ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 เปลี่ยน...

ชื่อตอน : บทที่ 18 เปลี่ยน...

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกเก่ง เกลียด เย็นชา แต่งงาน รอยยิ้ม หมอ

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2564 13:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 เปลี่ยน...
แบบอักษร

มือเรียวลูบสัมผัสเบาๆ ที่หัวเล็กๆ ของเจ้าหมั่นโถว ในยามเช้าก่อนไปทำงานปรียาวดีเลือกที่จะมาเยี่ยมเจ้าสุนัขตัวน้อย ณ บ้านของภัควิมล แววตาวิตกก่อตัวขึ้นอีกครั้งอย่างหนักอึ้งในทรวงอก เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นพลอยให้มือเหี่ยวย่นของคนชรายื่นมาลูบแผ่นหลังหลานสาวอย่างปลอบประโลม

“มีอะไรหนักใจเหรอลูก?”

“ปรีเป็นห่วงหมั่นโถวค่ะย่า ถ้าปรีปล่อยไว้แบบนี้ปรีกลัวว่าหมั่นโถวจะเป็นอันตรายอีก แต่ถ้าจะเอาไปไว้ด้วยคุณชายเขาก็ไม่ชอบหมา”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวย่าดูแลเจ้าหมั่นโถวเอง” ปรียาวดีเพียงแค่ยิ้มบางๆ ให้ผู้เป็นย่า ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ แม้ท่านจะบอกเช่นนั้นแต่หญิงสาวก็ไม่สบายใจอยู่ดี เพราะรู้ว่าคนชราไม่สามารถดูแลเจ้าหมั่นโถวได้หรอก อาการหลงๆ ลืมๆ คล้ายจะทรุดหนักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

นี่ยังดีที่ครานี้ท่านพูดคุยได้ปกติ บางครั้งบางคราหล่อนก็ได้แต่เก็บความเจ็บปวดไว้ในใจ ในตอนที่ผู้เป็นย่าหลงลืมหล่อนไป จากหลานสาวกลายเป็นคนแปลกหน้าคนหนึ่ง

เจ็บปวดแต่พูดอะไรไม่ได้สักคำ น้ำตาสักหยดก็ไม่กล้าปล่อยให้มันไหลออกมา

 

กลอนประตูห้องพักฟื้นคนป่วยถูกบิดเปิดพร้อมกับร่างบางของแพทย์หญิงปรียาวดีย่างกายเข้าไป สายตาอบอุ่นทอดมองร่างน้อยๆ บนเตียงก่อนจะวางปิ่นโตอาหารลงบนโต๊ะ มองนาฬิกาที่บอกเวลาอาหารเช้าของคนไข้พอดี

“ผักกาด” หล่อนเรียกชื่อเด็กสาวซึ่งทำหน้าที่เฝ้าภูรินท์ในเมื่อคืนทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ สักคำ

เดินหามองหาจนทั่วห้องก็ไม่พบจึงคิดว่าเด็กสาวคงออกไปหาซื้ออาหารเช้าทาน

“แคกๆ” เสียงไอแหบๆ ดังขึ้นพลอยให้เท้าเรียวก้าวฉับๆ ไปที่เตียงคนป่วยในทันที

“คุณภู คุณภูคะ”

“หิวน้ำ” เสียงบางเบาเอ่ยบอกทว่าปรียาวดีนั้นก็พอจะจับใจความได้

ค่อยๆ พยุงร่างคนป่วยให้ลุกนั่งพร้อมจรดแก้วน้ำที่ปากน้อยๆ อย่างเบามือ

“พี่ผักกาดล่ะครับ?” ดวงตากลมโตทอดมองมาที่เธออย่างสงสัย เมื่อลองกวาดมองรอบๆ กายกลับไม่พบคนที่อยู่เฝ้าในเมื่อคืน ทว่าบุคคลตรงหน้าดันเป็นปรียาวดี

“สงสัยออกไปหาข้าวทานมั้งคะ คุณภูหิวหรือยังคะ? น้าทำอาหารมาให้ จะทานเลยไหมคะเพราะนี่ก็ถึงเวลาอาหารแล้วด้วย”

เด็กน้อยไม่ได้เอ่ยตอบเพียงพยักหน้าเบาๆ เป็นการตกลง

ปรียาวดีนึกแปลกใจหน่อยๆ เมื่อพบว่าภูรินท์ไม่ได้ดื้อรั้นกับหล่อน สายตาก็ไม่มีความโกรธเกลียดเหมือนคราแรกที่พบกัน ทว่าก็ยังวางอาการเย็นชาอยู่ในที

เปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง...เปลี่ยนไปจนน่าประหลาดใจ

ใช้เวลาไม่นานเด็กน้อยก็ทานอาหารจนหมดโดยที่มีปรียาวดีเป็นคนป้อน หญิงสาวสนใจเพียงการป้อนอาหารคนป่วยจนไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่าแววตาของภูรินท์กำลังมองมาที่เธอด้วยความอบอุ่น

ความรู้สึกที่ไม่เคยถูกดูแลในยามป่วยจากมารดาคล้ายว่ามันกำลังถูกเติมเต็มโดยปรียาวดี พลอยให้เด็กชายเริ่มรับรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่คิดไว้ คำพูดของผักกาดยังดังก้องในหัวใจภูรินท์ คำที่บอกว่าปรียาวดีคือคนที่ช่วยเขาขึ้นมาจากน้ำจนเกือบจะเป็นเธอที่จมน้ำไปเสียเอง

เด็กน้อยไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้นจนมองความเป็นจริงไม่ออก หากความรู้สึกบอกว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ศัตรู ภูรินท์ก็พร้อมที่จะเปิดใจ

“พี่ปรี มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” เสียงผักกาดเอ่ยถามก่อนจะรับช่วงต่อเก็บโต๊ะอาหารจากปรียาวดี

“มานานแล้วล่ะ พี่ให้คุณภูทานข้าวทานยาเสร็จแล้วนะ เหลือแต่เช็ดตัว ผักกาดมาพอดีงั้นพี่ยกหน้าที่นี้ให้แล้วกันนะ พอดีพี่ต้องไปตรวจคนไข้แล้วน่ะ”

“ได้ค่ะ” เด็กสาวรับผ้าจากปรียาวดีมาถือไว้

“เมื่อไหร่ภูจะได้ออกจากโรงพยาบาล?” เสียงน้อยๆ เอ่ยถาม

“ตอนเย็นก็น่าจะได้กลับบ้านแล้วค่ะ เบื่อโรงพยาบาลแล้วเหรอคะ?” รอยยิ้มแสนอบอุ่นของปรียาวดีคล้ายจะช่วยชโลมหัวใจที่ไม่เต็มดวงให้รู้สึกชุ่มชื่นอย่างบอกไม่ถูก

ภูรินท์พยักหน้าตอบไม่ได้เอ่ยอะไรต่อก่อนจะล้มตัวลงนอนพักผ่อน

ปรียาวดีถอนหายใจเบาๆ อย่างวิตกด้วยคิดว่าเด็กน้อยยังคาดโทษหล่อนอยู่

“งั้นพี่ไปก่อนนะผักกาด”

“ค่ะ” ตบบ่าเด็กสาวเบาๆ เพราะเห็นว่าหล่อนนั้นคล้ายจะคิดมากไปด้วยกับท่าทีเย็นชาของภูรินท์

พอไร้ร่างแพทย์สาวเด็กชายตัวน้อยก็หันหลังกลับมา จรดสายตาไปยังประตูที่พึ่งปิดลง ริมฝีปากคล้ายจะยิ้มแต่ก็เหมือนไม่ยิ้ม มันขัดแย้งกันอยู่ในใจ

ผักกาดทอดมองพฤติกรรมนั้นของเจ้านายตัวน้อยพลางส่ายหัวระอา อดคิดในใจไม่ได้

ชอบเก๊กเหมือนบิดาไม่มีผิด…

 

“วันนี้ปรีไม่ว่างจริงๆ ดลไปคนเดียวไม่ได้เหรอ? นะๆ เอาไว้วันหลังปรีจะไปด้วย” เสียงอ่อนเสียงหวานเอ่ยบอกปลายสาย หากใครต่อใครเดินผ่านคงไม่วายได้คิดว่าปรียาวดีนั้นกำลังคุยกับคนรักไม่ใช่น้องชาย ซึ่งมันเป็นปกติของสองพี่น้องคู่นี้อยู่แล้ว

บางคราก็ดีกันจนคนอื่นอิจฉาทว่าบางคราก็ตีกันจนผู้เป็นย่านั้นปวดหัว นี่แหละปรียาวดีและนพดล พี่น้องที่ทำตัวราวกับเพื่อนทั้งๆ ที่ห่างกันหนึ่งปี

“ก็วันนี้ปรีต้องไปทานข้าวกับหม่อมย่าที่วัง คุณย่าก็ไปด้วยนะ ปรีไม่ได้โกหกดลหรอก” เสียงตอบกลับของนพดลคล้ายจะเง้างอนจึงต้องอธิบายเหตุผลเสียยกใหญ่ ด้วยว่าวันนี้น้องชายมารบเร้าให้หล่อนไปช่วยเล่นละครเป็นไม้กันหมา เนื่องจากต้องไปคุยกับลูกค้าสาวใหญ่ และดูท่าฝ่ายนั้นจะชอบพอในตัวของน้องชายหล่อนเข้าอย่างจัง

รายนี้จึงอยากให้ปรียาวดีไปด้วยทว่าหล่อนก็ติดธุระเสียก่อนทำเอานพดลลมแทบจับ

(ก็ได้ เดี๋ยวดลเลื่อนนัดไปวันอื่นแล้วกัน เอาวันที่ปรีว่างดีกว่า)

“เขาก็ออกจะสวยทำไมไม่ชอบล่ะ?” ขำคิกเมื่อนึกถึงสีหน้าน้องชายหากได้ยินประโยคนี้ของหล่อน

(สวยยังไงถ้าไม่ใช่สเปคดล ดลก็ไม่ชอบหรอก ปรีอย่ามายัดเยียดให้ดลหน่อยเลย)

“ล้อเล่นนิดเดียวเอง ทำมาเป็นเสียงดุ เดี๋ยวเถอะปรีจะไม่ช่วย”

(ขอโทษครับคุณปรียาวดี ผมขอโทษจริงๆ ครับ ช่วยผมเถอะนะครับ)

“ได้อยู่แล้วจ้าคุณนพดล เลี้ยงข้าวปรีด้วยแล้วกัน”

(เลี้ยงทั้งชีวิตก็ได้ครับคุณปรี)

“ปรีกินจุนะ”

(จะจุแค่ไหนกันเชียว)

“จุขนาดที่เคยทำให้ดลร้องไห้เพราะง่วงนอนเลยล่ะ” จบประโยคนั้นภาพในอดีตก็ย้อนกลับเข้ามาในหัวของทั้งสอง ในวันนั้นผู้เป็นย่าพาไปทานอาหารนอกบ้าน ปรียาวดีทานข้าวไม่อิ่มสักทีส่วนนพดลนั้นก็ง่วงนอน ทว่าพี่สาวก็ไม่ยอมลุกจากเก้าอี้ ส่งผลให้เด็กชายร้องไห้งอแงใส่ปรียาวดีเกือบครึ่งชั่วโมง

และแล้วเหตุการณ์ในวันนั้นก็กลายเป็นเรื่องล้อเลียนนพดลทุกๆ ครั้งที่ได้พูดคุยกัน สงสัยปรียาวดีจะล้อยันลูกบวชนู่นแหละ

เสียงหัวเราะขบขันจากแพทย์หญิง รอยยิ้มแสนร่าเริงของหล่อน ทำให้เท้าใครบางคนชะงักนิ่ง มือหนาล้วงกระเป๋ากางเกงตัวเองพลางจ้องเขม็งไปยังปรียาวดีไม่กะพริบตาเลยสักครา คล้ายจะมองรอยยิ้มนั้นอย่างพินิจพิจารณา

ใครคือคนปลายสาย ถึงได้ยิ้มกว้างออกปานนั้น...แม่คุณ

อนุทัตนึกฉงนในใจอย่างหงุดหงิด

“สงสัยจะว่าง” เสียงขุ่นเอ่ยพูดก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นพร้อมแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ คล้ายจะมีแผนบางอย่างในใจ โดยที่เหยื่อในครานี้ไม่รู้ตัวเลยสักนิด

ผ่านไปไม่ถึงยี่สิบนาที จากที่คิดว่างานถูกสะสางจนหมดแล้ว ทว่าอยู่ๆ งานของปรียาวดีก็เพิ่มพูนขึ้นมาราวกับภูเขาไฟฟูจิ

ยิ่งคิดยิ่งแค้นด้วยรู้ว่าบุคคลที่ทำเช่นนี้กับเธอคือใคร

คิดไว้ไม่มีผิด ในเมื่อวานทำดีได้ไม่นานหรอก สุดท้ายพอข้ามมาเช้าวันใหม่ อนุทัตคนเดิมก็กลับมาอยู่ดี

อนุทัต...ไม่ว่าจะวันไหนๆ ก็เป็นอนุทัตจอมโหดเหมือนเดิม ใจดีได้ไม่นานหรอกเดี๋ยวจะขาดใจตาย

นึกคาดโทษคนขี้แกล้ง ในขณะนั้นเองที่ปรียาวดีเหลือบสายตาไปเห็นร่างหนาซึ่งกำลังเดินผ่านมาทางหล่อนพอดิบพอดีราวกับตั้งใจ

สายตาขุ่นเคืองตวัดขวับไปยังอนุทัตทว่าใบหน้าคมเข้มกลับทำท่าทางไม่รู้สึกรู้สาใดๆ จนปรียาวดีเริ่มหมั่นไส้

ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเพราะรู้ดีว่าคนตัวโตคงไม่สะทกสะท้านอะไร

หนังหน้าคงหนายิ่งกว่าเปลือกโลกแล้วกระมัง

 

ตกเย็นของวันปรียาวดีก็หอบร่างที่อ่อนล้าลงจากรถแท็กซี่เดินโซซัดโซเซตรงเข้าไปยังวังปัทมธาดา กวาดสายตาสำรวจรอบๆ วังเมื่อไม่พบรถของคู่กรณีนามว่าอนุทัตจึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ค่อยยังชั่ว ถ้าเกิดเจอหน้าอีกมีหวังพลังงานในร่างกายคงถูกดูดออกไปหมดแน่ๆ” ทำหน้าระอาใจ

ทว่าเหมือนฟ้าจะไม่เข้าข้างหล่อน เสียงรถที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ๆ พร้อมแตรที่บีบไล่ปรียาวดีให้หลบราวกับเสียงขุมนรกระเบิดในหัว

นรกจริงๆ จังหวะนรกชัดๆ

ความคิดเห็น