่ก็มีโหวงๆ บ้างแหละค่ะ 5555

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว