ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 20%

ชื่อตอน : บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 20%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 750

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.พ. 2564 08:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 9 มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 20%
แบบอักษร

บทที่ 9  มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ  2 0 %  

 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 9  มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะ 

 

สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน เสียงเรนนี่ร่ำร้องว่าอยากเข้าห้องน้ำก็ดังแทรกเสียงปลดล็อกประตู แม่หนูวิ่งเข้าห้องในตอนที่สิปปกรเชิญแขกเข้ามา  

ณัฐนรีรีบปัดความคิดร้อยแปดออกจากหัว เธอยืนอยู่ในครัวเล็กๆ หูยังแว่วได้ยินเสียงสิปปกรเรียกหา เธอรีบหยิบแก้วเปล่าลงถาด ทั้งขวดเหล้าโซดา รวมถึงกระติกน้ำแข็งกระติกเล็กที่พอจะตั้งบนโต๊ะได้ ตลอดเวลาที่เธอหมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ในครัวนั้น เธอรู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ตลอด สิปปกรสินะ สิปปกรมองเธออยู่ใช่ไหม ย้ายสายตาไปทีเถอะ เธอทำอะไรไม่ถูกแล้ว 

“เครื่องดื่มมาแล้วค่า” เธอยกถาดเครื่องดื่มออกมาหาสิปปกรกับเพื่อน มิได้มองหน้าแขกสักเท่าไหร่ มองแค่ถาดใหญ่ที่ตนถืออยู่ และพอเงยหน้าขึ้นมา ก็ได้แต่นึกขอบคุณที่ตอนนี้ถาดถูกวางลงเรียบร้อยแล้ว ไม่อย่างนั้นเธอคงได้ทำมันหลุดมือจนหล่นกระจาย 

มิใช่สิปปกรที่จ้องเธออยู่ แต่เป็นเพื่อนของเขา ดวงตาคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยความมึนงง เธอรู้สึกเหมือนโลหิตกำลังถูกสูบออกจากร่าง มันอ่อนเปลี้ยเพลียแรงไปหมด 

“ระ...โรส...นั่นโรสเหรอ?” ธาวินถามไถ่ผู้หญิงในชุดสวยที่เดินออกมาจากครัว หล่อนดู...สาวและสวยมาก ต่างจากครั้งสุดท้ายที่เขาเคยเจอ 

“หือ? รู้จักกันด้วยเหรอ” สิปปกรเป็นงง นี่ธาวินรู้จักกับณัฐนรีด้วยหรือ ประหลาดจริง 

“เอ่อ...ค่ะ คือ...คือว่า...” หญิงสาวจำต้องหย่อนบั้นท้ายลงนั่งข้างสิปปกร ไม่อย่างนั้นคงได้เข่าอ่อนทรุดลงพื้นเป็นแน่ ทำไมสวรรค์ไม่รักเธอบ้างเลยนะ อุตส่าห์หนีแทบตาย สุดท้ายเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร 

“เรนนี่มาแล้วค่า!” แม่ตัวแสบส่งเสียงตั้งแต่ยังมาไม่ถึง ขาสั้นๆ คู่นั้นวิ่งปรู๊ดมาหาลุงบอสเมื่อเห็นว่าแขกของบ้านมาถึงแล้ว “โอ๊ะโอ!? ยุงยักษ์!” เรนนี่เรียกแขกของลุงบอสด้วยความตื่นตะลึง และนั่นยิ่งทำให้ลุงบอสเป็นงงมากขึ้นไปอีก 

“อะไรกัน นี่...ทุกคนรู้จักกันเหรอ” 

“เอ่อ...คือ...” ธาวินเองก็ไม่อยากจะเชื่อ หัวใจเขาเต้นถี่ระรัว สมองเร่งปะติดปะต่อเรื่องราวในหัว ได้แต่มองหน้าณัฐนรีสลับกับเรนนี่ มือไม้ชาไปหมด ก็อยากถามความจริงทั้งหมดจากณัฐนรี แต่ดวงตาหล่อนที่มองมา กลับเผยข้อความบางอย่าง หล่อนส่ายหัวเบาๆ ราวกับจะบอกว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ 

“ว่าไงโรส” สิปกรถามย้ำเอากับคนที่นั่งเงียบไม่พูดไม่จา สองคนนี้นี่ยังไงนะ ดูอึกอักอ้ำอึ้งชอบกล 

ณัฐนรีทำอะไรไม่ถูก มือไม้สั่นจนต้องบีบกันไว้แน่น ธาวินเห็นอย่างนั้นก็เริ่มแน่ใจ  

“เรนนี่ไง! เรนนี่น่ะ ลูกน้องฉันเคยพาไปเที่ยวเล่นที่กองถ่าย เลยได้เจอกัน จริงไหมเรนนี่” 

“จริงค่า สวัสดีค่า”  

เด็กน้อยยกมือกระพุ่มไหว้ ธาวินจุกอกแน่นใจ แม่หนูเจ้าของดวงตากลมโตน่าเอ็นดูนั่น เหมือนว่าจะทำให้เขาหายใจไม่ออก 

“ใครอีกล่ะโรส ทำไมชอบทิ้งเรนนี่ไว้กับชาวบ้านอยู่เรื่อยเลย” 

“เอ่อ...พี่ปริมไง เพื่อนฉันน่ะ ไม่ใช่คนอื่น พี่ปริมช่วยเลี้ยงเรนนี่มาตั้งแต่เล็กๆ” ตอบพลางถูมือชื้นเหงื่อไปมา นึกขอบคุณผู้มาเยือนที่ไม่โพล่งความลับของเธอออกมาให้สิปปกรได้ยิน 

 ส่วนธาวินกลับอึดอัดใจจนไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องคว้าเอาขวดเหล้าที่วางบนโต๊ะมาเทดื่ม เรื่องราวชวนปวดกบาลกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว 

“โอ...ไอ้นี่! ที่บ้านไม่มีเหล้ากินหรือไงวะ” 

“เออ...ฉันต้องการแอลกอฮอล์ในเส้นเลือดว่ะ ต้องการมากๆ เลย” บอกเพื่อนแต่จ้องไปที่เรนนี่ แม่หนูตัวเล็กกำลังจะทำให้เขามีน้ำตา และเขาต้องกลั้นไว้สุดชีวิต 

“ช่วงนี้งานหนักละสิ” 

“อือ...ก็เรื่อยๆ นั่นแหละ แต่แก...ดูมีความสุขมากนะ” 

“แน่นอนสิวะ เนอะเรนนี่เนอะ” สิปปกรหันหาแนวร่วม ทั้งแท็กมือกับแม่หนูเรนนี่อย่างรู้กัน 

ธาวินเห็นอย่างนั้นก็ได้กระดกแก้วเหล้าขึ้นอีก เหล้าเพียวๆ ไม่ใส่แม้แต่น้ำแข็ง 

“อา...ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วจะมาดื่มกับแกยันเช้าไปเลย” สิปปกรท้าทายเพื่อนรักแล้วลุกไปเข้าห้องน้ำ ปล่อยธาวินให้ดื่มล่วงหน้าไปก่อน  

แม่หนูเรนนี่มีความสุขอยู่กับแก้วน้ำหวานและจอโทรทัศน์ที่เปิดเสียงการ์ตูนเบาๆ ไม่ได้สนใจผู้ใหญ่เท่าใดนัก หนุ่มสาวยังเงียบงันกันอยู่ แต่มีความอึดอัดใจระบายอยู่ทุกอณูอากาศ 

“เธอมาอยู่นี่ได้ยังไงโรส” 

“ฉะ...ฉัน...ฉันแค่เอาตัวรอด” ตอบคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม มือไม้กำกันแน่นจนชุ่มเหงื่อ 

“เธอแทบไม่อยากคุยกับพี่ด้วยซ้ำ” 

“ฉันจะคุยกับคนที่จ้องจะแย่งเรนนี่ไปได้ยังไง” 

“พี่ไม่ได้บอกว่าจะแย่ง เธอเข้าใจผิด เธอกำลังทำให้พี่กับเพื่อนลำบากใจ” 

“ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่!” ณัฐนรีอยากจะร้องไห้ เธอไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้เลย 

“พี่จะบอกไอ้สอง” 

“ไม่! พี่คะ...สาบานว่าฉันจะไม่หนีไปไหน ฉันจะคุยกับพี่หรือกับทนายพี่ก็ได้ แต่ว่า...อย่าบอกคุณสองตอนนี้ได้ไหม ฉันมีความจำเป็นจริงๆ” 

“แต่ว่า...” 

“ฉันขอร้อง...” 

