ทั้งที่รู้สึกเกลียดตั้งแต่ยังไม่เคยเจอหน้า แต่สวรรค์กลับนำพาให้ทั้งคู่พานพบกัน

ตัดครั้งที่ 26

ชื่อตอน : ตัดครั้งที่ 26

คำค้น : ทำไมข้าต้องอยากตัดแขนเสื้อท่าน ตัดแขนเสื้อ อ้ายหมิง จางเหว่ย หานตง เสี่ยวตง จางเกอ ซือเป่า 18+ นิยายวาย นิยายจีนย้อนเวลา

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 394

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2564 00:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัดครั้งที่ 26
แบบอักษร

ตัดครั้งที่ 26 

ข่าวฮองเฮาทรงพระครรภ์มังกรแพร่กระจายอย่างรวดเร็วประดุจดังสายน้ำ ใช้เวลาไม่กี่ชั่วยามก็แทรกซึมไปทั่วทุกพื้นที่ในวัง แผ่ขยายกว้างไกลไปจนถึงด้านนอกกำแพงวัง ไม่นานเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ก็รับรู้ข่าวนี้โดยทั่วกัน 

เรื่องมงคลเช่นนี้ย่อมสร้างความปลื้มปีติยินดีให้ใครต่อใครได้ไม่น้อย แต่ก็มีอีกไม่น้อยที่ไม่ได้ยินดีกับข่าวนี้เอาเสียเลย ดังเช่นหนึ่งสตรีผู้มีอำนาจไม่น้อยไปกว่าหวังไทฮองไทเฮา 

“ไยสวรรค์ถึงไม่เข้าข้างพวกเราบ้าง!” สตรีภายใต้อาภรณ์แสนงดงามระบายความอัดอั้นที่อยู่ภายในจนแทบจะทำให้แก้วหยกเนื้อดีแหลกคามือ 

“เสด็จแม่ได้โปรดระงับโทสะ” ติ้งตี้ไทเฮาผู้เป็นพระมารดาขององค์ฮ่องเต้ ยังคงใช้ความสงบเยือกเย็นในการระงับความโกรธเกรี้ยวของผู้เป็นมารดาของพระสวามี 

“จะให้ข้าใจเย็นอยู่ได้อย่างไร เจ้าเห็นหรือไม่ว่าพวกนางได้สิ่งใดไปบ้าง” ใบหน้างดงามของสตรีที่มักยิ้มแย้มอยู่เสมอในยามนี้กลับบูดบึ้งไร้รอยยิ้มบนใบหน้า 

“เป็นหลานที่ไร้ความสามารถทำให้เสด็จย่าและเสด็จแม่ต้องกลัดกลุ้มพระทัย” ฟ่านเจี๋ยยวี๋ที่ยืนอยู่ด้านข้างคุกเข่าลงอย่ารู้สึกผิด 

“หาใช่ความผิดของเจ้าไม่ ลุกขึ้นเถิด” ติ้งตี้ไทเฮายังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

ฟ่านเจี๋ยยวี๋ลุกขึ้นตามแรงพยุงของนางกำนัลแต่ก็ยังคงก้มหน้ามองพื้นไม่กล้าสบตาสตรีทั้งสอง 

“หากจะผิดก็ผิดที่สวรรค์มิเคยเข้าข้างพวกเรา” ฟู่หวงไทไทเฮาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแก้วหยกในมือถูกบีบจนแทบแตกละเอียด 

“หรือแท้จริงแล้วพวกนางตั้งใจให้เป็นแบบนี้...” 

หากตั้งครรภ์ในยามที่มียศเป็นเจาอี๋ก็ต้องรอเด็กในครรภ์คลอดออกมาเป็นชายเสียก่อนนางถึงจะมีโอกาสได้ขึ้นเป็นฮองเฮา ซึ่งเด็กคนนั้นจะได้ขึ้นเป็นองค์รัชทายาทหรือไม่ก็ต้องตัดสินใจอีกครั้ง 

แต่หากนางตั้งครรภ์ในตอนที่เป็นฮองเฮาและคลอดลูกชาย เด็กคนนั้นสามารถรับตำแหน่งองค์รัชทายาทได้ในทันทีโดยไม่มีข้อโต้แย้ง ซึ่งโอกาสก็ดันประจวบเหมาะ นางรับตำแหน่งเพียงแค่วันเดียวก็ตรวจพบว่าตั้งครรภ์ไยทุกอย่างถึงได้พอดิบพอดีไปเสียหมด 

...ข้าก็อยากรู้นักว่าสวรรค์จะเข้าข้างพวกเจ้าไปได้นานแค่ไหน หวังไทฮองไทเฮา 

 

หากบรรยากาศภายในตำหนักฟู่หวงไทไทเฮาตึงเครียดแล้ว บรรยากาศในตำหนักเฉียนชิงกงที่ประทับขององค์ฮ่องเต้นั้นก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ 

หากจะแตกต่างก็ตรงที่เจ้าของตำหนักนั้นกลับเงียบงันไม่เอ่ยสิ่งใดหลังจากที่หวังไทฮองไทเฮาเสด็จออกจากตำหนักไป 

“ฝ่าบาท...” หานตงที่ยืนอึดอัดอยู่นานตัดสินใจเอ่ยเรียกคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม 

“ถึงเวลาแล้วหรือ” คนถูกเรียกขานรับก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 

“ฝ่าบาทจะเสด็จไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” หานตงรีบตรงเข้าไปถามคนที่ดูเหมือนว่ายังคงติดอยู่ในห้วงความคิดของตน 

“เจ้ามิได้เตือนให้ข้าทำตามรับสั่งของหวังไทฮองไทเฮาหรอกหรือ” คนถูกถามหันมาเอ่ยด้วยความไม่เข้า 

“รับสั่งของหวังไทฮองไทเฮา?” หานตงทบทวนความจำของตัวเองอีกครั้งก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าก่อนที่หวังไทฮองไทเฮาจะเสด็จกลับไปนั้น ได้ทรงเตือนให้องค์ฮ่องเต้เสด็จไปยังตำหนักของฮองเฮาในคืนนี้ 

“กระหม่อมมิได้...” หานตงกำลังจะอธิบายว่าตนไม่ได้เร่งเร้า แต่กลับถูกขัดขึ้นเสียก่อน 

“ข้าเข้าใจว่าเจ้าทำตามหน้าที่ และข้าเองก็ควรไปทำหน้าที่ของตนเช่นกันใช่หรือไม่” องค์ฮ่องเต้ยังคงเอ่ยไปพร้อมการยืนนิ่งให้เหล่าขันทีและนางกำนัลเข้ามาเปลี่ยนอาภรณ์ 

หานตงต้องกลับไปสงบปากสงบคำทำหน้าที่ของตนในการจัดการกับผมของคนรักแล้วจบด้วยการสวมเสื้อคลุมตัวนอก องค์ฮ่องเต้ก็พร้อมเสด็จไปยังตำหนักของฮองเฮา 

แต่ก่อนที่ใครอีกคนจะก้าวเท้าขึ้นพระเกี้ยวที่รออยู่ หานตงก็ตัดสินใจคว้าข้อมือของคนรักเอาไว้ 

“วันนี้พระจันทร์เต็มดวง ฝ่าบาทแวะเดินเล่นที่อุทยานหลวงก่อนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” 

คนถูกถามเลิกคิ้วด้วยความไม่เข้าใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มบางๆ 

“ฝ่าบาทเสด็จอุทยานหลวง” เมื่อขันทีผู้ทำหน้าที่นำหน้าขบวนเสด็จขาน ขบวนเสด็จขององค์ฮ่องเต้ก็เริ่มเคลื่อนขบวน 

 

ความเงียบสงบของอุทยานหลวงในยามวิกาล ประกอบกับแสงนวลจากดวงจันทรา เป็นสิ่งที่ช่วยขับกล่อมให้ภายในใจแสนว้าวุ่นของผู้ที่กำลังเดินทอดน่องได้ผ่อนคลายลงบ้าง 

หานตงเป็นเพียงผู้เดียวที่องค์ฮ่องเต้อนุญาตให้ตามเสด็จส่วนผู้อื่นนั้นทำได้แค่ยืนรออยู่ที่พระเกี้ยวเท่านั้น 

“มีสิ่งใดหรือ?” คนที่กำลังเหม่อมองดวงจันทร์หันไปเอ่ยถามคนด้านข้างเมื่อรับรู้ว่าฝ่ามือของตนภายใต้แขนเสื้อนั้นถูกคนด้านข้างกุมเอาไว้ 

“ท่านมิรู้หรือ ยามที่ท่านใช้ความคิดจะเผลอจิกฝ่ามือของตน” หานตงเอ่ย ก่อนจะค่อยๆ แกะมือของคนรักให้คลายออก 

“ข้าไม่รู้ตัวเลย” เจ้าของมือมองรอยเล็บที่ฝ่ามือของตนด้วยความแปลกใจ 

“หากทำเช่นนี้ท่านก็ไม่เจ็บแล้ว” หานตงเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะชูมือของเขาทั้งคู่ที่ประสานกันอยู่ขึ้นตรงหน้า 

“แม้แต่ข้าผู้เป็นเจ้าของมือยังมิรู้ เจ้าช่างเอาใจใส่นัก” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม หัวใจอันเหน็บหนาวถูกโอบอุ้มด้วยความอบอุ่นที่ส่งมาจากฝ่ามือของอีกคน 

“ไม่ให้ใส่ใจภรรยา แล้วจะให้สามีไปสนใจผู้ใดกัน” ชายหนุ่มเอ่ยก่อนจะจุมพิตลงบนหลังมือของคนรักที่กุมอยู่ 

“ข้าช่างโชคดีที่มีเจ้าเคียงข้าง” ฮ่องเต้อ้ายหมิงยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นมาทาบลงบนแก้มของคนตรงหน้า 

“ท่านกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ?” เมื่อบรรยากาศรอบกายขององค์ฮ่องเต้คลายความตึงเครียดลง ชายหนุ่มก็ตัดสินใจเอ่ยถาม 

“ข้ากำลังสงสัยว่าเหตุใดทุกอย่างถึงได้เป็นใจนัก ตั้งครรภ์ทันทีหลังได้รับแต่งตั้งเพียงหนึ่งวัน เป็นเรื่องบังเอิญจริงหรือ” ระหว่างคิ้วของโอรสสวรรค์ขมวดเข้าหากันอีกครั้งเมื่อเขาเริ่มใช้ความคิด ในตอนนี้ฮ่องเต้อ้ายหมิงก็มีความคิดไม่ต่างจากฟู่หวงไทไทเฮา 

ถึงนางจะถวายตัวในฐานะเจาอี๋มาก่อน แต่นางกลับตั้งครรภ์ในเวลาที่เหมาะสมเช่นนี้ และทุกครั้งที่ต้องร่วมเตียงกับนาง เขาก็ป้องกันเอาไว้แล้วไยนางถึงยังตั้งครรภ์ได้อีก 

“ท่านจะคิดมากไปไยลืมแล้วหรือ สวรรค์มักเล่นตลกกับชีวิตคนเพียงใด” หานตงเอ่ยพลางกระชับอีกคนเข้ามากอดเอาไว้ก่อนจะวางคางเกยลงบนไหล่ของคนรักอย่างออดอ้อน 

“เป็นอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ” สวรรค์มักเล่นตลกเพียงใดก็ดูอย่างเขาสิเป็นเพียงแค่องค์ชายปลายแถวใครเล่าจะคิดว่าวันหนึ่งกลับได้มายืนอยู่ในตำแหน่งนี้ 

“เช่นนั้นก็เลิกคิดมากเถอะนะ ข้าไม่อย่าให้ท่านกลุ้มใจ” หานตงยังคงกอดอีกคนพร้อมโยกไปมาเบาๆ ก่อนจะได้รับรางวัลในการเอาใจ เป็นฝ่ามือของอีกคนที่กำลังลูบหัวของเขาด้วยความเอ็นดู 

“คงมีเพียงแค่เจ้าที่ทำให้ข้ารู้สึกผ่อนคลายเช่นนี้” คิ้วที่ผูกเข้าหากันเริ่มคลายออกแล้วแทนที่ด้วยรอยยิ้มบางๆ 

...ต่อให้สวรรค์ชอบเล่นตลกเช่นไร อย่างน้อยสวรรค์ก็ยังคงปรานีส่งคนผู้นี้มามอบรอยยิ้มให้เขายามทุกข์ใจ 

 

ณ ตำหนักคุนหนิงกงที่ประทับของฮองเฮาพระองค์ใหม่ แต่เดิมจากที่ถูกบูรณะซ่อมแซมจนวิจิตรตระการตา ยิ่งพอถูกตกแต่งด้วยโคมไฟมากมาย เพื่อรอต้อนรับองค์ฮ่องเต้ในค่ำคืนนี้ก็ยิ่งดูสว่างไสวงดงามเกินบรรยาย 

หานตงที่อยากจะทะลุมิติไปเอาแว่นตากันแดดอันโปรดมาใส่ทำได้แค่กะพริบตาถี่ๆ แล้วนำเสด็จองค์ฮ่องเต้เข้าไปด้านในตำหนัก 

หน้าประตูบานใหญ่ปรากฏร่างอรชรของสตรีสูงศักดิ์ภายใต้อาภรณ์สีแดงเพลิงยืนระบายรอยยิ้มรอรับเสด็จด้วยความปลื้มปีติ 

“ถวายพระพรเพคะ ฝ่าบาท” ฮองเฮาพระองค์ใหม่ถวายพระพรองค์ฮ่องเต้พร้อมข้ารับใช้ในตำหนักก่อนรอยยิ้มของนางจะกว้างมากขึ้นเมื่อได้รับการใส่พระทัยจากโอรสสวรรค์ 

“เจ้ากำลังตั้งครรภ์ไยต้องมาพิธี” องค์ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะส่งสัญญาณให้เหลากงกงเข้าไปช่วยประคองฮองเฮาให้ยืนขึ้น 

หานตงแอบเห็นว่ารอยยิ้มของนางหายไปหลายส่วน เมื่อผู้ที่เข้าไปประคองมิใช่องค์ฮ่องเต้ดังหวัง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังคงปั้นหน้ายิ้มนำเสด็จองค์ฮ่องเต้เข้าไปด้านใน 

สถานที่งดงามขับกล่อมด้วยเสียงบรรเลงผีผาแสนไพเราะไปพร้อมอาหารเลิศรสที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี แสดงถึงความยินดีของผู้เป็นเจ้าของตำหนักที่รอคอยการมาเยือนขององค์ฮ่องเต้ 

หลังจากเชิญองค์ฮ่องเต้ประทับยังที่นั่งหานตงก็หันไปทำหน้าที่พิสูจน์พิษในอาหารมากมายที่วางเรียงรายอยู่ เดิมทีหน้าที่นี้ไม่ใช่ของหานตง แต่ตั้งแต่วันที่องค์ฮ่องเต้ได้รับยาปลุกกำหนัดชนิดรุนแรง หานตงก็ไม่ไว้ใจใครอีก เขาจึงอาสารับหน้าที่นี้ ทั้งที่ถูกห้ามจากคนรักแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังคงตั้งใจทำหน้าที่นี้อย่างดี 

“เชิญเสวยพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มวางตะเกียบในมือลงบนถาดที่นางกำนัลถืออยู่ก่อนจะถอยออกมา 

“อืม” องค์ฮ่องเต้พยักหน้ารับก่อนจะเริ่มคีบอาหารที่อยู่ถัดจากจานของตน 

อีกหนึ่งเหตุผลที่หานตงรับหน้าที่นี้ก็เพราะต้องการจัดแจงอาหารที่เหมาะกับการกินในแต่ละช่วงเวลา 

อย่างเช่นในยามค่ำคืนก็ควรเลี่ยงพวกของมันของทอดให้มีเพียงเนื้อปลา ผักหรือผลไม้ มาอยู่ใกล้องค์ฮ่องเต้เพื่อให้อีกคนคีบได้ถนัด 

ผู้เป็นกษัตริย์ไม่อาจแสดงออกได้ว่าชื่นชอบอาหารจานใดเป็นพิเศษ ต้องกินแต่ละจานให้เท่าๆ กัน เพื่อไม่ให้ผู้ไม่หวังดีจับสังเกตได้ว่าชอบอาหารจานใดเป็นพิเศษ เพราะคนเหล่านั้นอาจใช้อาหารจานนั้นมาทำร้ายองค์ฮ่องเต้ได้ 

หานตงจะเลือกเพียงอาหารที่ดีต่อสุขภาพและย่อยง่ายเข้ามาไว้ใกล้ๆ องค์ฮ่องเต้ เพราะเขาห่วงสุขภาพของอีกคนด หากให้กินอาหารเลี่ยนๆ มันๆ พวกนั้นทุกคืนก่อนนอน มีหวังอีกไม่นานคนรักของเขาต้องกลายเป็นโรคอ้วนหรือโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร สาเหตุที่ทำให้กษัตริย์หลายต่อหลายพระองค์อายุไม่ยืนเป็นแน่ 

ฮ่องเต้อ้ายหมิงชื่นชอบในการกระทำของหานตงไม่น้อย เขาเองก็ไม่ค่อยชอบอาหารมันๆ เลี่ยนๆ พวกนั้นเท่าไหร่ พออยู่ไกลมือหน่อยเขาก็มีข้ออ้างไม่ต้องกินพวกมันแล้ว 

“ฝ่าบาทลองเสวยขาหมูน้ำแดง จานนี้ดูสิเพคะ” ทั้งที่อยากเลี่ยงแต่จักรพรรดิองเฮาก็ช่างเอาใจเสียจริง 

“ขอบใจเจ้ามาก” ฮ่องเต้อ้ายหมิงรับน้ำใจของอีกคน แต่ก็เพียงรับมาเท่านั้นไม่ได้นำเข้าปาก แล้วหันไปคีบผัดผักสามกษัตริย์มาเข้าปากแทนเมื่อเห็นว่ามื้ออาหารเริ่มต้นขึ้นแล้ว หานตงก็ค่อยๆ ปลีกตัวออกมา เหมือนเช่นทุกครั้ง 

ไม่มีใครอยากเห็นคนรักของตนพลอดรักกับคนอื่นหรอกนะ และคนรักของเขาเองก็คงอึดอัดไม่น้อยหากเขายังอยู่ตรงนั้น 

ทุกครั้งที่ฮ่องเต้ต้องเสด็จไปยังตำหนักของสตรีนางใดในวัง เมื่อเสร็จหน้าที่หานตงจะถอยออกมายืนรออยู่ด้านนอก เพื่อไม่ให้ตนเห็นภาพบาดตา และเพื่อไม่ให้คนรักของตนต้องลำบากใจ 

รู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือหน้าที่ เขาทั้งคู่ต่างก็เข้าใจ แต่ใจคนนั้นช่างเปราะบางยิ่งนัก ในเมื่อรู้ดีว่าสิ่งใดคือสาเหตุที่จะทำให้มีเรื่องขุ่นข้องหมองใจกัน ก็มิสู้หลีกเลี่ยงต้นตอของเรื่องราวไม่ดีกว่าหรือ 

“ต่งกงกงหยุดก่อน” เสียงหวานของสตรีสูงศักดิ์ที่ดังขึ้นทำเอาหานตงที่กำลังจะถอยหลังออกมาต้องหยุดลง 

“ฮองเฮามีสิ่งใดให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ” หานตงเดินไปหยุดลงตรงหน้าของทั้งสองพระองค์ด้วยท่าทางนอบน้อม 

“ข้าเห็นว่าต่งกงกงรับใช้ฝ่าบาทได้ดียิ่งนัก ข้าจึงอยากให้เจ้าอยู่ข้างพระวรกายคอยรับใช้ฝ่าบาทก็เท่านั้น” สตรีในชุดสีแดงเพลิงเอ่ยอย่างมีน้ำใจ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าหานตงไม่เคยอยู่รับใช้ฝ่าบาท เมื่อพระองค์อยู่กับสตรีนางใด 

...ฮองเฮาต้องการให้เขาอยู่ที่นี่เพื่อให้เห็นภาพบาดตาบาดใจสินะ 

 

หานตงสบตากับคนรักของตนด้วยสีหน้าลำบากใจ ซึ่งอีกฝ่ายรู้ดีว่าหานตงรู้สึกเช่นไร เขาจึงจะเอ่ยปากอนุญาตให้อีกคนออกจากห้องไป แต่ก็ถูกสตรีนางเดิมขัดขึ้นเสียก่อน 

“พระสุธารสชาของฝ่าบาทหมดแล้ว เจ้ามิเห็นหรือ” หานตงค้อมกายรับคำสั่งก่อนจะเดินไปหยิบเหยือกหยกชั้นดีไปรินให้คนรัก 

“หากเจ้าลำบากใจออกไปรอข้าข้างนอกดีหรือไม่” ฮ่องเต้อ้ายหมิงกระซิบบอกคนรักที่กำลังรินชาให้กับตน 

“กระหม่อมไม่เป็นอะไร” หานตงตอบอีกคนด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินถอยออกไปยืนรอไม่ไกล 

สายตาของฮ่องเต้อ้ายหมิงยังคงมองตามคนรักไปก่อนจะต้องสะดุ้งขึ้นเมื่อสัมผัสถึงสิ่งอ่อนนุ่มที่แตะลงบนริมฝีปากของตน 

“เจ้าทำอันใด” ฮ่องเต้อ้ายหมิงหันไปถามสตรีด้านข้างด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว 

“หม่อมฉันเห็นว่าพระโอษฐ์ของฝ่าบาทเปื้อนก็เลยเช็ดให้เท่านั้นเพคะ” นางตอบด้วยน้ำเสียงหวานหยด 

“เรามิใช่เด็ก แค่นี้เราทำเองได้” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยก่อนจะแย่งผ้าแพรเนื้อดีในมือของนางมาเช็ดริมฝีปากของตนด้วยตัวเอง 

“หมูสามชั้นทอดน้ำปลาจานนี้ หม่อมฉันตั้งใจสั่งให้ห้องเครื่องทำขึ้นถวายต่อฝ่าบาทเป็นพิเศษเลยเพคะ” นางก็ยังคงพยายามเอาใจผู้เป็นพระสวามี และผลก็ยังคงเป็นเช่นเคย รับมาวางไว้ที่จานแต่ไม่เอาเข้าปาก 

“ฝ่าบาท ลองเสวยปลานึ่งมะนาวจานนี้ดีไหมพ่ะย่ะค่ะ” หานตงที่สังเกตเห็นว่าองค์ฮ่องเต้มองปลานึ่งมะนาวจานนี้อยู่หลายครั้ง แต่คงเพราะตำแหน่งที่วางอยู่ไกลเกินไป อีกคนจึงไม่สามารถแสดงออกไปได้ว่าต้องการกินอาหารจานนั้น เขาก็เลยจัดการย้ายจานมาไว้ตรงหน้าอีกคนแทน 

“น่าสนใจดีหนิ ข้าจะลองดู” ฮ่องเต้อ้ายหมิงยังคงเก็บอาการได้ดี แต่ทันทีเมื่อเนื้อปลาเข้าปากอีกคนก็เผลอยิ้มออกมาบางๆ เมื่อได้ลิ้มลองในสิ่งที่ต้องการ 

หานตงมองดวงหน้าน่ารักที่กำลังมีความสุขกับรสชาติอาหารด้วยรอยยิ้มก่อนจะต้องหุบยิ้ม เมื่อรับรู้ถึงสายตาของฮองเฮาที่จ้องมองอยู่ 

“ต่งกงกงช่างรู้พระทัยของฝ่าบาทนัก วันหลังข้างคงต้องเชิญมาขอคำชี้แนะที่ตำหนัก” ฮองเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเหยียบ 

“ฮองเฮาตรัสเกินไปแล้ว” หานตงส่งยิ้มแหยๆ ให้นางก่อนจะถอยออกไปยืนข้างเหลากงกง 

“หานตงเป็นคนของเราหากเราไม่อนุญาต ผู้ใดก็ห้ามเรียกใช้” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“หม่อมฉันกำลังตั้งครรภ์ กงกงที่ใช้งานได้และรู้ความเหมือนต่งกงกงหามีมากไม่ หม่อมฉันแค่อยากให้ต่งกงกงมาคอยช่วยงานก็เท่านั้น มิใช่เรื่องผิดอันใดหนิเพคะ” ฮองเฮายังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม 

“อีกอย่างเสด็จย่ามอบอำนาจให้หม่อมฉันซึ่งเป็นฮองเฮากำกับดูแลคนในฝ่ายในได้เต็มที่ หม่อมฉันจะเรียกใช้ผู้ใดก็ได้มิใช่หรือ” นางยังคงอ้างสิทธิของตนอย่างชอบธรรม 

“เจ้าตั้งครรภ์ให้เรา เราย่อมยินดี” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยก่อนจะวางตะเกียบในมือลง 

“แต่ใช่ว่าเจ้าจะใช้สิ่งนี้เพื่อทำตามใจของตนได้” โอรสสวรรค์ยังคงเอ่ยด้วยใบหน้าราบเรียบก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าแล้วกระซิบให้ได้ยินแค่เพียงสองคน 

“เจ้ามีหน้าที่ตั้งครรภ์ก็รักษาบุตรในครรภ์ให้ดี อย่าได้ล้ำเส้นให้มากจนเกินไป อย่าลืมสิว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าใดกว่าเจ้าจะได้เห็นหน้าเด็กคนนี้” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยเพียงเท่านั้นก่อนจะถอยออกมา 

“เราอิ่มแล้ว กลับตำหนักเฉียนชิงกง” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยด้วยสุรเสียงดังกังวานก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 

“คะ...คืนนี้ฝ่าบาทไม่ประทับที่ตำหนักของหม่อมฉันหรือเพคะ” ฮองเฮาที่พึ่งจะหาเสียงของตนเจอรีบลุกขึ้นมาเอ่ยถาม 

“เจ้าเข้าวังมานานเพียงใด จึงมิรู้ว่าเราไม่เคยค้างที่ตำหนักใด” สายตาขององค์ฮ่องเต้ยังคงเย็นชาเช่นเคย 

“แต่ที่นี่คือตำหนักคุนหนิงกง และในตอนนี้หม่อมฉันคือฮองเฮา หาใช่เจาอี๋เช่นเดิมไม่” ซึ่งฮองเฮาเองก็หายอมไม่ 

คืนแรกของการแต่งงานนางก็ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ที่ตำหนัก หากคืนนี้องค์ฮ่องเต้ยังไม่ประทับยังตำหนักของนางอีก ทั่วทั้งวังหลวงคงได้ร่ำลือกันสนุกปากว่าฮองเฮาที่พึ่งขึ้นรับตำแหน่งหาได้เป็นที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้ไม่ 

“แล้วอย่างไร?” ฮ่องเต้อ้ายหมิงปลายสายตาฮองเฮาของตนเพียงเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินต่อ 

“ฝ่าบาทประทับต่ออีกสักหน่อยดีไหมพ่ะย่ะค่ะ” หานตงที่เห็นว่าบรรยากาศระหว่างทั้งคู่ไม่ดีเท่าไหร่นัก รีบสาวเท้าเข้าไปด้านข้างโอรสสวรรค์เพื่อกล่อมให้อีกคนอยู่ต่อ 

“ไยเจ้าถึงชอบทำเช่นนี้นัก” หวังคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น แต่เขากลับถูกคนรักตำหนิกลับมาเสียอย่างนั้น 

...ใครจะไปชอบให้คนรักของตนอยู่กับสตรีอื่น แต่การทำร้ายจิตใจสตรีที่กำลังตั้งครรภ์ก็หาใช่สิ่งที่ควรทำมิใช่หรือ 

หานตงทำได้แค่หันไปคำนับฮองเฮาที่กำลังยืนจ้องมองตนกับแผ่นหลังขององค์ฮ่องเต้ก่อนจะรีบสาวเท้าตามอีกคนออกจากตำหนักไป 

 

“ฝ่าบาท...กริ้วกระหม่อมหรือ” หลังจากกลับมาถึงตำหนักเฉียนชิงกงชายหนุ่มก็ต้องมารับกรรมในความใจกว้างของตน เมื่อในตอนนี้คนรักของเขาไม่ยอมเอ่ยสิ่งใดมาตลอดเส้นทาง 

“จางเกอ~ อย่าโกรธเลยน่า~” ในตอนนี้ราชขันทีผู้งามสง่าได้กลายร่างเป็นสุนัขตัวน้อยออดอ้อนคนรักที่กำลังนั่งหน้าตึงไม่พูดไม่จา 

“เกาะแกะอันใดกันเป็นลิงหรือไง” คนถูกโอบกอดจากด้านหลังเอ่ยเสียงนิ่งพร้อมดวงตาที่ยังคงจับจ้องตำราตรงหน้า 

“เป็นสามีของท่านต่างหาก” หานตงตอบพลางใช้หัวถูไถไหล่คนในอ้อมกอดอย่างออดอ้อน 

“เฮอะ สามีที่ชอบผลักไสข้าให้สตรีอื่นน่ะหรือ” ในที่สุดคนชอบเก็บความรู้สึกก็ยอมเอ่ยปากเสียที 

“ก็ข้าไม่อยากให้ท่านถูกตำหนินี่นา” ชายหนุ่มว่าพลางเปลี่ยนตำแหน่งมาซบใบหน้าลงบนตักของคนรักแทน 

“ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีต่อข้า” สุดท้ายจางเหว่ยก็ต้องใจอ่อนให้กับคนขี้อ้อนตรงหน้าอยู่ดี 

“แต่ถ้าหากในวันนี้ข้ายอม ข้าก็ต้องยอมตลอดไปมิใช่หรือ...” มือนุ่มลูบกลุ่มผมของคนรักด้วยความเอ็นดู ทั้งที่ภายในใจยังคงมีเรื่องราวมากมายให้คิดทบทวน 

“ท่านเหนื่อยมาทั้งวันแล้วพักผ่อนก่อนเถอะอย่าพึ่งคิดสิ่งใดเลย” ถึงคนรักของเขาจะไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ แต่หานตงก็รู้ดีว่าในใจของอีกคนนั้นคงสับสนวุ่นวายไม่น้อย 

“ข้าจะช่วยทำให้ท่านผ่อนคลายเองนะขอรับ” หานตงซบดวงหน้าลงบนฝ่ามือของอีกคนก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้ 

“ต้องขอรบกวนเหล่ากงแล้ว” จางเหว่ยยิ้มรับก่อนจะโน้มตัวลงไปกดจูบกลางหน้าผากของอีกคน 

“เช่นนั้นข้าไม่เกรงใจแล้วนะ” หานตงเอ่ยเสียงใสก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วอุ้มอีกคนขึ้นแนบอก 

“เจ้าจะทำสิ่งใดหรือ” คนถูกอุ้มยิ้มขำก่อนจะยกสองมือคล้องคอชายหนุ่มที่กำลังอุ้มตนอยู่ 

“นวดคลายเครียดสูตรพิเศษอย่างไรเล่า” หานตงตอบด้วยน้ำเสียงขึงขังก่อนจะก้มลงไปช่วงชิงดวงแก้มของคนในอ้อมกอดจนพอใจ จึงค่อยนำร่างกายที่แสนเหนื่อยล้าตรงไปยังห้องอาบน้ำ เพื่อทำการนวดสุดพิเศษที่มีเพียงจางเหว่ยเท่านั้นที่จะได้รับบริการนี้ 

เสียงน้ำกระเซ็นสลับเสียงหอบหายใจดังไปทั่วทั้งห้องอาบน้ำขนาดใหญ่ สองร่างภายใต้หมอกสีขาวจากไอน้ำกอดเกี่ยว อุปกรณ์การนวดแสนภาคภูมิใจของหานตงขยับเข้าออกเสียดสีจุดกระสั่น กระตุ้นเร้าให้ร่างที่ถูกปรนเปรอผ่อนคลายความตึงเครียดในใจ แล้วก้าวเข้าไปสู่ดินแดนแห่งความฝันอันขาวโพลน ปลดเปลื้องภาระมากมาย ปล่อยตัวปล่อยใจให้สุขสมไปกับความหฤหรรษ์ที่กำลังถูกมอบให้ 

“หานตง อ่า ข้า...” เสียงหวานถูกกลืนกลับเมื่อเรียวลิ้นและทุกพื้นที่ในโพรงปากถูกช่วงชิง 

จังหวะการนวดเร่งเร้าหนักหน่วงขึ้นทุกครั้ง เมื่อคนในอ้อมกอดส่งเสียงครางหวาน จนเมื่ออารมณ์ความรู้สึกพุ่งทะยานถึงขีดสุด หยาดน้ำอันอุ่นร้อนที่ฉีดพุ่งเข้ามาในกายก็นำพาให้เขาไปถึงจุดสูงสุดแห่งความสุขสม ปลดปล่อยความสับสนมากมายไปกับความเสียวซ่าน แล้วเหลือเพียงความว่างเปล่า ในสมองไร้ความคิด จิตใจไร้สิ่งหนักอึ้งกดทับ รับรู้เพียงแค่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของร่างตรงหน้า เบาหวิวไปทั้งกายใจ ผ่อนคลายจนมิอยากลืมตาตื่น 

ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงถูกหมอนวดประจำกายอุ้มกลับมาที่เตียง และเมื่อร่างกายได้สัมผัสกับความนุ่มและความอบอุ่นจากผืนผ้าห่ม ผู้ที่อ่อนล้าทั้งกายใจก็ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราในทันที 

หานตงแทรกกายเข้าไปภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันกับคนรักก่อนจะยื่นปลายนิ้วไปนวดระหว่างคิ้วที่กำลังขมวดเข้าหากัน 

“มีทางใดที่ข้าจะช่วยแบ่งเบาความทุกข์ของท่านได้บ้าง” เอ่ยพลางเลื่อนปลายนิ้วจากระหว่างคิ้วไปปัดปอยผมออกจากดวงหน้าของคนที่กำลังหลับใหล 

คิดแล้วก็เจ็บใจทำไมตอนอยู่ในโลกเดิมเขาถึงไม่ให้ความสนใจชีวประวัติของจักรพรรดิพระองค์นี้ให้มากกว่านี้นะ มัวแต่เอาความเกลียดชังไปลงกับคนผู้นี้ ทั้งที่ไม่รู้ความจริงอะไรเลย ถ้ารู้เรื่องในอนาคตอย่างน้อยก็น่าจะเอามาใช้ประโยชน์ได้บ้างไม่ใช่รึไง 

แต่จะโทษที่เขาไม่ตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ก็ใครใช้ให้ชีวประวัติของจักรพรรดิฮั่นอ้ายหมิงมีให้ศึกษาไม่เยอะกันล่ะ ถ้าไม่เกี่ยวข้องกับสำนวน ‘พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ’ เรื่องอื่นก็แทบไม่มีอยู่เลย แม้แต่สุสานที่ฝังพระศพยังไม่มีการขุดพบเสียด้วยซ้ำ 

พอนึกถึงตรงนี้หานตงก็ยิ่งกระชับร่างในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น เขาพอจะจำได้ว่าตามประวัติศาสตร์นั้น จักรพรรดิฮั่นอ้ายหมิงอายุไม่ยืนเท่าใดนัก 

“แล้วหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นนะ...” หานตงพยายามเค้นเอาความรู้ในสมองเท่าที่มีออกมาเรียบเรียง ถ้าเขาจำไม่ผิดราชวงศ์ฮั่นตะวันตกล่มสลายหลังจากรัชสมัยของฮ่องเต้อ้ายหมิงไปอีกแค่สองรัชสมัย แล้วเป็นยังไงต่อเขาก็จำไม่ซะด้วยสิ 

“ต่งซือเป่าเอ้ย ทำไมไม่ตั้งใจเรียนให้มากกว่านี้” ชายหนุ่มดึงทึ้งผมตัวเองด้วยความเจ็บใจพลางว่าร่างเก่าของตนที่ไม่ได้ความ 

ก่นด่าตัวเองในใจไปสักพักก็มานึกถึงเหตุผลที่ราชวงศ์ฮั่นตะวันตกล่มสลาย ถ้าให้เดาจากที่แต่ละราชวงศ์สิ้นสุดลงถ้าไม่ถูกยึดอำนาจ หนึ่งเหตุผลก็เพราะไม่มีทายาทสืบทอดบัลลังก์ ไล่เรียงมาถึงตรงนี้เขาก็พอจะจำได้แล้วว่าจักรพรรดิฮั่นอ้ายหมิงไม่มีบุตร! 

ถ้าเช่นนั้นเด็กที่อยู่ในครรภ์ฮองเฮาตอนนี้ล่ะ? อย่าบอกนะว่านางจะแท้ง! แต่นางจะแท้งได้อย่างไร ในวังดูแลฮองเฮาดีขนาดนั้น โดยเฉพาะหวังไทฮองไทเฮา นางต้องระวังเป็นอย่างดีไม่ให้ฮองเฮาและบุตรในครรภ์มีอันตรายแน่ๆ 

“นอกเสียจาก...” หานตงก้มมองคนในอ้อมกอดแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ต่อให้ดูแลร่างกายดียังไง แต่ถ้าจิตใจถูกทำร้ายก็ย่อมส่งผลเสียต่อเด็กในครรภ์ แล้วดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ฝ่าบาทของเขาดูท่าจะไม่ยินดีกับการตั้งครรภ์ของฮองเฮาเอาเสียเลย 

“ถึงท่านจะไม่ชอบนาง แต่เด็กก็ไม่เกี่ยวอะไรด้วยเลยนะ...” หานตงพึมพำกับตัวเองพร้อมลูบหลังคนในอ้อมกอดไปพลาง 

ในเมื่อเขาตัดสินใจเอาไว้แล้วว่าจะพลิกหน้าประวัติศาสตร์ ผู้ชนะจะต้องเป็นคนรักของเขาเท่านั้น และตอนนี้ผู้ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้อ้ายหมิงก็คือต่งหานตงหาใช่ต่งซุนเทียนไม่ 

“ท่านจะต้องมีทายาทสืบบัลลังก์ และอนุชนคนรุ่นหลังต้องรับรู้ว่าท่านนั้นเป็นฮ่องเต้ที่ดีเพียงใด” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ก่อนจะกดจูบลงบนกลางกระหม่อมของคนรักเบาๆ 

...ข้าอาจทำอะไรไม่ได้มากนัก แต่ข้าก็จะทำให้ดีที่สุดเท่าที่ข้าจะทำได้ เวลาที่เหลือต่อจากนี้ข้าขอมอบให้ท่านแต่เพียงผู้เดียว จางเหว่ยของข้า 

.......................................................................... 

 

เช้าวันนี้หานตงได้รับภารกิจสำคัญในการนำโสมหิมะ เครื่องราชบรรณาการจากเมืองเหนือไปถวายต่อติ้งตี้ไทเฮาพระมารดาแท้ๆ ของฮ่องเต้อ้ายหมิงที่ช่วงนี้มีข่าวว่าสุขภาพไม่สู้ดีเท่าไรนัก 

เขาพอเข้าใจว่าคนรักของตนกำลังคิดอะไร อีกคนคงหวังดีให้เขามีปฏิสัมพันธ์กับมารดาของตนบ้าง แต่ฝ่าบาทไม่เคยเห็นสายตาที่มารดากับย่าของตนมองเขาหนิว่ามันเป็นยังไง ทั้งดูถูก ทั้งรังเกียจ มองอย่างกับเขาเป็นขี้ก็ไม่ปาน 

ชายหนุ่มหันไปมองกล่องไม้ในมือขันธีที่เดินตามมาแล้วก็ต้องถอนหายใจอีกครั้ง เอาเถอะๆ รีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จแล้วรีบกลับดีกว่า อีกอย่างวันนี้ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พวกซุนเทียนเข้าเฝ้าด้วย เขาไม่อยากให้คนรักของเขาใช้เวลากับชายอื่นโดยที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆ หรอกนะ 

“เชิญต่งกงกง” ข้ารับใช้ประจำตำหนักติ้งตี้ไทเฮาออกมาเชิญชายหนุ่มเข้าไปด้านใน เมื่อได้รับอนุญาตจากผู้เป็นนาย 

“ถวายพระพร...ฟู่หวงไทไทเฮา ติ้งตี้ไทเฮา ขอพระองค์ทรงพระเจริญพันปี พันพันปี” จากที่คิดว่าจะต้องเผชิญหน้าแค่มารดาของคนรักกลับต้องเจอผู้เป็นย่าอีกคนซะอย่างนั้น 

“ถวายพระพรฟ่านเจี๋ยยวี๋” พ่วงด้วยหนึ่งในภรรยาอีกคนของคนรักอีกด้วย 

...แม่ของเมีย ย่าของเมีย และเมียอีกคนของเมีย ครบองค์ประชุมขนาดนี้ วันนี้ข้าต้องเจอกับอะไรบ้างเนี่ย! 

 

“ลุกขึ้นได้” เมื่อสุรเสียงราบเรียบของสตรีสูงศักดิ์ดังขึ้น หานตนจึงค่อยๆ ยืดตัวตรง 

“เป็นพระมหากรุณายิ่งพ่ะย่ะค่ะ” คนที่กำลังอยากจะร่ำไห้ทำได้แค่ส่งยิ้มให้สตรีทั้งสามอย่างมีมารยาท 

“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้กระหม่อมนำโสมหิมะ เครื่องราชบรรณาการจากเมืองเหนือมาถวายต่อติ้งตี้ไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ” เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาหานตงก็เข้าธุระของตนในทันที ชายหนุ่มหันไปรับกล่องจากขันทีที่ติดตามมาก่อนจะนำขึ้นถวายต่อสตรีสูงศักดิ์ 

“ฝากเจ้ากลับไปกราบทูลฝ่าบาทด้วยว่าข้าขอบใจมาก” ติ้งตี้ไทเฮาส่งสัญญาณให้นางกำนัลเข้าไปรับกล่อมโสมจากมือของหานตงด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“ฝ่าบาทช่างกตัญญูยิ่งนัก รู้ข่าวว่าเจ้าป่วยไข้ก็เร่งสรรหาของมาบำรุง” ฟู่หวงไทไทเฮาเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่หานตงมองอย่างไรก็รู้สึกว่าเป็นรอยยิ้มที่โคตรปลอม 

“ฝ่าบาทยังมีรับสั่งให้นำโสมอีกกล่องถวายต่อฟู่หวงไทไทเฮา กระหม่อมได้ให้คนนำไปยังตำหนักเสี่ยนฝูกงแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หานตงรีบเอ่ยต่อ 

หากจะเอาใจญาติผู้ใหญ่ก็ต้องเอาใจทั้งหมด ห้ามให้ใครด้อยไปกว่าใคร หานตงได้เสนอความเห็นนี้ต่อคนรักซึ่งอีกคนก็เห็นด้วยและอนุญาตให้เขาจัดการ 

ชายหนุ่มจึงจัดการแบ่งเครื่องราชบรรณาการนี้ออกเป็นสามส่วน กล่องที่หนึ่งถวายต่อติ้งตี้ไทเฮาผู้เป็นมารดาตามความต้องการของฝ่าบาท กล่องที่สองถวายต่อฟู่หวงไทไทเฮาผู้เป็นย่า เพื่อไม่ให้นางคิดว่าฝ่าบาทรักแต่เพียงมารดา และกล่องสุดท้ายถูกส่งไปยังตำหนักฉู่ซิวกงที่ประทับของหวังไทฮองไทเฮา 

ถึงหวังไทฮองไทเฮาจะไม่ใช่ย่าแท้ๆ ของฝ่าบาท แต่ก็ถือว่าเป็นผู้อาวุธโสที่สุดในฝ่ายใน ดังนั้นก็ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด 

“และคงมีอีกกล่องกำลังถูกส่งไปยังตำหนักฉู่ซิวกงใช่หรือไม่” ชื่อตำหนักของหวังไทฮองไทเฮาที่คนซึ่งกำลังยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบเอ่ยนั้น ทำเอาหานตงเสียวสันหลังขึ้นมาทันที 

“ฝ่าบาททรงใส่พระทัยทุกพระองค์ไม่น้อยไปกว่ากันพ่ะย่ะค่ะ” ชายหนุ่มพยายามหาคำตอบให้เป็นผลดีกับองค์ฮ่องเต้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อไม่ให้คนรักของตนถูกตำหนิ 

“แม้แต่เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เจ้าก็ยังรอบคอบ ฝ่าบาทช่างมีบ่าวไพร่ที่ใช้งานได้จริงๆ” 

“กระหม่อมเพียงทำตามหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ” หานตงทำได้แค่ยิ้มรับ ถึงคำพูดของฟู่หวงไทไทเฮาจะฟังดูกดเขาให้ต่ำต้อยเพียงใด แต่คิดเสียว่าอีกคนกำลังเอ่ยชมที่เขาทำงานดีก็แล้วกัน 

“ในเมื่อรู้ว่าหน้าที่ของตนคือสิ่งใด เช่นนั้นก็คงรู้ใช่หรือไม่ว่าผู้ใดที่หวังดีต่อฝ่าบาทและผู้ใดที่สามารถทำให้บัลลังก์ของฝ่าบาทมั่นคง” ยิ่งได้ยินสตรีสูงศักดิ์เอ่ย หานตงก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก 

“กระหม่อมทราบดีพ่ะย่ะค่ะ” แต่ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็ยังคงทำได้แค่น้อมรับคำ 

“ในยามนี้ฮองเฮาได้ตั้งครรภ์มังกรแล้ว ย่อมเป็นเรื่องยินดีนัก” ฟู่หวงไทไทเฮาเอ่ยก่อนจะมองไปยังคนของตน 

“แต่ยิ่งฝ่าบาทมีทายาทมากเท่าใดก็ยิ่งเป็นผลดีต่อพระองค์มิใช่หรือ” ดวงตาคู่นั้นเคลื่อนมาจับจ้องชายหนุ่มที่กำลังยืนก้มหน้าอีกครั้ง 

“ตรัสถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” หานตงยังคงเออออห่อหมกรับคำต่อไป 

“เช่นนั้นเจ้าก็จงทำหน้าที่ที่ข้ามอบหมายให้ดี อย่าให้เป็นดั่งที่ผ่านมา มิเช่นนั้นข้าจะถือว่าเจ้าละเลยหน้าที่ของตน” คำสั่งผสมคำขู่ทำให้หานตงได้แต่ร่ำไห้ในใจ นางคงไม่พอใจที่ช่วงนี้เขามักจะชี้นำให้ฝ่าบาทไปยังตำหนักของฮองเฮาสินะ 

“กระหม่อมน้อมรับพระเสาวนีย์พ่ะย่ะค่ะ” หานตงพอจะเดาเหตุการณ์ได้บ้างแล้วว่าอะไรเป็นอะไร 

เพราะเขานึกสงสารเด็กที่อยู่ในครรภ์ของฮองเฮา ทำให้ฟู่หวงไทไทเฮาเข้าใจผิดไปแล้วว่า เขาอยู่ฝั่งเดียวกันกับหวังไทฮองไทเฮา 

ทั้งที่แท้จริงแล้วเขาไม่ต้องการอยู่ฝั่งใด เขาแค่ต้องการอยู่ข้างกายของคนรักก็เท่านั้น 

“ต่งกงกงทำหน้าที่อย่างดีไม่มีขาดตกบกพร่อง เสด็จย่าอย่าทรงตำหนิต่งกงกงเลยนะเพคะ” สตรีผู้เป็นมิตรกับเขามากที่สุดในห้องนี้เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม 

“เจ้าเองก็ต้องพยายามให้มากกว่านี้ อย่าเอาแต่เล่นซน หัดทำตัวให้สมกับเป็นเจี๋ยยวี๋บ้างเถอะ” เมื่อความสนใจของฟู่หวงไทไทเฮาถูกดึงไปยังฟ่านเจี๋ยยวี๋ นางก็รีบส่งสัญญาณมาให้เขาหาทางหลบออกไปในทันที 

“เช่นนั้นกระหม่อม...” ชายหนุ่มกำลังจะถอยออกมา แต่กลับถูกน้ำเสียงของผู้ที่นั่งเงียบมาตลอดขัดขึ้นเสียก่อน 

“หม่อมฉันจะออกไปเดินเล่นเสียหน่อย” 

“ไปเถอะอุดอู้อยู่แต่ในตำหนักแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะหายดี” ฟู่หวงไทไทเฮาตอบรับคำขอผู้เป็นเจ้าของตำหนักด้วยรอยยิ้ม 

“ให้หม่อมฉันนำเสด็จดีไหมเพคะ” ฟ่านเจี๋ยยวี๋รีบเสนอตัวในทันทีมิเช่นนั้นนางต้องถูกฟู่หวงไทไทเฮาบ่นต่อเป็นแน่ 

“เจ้ารับใช้เสด็จแม่อยู่ที่นี่น่ะดีแล้ว ส่วนหน้าที่นำทางข้าก็มอบให้ต่งกงกงจัดการเถอะ” คนที่อยู่ดีๆ ถูกกล่าวถึงรีบเงยหน้าขึ้นมองคนพูดก่อนจะต้องกลับไปก้มหน้าอีกครั้ง เมื่อสายตาที่สบเข้านั้นช่างเยือกเย็นจนน่ากลัว 

สุดท้ายหานตงก็ต้องก้มหน้านำเสด็จผู้เป็นแม่ของคนรักไปเดินเล่นในอุทยานหลวง ด้วยบรรยากาศรอบกายที่แสนอึดอัด 

 

...อ้ากกกกกก คิดถึงจางเกอ อยากกลับไปอ้อนแล้วอ่ะ 

เสียงกรีดร้องในใจที่ไม่มีใครได้ยิน ดังขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในใจของราชขันทีแสนสำรวม 

ติ้งตี้ไทเฮาไม่เพียงให้เขานำเสด็จมาเท่านั้นยังให้มาเดินเล่นเป็นเพื่อนอีก และมันก็เป็นอะไรที่โคตรจะอึดอัด 

“เจ้าเข้ามาอยู่ในวังเพื่อสิ่งใด” คำถามที่อยู่ดีๆ ก็พุ่งเข้าแสกหน้าเล่นเอาหานตงมึนงงจนตั้งรับไม่ทัน 

“เพื่อ...อยู่ข้างกายและปกป้องคนรักที่กระหม่อมรักพ่ะย่ะค่ะ” หานตงตัดสินใจตอบกลับไปตามตรง ยังไงนางก็รู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับลูกชายของนางอยู่แล้ว เช่นนั้นก็แสดงความจริงใจออกไปซะเลย 

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าคนที่เจ้ารักนั้นคือผู้ใด” นางยังคงเอ่ยถามไปพร้อมการเดินชมนกชมไม้ 

“กระหม่อมทราบดี” และหานตงยังคงตอบกลับด้วยความนอบน้อม ทั้งที่อึดอัดจนแทบบ้า 

“เช่นนั้นเจ้าก็คงรู้ดีว่าฟู่หวงไทไทเฮาต้องการสิ่งใด และเจ้าต้องทำอะไร” ติ้งตี้ไทเฮาเอ่ยถามพร้อมดวงตาที่เหม่อมองไปยังสระน้ำตรงหน้า 

“สิ่งใดเป็นผลดีต่อฝ่าบาท กระหม่อมพร้อมที่จะทำอย่างเต็มที่พ่ะย่ะค่ะ” หานตงประกาศจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนว่าเขาอยู่ข้างใคร 

“หากเจ้าคิดเช่นนั้น ไยถึงยังไม่จากไปเสียที” สิ้นคำถามชายหนุ่มก็ต้องเงยหน้าขึ้นสบตากับสตรีตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ 

“กระหม่อมช่างโง่เขลานัก กระหม่อมไม่เข้าใจในสิ่งที่พระองค์ตรัส” 

“เจ้ามิรู้จริงหรือว่าเจ้าคือจุดอ่อนของฝ่าบาท” น้ำเสียงสงบนิ่งชวนอึดอัดนำพาให้ใจของคนฟังไหววูบ 

“กระหม่อมไม่...” หานตงพยายามหาข้อแก้ต่างให้ตน แต่เขากลับไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดออกไปได้ 

“สิ่งที่เป็นผลดีต่อฝ่าบาทมากที่สุด คือการที่เจ้าจากไป” 

ชายหนุ่มสบตากับคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้งในอก ในคอแห้งผาก ตีบตันจนหาเสียงของตัวเองแทบไม่เจอ 

เขารู้ดีว่าสิ่งที่คนตรงหน้าเอ่ยนั้นไม่มีสิ่งใดผิด แต่เขาแค่ไม่อยากยอมรับมันก็เท่านั้นเอง... 

