email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 90

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2564 11:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 90
แบบอักษร

เช้าวันถัดมาเหล่าภรรยาของเจ้าเมือง ก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกผิดหวังเลยแม้แต่น้อย และแน่นอนว่าในเมื่อลูกค้าเยอะ ฌอนก็ได้ถือโอกาสในการทำภารกิจเสริมไปในตัว เพื่อให้สินค้ามีขายมากขึ้น อีกอย่างหนึ่งเขาจะต้องเดินทางเคลื่อนตัวทางเมืองพฤกษา เพื่อเปิดร้านให้กับซิลเวียแล้วเริ่มเดินทางในตอนบ่าย

 

ฌอนจัดการระบบให้กับร้านอีกเล็กน้อย ก่อนจะส่งต่อให้กับมีเวีย และลิเวียธานต่อในทันที แล้วฌอนก็ขึ้นรถเพื่อออกเดินทางในเวลาก่อนเที่ยง ในระหว่างทางนั้นเอง เขาก็เลือกทาสของระบบคนใหม่เพื่อที่จะให้เอาไว้ช่วยงานคาร์เวียที่ร้านคาเฟ่ และจะได้เรียกตัวของโจวกลับมาทำงานกับเขาได้เสียที ส่วนโวโรนิก้าก็ให้เดินทางไปพร้อมกันแล้วเจอกันที่เมืองพฤกษา

 

ทาสคนใหม่ที่จะมาช่วยงานของคาร์เวียมีชื่อว่า ‘เกรซ’ เธอเป็นสุดยอดเมทที่สามารถทำได้ทุกอย่างเกี่ยวกับงานบ้าน ฌอนคิดว่าควรเลือกคนธรรมดามาดูบ้าง ไม่อย่างนั้นร้านของเขาก็จะกลายเป็นรังของสัตว์ประหลาดเอาได้ ฌอนให้เกรซวาร์ปไปยังร้าน และได้บอกกล่าวกับคาร์เวียเอาไว้แล้ว ในระหว่างเดินทางเขาอยากจะพบเจอกับเหล่าโจรป่าเสียจริงๆ ถึงกับขั้นสั่งให้บังคับรถม้าไปในทางที่ไม่ค่อยมีคนสัญจร แต่เขาก็ไม่เจอพวกมันเลย มันทำให้ฌอนรู้สึกเซ็งเป็นอย่างมาก

 

ในช่วงเวลาเกือบๆจะมืดค่ำ ฌอน และคิริวก็เดินทางมาถึงหน้าเมืองพฤกษาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถเข้าเมืองได้ เนื่องมาจากมันถึงเวลาปิดเมืองแล้ว เหมือนกับมาตรการที่เมืองมาลีนที่เขาอาศัยอยู่ หากไม่แวะ และรอโจรป่าปรากฏตัวก็น่าจะเข้าทันแล้ว แต่ก็ไม่เป็นอะไร เพราะภายในรถม้าคันนี้ ได้ถูกตกแต่งไปด้วยเบาะนุ่มๆ ราวกับโซฟาในโรงแรมหรูหราเลยทีเดียว มันจึงทำให้เขาไม่ได้ลำบากอะไรมากนัก

 

คิริวที่คืนนี้ทั้งคืนต้องยืนเฝ้ายามอยู่คนเดียวอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาเลยแบบสบายๆ ฌอนนอนหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในเวลาเช้าตรู่ พวกเขาทานอาหารกันอย่างง่ายๆ ก่อนจะรีบเดินทางให้ไปถึงตามกำหนดการ เพราะถ้ายิ่งเปิดช้าเท่าไหร่ งานอาชีพหลักของเขาก็จะสูญเสียรายได้ แต่ในอีกมุมหนึ่งของโลก สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความมืด ความชั่วร้าย นับวันก็ยิ่งปะทุขึ้นมาเรื่อยๆ

“ข้าต้องการพลังด้านลบมากกว่านี้..” เสียงที่ดูส่งพลังดังขึ้นมาทั่วบริเวณนั้น มันเป็นเสียงของผู้ที่เป็นนายเหนือหัวของเหล่าปีศาจทั่วทั้งโลก นามของมันคือ ‘โซลอน’ ราชาผู้ควบคุมความมืดมิด วิญญาณและความตาย ราชาปีศาจตนแรกของโลกใบนี้ ในอดีตราชาปีศาจนั้นเป็นตัวตนหนึ่งที่มีพลังอำนาจค่อนข้างมาก และด้วยพลังนี้จึงทำให้มนุษย์ธรรมดา หรือสิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อื่นไม่สามารถจัดการกับราชาปีศาจตนนี้ได้เลย ทำได้อย่างมากก็เพียงแค่ผนึกไว้เพียงเท่านั้น

“นายเหนือหัว.. โปรดวางพระทัยขอรับ.. ในตอนนี้กองทัพปีศาจของเรา พร้อมแล้วที่จะทำตามพระประสงค์ของท่าน.. ขอเพียงแค่ท่านเอ่ยกล่าวออกมา ตัวข้า และเหล่าปีศาจทั้งแผ่นดินก็พร้อมออกจากทวีปนี้ไปสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนขอรับ.. ถึงตอนนั้นแม้แต่คำทำนายของเทพพยากรณ์นั้น...”

 

ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ‘เฮลบิ้ง’ พ่อมดแห่งความมืดเอ่ยออกมาเพื่อรายงานกับนายเหนือหัวของตน ในระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เฮลบิ้งตนนี้แหละที่เป็นผู้ควบคุม และสั่งการเหล่าปีศาจแทนองค์ราชาของพวกเขา แม้ว่าจะมีคำทำนายเกี่ยวกับบุรุษผู้หนึ่ง จะสามารถจัดการราชาปีศาจนายของพวกเขาได้ แต่เขาเชื่อว่าไม่มีมนุษย์หน้าไหนที่สามารถทำอย่างนั้น 

 

เหตุผลหนึ่งมันก็อาจจะเป็นเพราะช่วงชีวิตของมนุษย์นั้นแสนจะสั้น ทำให้การพัฒนาการเรื่องของพลัง และการต่อสู้มีน้อยกว่าเผ่าปีศาจอย่างพวกเขา นอกเสียจากบุคคลที่มีพลังทัดเทียบกับราชาของพวกเขานั่นก็คือ ราชามังกรฟ้า ‘สเฟียร์’ ราชาแห่งมูลอสูรทั้งปวง แต่ราชามังกรสเฟียร์ไม่ได้ชื่นชอบหรือกระหายในสงครามเหมือนพวกเขา ส่วนใหญ่แล้วมังกรมักจะเป็นเผ่าพันธุ์ที่สันโดษ ไม่ยุ่งกับเรื่องใดๆในทวีปอื่นหากไม่จำเป็น 

 

แต่ในครั้งนั้นในอดีตเมื่อเกือบ 100 ปีก่อน ในขณะที่เหล่าปีศาจกำลังได้เปรียบในสงครามกับมนุษย์ พวกมังกร และเหล่าอสูรก็เข้าร่วมสงคราม ส่งผลให้ราชาปีศาจ และเหล่าสมุน บาปทั้งเจ็ด สี่อัศวินม้าแห่งวันโลกาวินาศได้ถูกผนึกลง และตอนนี้มันก็ใกล้ถึงเวลาแล้วที่เหล่าข้ารับใช้คนสนิททั้งหมดจะได้ตื่นขึ้น

“เจ้าจะเชื่อเรื่องปลดของพวกเทพเจ้าหน้าโง่พวกนั้นอย่างนั้นรึ..” เสียงของราชาปีศาจกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ โซลอนอยู่แล้วตอบออกว่าการทำนายนั้นมันแม่นยำยิ่งกว่าตาเห็น แต่มันก็ทำให้เขาต้องเก็บพลังให้มากพอเพื่อที่จะต่อสู้กับชายในตำนานคนนั้น 

“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ.. มันเป็นเพียงสิ่งที่เราไม่ควรละเลยขอรับ.. หากในเมื่อมีคำทำนาย นั่นก็ย่อมแปลว่ามันมีมูลอะไรสักอย่าง ชายผู้ที่ขึ้นมาเป็นผู้นำของเหล่ามวลมนุษย์ ชายคนนั้นเพียงแค่เรากำจัดมันก็สิ้นเรื่องไม่ใช่รึขอรับ” ข้ารับใช้พ่อมดเฮลบิ้งกล่าว มันทำให้เสียงของโซลอนเงียบไปสักพักหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกมา

“จริงอย่างที่เจ้าว่า.. การที่เราได้รับรู้เรื่องราวก่อนล่วงหน้านั้นมันมีประโยชน์ เอาล่ะ พวกเจ้าทั้งเหล่า หากปีศาจตนไหนหรือผู้ใดที่สังหารชายในโชคชะตานั้นได้ ข้าจะให้รางวัลแก่มัน ประกาศออกไป” แน่นอนว่ามันเป็นการเคลื่อนไหวของเหล่าปีศาจที่ต้องการทำตามความต้องการของราชาของพวกเขา

“ขอรับองค์เหนือหัว.. ข้าจะรีบดำเนินการในทันทีขอรับ” สาสน์คำสั่งถูกส่งต่อๆไปให้กับเหล่าปีศาจทั่วโลก และกองทัพปีศาจเองก็เริ่มที่จะเคลื่อนไหวออกจากทวีปปีศาจบ้างแล้ว มันจะกลายเป็นฝันร้ายในอนาคตของเหล่าอาณาจักรที่ใกล้เคียง

แต่ก็ยังมีบุคคลหนึ่งที่ยังไม่ได้รู้อะไร ชายคนดังกล่าวกำลังเดินทางเข้าสู่เมืองพฤกษา พร้อมกับการต้อนรับของซิลเวีย หัวหน้าสาขาสมาคมนักฆ่าจูเลียน หัวหน้าสาขาสมาคมการค้า ‘วาติน’ และเจ้าเมือง ‘มาริส’ แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้ต่างจากที่อื่นๆเลยแม้แต่น้อย ร้านค้าประจำเมืองแห่งนี้ของฌอนก็จะเกี่ยวกับการเกษตรทั้งหมด 

 

มันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยุ่งยากเลย ไม่ได้มีปัญหาเรื่องทะเลาะวิวาทแต่อย่างใด ดูเหมือนว่าซิลเวียจะเป็นผู้ใหญ่พอที่จะจัดการปัญหาต่างๆได้ดี แต่ฌอนก็เชื่อว่าก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึงนั้นซิลเวียจะต้องทำอะไรสักอย่างอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเจ้าเมือง และหัวหน้าสาขาสมาคมการค้าไม่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยถึงความกังวล ความกลัวนั้นออกมาชัดเจนขนาดนี้

            

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่นาน หลังจากที่ซิลเวียได้รับรู้ถึงข่าวจากคาร์เวียน้องสาวคนรองของเธอ ถึงปัญหา และวิธีการจัดการที่ท่านแนนซี่เป็นผู้แนะนำนั้น มันออกมาค่อนข้างถูกใจเจ้านายของเธอมากเลยทีเดียว หากพวกเธอสามารถควบคุมเจ้าเมือง หรือผู้ที่มีอำนาจของเมืองได้ เธอจึงวางแผนที่จะทำตามบ้าง เมื่อคิดได้อย่างนั้น เธอก็ร่ายเวทมนตร์ของตัวเองทันที

 

บัดนี้ เมืองที่ชื่อว่าพฤกษา เมืองที่มีต้นไม้ดอกไม้ รวมถึงไม้เลื้อยขึ้นอยู่เกือบทุกพื้นที่ ก็ปรากฏเหตุการณ์แปลกประหลาดเกิดขึ้น ไม้เลื้อยตรงนี้ก็เจริญเติบโตกันอย่างรวดเร็ว มันค่อยๆขยายพันธุ์เข้าไปในอาคารเพื่อหาเป้าหมายที่ผู้เป็นนายต้องการ

“ตรงนั้นเองซินะ...” เธอยิ้ม และกล่าวออกมากับตัวเอง ที่สามารถหาตำแหน่งของเป้าหมายได้แล้ว จากนั้นไม้เลื้อยนั้นก็พุ่งเข้าจู่โจมเป้าหมาย

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้น!!” เจ้าเมือง และคนอื่นๆที่สำคัญเอ่ยออกมาพร้อมกัน พวกเขาต่างโดนไม้ชนิดนี้รัดตัว และอุ้มต่อๆกันมาจากทุกสารทิศ มันเหมือนกับว่าต้นไม้พวกนั้นมีชีวิตที่สามารถเดินได้ ประชาชนภายในเมืองต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น เสียงร้องโวยวายดังออกมาทั่วทั้งเมือง ในขณะที่คนๆหนึ่งกำลังยิ้มออกมาอย่างชื่นชอบ

“ข้าล่ะชอบเสียจริง บัฟพลังที่แทบเป็นอนันท์อย่างนี้...” มือของซิลเวียบอกสะบัดไปกลางอากาศ เสียงร้องเพลงของเธอที่หลุดออกมาจากปากนั้น มันแสดงถึงอารมณ์ของเธอได้เป็นอย่างดี เพราะตอนนี้เธอกำลังอารมณ์ดีสุดๆ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว