ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 80%

ชื่อตอน : บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 80%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 653

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2564 00:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 80%
แบบอักษร

บทที่ 9  มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ  8 0 %  

 

ขอบคุณนะค้า พี่แทนแสนดี 1000++ โหลดแล้วจ้า ^/\^ 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 9  มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 

อรุณรุ่งวันใหม่ 

ณัฐนรีเตรียมมื้อเช้าง่ายๆ ไว้รอท่าสิปปกร วันนี้เขาคงไม่ไปทำงานเพราะสายโด่งแล้วยังไม่ตื่น มันไม่ดีขึ้นเลย ไม่ใช่อาการเมาค้างของสิปปกรหรอกนะ แต่เป็นจิตใจของเธอในเวลานี้ เธอกำลังรวบรวมความกล้าเพื่อบอกความจริงเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าพอ ธาวินโทรเข้ามาแต่เช้า เขาอยากพบเธอสักนิดก่อนเที่ยงของวันนี้ เธอไม่อยากพาเรนนี่ไปด้วย เลยกะว่าจะฝากสิปปกรไว้สักชั่วโมงสองชั่วโมง เธอกลัวน่ะ กลัวว่าถ้าไปเจอกับธาวินพร้อมเรนนี่ เธอจะไม่ได้พาเรนนี่กลับมา 

“โอย...ปวดหัวชะมัด” คนเมาค้างลากสังขารออกมาจากห้องนอน เขาทิ้งกายลงบนเก้าอี้รอบโต๊ะอาหาร แม่หนูเรนนี่รีบยกแก้วน้ำส้มมาบริการในทันที “ว้าว...เจ้าหญิงของลุงน่ารักที่สุดเลย” 

“เห็นไหมคะ กินเหล้าไม่ดีเลย คราวหน้าถ้ากินอีก เรนนี่จะตียุงบอสแรงๆ เลยค่า” แม่หนูเลียนแบบท่าทางการพร่ำบ่นของณัฐนรี ท่าที่เอามือเท้าสะเอวแล้วบ่นว่าฉอดๆ นั่น น่าหยิกน่าตีเหลือเกิน 

“ไม่กินแล้วจ้า ไม่กินแล้ว โอย...ลุงจะตายไหมเรนนี่ ลุงเพลียร่าง ลุงอยากได้ยาวิเศษ” คุณลุงตัวโตออดอ้อน ทั้งเอียงแก้มหาแม่หนูคนดี เรนนี่ก็รู้ความนัก รีบยื่นปากไปจุ๊บแก้มลุงบอสแรงๆ  

จ๊วบ! 

“อา...ค่อยยังชั่วขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ยังไม่หายสนิทอ่า อ๊ะๆ ช่วยหน่อยสิโรส” บุ้ยใบ้ใส่คนที่นั่งตรงข้ามกัน 

ณัฐนรีทำหน้าประหนึ่งจะถามว่า ‘อะไรวะ’ และเมื่อสิปปกรเอียงแก้มป่องๆ มาให้ก็ได้เข้าใจ เธอไม่ได้ยื่นปากไปจุ๊บเขา แต่ยื่นมือพร้อมกระดาษทิชชู่ไปเช็ดน้ำลายของเรนนี่ออกจากแก้มให้ 

สิปปกรทำหน้าบึ้งกึ่งงอน หันมองเรนนี่ก็เห็นแม่คนดี หัวเราะคิกคักอย่างเห็นเป็นเรื่องตลก 

“โรสอ่า...ไม่รับมุกเลย” 

“มุกฝืดๆ ของคุณใช้ได้ผลแต่กับเรนนี่เท่านั้นแหละ” 

“ใจร้าย...” พอโอดครวญอีกนิด เรนนี่เลยได้ขยับไปเกาะแขนลุงบอส กวักมือให้ลุงเอียงแก้มมาหาแล้วจุ๊บแก้มลุงบอสอีกครา 

จุ๊บ! 

“หายหรือยังคะ” เด็กน้อยถาม 

“โอ! มันดีมาก ยาของเรนนี่ดีที่สุดเลยครับโผ้ม!” แล้วแม่หนูน้อยก็ถูกลุงบอสยีกระหม่อมไปหลายที ด้วยความเอ็นดูยิ่ง 

ณัฐนรีมองถามนั้นแล้วสะเทือนใจ ความรู้สึกที่สิปกรมีให้เรนนี่นั้นเป็นของจริง ของจริงพอๆ กับการหลอกลวงของเธอเอง เธอโพล่งความจริงออกไปตอนนี้เลยดีไหมนะ พูดออกไปเลยดีหรือเปล่า  

“นึกว่าคุณจะตื่นสายกว่านี้” 

“หิวน่ะสิ เมื่อคืนเหมือนไม่ได้กินอะไรเลย เพลียด้วย” 

“ยุงบอสหิวต้องกินเยอะๆ นะค้า เรนนี่ช่วยตักข้าวค่า”  

แม่หนูเรนนี่กุลีกุจอตักข้าวใส่จานให้ลุงบอส ตักหกบ้างเลอะบ้าง สิปปกรก็ไม่ว่าสักคำ เขามองที่ความตั้งใจมากกว่า 

ณัฐนรีเลื่อนจานไก่ทอดไปตรงหน้าเด็กน้อย มื้อเช้ากำลังจะเริ่ม แต่คนเมาค้างเอาแต่มองจ้องกัน 

“เมื่อคืน...ไม่มีอะไรเกิดขึ้นใช่ไหม” เขาใคร่รู้ 

“เปล่านี่ ถ้าไม่นับรวมเรื่องที่คุณบอกว่าจะเป็นตู้เอทีเอ็มให้ฉันละนะ” 

“หา!?” สิปปกรตาแทบถลน ดีที่ยังถือแก้วน้ำส้มค้างไว้ หากเผลอจิบเข้าไปเมื่อกี้ละก็ คงได้สำลักหน้าแดงหน้าเขียว 

หญิงสาวส่ายหัวระอา ดีแล้วที่เธอไม่หลงคารมคนเมา คนอย่างสิปปกรหากไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ จ้างให้เขาก็ไม่ยอมรับหรอกว่าเมื่อคืนพูดอะไร หรือทำอะไรลงไปบ้าง 

“ช่างเถอะ ฉันไม่ถือคนเมาหรอก” 

“แน่นอน เพราะถึงเธอจะเรียกร้อง ฉันก็ไม่สนหรอก ฉันเมาไง เมื่อคืนฉันกินเหล้ายี่ห้อไหนเนี่ย ถ้ายังเหลือละก็เอาไปทิ้งเลย ฉันจะไม่กินมันอีก” 

“ดีค่า!” แม่หนูเรนนี้ปรบมือรัวๆ สิปปกรก็ได้ยื่นปากไปหอมกระหม่อมบางฟอดใหญ่  

ณัฐนรีพยายามไม่มองภาพนั้นให้สะเทือนใจ เธอลงมือกินมื้อเช้า ทั้งที่ไม่นึกอยากกินเลย แล้วจังหวะหนึ่งนั้น คำพูดคำจาของเรนนี่ก็ยิ่งทำให้เธอกระเดือกอะไรไม่ลง 

“ยุงบอสคะ ยุงยักษ์เป็นเพื่อนยุงบอสนานแล้วเหรอคะ” 

“นานแล้วจ้า” 

“ยุงยักษ์ใจดีไหมคะ รักเด็กไหมคะ” 

“ไม่ใจดีเท่าลุงบอสหรอก แต่รักเด็กมากๆ ทำไมหรือคะ” 

“เปล่าค่า!”  