ณัฐนรีวอนขอ ธาวินอยากจะบ้าตาย 

“เพื่อนพี่คงรู้สึกเหมือนเป็นคนโง่ ถ้าเรายังปิดบังต่อไป” 

“แต่ฉันตายแน่ถ้าเขารู้ความจริงตอนนี้ พี่คะ...เห็นแก่เรนนี่เถอะ ฉันขอร้องจริงๆ” มิใช่แค่ร้องขอ แต่ณัฐนรียกมือไหว้ปลกๆ  

ธาวินใจหายวาบ เห็นแก่เรนนี่อย่างนั้นหรือ เพราะเห็นแก่แม่ตัวเล็กอย่างไรเล่า ถึงได้ตามหา ถึงได้ใช้ไม้อ่อนมาจนถึงวันนี้ วันที่จู่ๆ ลูกสาวแท้ๆ กลับกลายเป็นลูกของเพื่อนรัก ณัฐนรีกำลังทำเรื่องผิดมหันต์ หล่อนไม่ควรปิดบังอีกต่อไป สิปปกรไม่ใช่คนเลวร้าย แต่เป็นผู้ชายที่เคยถูกหลอกมา ไอ้บ้านั่นฝังใจนักกับคนหลอกลวง ณัฐนรีจะต้านทานความโกรธไหวไหม สู้บอกความจริงออกไปในวันนี้ไม่ดีกว่าหรือ 

“พี่กำลังจะเป็นบ้าแล้วโรส” 

“แต่ฉันคงตายตรงนี้ถ้าเขารู้ความจริงจากพี่ ไม่ใช่ฉัน! ขอร้อง...พี่วิน ช่วยฉันสักครั้งเถอะ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะพี่” 

แอ๊ดดด... 

มือที่ยกไหว้ธาวินรีบลดลงวางบนตัก เหงื่อเม็ดใหญ่แตกพลั่กๆ บนกรอบใบหน้าของณัฐนรี สิปปกรเดินออกมาจากห้องน้ำ และกำลังนั่งลงที่เดิมของเขา เธอวอนขอธาวินทางสายตา ได้โปรดช่วยเธอสักครั้งเถิด เธอจะบอกสิปปกรด้วยตัวเอง เธอสาบาน 

บรรยากาศอึดอัดแปลกๆ ที่เป็นอยู่ชวนให้สิปปกรสะกิดใจ แต่เขาเลือกจะมองข้าม อาจเป็นเพราะนี่คือครั้งแรกที่ณัฐนรีและเพื่อนรักของเขาได้เจอกันกระมัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ธาวินรู้ว่าเขาตามหาใครอยู่ แต่เขาก็ละเลย ไม่เคยเอารูปของณัฐนรีให้เพื่อนดูสักครั้ง คงไม่แปลกกระมัง เพราะเขาเอง ก็ไม่รู้หน้าตาผู้หญิงที่ธาวินกำลังตามหาเหมือนกัน  

“แกไม่หิวข้าวเหรอ รองท้องก่อนสักหน่อยไหม หรือว่าจะเริ่มกันเลย” 

“ฉันล่วงหน้าแกไปสองสามแก้วแล้วนะ เพียวๆ ด้วย” ธาวินแย้ง 

“เออ...นั่นแหละ เดี๋ยวได้ไส้ขาดตาย” 

“งั้น...เอ่อ...เดี๋ยวฉันยกกับแกล้มมาให้นะคะ” ณัฐนรีอาสา เข้าไปยกเอากับข้าวกับปลามาวางบนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าจอโทรทัศน์ มันเล็กไปเมื่อมีขวดเหล้าขวดโซดาตั้งอยู่ แต่คงนั่งดื่มได้สบายมากกว่าโต๊ะตัวสูงที่ใช้นั่งกินข้าว เธอขอบคุณธาวินอย่างเต็มหัวใจ ที่ไม่ได้พูดอะไรกับสิปปกร อย่างน้อยก็ช่วยต่อลมหายใจให้เธอได้  

เธอพาเรนนี่ออกห่างจากวงเหล้าของพวกผู้ใหญ่ พาเด็กน้อยมากินมื้อค่ำที่ทำแยกไว้ ยังรู้สึกได้ถึงดวงตาคู่หนึ่งที่ลอบมองมา ทว่าคราวนี้มันมิได้จ้องมาที่เธอ แต่จ้องมาที่เรนนี่แทน ความหนักอกหนักใจไหลบ่ามาอีกแล้ว เธอจะทำอย่างไรดีในวันที่ประตูทุกบานคล้ายว่าจะปิดล็อกแล้วขังเธอไว้ สิปปกรจะให้อภัยเธอไหม หรือทางที่ดีที่สุดคือหาเงินมาใช้เขาแล้วชิ่งหนีให้ไว อย่าให้เขาตามเจอ 

****พรุ่งนี้อัปเนื้อหาล่วงหน้าในเพจ ช่วงหกโมงถึงหนึ่งทุ่มนะคะ ใครรออัปเที่ยงคืนไม่ไหว ไปรอที่เพจ อัญจรี นักเขียนเลยจ้า  

 

 

 

 

 

 

 *******รีไรรอบเดียว มีคำผิดแจ้งได้นะคะ ^^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว