ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

14.สถานะสั่นคอน

ชื่อตอน : 14.สถานะสั่นคอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 214

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 01 มี.ค. 2564 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14.สถานะสั่นคอน
แบบอักษร

เมืองหลันหลิน จวนตระกูลหาน

 

แผนการร้ายของฝ่ายเจ้าเมืองหลันหลินคนใหม่กับหวังฮั่วนั้นได้เริ่มขึ้น โดยการส่งคนร้ายเข้าไปโจมตีสมาชิกครอบครัวของหานชงในคืนข้างแรมคืนหนึ่ง

“มีคนร้ายลอบเข้ามาในจวน!!” เสียงบ่าวไพร่ผู้ชายภายในจวนตระกูลหานได้ตะโกนขึ้นเสียงดังลั่นทันทีทำให้ทุกคนตื่นตัว...

“มันอยู่ทางนั้น!!” เสียงบ่าวไพร่ผู้ชายภายในจวนตระกูลหานได้ตะโกนขึ้นเป็นระยะ

“ทางนี้ก็มีคนร้ายลอบเข้ามา!!” เสียงบ่าวไพร่ผู้ชายจากทิศทางกันร้องขึ้นอย่างอลม่านท่าทางคนร้ายที่ลอบเข้ามาจะกันหลายคน

“ทางโน้นก็ดูเหมือนจะมีผู้ร้ายเข้ามาด้วยนะ!!” เสียงบ่าวไพร่ผู้ชายในจวนตระกูลหานยังได้น้องจะโกนขึ้นมาอีก

หานชงจึงได้ประกาศภาวะฉุกเฉินภายในจวนตระกูลหานขึ้นทันที ทำให้ทุกคนออกไปรวมตัวที่กันที่ลานหน้าเรือนหลังใหญ่กันในทันที

“มีรายงานว่า...คนร้ายมีฝีมือดีได้ลักลอบเข้ามาในจวนจำนวน4-5คน... คืนนี้ให้เพิ่มอัตรารักษาความปลอดภัยเป็น2เท่า” หานชงเอ่ยขึ้น

““ขอรับนายท่าน”” เสียงบ่าวไพร่ผู้ชายที่เป็นยามรักษาความปลอดภัยได้เอ่ยขึ้นพร้อมกัน

“ส่วนคนอื่น ๆ ห้ามอยู่ตัวคนเดียวโดยเด็ดขาด หากจะไปไหนมาไหน ต้องเป็นเป็นคู่เท่านั้น เข้าใจหรือไม่?” หานชงสั่งคนที่เหลืออยู่ภายในจวนก่อนที่จะถามย้ำออกไปอีกที

““ ข้าใจเจ้าค่ะ””

““ เจ้าใจขอรับ”” ทุกคนตอบออกมาอย่างพร้อมเพียงกัน

จากการวางแผนตั้งรับที่ดีของหานชงทำให้จวนตระกูลหานพ้นภัยมาได้ แต่ดูเหมือนว่า... อีกฝ่ายจะเริ่มลงมืออย่างจริงจังขึ้นมาแล้ว ทำให้หานชงต้องเพิ่มการป้องกันภายในของตระกูลหานตั้งแต่นั้นมา ส่วนการโจมตีดังกล่าวเป็นแบบนี้มาตลอดระยะเวลา6เดือนจนทุกคนเริ่มชินชากับการโจมตีแบบนี้ไปแล้ว...

และด้วยความชินชาก็เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตระกูลหาน เนื่องจากบ่าวไพร่คิดว่า...ที่จริงไม่น่าจะมีอะไรหรอก นายท่านก็แค่ตื่นตระหนกไปเองมากกว่า... พวกเขาจึงไม่ได้ออกไปตรวจตราตามที่หานชงได้วางแผนเอาไว้... และพอลดการตรวจตราลงก็เป็นที่มาของจุดเริ่มต้นการล่มสลายของตระกูลหาน

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!! ใครก็ได้ ช่วยด้วยเจ้าค่ะ” เสียงสาวใช้ในจวนตระกูลหานดังขึ้นมาทันที เหย่เตี๋ย ฮุ่ยหรง เหย่ซวิน เหย่เซียวที่กำลังนั่งกินข้าวเย็นกันอยู่ที่ห้องครัวรีบวิ่งตามเสียงไปในทันที

“คุณชายเล็ก คุณชายเล็ก มิเป็นอะไรนะเจ้าคะ” สาวใช้เข้าไปประครองคุณชายเล็กของบ้านที่ถูกกระบี่แทง และนอนเลือดอาบหมดสติอยู่

“ไปเรียกท่านหมอมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” สาวใช้คนนั้นร้องขึ้นต่อทันที

“ข้าไปเอง...ฆ ว่าแล้วฮุ่ยหรงก็รีบออกจากจวนตระกูลหานเพื่อไปตามหมอมารักษาอาการคุณชายเล็กตระกูลหานทันที

“ลูกข้าเป็นอะไร?” ฮูหยินใหญ่เรียบวิ่งมาอีกคน พอเห็นสภาพลุกชายคนเล็กก็ลมจับล้มลงไปอีกคนในทันที เหย่เตี๋ยที่อยู่ใกล้ ๆ รีบช่วยสาวใช้คนสนิทประคองฮูหยินใหญ่ไปพักก่อน

“ลูกจ้านของข้าเป็นอะไร ไป? ทำไมพวกเจ้าเอะอะโวยวายหนวกหูกันจังเลย?” หานชงที่มาถึงที่เกิดเหตุทีหลังคนอื่นเอ่ยถามขึ้น

““นายท่าน”” บ่าวไพร่ทุกคนต่างก้มหัวลงแล้วหลีกทางให้ผู้เป็นนายออกทางด้านซ้ายและด้านขวากันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้หานชงได้เดินเข้าไปง่าย ๆ

“ลูกจ้านของข้าเป็นอะไร? เหตุใดจึงถูกทำร้ายได้เช่นนี้?” หานชงทรุดตัวลงไปหาลูกชายที่ถูกสาวใช้ประครองอยู่ทันทีพร้อมน้ำตาไหลออกมาที่เห็นสภาพลูกชายคนเล็กของตนถูกลอบทำร้ายเช่นนี้

“ท่านหมอมาแล้วขอรับ...” เสียงฮุ่ยหรงดังขึ้น พร้อมกับพาท่านหมอมาด้วย

“ท่านหมอช่วยลูกข้าทีนะ อย่าให้เขาเป็นอะไรไปเลยนะ” หานชงรีบขอร้องหมอขึ้นในทันที ส่วนหมอนั้นก็รีบลงไปเพื่อจับชีพจรการเต้นของหัวใจก่อนเลยในลำดับแรก แล้วถอนหายใจขึ้นยาว ๆ ทันที

“ท่านหาน ท่านต้องทำใจนะขอรับ... คุณชายเล็กไปดีแล้วขอรับ” ท่านหมอได้เอ่ยขึ้นทุกคนต่างร้องไห้ออกมากัน ไม่คิดว่าจะต้องมาเจออะไรแบบนี้ หานชงเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความมืดทันทีที่ได้ยินหมอบอกว่า... ลูกชายคนเล็กของเขานั้นได้จากโลกนี้ไป

“คุณชายเล็ก ฮือ ๆ ๆ อย่าปล่อยบ่าวเอาไว้แบบนี้สิขอรับ” ฮุ่ยหรงร้องขึ้นแล้วไปเขย่าตัวของคุณชายเล็กในทันที จนเหย่ซวินและบ่าวคนอื่นต้องพากันช่วยห้ามฮุ่ยหรงให้แยกออกไปทันที...

“นายท่านทำเช่นไรต่อขอรับ?” บ่าวคนนึงในจวนได้เอ่ยถามหานชงออกไป แต่หานชงยังไม่ได้สติกลับคืนมา เมื่อรู้ว่าได้เสียลูกชายคนเล็กไปแล้ว...

“ข้าจะพาฮูหยินใหญ่ไปพักผ่อนก่อน เจ้าพานายท่านหานชงตามมา ส่วนเจ้าจัดการเรื่องการเตรียมงานศพคุณชายเล็กด้วย ทุกคนแยกย้ายกันทำงาน และเตรียมสถานที่จัดพิธีศพให้เรียบร้อยนะ” เหย่เตี๋ยสั่งการออกไปเพราะเจ้านายทั้งสองคนยังไม่ได้สติเลยแม้แต่น้อย คนนึงเหม่อเลยเป็นอย่างมาก ส่วนอีกคนเป็นลมไปยังไร้สติไม่ฟื้นคืนมา

 

ผ่านไป2เค่อ หานชงนั้นได้หลุดจากอาการเหม่อลอยและได้รับรู้ว่า... ลูกชายคนเล็กได้จากเขาไปแล้ว หานชงได้รีบเดินไปที่ห้องโถงใหญ่ทันที และพบว่าทุกคนได้แต่งพื้นที่ภายในจวนบริเวณดีงกล่าว เพื่อสำหรับการไว้ทุกข์เรียบร้อยแล้ว และโรงศพหรูหราก็ได้ถูกหามเข้ามา หานชงได้แต่น้ำตาไหลออกมากับภาพที่ตนได้เห็น แต่มันก็เป็นความจริงที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ ว่าลูกชายคนเล็กของเขานั้นจากไปโดยไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

หนึ่งชั่วยามผ่านไปฮูหยินใหญ่ฟื้นขึ้นมาอีกคน สีหน้าท่าทางด้วยอาการฟูมฟายแล้ววิ่งไปกอดโรงศพลูกชายคนเล็ก โดยไม่หนีไปไหนเลย อีกทั้งข้าวปลาก็ไม่ยอมกิน ทำให้ล้มป่วยในเวลาต่อมา งานศพคุณชายเล็กแห่งตระกูลหานได้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ พระชายามู่ตานในท่านอ๋องซีสุ่ยได้เสด็จมาร่วมงานด้วย และมีราชบุตรเขยจากแคว้นจงจิ๋น ผู้ที่เคยเป็นปราชญ์ในราชสำนักเทียนสุ่ยแต่ครั้งที่ต้องไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นจงจิ๋น จนจิ๋นอ๋องทรงพอพระทัยในวาจา คารมและความฉลาดหลักแหลม ทรงโปรดยกพระธิดาให้แต่งงานด้วย บุตรชายคนโตตระกูลหานจึงมีตำแหน่งเป็นราชบุตรเขยของราชสำนักลั่วหยาง

 

 

เมืองเทียนสุ่ย

อ๋องหนานสุ่ยได้รับหน้าที่ไปตรวจราชการแผ่นดินทางทิศตะวันตกอีกครั้งหลังจากที่โดนกักตัวทบทวนความผิดที่เคยกระทำ การเดินทางสู่ทิศตะวันตกครั้งนี้ลู่เหอเองก็ได้รับคำสั่งพิเศษมาจากอานอ๋องด้วย ให้ตรวจดูสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงไปรายงาน... พวกเขาจะต้องทำหน้าที่ที่เมืองหลันหลินและเมืองผิงเฉิงตามลำดับ...

แต่พอไปถึงเมืองหลันหลิน อ๋องหนานสุ่ยก็ได้นำของล้ำค่าต่าง ๆ ไปมอบให้จินอันเหมินเพื่อเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยเรื่องของหวังฮั่วกับตนให้ ทางจินอันเหมินเนื่องจากรู้มาว่าครั้งที่แล้วที่อ๋องหนานสุ่ยช่วยหวังฮั่วไม่ได้ เพราะถูกทำโทษอยู่แต่ในจวนก็เลยออกหน้าช่วยอย่างเต็มที่ จนทำให้ทั้งคู่กลับมาคืนดีกัน อีกอย่างทางจินอันเหมินก็จะใช้บารมีของอ๋องหนานสุ่ยในการคานอำนาจกับพระชายามู่ตานและราชบุตรเขยจงจิ๋นไปในตัวอีกด้วย

อ๋องหนานสุ่ยนอกจากนั้นไม่ยอมตรวจราชการแผ่นดินตามที่อานอ๋องสั่งมา แต่ก็กลัวจะมีภัยมาถึงตัวแบบครั้งที่แล้ว... จึงขอให้ทางจินอันเหมินกับหวังฮั่วร่วมมือกันกำจัดลู่เหอ และทางจินอันเหมินกับหวังฮั่วก็ได้ขอให้ทางอ๋องหนานสุ่ยร่วมมือกันเพื่อกำจัดหานชงด้วยเช่นกัน และเมื่อทั้งสองฝ่ายอยู่ในผลประโยชน์ที่มีร่วมกันจึงทำให้จับมือกันได้ด้วยดี

และก็เป็นเหมือนครั้งก่อนหน้านี้ที่เสบียงจากทางการที่เตรียมเอาไว้ช่วยภัยธรรมชาติถูกจินอันเหมินเจ้าเมืองหลันหลินยักยอกนำไปให้หวังฮั่วขายที่หอการค้าสีาด โดยมีท่านอ๋องหนานสุ่ยที่รู้เห็นเป็นใจทุกอย่าง... ท่านอ๋องหนานเองก็มักใหญ่ไฝ่สูงจึงต้องหาฐานกำลังเอาไว้เพื่อบัลลังก์แห่งอานอ๋องคนต่อไป แต่สิ่งที่พวกเขาทำทั้งหมดนั้นก็ไม่ได้รอดสายตาของปราชญ์อัฉริยะอย่างลู่เหอไปได้ เพียงแต่ลู่เหอเองก็รู้ว่า...อีกฝ่ายหวังจะจัดการตนไปให้พ้นทาง ลู่เหอจึงได้ส่งหลักฐานที่มีไว้กับหานชงเพื่อเอาไว้ใช้ต่อรองเอาตัวรอดในยามฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้มอบแผนการสำรองเพื่อรักษาชีวิตคนในจวนตระกูลหานเอาไว้ได้ หากมีอะไรไม่ดีได้เกิดขึ้นมา

 

ถ้าเข้าหน้าหนาวปีนี้เหย่เตี๋ยจะมีอายุ21ปีบริบูรณ์แล้ว... นั่นหมายความเคราะห์ใหญ่ตามคำทำนายคงใกล้จะเกิดเต็มทีแล้ว... ทั้ง ๆ ที่รู้แต่เหย่เตี๋ยก็ได้ปล่อยวางอะไรหลาย ๆ อย่างไปได้ตั้งแต่ที่ท่านแม่ของเขาได้เสียไปแล้ว... ตอนนี้ขอแค่พวกญาติผู้น้องมีความสุขและมีชีวิตอยู่ต่อได้ขอเพียงแค่นั้น เหย่เตี๋ยก็มีความสุขมาก ๆ แล้ว...

“พี่ใหญ่ท่านนั่งคิดอะไรอยู่ผู้เดียวหรือ?” เหย่ซวินได้เอ่ยถามเมื่อเห็นเหย่เตี๋ยนั่งมองท้องฟ้าตอนตะวันตกดินอยู่ตามลำพัง

“อาซวินหากวันหน้า ที่ไร้ซึ่งข้าไป เจ้าจงสัญญากับข้ามาว่า...จะดูและอาเซียวแทนข้าให้ดีที่สุด” เหย่เตี๋ยเอ่ยออกไป ทำเอาญาติผู้น้องทั้งสองคนตกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นคำพูดเหมือนสั่งลา

“มิเอาพี่เตี๋ย มิพูดเป็นลางมิดีแบบนี้นะขอรับ” เหย่ซวินได้เอ่ยออกมาพร้อมมองหน้าเหย่เตี๋ยอย่างเคร่งเครียดไม่ต่างจากเหย่เตี๋ยที่มองหน้าเขาอยู่ในตอนนี้

“รับปากข้ามาก่อน” เหย่เตี๋ยยังเสียงแข็งและยืนกรานต่อ

“ขอรับข้ารับปากท่านเรื่องดูแลเหย่เซียว แต่ท่านก็ต้องรับปากพวกข้าเช่นกัน” เหย่ซวินยอมรับปากเหย่เตี๋ยออกไปแต่ก็มีข้อแม้ด้วย

“ว่าข้อแม้ของเจ้าออกมาก่อนสิ” เหย่เตี๋ยสั่งญาติผู้น้องออกไป

“ท่านเองก็ห้ามตายจากพวกข้าไป เพราะถ้าท่านตายไป ข้ากับอาเซียวจะตายตามทันที” เหย่ซวินต่อรองออกมา ทำเอาเหย่เตี๋ยไปต่อไม่ถูกเลย

“ใช่ ๆ พี่ซวินพูดถูกแล้ว... พวกเรา3พี่น้อง จะอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกันตลอดไปขอรับ” เหย่เซี่ยวได้บอกต่อพี่ ๆ อีก2คนออกไป

“พวกเจ้านี่มันเหลือกันจริง ๆ เลยนะ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นพร้อมส่ายหัวเบา ๆ กับการต่อรองของทั้ง2คน

“แล้วคำตอบของท่านล่ะขอรับ?” เหย่ซวินยังคาดคั้นคำตอบจากเหย่เตี๋ยต่อ ส่วนเหย่เซียวนั้นก็รอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อเช่นเดียวกัน

“แล้วข้าปฏิเสธพวกเจ้าได้เช่นนั้นหรือ?” เหย่เตี๋ยเอ่ยถามออกไป

““มิได้ขอรับ”” ทั้งคู่ตอบพร้อมกันอย่างเสียงดังฟังชัดทันที

“เช่นนั้นพวกเจ้าก็มิต้องถาม เพราะพวกเจ้ากำลังจับข้ามัดมือชกอยู่” เหย่เตี๋ยเอ่ยออกอย่างผ่อนคลายกว่าเดิม

“แสดงว่ายอมตกลงแล้วสินะขอรับ?” เหย่ซวินได้เอ่ยถามซ้ำออกไป เหย่เตี๋ยก็พยักหน้าขึ้นแทนคำตอบออกไปทันที

“เย้... เย้... เย้... พี่เตี๋ยยอมตกลงแล้ว...” เหย่เซียวร้องดีใจพร้อมยิ้มอยู่ข้าง ๆ พี่ชายทั้ง2คน

“เจ้านี่มันร้ายนักนะอาซวิน” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปพร้อมยิ้มออกมา เพราะเห็นเหย่เซียวที่ไม่ค่อยยิ้มเลยหลังจากที่เสียพ่อแม่ไป ยิ้มออกมาได้แบบนี้

“ก็ตระกูลเมิ่งของเราเหลือกันอยู่แค่นี้นี่ขอรับ” เหย่ซวินเอ่ยออกไปพร้อมยกยิ้ม

“ใช่แล้ว... เพราะพวกเรามีกันอยู่แค่นี้ ข้าเองก็จะพยายามเพื่อทุกคนเช่นกัน” เหย่เตี๋ยเอ่ยออกไปพร้อมกับโอบไหล่น้อง ๆ ทั้ง2คนอย่างอบอุ่นแล้วดูดวงอาทิตย์ ก่อนที่จะกลับเข้าจวนตระกูลหานไป...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和030301

สัปดาห์ที่แล้วงานยุ่งมากเลยไม่ได้มาลงเรื่องนี้ ก็ลงให้ต่อเลยนะครับ จะได้ไปอ่านเรื่องเมนเทพยุทธเข้าใจมากขึ้น

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น