....................................................................................... 

ตัดกลับมาภายในห้องทรงอักษรที่ตอนนี้มีเพียงสองบุรุษกำลังปรึกษาเรื่องบางอย่างอยู่ 

“ใบชานั้นมิได้ผล กลีบกุหลาบที่โรยน้ำให้นางอาบก็มิได้ผล” สุรเสียงราบเรียบของผู้เป็นเจ้าเหนือหัวดังขึ้น 

“กระหม่อมมั่นใจว่าไม่ได้มีปัญหาที่ใบชาและกลีบกุหลาบ” ชายเบื้องหน้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง 

“หากสองสิ่งนั้นไม่มีปัญหาไยนางถึงตั้งครรภ์ได้” คำตอบที่ได้รับทำให้โอรสสวรรค์ไม่พอใจเท่าใดนัก ไหนอีกคนมั่นใจเป็นหนักหนาว่าสองสิ่งนี้ป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ไยนางถึงยังตั้งครรภ์ได้อีก 

“ถึงทั้งสองสิ่งจะไม่มีปัญหา แต่หากนางไม่ได้ดื่มชาหรือไม่อาบน้ำโรยกลีบกุหลาบ สิ่งที่ตั้งใจเอาไว้ก็มิเป็นผล” ผู้เป็นเจ้าของสองสิ่งที่ฝ่าบาทประทานต่อฮองเฮาตั้งแต่นางเข้ามาอยู่ในวังยังคงมั่นใจในสรรพคุณยาของตน 

“ไม่มีเหตุผลใดที่นางจะไม่ดื่มชาที่ข้าประทานให้ นอกเสียจาก...” ผู้เป็นเจ้าเหนือหัวสบตากับคนตรงหน้านิ่ง 

“มีผู้ล่วงรู้ในแผนการนี้” คำตอบที่ได้ยินตรงกับสิ่งที่องค์ฮ่องเต้คิด แต่ว่าจะเป็นผู้ใดกัน 

“เช่นนั้นเจ้าก็ต้องรีบสืบหาให้ได้ว่าผู้ใดคือสายสืบที่แฝงตัวเข้ามา” องค์ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นนวดระหว่างคิ้วของตนเพื่อคลายความเครียด 

“น้อมรับพระบัญชา” คนตรงหน้าน้อมรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองโอรสสวรรค์ด้วยสายตาลึกซึ้ง ทั้งที่อยากยื่นมือเข้าไปช่วยทำให้อีกคนคลายเครียดใจจะขาด แต่ก็ทำได้เพียงจ้องมอง 

“แล้วเด็กในครรภ์ของนาง ฝ่าบาทคิดจะทำเช่นไร” หลังจากปล่อยให้องค์ฮ่องเต้คลายความเครียด ชายหนุ่มก็ตัดสินใจเอ่ยถามออกไป 

“จะทำอันใดได้” ฮ่องเต้อ้ายหมิงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย 

“นางพึ่งตั้งครรภ์อ่อนๆ หากฝ่าบาทจะคิดทำสิ่งใด ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด” คำตอบที่ได้ยินทำเอาฮ่องเต้อ้ายหมิงถึงกับชะงัก 

“เจ้าหมายความว่า...” ก่อนหน้าเขาแค่ขู่นางไปเท่านั้น แต่ในใจเขาไม่เคยคิดที่จะทำสิ่งโหดร้ายแบบนั้นแม้แต่ครั้งเดียว 

“หนึ่งชีวิตแลกกับบ้านเมือง ฝ่าบาทต้องตัดสินพระทัยให้เร็วที่สุดพ่ะย่ะค่ะ” คนตรงหน้าย้ำออกมาอีกอีกครั้ง 

“ข้าไม่...” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเงียบลงก่อนจะหายใจเข้าเต็มปอดแล้วสบตากับสหายสนิทของตน 

“เรื่องนี้ข้าต้องคิดให้ถี่ถ้วนอีกครั้ง” 

“พ่ะย่ะค่ะ” ซึ่งคนตรงหน้าก็น้อมรับอย่างไม่มีข้อกังขา 

“จำไว้ให้ดี เรื่องที่คุยกันในวันนี้ห้ามผู้ใดล่วงรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะหานตง” 

“ฝ่าบาทมิไว้ใจเขาหรือ?” ครั้งนี้กลับกลายเป็นผู้รับฟังที่เกิดความสงสัยในคำสั่ง 

“ข้าไว้ใจหานตงมากกว่าผู้ใด” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยก่อนจะยกมือลูบไปยังสร้อยคอที่ตนสวมใส่อยู่ภายใต้อาภรณ์สีเข้ม 

“แต่ใครเล่าอยากจะให้คนรักรับรู้ในสิ่งชั่วร้ายที่ตนทำ...” ฮ่องเต้อ้ายหมิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มแสนเศร้า 

...หากเจ้ารู้ว่าข้าเป็นฮ่องเต้เช่นนี้ เจ้าคงเกลียดข้าเป็นแน่ 

................................................................................................ 

ซุนเทียนมองดวงหน้าของผู้สูงศักดิ์แล้วทำได้เพียงกำหมัดของตนเอาไว้แน่น 

เมื่อครู่เขาดีใจเป็นอย่างมากที่รับรู้ว่าฝ่าบาทไว้ใจเขามากกว่าน้องชาย แต่แท้จริงแล้วหานตงกลับมีค่าต่อฝ่าบาทมากกว่าผู้ใด 

...คนผู้นั้นมีค่าเสียจนฝ่าบาทไม่อาจดึงมาแปดเปื้อนด้วย 

...แล้วข้าเล่า ข้าคือสิ่งใดในใจของพระองค์ 

 

>>> เสียงจากคนแต่ง 

โถ่ หานตงของแม่อยู่ดีๆ ก็ถูกไล่ น่าสงสารจังเลย 

ส่วนซุนเทียนก่อนจะถามว่าตัวเองคือสิ่งใดในใจของฝ่าบาท ก้าวข้ามกำแพงเฟรนด์โซนให้ได้ก่อนเถอะค่ะ 

ฝ่าบาทของเราก็มีเรื่องให้คิดมากเสียจริง มาลุ้นกันว่าฝ่าบาทจะตัดสินใจยังไง และทั้งคู่ต้องเจอกับปัญหาอะไรอีก ติดตามกันต่อไปจ้า 

กราบเบญจางคประดิษฐ์งามๆ สามทีขอโทษที่หายไปนานมากจ้า 

นับวันงานยิ่งท่วมหัว แค่พู่ยังคงยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องจบแน่นอน ไม่มีแท แต่อาจจะนานหน่อยเท่านั้นเอง เหอๆ 

รักคนอ่านนะจุ๊บๆ เจอกันตอนหน้าจ้า 

หากเมาส์มอยนิยายเรื่องนี้อย่าลืมติด 

#ทำไมข้าต้องอยากตัดแขนเสื้อท่าน 

#หานตงอ้ายหมิง 

#เสี่ยวตงของจางเกอ 

 

Facebook : Fic BY Pucca_ww 

TWITTER : @pucca_ww 

ความคิดเห็น