หนูน้อยรีบออกตัว ตักข้าวกินคำใหญ่ มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้าที่ณัฐนรีเห็นแล้วปวดใจเหลือเกิน หญิงสาวนั่งเขี่ยข้าวไปเงียบๆ กระทั่งสิปปกรแลเห็น 

“ไม่หิวเหรอ” 

“เปล่า เอ่อ...คือ...ฉันท้องผูกน่ะ” โป้ปดแล้วยกแก้วน้ำส้มขึ้นจิบ เธอเปลี่ยนจากการนั่งเขี่ยข้าว มาเลาะเนื้อไก่ออกจากน่องให้เรนนี่แทน เธอทำไปเงียบๆ กระทั่งจานใบหนึ่งถูกยื่นมาตรงหน้า 

“ขอด้วย” 

“อะไรของคุณ” 

“ไก่ทอดไง” 

“อยู่ในจาน” เธอท้วง 

“มันมีกระดูก” เขาแย้งเสียงขรม 

ณัฐนรีเม้มปากอย่างระอา เขาไม่ใช่เด็กอย่างเรนนี่เสียหน่อย 

“เถอะน่า วันนี้ฉันเพลียมาก เนอะเรนนี่เนอะ ลุงไม่มีแรง ลุงถือน่องไก่ไม่ไหว โอ๊ะๆๆ หล่นๆๆ” 

เรนนี่หัวเราะร่าเมื่อสิปปกรหยิบน่องไก่ขึ้นมาหมายว่าจะกัดกินแล้วดันหมดแรงไปเสียก่อน หนูน้อยรู้ดีว่าเสแสร้งแกล้งทำ และมันดูตลกมาก 

ณัฐนรีเห็นแก่มุกฝืดๆ แต่สามารถเรียกเสียงหัวเราะของเด็กน้อยได้ เธอเลยเลาะไก่ออกจากกระดูกแล้ววางใส่จานให้เขา 

“ขอบคุณ” 

“เลี้ยงเรนนี่ให้ฉันด้วย” 

“หือ? เธอจะไปไหน” 

“ทำงาน” 

เคล้ง! 

ช้อนในมือของสิปปกรร่วงผล็อย 

“จะกินกันแต่เช้าเลยเหรอ ไม่ตะขิดตะขวงใจบ้างหรือไง” 

“ลูกค้าต้องการนี่ ฉันเลือกมากไม่ได้หรอก บางคนก็แบบว่า...ช่วงเวลากลางคืนเป็นของเมียที่บ้านไง” 

“พอๆๆ ไม่ต้องอธิบาย เดี๋ยวเรนนี่เข้าใจขึ้นมาละยุ่งอีก” 

“ฉันไปไม่นานหรอกน่า จะพยายามกลับก่อนเที่ยง” 

“แล้วแต่ เชิญเธอไปเสี่ยงกับโรคภัยตามแต่ใจเถอะ” ประชดหล่อนแล้วตักข้าวเข้าปากอย่างกระแทกกระทั้น อยากจะห้ามละนะ แต่ปากมันหนัก มันพูดไม่ได้ 

“อ่านนิทานให้เรนนี่ฟังตอนสิบโมง แกจะหลับกลางวันช่วงนั้น” สั่งความให้เรียบร้อย สิปปกรก็ได้แต่เออออ 

“ซื้อขนมมาฝากด้วยนะค้า” เด็กน้อยร้องขอ 

 

ณัฐนรียิ้มรับ วางมือกับแก้มของเด็กน้อยแล้วบีบเล่นอย่างเอ็นดู เธอออกจากห้องมาตอนที่สำรับมื้อเช้าถูกจัดการจนเกลี้ยง จานชามแช่คาอยู่ในอ่าง รอเวลากลับมาเธอค่อยล้างอีกที หัวใจเธอห่อเหี่ยว เมื่อต้องไปเจอธาวินตามนัด หากมีเวทมนตร์สักนิด เธอก็อยากข้ามผ่านช่วงเวลาแย่ๆ เธอเหนื่อยกับเรื่องราวในชีวิต เหนื่อยกับปัญหาที่ตัวเองก่อไว้ เหนื่อยที่สุดคือการเริ่มต้นเอ่ยความจริงกับสิปปกร เชื่อสิ เขาฆ่าเธอแน่! 

 

 

 

 

 

 

 *******รีไรรอบเดียว มีคำผิดแจ้งได้นะคะ ^^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว