email-icon Twitter-icon

เวย์เนอร์ . . ไม่ใช่คนอ่อนโยน จิลล์ . . ไม่ใช่คนเจ้าน้ำตา วิธีรักของไฟกับไฟ ถ้าอ่านเรียบร้อยแล้ว ช่วยกดไลค์ กดติดตาม กดแชร์นิยาย ให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ :)

CHAPTER 2 จูบแรก (NC15+)

ชื่อตอน : CHAPTER 2 จูบแรก (NC15+)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 461

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2564 01:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 2 จูบแรก (NC15+)
แบบอักษร

 

CHAPTER 2 

จูบแรกของถังแป้ง 

 

  

- JILLVANI - 

08 : 06 AM At Caster’s Condominium ( Penthouses ) 

  

         ผมยังคงอยู่บนเพนส์เฮาส์หรูของผู้ชายใจดีที่ช่วยผมเอาไว้เมื่อวาน แต่เรื่องปวดหัวเช้านี้ของผมดันเป็นเรื่อง ครีมบำรุงผิวหน้า – ผิวตัว, น้ำหอม, เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อาบน้ำ นับเกือบยี่สิบยี่ห้อที่ผมกำลังยืนมองพวกมันนอนเกือบเต็มเตียง ! 

  

แคร๊ก ~ ปึป ~ 

  

         “ ทำไมเธอไม่ล็อคประตู . . . อ๋อ จะอ่อยฉันนี่เอง หึ ” แต่ระหว่างที่ผมกำลังมองว่า ผลิตภัณฑ์ทุกประเภทตรงหน้าผม มีขวดไหน กระปุกสีอะไรที่ผมใช้เป็นประจำบ้าง เสียงเปิดประตูพร้อมเสียงทักจากเจ้าของห้องก็ทำให้ผมต้องหันมองทันที 

 

         ข้อหาที่เขาว่าผมจงใจให้ท่าเขา อาจเพราะผมสวมเสื้อคลุมกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มของเขาอยู่ตัวเดียว ใต้เสื้อคลุมไม่มีเสื้อผ้าชิ้นอื่น แต่ผมมั่นใจเพราะเสื้อคลุมที่ผมใส่อยู่นั้นเนื้อผ้ากำมะหยี่ผืนนี้ทั้งหนา ทั้งนุ่ม มันไม่ได้ชวนให้คิดไม่ซื่อ นอกเสียจากผมล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อยแล้วเท่านั้น 

 

         เขาเองต่างหากที่คิดไม่ดี . . . 

 

         “ เปล่านะครับ ผมแค่กำลังเลือกครีมบำรุงทั้งหมดนี่ที่แม่บ้านของคุณเอามาให้ผมต่างหากครับ . . คุณนั่นแหละที่คิดไม่ดีกับผม เปิดเข้ามาไม่เคาะประตูก่อนด้วยซ้ำ ” พอผมเห็นแล้วว่าเป็นใคร ผมก็ก้มตัวลงเล็กน้อยเมื่อเจอกระปุกครีมที่ผมจะใช้ ปากก็พูดตอบไปตามจริง 

 

         “ หึ จริงนั่นล่ะ ฉันอยากเปิดเข้ามาแล้วเจอเธอยืนโป๊แบบนั้นเลย แล้วมีของที่เธอใช้ประจำบ้างไหม พอดีฉันเพิ่งนึกได้เมื่อเช้าเลยออกไปซื้อ แต่ห้างฯใหญ่ยังไม่เปิดน่ะ . . ขอโทษนะคนสวยที่หาให้ได้เท่านี้ ” เขาหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะพูดตอบมาอย่างต้องการกวนพร้อมเดินมายืนด้านข้างผม มือเขาก็ยกมากอดเอวผม 

 

เนียนทำมึนกอดผมอีกแล้ว . . . 

 

         “ พอมีอยู่ครับ ว่าแต่คุณออกไปซื้อเองเลยเหรอครับ ? ” ผมหันมองเขา เพื่อให้เขารู้ตัวว่ามือเขาอยู่ผิดที่ เขาผละมือออกจากเอวผมพร้อมยกมือทั้งสองขึ้นเหมือนยอมแพ้ เมื่อผมสบายใจถึงเริ่มถามเขาออกไปอีกครั้ง 

 

         “ อืมม์ ฉันตื่นมาออกกำลัง อาบน้ำ แน่นอนฉันคงไม่ดูดีถ้าไม่รู้จักดูแลตัวเองด้วยของบำรุงแบบนี้ ฉันเลยนึกถึงคนมานอนด้วยเมื่อคืนอย่างเธอไง ” พอผมได้สิ่งที่ผมต้องการ แม้ไม่ครบทั้งหมดแต่ก็ดีกว่าไม่มี และกำลังจะผละเข้าห้องอาบน้ำอีกครั้ง 

 

         “ เรานอนแยกห้องกันนะครับ ” แต่ด้วยคำบอกเล่าของเขา ทำเอาผมต้องหยุดเดินเพราะหน้าผมร้อนไปหมดแล้ว ! ผมว่าจะไม่เขินแล้วนะ ! . . . อีกอย่างเขาใส่ใจผมด้วย น่าแอบอมยิ้มเพราะเขินจริงๆ นั่นล่ะ 

 

         “ ฉันฟัคเธอในฝันตามที่เธอบอกแล้วไง 

 

         “ ( จุ๊บ ) ขอบคุณนะครับที่นึกถึงผม ” ถึงเขาจะห่ามไปซักหน่อยแต่เมื่อเขานึกถึงผม และดูเหมือนจะจริงใจกับผมด้วย ผมถึงหันตัวกลับไปหาเขาก่อนจะเขย่งตัวขึ้นจูบเร็วบนปากของเขาเพื่อขอบคุณ 

 

         “ ว้าว ฉันหวงตัวนะ เธอทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะคนสวย . . ทำตัวน่าพาไปหาแม่จริงๆ ” ผมรีบจูบรีบหันหลังจะหนีเข้าห้องน้ำไป แต่เวย์เดินมาดักหน้าก่อนจะยิ้มหยอกผมมาอย่างพอใจ 

 

         “ คบกับผมเมื่อไหร่ค่อยพาไปเจอท่านนะครับ ” ผมมองเขากลับไปอย่างท้าทาย ในมือก็กอดผลิตภัณฑ์อาบน้ำสองสามขวดใหญ่ไว้แนบอก 

 

         “ เสียใจด้วยนะ . . เพราะฉันบอกแม่ไปแล้วว่า เราคบกัน และแม่จะมาถึงเย็นนี้ 

 

         “ อะไรนะครับ ?!! ” ทว่าคำตอบของเขานี่สิที่ทำเอาผมตกใจจนแทบทิ้งของในมือทั้งหมดนี่ ! เขาบอกแม่เขาว่าคบกับผม ทั้งที่เราเพิ่งเจอกันได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมงและยังไม่ได้ตกลงเรื่องสถานะนี่นะ ! 

 

         เขาเพิ่งเคยมีผมเป็นคนแรกรึไงนะ หรือ เขาผิดปกติ ! 

 

เพราะถึงตัวผมเองจะไม่เคยมีใครในฐานะนี้มาก่อน แต่ผมกลับไม่ได้อยากทำเหมือนเขาตอนนี้เลยสักนิด ! จริงอยู่ผมรู้สึกชอบเขา และถ้าเขาขอคบหากับผมตอนนี้ แน่นอนผมคงตอบตกลงทันที ทว่าอยู่ๆ จะให้บอกครอบครัวตอนนี้เลย ผมคงยังไม่ทำแน่ . . คงหลังจากนี้สักหนึ่งถึงสามเดือนน่าจะดีกว่าเกือบหนึ่งวันแบบนี้แน่ 

 

         “ หึ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ ฉันจะนอนรออยู่บนเตียงนี้เอง ส่วนของพวกนี้เธอไม่ใช้ฉันขอเอาไปให้คนอื่นต่อแล้วกันนะ น่าจะมีประโยชน์กว่าเก็บไว้เฉยๆ และเดี๋ยวจะพาไปช้อปเสื้อผ้าใหม่ไว้รอเจอแม่ฉันนะ ” ท่าทางตกใจของผมไม่มีผลอะไรกับคนที่เดินไปหยิบกล่องใส่ของขนาดพอเหมาะมาวางกับเตียงแล้วเริ่มหยิบขวดเครื่องสำอางที่ผมไม่ได้เลือกใช้ลงกล่องอย่างเบามือ 

 

อิจฉาคนที่จะได้รับของพวกนี้จากเขาได้ไหมนะ . . อ่อนโยนจนมีผลกับใจผมไม่น้อย 

 

         “ อ้อ อีกอย่างถ้าเธออยากให้แม่ประทับใจคิดเมนูทำอาหารไว้ด้วยนะคนสวย 

 

“ ทำอาหาร !? ” คราวนี้ของที่ผมเคยกอดไว้ร่วงลงพื้นพรมที่เขาปูไว้ทั้งห้องทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย ! 

 

         “ เป็นอะไรรึเปล่า ? . . . อย่าบอกนะว่าเธอ ” คุณเวย์เขาอาจคิดว่า ผมป่วยจนมือไม้อ่อนแรงอีกเลยก้าวเร็วๆ จนมาถึงตัว แต่เพียงแวบเดียวที่ผมสบตากับเขาอย่างประหม่า เขาก็เหมือนจะรู้ว่าผมเป็นอะไร . .  

 

“ หึหึ โอเคฉันรู้แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกน่า ” เขาไม่ได้ดูกังวลแต่หัวเราะเบาๆ ออกมาแทน ก่อนจะยกมือมาลูบหัวผมราวปลอบประโลมให้ผมหายตกใจ 

 

“ กอดฉันเป็นด้วยรึไง หึ ” พอผมเงียบและแสดงออกชัดเจนว่ากังวลสุดๆ ผมถึงเงียบไปอีก ก่อนจะขยับไปกอดเอวซบหน้าลงกับอกเขาซะเอง 

 

จริงอยู่ว่าผมอาจทำอะไรได้หลายอย่าง แน่นอนผมเรียนเก่ง เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นนิสิตที่อาจารย์ชื่นชม แต่ผมไม่ใช่คนครัวที่ดี แม้ผมจะพยายามหลายครั้ง ผลก็ยังออกมาแย่เหมือนเดิมทุกครั้งจนผมท้อและรู้แล้วว่า การทำอาหารไม่ใช่ทางของผม . . . แม่ของผู้ชายใจดีคนนี้ต้องไม่ประทับใจผมแน่นอนเลย 

  

แคร๊ก ! 

  

         “ เซอร์ไพร์ส !!!! ” แต่อยู่ๆ ทั้งเสียงเปิดประตูเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวพร้อมเสียงหวานของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลังของคุณเวย์จนคนที่ผมเข้าไปกอดเขาก่อนกอดผมแนบอกเอาไว้แน่น ด้วยเพราะการแต่งตัวของผมตอนนี้ค่อนข้างไม่เหมาะให้คนอื่นนอกจากเขาได้เห็น 

 

         “ แม่ ! ทำไมมาถึงก่อนเวลา และเข้ามาทำไมไม่รู้จักเคาะประตูวะ . . ครับ ! ” คุณเวย์เขาผละกอดจากผม ก่อนจะดันให้ผมยืนอยู่ด้านหลังเขาแทน . . คุณแม่ของเขาดูดีมากเลย ผมไม่แปลกใจทำไมเขาหน้าตาดูดีแบบนี้ ทว่าประโยคที่คุณเวย์เขาพูดทำเอาผมต้องกระตุกชายเสื้อด้านหลังจนเขาหันมองผมเล็กน้อยพร้อมต่อท้ายประโยคให้ดูสุภาพมากขึ้น ถึงจะดูแปลกก็เถอะ 

 

         “ เจ้าเวย์ เดี๋ยวนะ ! นั่นหนูจิลล์ใช่ไหม !? แกทำอะไร ลูกคุณนายแมควูทส์ เจ้าเวย์ !!! ” แต่พอจังหวะที่คุณเวย์หันมามองผม เสียงของคุณแม่ท่านก็ดังทักมาอีกจนผมเองยังแปลกใจที่ท่านเอ่ยทักผมถูกไปถึงคุณแม่ผมเลยด้วย 

 

         “ เอาล่ะ คนที่เฮียโทรไปบอกว่าแต่งแน่คือจิลล์ . . . จิลวานี่ แมควูทส์ว่ะพวก ” หลังจากคำถามของท่านที่คุณเวย์เขายังไม่ทันตอบ ผู้ชายสองคนรูปร่างหน้าตาคล้ายคุณเวย์ และสองคนนี้เขาทั้งคู่เหมือนกันจนแยกออกยากเลยทีเดียว . . เขาทั้งคู่เดินตามกันเข้ามาซะก่อนที่คุณเวย์จะได้ตอบ 

 

         “ ได้ควีนในรุ่นเป็นพี่สะใภ้เฉย หึ ” ผู้ชายหุ่นนักกีฬาสมสัดส่วนที่กำลังยกกำปั้นชนกันเหมือนล้อเลียนคุณเวย์มากกว่าผม ผมพอจะนึกออกแล้วว่า เขาทั้งสองคนนี้เป็นใคร . . พวกเขาเป็นดาวเด่นรุ่นเดียวกับผมตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษ และคุณเวย์เป็นพี่ชายของพวกเขาอย่างนั้นหรอกเหรอ ? 

 

         แต่ก่อนที่ผมจะกังวลว่า แฝดสองคนนี้จะเหมือนกันแค่ไหน หรือ ผมรู้จักพวกเขาไหม . . ผมควรต้องกังวลมากกว่าว่า ตอนนี้ผมต้องทำแบบไหนกับสถานการณ์นี้ . . 

 

         แฟน, คู่รัก, คู่นอน, พี่สะใภ้ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่พวกเขาเรียกผมว่า สะใภ้ 16 ชั่วโมงอย่างผมต้องทำตัวแบบไหนกัน ?! 

  

** 

** 

  

08 : 38 AM At Caster’s Condominium ( Penthouses ) 

  

         “ ว่ายังไงเจ้าพ่อ ตอบแม่ได้รึยังว่า ทำไมถึงทำตัวไม่ให้เกียรติกับจิลล์ตั้งแต่วันแรกแบบนี้ ? ” หลังจากผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ความจริงที่ได้รู้ คือ คุณแม่ของเวย์ท่านรู้จักกับคุณแม่ของผมดีพอประมาณเลยทีเดียว 

 

         “ คือความจริงแล้ว . . . ” ผมที่ทันออกมาได้ยินคำถามของท่าน และกำลังจะอธิบายให้ท่านฟังว่า ความจริงแล้วเวย์เขาไม่ได้ทำอะไรผมเลย ท่านเห็นตอนเรากอดกันในชุดล่อแหลมบนตัวผมเมื่อกี้อาจทำให้ท่านคิดไปแง่นั้นไปซะแล้ว 

 

“ อย่าเพิ่งออกรับแทนเขาลูก และมานั่งข้างแม่นี่ดีกว่า มาลูก ” แต่เมื่อไม่ทันได้พูดครบประโยค ท่านก็หันมายิ้มสวยพร้อมห้ามไม่พูดจนผมต้องหยุด แม้ยิ้มของท่านจะสวยชวนมอง ทว่าก็มีความน่าเกรงจนผมเกร็งเล็กน้อยเลยเหมือนกัน 

 

         “ เอ่อ . . . . . ” และแน่นอนเมื่อท่านชวนผมเดินไปนั่งข้างท่าน แต่เวย์ที่มองมาพร้อมส่ายหน้าเบาๆ ทำเอาผมลังเลใจ 

 

         “ นั่งเถอะลูก ไม่ต้องเกร็ง . . เจ้าเวย์แม่ถามต้องการคำตอบ และแม่ต้องได้ภายใน 1 นาทีนี้ ” ท่านยังคงยิ้มสวยและตัดสินใจแทนผมทันทีที่ผมยังยืนงง เพราะท่านลุกเดินมาหาพร้อมจับมือและดันประคองหลังผมให้เดินมาที่โซฟาที่ท่านก่อนหน้านี้ 

 

แม่ทำแบบนี้ไม่ได้ นี่เมียผมนะ ! 

  

เพี๊ยะ ! 

  

         “ เจ้าเวย์ !! แม่ขอตีสักทีเถอะไอ้แสบ !! คำว่าให้เกียรตินี่แกรู้จักบ้างไหมลูกชาย ?! ” 

 

“ โอ๊ยแม่ ผมเจ็บนะ ! ” พอผมเดินตามและนั่งลงเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีเดียว เสียงทุ้มของเวย์ก็ดังอย่างคนโดนขัดใจขึ้นมาทันทีเหมือนกันจนโดนคุณแม่ของเขาหันตวาดพร้อมมือตีบนแขนล่ำนั่นราวกับเด็กชายตัวน้อย  

 

คึคึ เจ้าชายน้อยโดยราชินีสั่งสอนสินะครับเนี่ย 

 

         “ เธอหยุดหัวเราะ และเดินมาหาฉันเดี๋ยวนี้จิลล์ ” พักเดียวที่ผมนั่งแอบกลั้นหัวเราะเอาไว้เพราะบรรยากาศครอบครัวของเขาสนุก เขาคนดีที่ช่วยผมเอาไว้ก็มองผมมาอย่างดุๆ เพื่อออกคำสั่งกับผม . . เด็กที่เล่นเจ้าพ่อจริงๆ มิสเตอร์เวย์เนอร์ 

 

         “ จาเร็ด ไซม่อน ! ” ทว่าคำสั่งเหมือนเด็กเอาแต่ใจของเวย์ที่สั่งผมมาไม่ทันได้ทำตาม เสียงดูมีอำนาจกว่าอย่างคุณแม่ของเขาก็เรียกลูกชายอีก 2 คนของท่านเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นกลาง เพราะเหมือนทั้งคู่จะไปหาอะไรทานที่ส่วนห้องครัวกันซักพักแล้ว 

 

         “ เดี๋ยวนี้ครับนายแม่ ” เสียงขานรับของเจ้าของชื่อทั้งคู่ดังมาก่อนที่ตัวจะเดินตามเสียงมา 

 

         “ โธ่แม่ ! ผมขอโทษก็ได้ แต่ไม่เอาแบบนี้แม่ อย่าพาเมียผมไป ” แต่ไม่ทันที่คำขานรับจะจบดี เวย์ก็ยอมที่จะเปิดปากพูดขอโทษคนเป็นแม่ของเขาเองออกมาในที่สุด แม้จะดูไม่ค่อยสบอารมณ์เขาก็ยังคงอ่อนลงให้คนเป็นแม่ ซ้ำยังพูดถึงผมด้วยสรรพนามที่ทำเอาผมหน้สเห่อร้อนไปหมด 

 

         “ อย่างนั้นก็ตอบคำถามแม่มา ” ท่านลอบยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันกลับไปมองลูกชายคนโตของบ้านพร้อมเค้นคำตอบที่ท่านต้องการฟังอีกครั้ง 

 

         “ แม่นะแม่ จะอะไรหนักหนาวะ แค่ผมได้เมียมาเนี่ย ” เวย์ทิ้งตัวลงบนโซฟาอีกครั้งหลังจากเดินมาหาผมเพื่อเขาจะได้นั่งข้างผมพร้อมยกแขนข้างนึงมาพาดโซฟาด้านหลังไว้เหมือนโอบผม ส่วนอีกข้างก็ดึงมือผมไว้จับคลึงเบาๆ . . เจ้าชายน้อยจอมดื้อเขาหวานได้ประหลาดจนผมต้องแอบหันมอง แน่นอนผมยิ้มออกมาด้วย 

 

         “ อย่างนั้นก็ไปกันลูก ” 

 

         “ โอเค โอเค ! ผมยังไม่มีอะไรกับจิลล์ แค่ . . โว๊ะ จะถามทำไมวะแม่ ! ” เวย์ยังบ่นและไม่ยอมตอบคำถาม คุณแม่ท่านก็ดึงมือผมอีกข้างเหมือนจะดึงให้ลุกขึ้น แต่เวย์ก็รีบใช้แขนข้างที่พาดโซฟาด้านหลังคว้าโอบผมไว้แน่น พร้อมห้ามแม่เขาเสียงดังหงุดหงิดชัดเจนจนผมต้องยกมืออีกข้างวางทับมือลูบให้เขาเย็นลงหน่อย 

 

         “ เวย์แค่จุ๊บกับกอดผมเฉยๆ ครับ ผมหวังว่าจะใช่เรื่องที่คุณท่านถามถึงนะครับ ” เมื่อผมเห็นว่าคนโอบผมอารมณ์กำลังร้อนแค่ไหน ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำเขาหงุดหงิด แต่หวังว่าคำตอบที่ผมให้กับท่านจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น 

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . . . ” ท่านยืนมองผมเงียบๆ แน่นอนน้องชายของเขาทั้งคู่ก็เหมือนกัน แต่ด้วยแววตาที่ทำเอาผมเกร็งกว่าเก่าหลายเท่า  

 

“ ( ฮ่าฮ่าฮ่า / คิกคิก ) ” ทว่าอยู่เสียงหัวเราะของน้องชายทั้งคู่ก็หลุดออกมาพร้อมการหลุดกลั้นขำแบบสุภาพของคุณแม่พวกเขา . . เอ่อออ ผมต้องรู้อะไรเพิ่มรึเปล่านะ พวกเขาหัวเราะกันทำไม เวย์ไม่มีอะไรลึกซึ้งกับผมแบบนั้นก็ดีแล้วไม่ใช่รึไงครับ 

  

หมับ ! 

  

“ แม่ขอโทษที่เสียมารยาทนะลูก ( ฟอด ) ลูกคือตัวจริงของเจ้าพ่อคนนี้แล้วล่ะ ต่อไปนี้ฝากด้วยนะลูก . . ครอบครัวของเรายินดีต้อนรับนะลูก จิลวานี่ แมควูทส์ และเริ่มเรียกแม่ได้เลยคุณนายเวทท์ไม่เอานะลูก ” เสียงหัวเราะหายไป แต่หน้าแย้มยิ้มทั้งแววตาก็ชัดเจนว่า ท่านหมายความตามที่พูด ท่านก็ดึงผมเบาๆ ผมก็รีบลุกตามมารยาท แน่นอนท่านเข้ากอดพร้อมหอมแก้มผมฟอดใหญ่จนไหล่ผมเกร็งรับความรู้สึกยินดีรับผมเอาไว้แทบไม่ทัน 

 

“ เอ่อ . . ครับ ขอบคุณนะครับ ” ผมพยักหน้ารับคำของท่านทุกคำช้าๆ เพราะผมกำลังสับสน และไม่เข้าใจ แม้จะดีใจที่ท่านเอ็นดู น้องเขาทั้งสองคนก็ดูไม่ติดอะไรกับการที่พี่ชายของเขาบอกว่า ผมเป็นคนที่เขาจะคบด้วย 

 

         “ เหอะ เวลามีตั้งหนึ่งคืนได้แค่จุ๊บเองเหรอเจ้าพ่อ เฮียมันห่วยชะมัดเลย ” ผมทันได้ยินเสียงกระซิบแทรกว่าพี่ชายของตัวเองจากหนึ่งในสองแฝดหน้าหล่อดีกรีดาวเด่นวิชาการ และดาวเด่นกีฬาระหว่างที่ผมกำลังคุยอยู่กับคุณแม่ของพวกเขา 

 

         “ ยุ่งนะไอ้แฝดเวร ” ผมได้ยินคนที่ยังนั่งบนโซฟาตัวด้านหลังผมตอบเพียงเท่านี้ 

 

         “ นายแม่ครับ เฮียด่าพวกผม ! ” แต่เสียงคนฟ้องทั้งคู่นี่สิครับที่ดังลั่นห้องจนผมแอบสะดุ้งตัวนิดหน่อยจนต้องหันมองพร้อมหัวเราะเล็กๆ ไปด้วย . . ครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวที่อบอุ่นดีมากเลยผมว่า 

 

         “ ขอโทษน้องเลยนะเวย์ ” แน่นอนคนเป็นแม่ที่ยังคงจับมือของผมไว้ต้องมองผ่านผมเพื่อปราบเด็กชายทั้งสามคนของท่านทันที 

 

         “ ลูกแม่ แม่ก็โอ๋เองสิครับ ผมจะโอ๋เมียผมคนเดียว ” คำพูดพร้อมการกระทำของลูกชายคนโตที่ลุกขึ้นมาโอบเอวกอดผมไว้ทั้งตัวจากด้านหลังทำเอายิ่งเกร็งหนัก แต่ก็อีกนั่นล่ะ ผมเริ่มชินกับการตัดสินใจทำนั่นนี่กับตัวผมของเขาได้บ้างแล้ว 

 

แม้เราจะเพิ่งเจอกันเมื่อวานนับเวลาดูก็ไม่พ้น 24 ชั่วโมงดี แต่ผมก็ไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกันว่า ทำไมผมถึงรู้สึกดีมากเวลาเขาทำอะไรแบบนี้กับผมตรงๆ และไม่สนใจสายตาของคนอื่นว่าจะมองเขาที่ปฏิบัติตัวแบบนี้กับผมว่ายังไง . . หรือคุณแม่ของเขาจะชอบผมจริงรึเปล่าเขาก็ดูไม่สนใจด้วยซ้ำ 

 

ลองคิดดูให้ละเอียดอีกทีอาจเพราะ . . เขาเป็นคนดื้อนะ ? 

 

         “ คิดไปเองเก่งจังลูกชายฉัน หึ . . ยังไงซะ แม่ก็ยินดีด้วยนะครับเจ้าพ่อ รับรองแม่จะขอมาให้แน่นอน น่ารักขนาดนี้ปล่อยไปไม่ได้แล้ว สวยหวานได้คุณแม่จริงๆ ” 

 

         “ ขอบคุณนะครับ ” ท่านยังคงยิ้มให้กับผมและลูกชายคนโตด้านหลังผมด้วย ท่านพูดเอ็นดูลูกชายของตัวเองก่อนจะพูดยินดีออกมาจากใจจริงแน่ผมรู้สึกได้จากสีหน้าแววตาของท่าน ก่อนจะปิดประโยคด้วยการทั้งชมคุณแม่ผม และผมออกมา 

 

แม้คำชมจะฟังดูแปลกที่ต้องพูดผมซึ่งเป็นผู้ชาย แต่ผมกลับชินแล้ว เพราะคุณพ่อคุณแม่ผมท่านเองเลี้ยงผมมาอย่างที่ผมอยากเป็นมาตั้งแต่ที่ท่านรู้จักตัวตนของผมจริงๆ 

 

         “ ( จุ๊บ ) ตกใจรึเปล่า ? ” หลังจากที่คุณแม่ของเขาเดินออกไปรับโทรศัพท์สายสำคัญ คนที่กำลังกอดผมจากด้านหลังก็กดจุ๊บกลางหัวผมที่เท่าระดับคางของเขาพร้อมกระซิบถามมา 

 

         “ นิดหน่อยครับ แต่ปล่อยผมก่อนได้ไหมครับ ? ” ผมตอบคนด้านหลังไปทันทีที่เขาถาม แต่ก็พยายามบอกเขาให้คลายกอดออกด้วย เพราะถึงทุกคนจะไม่อยู่ในห้องนั่งเล่นกว้างกลางเพนส์เฮาส์หรูนี้ด้วยแล้ว ผมก็เกรงใจทุกคนอยู่ไม่น้อย 

 

         “ ฉันไม่แคร์ ทุกคนคือครอบครัว เธอก็ถือเป็นคนในครอบครัวฉันแล้ว ทำไมฉันต้องอาย ( จุ๊บ จุ๊บ ) ฉันอยากฟัคเธออีกแล้ว หึ ” เขาที่ยังกอดผมอยู่พาทั้งตัวเขาและผมนั่งลงบนโซฟาอีกครั้งโดยตัวผมอยู่ในตักของเขา เขานั่งกางขาออกเล็กน้อยเพื่อให้ผมแทรกกลางนั่งได้ มือก็เริ่มกอดรัดแน่นขึ้น ปากก็กดจูบท้ายทอยผมมาอีกครั้งตามความต้องการของเขา 

 

         “ พอได้แล้วเฮีย จิลล์ช้ำหมด . . ” เวลาเดียวกันที่ผมกำลังห้ามคนตัวใหญ่ด้านหลังไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะเขายังคงกอดคลอเคลียผมเอาไว้เบาๆ ไม่ได้ดูอนาจารมากไปกว่ากำลังอ้อนผมแค่นั้น พอผมได้ยินถึงรีบมองหน้าเขาทั้งคู่พร้อมยิ้มให้ทันที  

 

         “ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับสะใภ้ใหญ่วันที่หนึ่ง ผม จาเร็ด ( Jared ) แฝดพี่ดาวรุ่ง High School เดียวกับคุณ ผมหวังว่าคุณยังจำกันได้นะ . . ควีน ” เป็นแฝดคนพี่ที่ยื่นมือมาให้ผมถึงตรงหน้าเพื่อแนะนำตัว และพูดทวนความจำผมมาด้วยฉายาของผมตอนเรียนไฮสคูลเดียวกับพวกเขา 

 

“ ส่วนผม ไซม่อน ( Simon ) คุณจิลล์รู้รึยังว่าเฮียพวกผมอายุเท่าไหร่ ระวังโดนคนแก่หลอกนะครับ ” พอแฝดน้องหน้าตาเหมือนกันทักทายผมมาบ้าง แต่คำถามตามมานี่สิที่ทำให้ผมแอบกังวลนิดหน่อย . . 

 

เรื่องอายุผมเองไม่ติดใจสงสัยเท่าไหร่ เพราะจากการเดาอยู่แล้วเราสองคนห่างกันไม่น่าเกินสิบปี แต่ประโยคที่ว่า ระวังโดนคนแก่หลอก นี่สิครับที่ผมกังวล 

 

         “ ยินดีที่ได้เจออีกครั้งนะครับ ผมยังจำคุณทั้งสองคนได้ครับ และคุณเวย์คงไม่อายุห่างกับผมขนาดนั้นใช่ไหมครับ ? ส่วนเรื่องหลอกผมก็ . . ” ผมขืนตัวลุกยืนพร้อมได้รับความร่วมมือจากคนกอดผมไว้ก่อนหน้านี้เพื่อให้ผมได้จับมือทักทายน้องชายเขาทั้งคู่ตามมารยาทอีกครั้งอย่างเป็นทางการ 

 

         “ พวกมึงหุบปากไปเลย ( จุ๊บ ) ฉันยังไม่แก่ และโคตรจริงใจ ถึงประโยคแบบนี้ควรให้คนอื่นพูดจะได้ดูดี แต่ถ้าเธอกังวลฉันขอยืนยันว่าเธอเป็นคนแรกที่ฉันเจอแค่ไม่ถึงวันแล้วมั่นใจว่าต้องรีบบอกแม่ ” คนยืนอยู่ด้านหลังผมรีบพูดพร้อมโอบเอวขโมยจุ๊บบนไหล่ผมอีกครั้ง ซ้ำคำพูดร่ายยาวเหมือนคนร้อนตัวนี่ก็ทำเอาผมหลุดหัวเราะเบาๆ ออกมา 

 

         “ หยุดได้แล้วครับ อีกอย่างผมยังไม่พูดอะไรเลยครับ ทำไมต้องรีบแก้ตัวด้วยครับ ( คึคึ ) ” ผมพูดเตือนถึงพฤติกรรมคลอเคลียของเขาอีกครั้ง ก่อนจะหยอกเขาคืนด้วยหน้ายิ้มๆ ของผมด้วยไม่หยุด 

 

         “ อย่าล้อฉัน เดี๋ยวได้ถูกลงโทษหรอก . . ” 

 

“ หยุดรังแกเขาได้แล้วเจ้าพ่อ ” เวย์ที่เพิ่งหยุดคลอเคลียผมแล้วพร้อมพูดคาดโทษผมมา แต่ก็ไม่ทันจบประโยคเสียงหวานของคุณแม่เขาก็ดังมาก่อน 

 

“ แม่ . . ผมขอแนะนำอย่างเป็นทางการแล้วนะ ว่าที่สะใภ้แม่ชื่อ จิลวานี่ แมควูทส์ แม่ต้องขอให้ผมให้สำเร็จนะ ไม่อย่างนั้นผมพาหนี . . ส่วนผู้หญิงสวยคนนี้นี่แหละแม่ฉัน แม่ชื่อ มาวโลรีย์ ( Mallory ) แน่นอนฉันเรียกว่าแม่ น้องชายแฝดของฉันเรียกนายแม่เวลาอยากตามใจ และต้องการบางอย่างจากแม่ พ่อฉันไม่กลัวแม่หรอกแค่ยอมทุกอย่าง ” ประโยคแนะนำตัวให้กับคุณแม่ของเขานี่ฟังดูแปลกจนผมอดยิ้มในความเป็นเขาไม่ได้ ผมรู้สึกดีกับคนแบบเขาไปแล้วสิ 

 

         “ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนอีกครั้งนะครับ และขอโทษด้วยที่พาเรื่องเดือดร้อนมาให้ ” ผมยิ้มกว้างให้กับครอบครัวของเขาพร้อมค้อมหัวลงเล็กน้อยเป็นการเคารพและรู้สึกขอโทษครอบครัวเขาจริงๆ ที่มาเจอผมในรูปแบบไม่ปกตินี้ 

 

         “ ไม่จำเป็นต้องขอโทษเลยลูก . . สะใภ้คนแรกของแม่ต้องอย่างนี้สิ สวยถูกใจจริงๆ เข้าใจแล้วว่า ทำไมเจ้าพ่อของแม่ถึงยอมโทรไปบอกให้รีบมา และขู่แม่ได้ถึงขนาดนี้ สงสัยกลัวโดนใครแย่งไปซะละมั้ง หึ ” ผู้ใหญ่ใจดียังคงยิ้มให้ผมอย่างปากท่านบอกว่าพอใจจริงไม่หยุด ซ้ำยังยกมือนุ่มมาจับไล้แก้มผมด้วย 

 

         “ ผมมั่นใจในตัวเองว่าจีบคนนี้ได้แน่ แต่พ่อแม่เขาผมไม่รู้นี่ ถ้าผมไม่เรียกหาปู่ หาพ่อแม่จะให้ผมเรียกหาใครล่ะแม่ ” คนยืนด้านหลังที่ตอนนี้ไม่โอบเอวผมไว้แน่นจนดูคลอเคลียมากเท่าเมื่อกี้ยังโต้ตอบกับแม่เขาไม่หยุดเสียง 

 

         “ เถียงไม่ตกฟากจริงๆ เดี๋ยวเถอะ! ” 

 

         “ จิลล์ดูแม่สิ ชอบใช้กำลังว่ะแม่อ่ะ ” แน่นอนว่าทันทีที่เวย์ต่อปากต่อคำท่าน ท่านก็พร้อมตำหนิเวย์ทันทีเหมือนกัน แต่การง้างมือเหมือนจะตีแขนลูกชายของท่านเองเป็นอันต้องยกเลิกไปก่อนเพราะเสียงของน้องชายคนเล็กอย่างไซม่อนพูดแทรกขึ้นมาก่อน 

 

“ เฮีย . . ปู่จะคุยด้วย ” 

 

         “ เดี๋ยวฉันมานะ ( จุ๊บ ) ” เวย์รับมือถือเครื่องบางตามสมัยนิยมจากน้องชายมาแล้วก็กดจุ๊บมาที่ข้างแก้มผมเร็วๆ ก่อนจะเดินออกไปที่นอกระเบียงสระน้ำ 

 

         “ ถึงเวลาของเราซักทีนะ . . ไซม่อนลูก ” แต่พอเวย์หันหลังพ้นประตูกระจกสูงได้ไม่ทันสามก้าวดี เสียงหวานของคุณแม่ท่านก็ดังสั่งขึ้นมา ไซม่อนก็กดรีโมทล็อคประตูพร้อมผ้าม่านเลื่อนปิดด้วยเสียงเบามากทีเดียว 

 

         “ เดี๋ยวนะครับ จะพาผมไปไหนเหรอครับ ? ” ผมรีบถามออกไปทันทีเมื่อคุณแม่ท่านเริ่มโอบเอวดันหลังให้ผมเดินออกมาพร้อมกับท่าน 

 

         “ เดี๋ยวก็รู้จ๊ะ ไปกับแม่ดีกว่า ” คำตอบเพียงสั้นๆ ของท่านไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกระจ่างขึ้นเลยหรือว่าความจริงแล้วท่านไม่ได้พอใจผมจริงอย่างปากท่านพูดอย่างนั้นเหรอ แต่ก็ . . อะไรกันเนี่ย ?! 

 

         “ แล้วเวย์เขา . . ” ผมหันหลังมองไปประตูระเบียงที่ถูกปิดบังด้วยม่านหนาอีก 2 ชั้นนั้นหลายครั้งจนสุดสายอย่างกังวลใจขึ้นมา 

 

         “ ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวเจ้าพ่อตัวแสบนั่นก็ตามหาหนูเจอ ” เสียงผู้ใหญ่ที่เดินคู่ผมมาก็ดังขึ้นมาโดยที่สายตาผมเห็นอยู่ตลอดว่า เขาทั้งสามคนแม่ลูกดูสนุกที่ได้แกล้งพี่ชายคนโตของบ้านอย่าง มิสเตอร์เวย์เนอร์ จอมเนียนจุ๊บของผมสำเร็จ 

  

** 

** 

  

11 : 27 AM At Weth’s Mansion 

( ห้องครัวบ้านใหญ่ ) 

  

         หลังจากคุณแม่และน้องชายฝาแฝดของผู้ชายใจดีที่ช่วยผมจากการขับรถลงไหล่ทางเมื่อวานพาผมออกมาจากเพนส์เฮาส์ขึ้นรถตู้หรูมาถึงบ้าน ไม่ใช่ . . ต้องเรียกคฤหาสน์ถึงจะถูก เพราะตัวอาคารขาวสะอาดสไตล์ยุโรปโมเดิร์นที่พวกพาผมมานั้นกว้างพอกันกับบ้านของผมเลยทีเดียว 

 

         แต่บ้าน หรือ คฤหาสน์ที่ผมมาถึงเมื่อสองเกือบสามชั่วโมงก่อน . . ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะปัญหาใหญ่จริงๆ มันต้อง . . . นี่ต่างหาก ! 

  

บี๊บ บี๊บ ! 

  

         “ ว้ายยยย !! ” เสียงสัญญาณดังทั่วบ้านจนเริ่มแสบหูจากเครื่องดักจับควันประจำห้องครัวหรูหรา อุปกรณ์พร้อมใช้ราวกับที่นี่คือครัวร้านภัตตาคารชั้นหนึ่งดังลั่นขึ้น . . จนทำให้ความโกลาหลของคนอื่นในครัวเดียวกับผมเริ่มต้นขึ้น สาเหตุนั้นแน่นอนว่ามาจากคนสติน้อยด้านอาหารอย่างผมเกิดขึ้นอีกครั้งจนได้ ! 

 

         “ ( !!! ) ขอโทษครับ ผมขอโทษ ! ” ผมที่กำลังใจจดจ่อกับการคอยพลิกด้านผักสีสันสวยงามบนเตาปิ้งตรงหน้าต้องรีบหันตัวไปที่เตาอบใหญ่ที่ผมส่งไก่อบอลาสก้าสูตรคุณยายของหลานบ้านนี้เข้าไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน . . เอ่อ เท่าที่ผมจำได้นะครับ ! แต่เวลาจริงนั้นผมไม่รู้เลย ! 

 

ฮืออออ ผมขอโทษครับ !! 

 

         “ จิลล์อย่า ! ระวังลูก / ระวังค่ะคุณหนู ! ” พอผมหันไปเจอควันเหม็นไหม้ลอยเล็ดออกจากเตาอบใหญ่ ผมก็รีบทิ้งที่คีบในมือทันที เพื่อจะวิ่งมาเปิดเตาแล้วเอาถาดไก่ที่ผมส่งเข้าไปก่อนหน้านี้ออก แต่เสียงห้ามทั้งหลายนี่สิที่ผมไม่ทันทำความเข้าใจ ความซวยต่อมาก็ตามมาทันที 

  

หมับ ! ตุบ ! ซ่า ! เพล้ง ! 

  

“ โอ้ยยย !! ” ทันทีที่ผมรีบดึงฝาเตาพร้อมยื่นมือทั้งสองข้างตรงเข้าไปจะหยิบถาดไก่อลาสก้า ผมเข้าใจถึงคำเตือนทันทีว่า เพราะมันร้อนนี่เองที่ทั้งคุณแม่และแม่ครัวเตือนมา 

 

“ ว้ายยย ขอโทษค่ะคุณหนู ! ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ! ” แน่นอนว่าพอถาดไก่มันร้อนมาก ผมถึงรีบปล่อยมือถอยหลังก้าวยาวจากถาดของสุกเกินจนมันไหม้คาถาดร่วงตกลงพื้นกระเด็นโดนหน้าแข้งผมด้วย . . แต่ก็ยังไม่หมดเท่านั้น! ผมถอยหลังจนไปชนเข้ากับแม่บ้านที่ถือกะละมังแช่ผักอยู่ร่วงตามกันไปอีก! 

 

“ ไม่เป็นไรครับ ผมต่างหากต้องขอโทษ ขอโทษนะครับผมไม่ได้ตั้งใจ . . โอะ! ” ผมรีบหันไปหาเธอพร้อมค้อมหัวพูดขอโทษให้เธอ ก่อนจะรีบย่อตัวลงเพื่อจะช่วยเก็บกะละมังแต่ก็ต้องรู้ตัวทันทีว่า มือทั้งสองข้างของผมบวมแดงสั่นไปซะแล้วสิ 

 

         “ เจ็บตรงไหนไหมลูก ?! . . . ฮานน่า โรซารีย์จัดการต่อให้เรียบร้อย ” คุณแม่ท่านรีบเข้ามาหาผมเพื่อจับมือผมไปดูเร็วๆ ก่อนจะหันสั่งแม่ครัว แม่บ้านใหญ่พร้อมดึงมือผมให้ลุกยืนตามท่านด้วย 

 

         “ เดี๋ยวนี้ค่ะคุณผู้หญิง ” ผู้ใหญ่ทั้งสองท่านรับคำสั่งของนายหญิงทันทีอย่างไม่โต้แย้ง 

 

“ ขอโทษจริงๆ นะครับที่ทำให้มีงานเพิ่ม ” 

 

“ ไม่ต้องหรอกค่ะคุณหนู คุณหนูไปพักผ่อนเถอะนะคะ ” ผมอดที่จะค้อมหัวให้เขาทั้งสองคนอีกครั้งไม่ได้ เพราะผมแท้ๆ เลยที่ทำให้งานของทุกคนที่นี่เยอะขึ้นอย่างไม่จำเป็น แต่ทุกคนก็ใจดีกับผมมากเหมือนกัน 

 

“ มอมแมมเปียกไปหมดแล้วลูก แม่ว่าวันนี้พอเท่านี้ก็ได้ลูก หนูไปอาบน้ำล้างตัวที่ห้องนอนแขกก่อนดีกว่านะลูก เดี๋ยวแม่ไปส่ง . . แม่ขอโทะ . . ” เสียงหวานพร้อมการกระทำอ่อนโยนของผู้ใหญ่ตรงหน้าที่พาผมนั่งเก้าอี้ประจำเคาน์เตอร์ใหญ่กลางครัวพูดขึ้น มือก็กำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดหน้าให้ผม แต่เสียงของท่านก็เป็นต้องหยุดลงก่อนจะจบประโยค . . 

  

ปริ๊น ปริ๊น !! . . เอี๊ยด ! ปึง ! 

  

“ จิลล์ ?! เกิดอะไรขึ้นเนี่ยหา !? ” หลังเสียงสัญญาณเครื่องดักจับควันเงียบลงเมื่อสองสามนาทีก่อน เสียงบีบแตรรถก็ดังลั่นคฤหาสน์อีกครั้ง ผมสงสัยปนตกใจไม่น้อย แต่เสียงคนดังโวยวายเข้ามานี่สิที่ทำเอาผมดีใจขึ้นอย่างประหลาด 

 

“ คือผม . . . ผมทำไก่อบอลาสก้าไหม้ครับ ” ผมยิ้มแหยให้เขาก่อนจะตอบออกไปเบาๆ เพราะความวุ่นวายจากงานทำความสะอาดด้านหลังทำเอาผมตอบอย่างอื่นออกไปไม่ได้ นอกซะจากความจริงที่น่าอายว่า ผมทำอาหารไม่เป็นซ้ำยิ่งแย่ด้วยการเป็นตัววุ่นวายประจำครัวด้วย 

 

“ เธอไม่ผิดหรอกนะ คนสั่งให้ทำเนี่ยผิด . . แม่หลอกพาเมียผมมาทำอะไรแบบนี้ได้ยังไงวะ !? ” เวย์เดินเข้ามาหาพร้อมยกมือมาจับบนแก้มผมก่อนจะยกขึ้นลูบหัวผมเบาๆ แต่ประโยคหงุดหงิดเหมือนเด็กชายเอาแต่ใจที่กล่าวโทษแม่เขาต่างหากที่ทำเอาผมต้องฝืนยกมือจับทับมือเขาบนแก้ม 

 

มันคือการอ้อน . . รึเปล่านะ ? 

  

เพี๊ยะ ! 

  

“ ผมเจ็บนะแม่ ! ” เสียงตีแขนแข็งแรงจากผู้เป็นแม่ให้กับลูกอย่างเวย์นั้นทำเอาผมตกใจเลยทีเดียว 

 

( คึคึ ) เด็กชายหกขวบโดนคุณแม่สั่งสอนเข้าให้แล้วสิ . . . มิสเตอร์เวย์เนอร์ตัวเล็กหงุดหงิดได้น่ารักน่ามองดีเหมือนกันนะ 

 

“ ขอตีซักทีเถอะ เกเรใหญ่แล้วนะ ! กล้าว่าแม่แบบนี้ได้ยังไงกัน แม่แค่อยากรู้จักว่าที่ลูกสะใภ้แม่นะ ! ” 

 

“ ต้องรู้จักแบบที่เมียเจ็บ เมียผมเปื้อนเป็นหมาน้อยตกถังแป้งเปียกแบบนี้รึไงแม่ !? ” 

 

“ อย่าพูดไม่ดีสิครับ ท่านเป็นแม่ของคุณนะครับ ” เวย์ยังคงเถียงคุณแม่ของเขาด้วยความหงุดหงิดอยู่ไม่จางลงเลยจนผมต้องบีบมือที่ผมเอามาวางบนตักแล้วเป็นการเตือนเขาไปเบาๆ 

 

“ ผมขอโทษครับแม่ พอใจรึยังหมาน้อยถังแป้ง คนสวยของฉันมอมเป็นหมาน้อยซะได้ กว่าจะหาเธอเจอฉันแทบฆ่าน้องฉันทิ้ง เพราะไม่รู้เธออยู่ไหน . . หึ แต่ก็น่ารักดีนะ หมาน้อยขี้อ่อยของไอ้เวย์ ” เวย์มองผมก่อนจะส่ายหน้าถอนหายใจทิ้งนิดหน่อยเหมือนหงุดหงิดผมไปด้วยที่ห้าม แต่พอผมเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ข้างผม เขากลับยิ้มออกมาพร้อมกล่าวหาผมด้วยสีหน้าอารมณ์ดีซะอย่างนั้น 

 

อะไรของเขา . . พิลึกคนชะมัด ผมไปอ่อยเขาตอนไหนกันแค่เงยหน้ามองก็กล่าวหากันได้ เจ้าพ่อโรคจิต 

 

“ อย่าไปเชื่อนะจิลล์ เฮียน่ะเรียนจบถึงปริญญาโทวิศวกรรมซอฟต์แวร์ และขึ้นเป็นรองประธานบริษัทอิเล็คทรอนิคส์ของที่บ้านแล้วด้วย . . เฮียหาจิลล์เจอตั้งแต่คุยโทรศัพท์จบแล้วรู้ว่า จิลล์หายมากับแม่แล้วล่ะ ” เสียงจาเร็ด ( ผมดูจากการแต่งตัวและทรงผมที่แสกต่างกันซ้ายขวา ) พูดบอกผมมา พวกเขาคงมาพร้อมกัน เพราะตอนผมขึ้นรถตู้จากเพนส์เฮาส์มาคู่แฝดไม่ได้กลับมาด้วย 

 

แต่ตอนนี้ไซม่อนไปไหนนะ ไม่ยักจะเห็นกลับมาพร้อมกัน 

 

“ มึงหุบปากเป็นบ้างไหมเจ๊ดด์ . . . ฉันหาจากมือถือของเธอนั่นล่ะ หลงอยู่เป็นชั่วโมงถึงได้รู้ว่าไซม่อนมันเอามือถือเธอไป แต่เอาเถอะ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวใหม่ดีกว่า แขกสำคัญกำลังจะมาถึงตอนบ่ายนี้แล้ว ” พอผมได้ฟังว่า เขาหาผมเจอตั้งแต่เมื่อสองสามชั่วโมงตั้งแต่ที่ผมออกมาแล้ว ผมก็มองเขาเหมือนคาดโทษทันที แต่เขาก็แก้สถานการณ์ได้ดีด้วยการเปลี่ยนเรื่องจะพาผมไปอาบน้ำแทน 

 

รู้ทั้งรู้ว่า ผมทำอาหารไม่เป็น ทำไมไม่รีบมาก็ไม่รู้ . . แม่บ้านหลายคนเดือดร้อนเพราะผมไปกันหมด 

 

“ เดี๋ยวเจ้าเวย์ ” 

 

“ อะไรอีกแม่ ? ” พอผมเริ่มเดินตามเวย์ออกมาได้ไม่กี่ก้าว เสียงของคุณแม่ท่านก็ดังตามหลังเรามาจนเวย์เขาต้องหันกลับไปถาม 

 

“ บันไดอยู่ทางนั้นเจ้าพ่อ ” ผมมองตามที่คุณแม่ท่านชี้มือไป ทว่าคำตอบของเขานี่สิทำเอาผมไปต่อไม่เป็นอีกแล้วสิ ! 

 

แต่บ้านผมอยู่ฝั่งนี้ ผมจะพาเมียไปดูบ้าน 

  

** 

** 

  

 

11 : 56 AM At Weth’s Mansion 

( บ้านเล็กของเวย์เนอร์ ) 

  

         บ้านหลังเล็กของเขาน่าอยู่ทีเดียว เพราะหลังจากเดินออกมาจากอาคารหลักได้ไม่ไกลก็มีไม้พุ่มสูงประมาณ 1 เมตรรอบเป็นรั้วบ้านสวยงามสไตล์โมเดิร์นเต็มตัว โทนสีน้ำตาลดำสวยงาม เน้นงานกระจกทั้งหลัง สวนหน้าบ้านเล็กของเขาภายในคฤหาสน์ใหญ่อบอุ่นหลังนี้ยิ่งอยู่น่าอยู่ขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว 

 

         “ . . . . . . . . . . . . . . . . ” ทุกอย่างในห้องนอนบ้านเล็กของเขาเงียบมีเพียงไดร์เป่าผมในมือเขาที่ใช้กับหัวผมอยู่เท่านั้นที่ส่งเสียงออกมา ผมอยู่ในชุดคลุมสีน้ำเงินสดกำมะหยี่ยาวกอมเท้าหลังอาบน้ำเสร็จ มือก็เลื่อนกดดูรูปในมือถือไปด้วย 

 

         “ เป็นอะไรไปอีก เธอเงียบทำไม ? ” คนที่ยืนเป่าผมให้ผมอยู่ถามออกมาหลังจากกดปิดไดร์พร้อมมือที่ลูบหัวผมเบาๆ 

 

         “ ผมแค่คิดถึงตอนทะเลาะกับที่บ้านเมื่อวานน่ะครับ ผมไม่ควรพูดแบบนั้นกับพวกท่านเลย ” ผมวางมือถือลงบนโต๊ะเครื่องแป้งด้านหน้าก่อนจะหันตัวพร้อมเงยหน้ามองเขา ก่อนจะพูดออกไปตามตรงว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ 

 

         ผมเห็นครอบครัวเขารักกัน . . ผมรู้สึกอบอุ่น และรู้สึกตัวได้ว่า ครอบครัวผมนั้น เราก็อบอุ่นไม่แพ้กัน เพียงแต่ผมเอาแต่โกรธพวกเขาอย่างไร้เหตุผลทั้งที่ครอบครัวหวังดีกับผม 

 

         “ คิดได้ก็ดีแล้ว . . หึ เธอยังเป็นหมาน้อยอยู่นี่เนอะ ฉันเลยต้องดูแล ต้องสอนมากหน่อย ” เวย์ยิ้มออกมาก่อนจะพูดพร้อมมือที่เก็บไดร์เป่าผมลงลิ้นชักไปด้วย 

 

         “ คุณเวย์ครับ ? ” 

 

         “ หืมม์ ? ” ผมยิ้มกว้างออกมาพร้อมออกปากเรียกคนที่กำลังหันหลังให้ เพื่อเอาผ้าเช็ดผมของผมไปที่ตะกร้าผ้าเตรียมซักให้ ก่อนจะเปิดค้นตู้เสื้อผ้าไปด้วย . . เขาปฏิบัติตัวราวกับทุกอย่างที่เขาทำวันนี้เป็นสิ่งที่ทำมาแล้วเป็นหลักปีถึงได้ทำเป็นปกติแบบนี้ 

 

         “ ขอบคุณนะครับ ( จุ๊บ ) ” ผมค่อยๆ ลุกเดินไปหาให้เบาเสียงที่สุด และเพิ่มความใจกล้าให้เยอะ ก่อนจะเข้ากอดเอวคุณเวย์เขาไว้จากด้านหลังพร้อมเขย่งตัวกดปากลงบนท้ายทอยหอมของเขาด้วยอีกครั้ง 

 

         ผมกำลังรู้สึกดีมาก . . แบบนี้สินะ เพื่อนๆ ของผมเขาเลยชอบที่จะมีแฟนกันตั้งแต่สมัยไฮสคูล 

 

         “ หึ เธอขอบคุณฉันเรื่องอะไร ? ” เวย์ยกมือมาด้านหลังเพื่อลูบหัวผมเบาๆ ก่อนจะผละมือออก และถามผม 

 

         “ เรื่องที่บอกครอบครัวของคุณเรื่องผมทั้งที่เรารู้จักกันไม่ถึง 24 ชั่วโมงแบบนี้ไงครับ . . ขอบคุณที่จริงใจและทำให้ผมรู้สึกดี ดีมากๆ นะครับ ” ผมบอกเขาไปตามความรู้สึกจริงที่กำลังรู้สึกอยู่ตอนนี้ แขนทั้งสองข้างก็กอดเขาแน่นขึ้นอีกอย่างสบายใจที่ได้ทำอะไรแบบนี้กับคนตรงหน้าเป็นครั้งแรกแบบนี้ 

 

         “ ฉันอาจทำอยู่แล้วก็ได้ สมัยนี้พาใครสักคนมาเจอพ่อแม่ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วนะคนสวย ” แต่อย่างว่านั่นล่ะ . . เวย์เนอร์ก็คือเวย์เนอร์ เรื่องพูดกวน พูดให้ลังเลนี่เก่งจริงๆ ผมต้องเริ่มชินกับเขาเท่านั้นคือทางเดียวที่ดีที่สุด 

 

         “ แต่บ้านของคุณคงไม่ง่ายแบบนั้นใช่ไหมล่ะครับ ? ” ผมยังคงไม่ยอมปล่อยแขนทั้งสองข้างที่กำลังกอดเขาอยู่ ปากก็ถามคำถามออกไปอีกไม่หยุดปาก 

 

เพราะถ้าเวย์หรือลูกชายอีกสองคนของบ้านนี้พาผู้หญิงหรือผู้ชายไม่ซ้ำหน้าเข้าบ้านคงไม่ดีต่อความปลอดภัยของคนในบ้านเขาหรอก . . ยิ่งถ้าเจ้าพ่อคาสิโนอย่างเขาด้วยแล้วคงไม่ใช่เรื่องดีหากคนทั่วไปจะเข้านอกออกในบ้านเขาได้ง่าย 

 

         “ ไว้ใจคนง่ายเกินไปแล้วคนสวย ” เขามันเป็นเจ้าพ่อหกขวบจอมเถียงจอมกวนใจอย่างคุณแม่เขาดุจริงๆ นั่นล่ะ เพราะไม่ว่าผมจะพูดอะไร เขาก็เหมือนจะจงใจกวนให้ผมหงุดหงิดเสมอ 

 

         “ ผมดูแย่มากไหมครับ ? ” ผมเปลี่ยนเรื่องทันที เพราะความจริงอีกอย่างก็คือพอเมื่อผมรู้สึกผิดแล้ว ผมก็อยากถามเขาดูว่า ถ้าในมุมมองของเขาแล้ว ผมดูแย่มากขนาดไหนที่ทำไม่ดีกับครอบครัวตัวเองแบบนี้ 

 

         “ ไม่หรอก เธอแค่ต้องการเวลาคิดแบบที่กำลังเป็นตอนนี้ต่างหาก ” เวย์ผละตัวออกจากกอดผม เพื่อหันกลับมามองผม มือก็ยกมาจับไล้แก้มผมไว้อย่างที่ผมเริ่มรู้แล้วว่าเขาชอบทำ 

 

         “ คุณเป็นทุกชั่วโมงที่ดีสำหรับผมนะครับ ” ผมยิ่งยกยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเขาพูดปลอบแกมเข้าข้าง ผมเข้าไปหาพร้อมทำใจกล้าขึ้นอีกขั้นด้วยการยกแขนทั้งสองข้างประสานกันเพื่อคล้องกอดคอเขาเอาไว้ 

 

         “ เธอไปแต่งตัวเถอะ ” พอผมยิ้มให้เจ้าพ่อตรงหน้า เขากลับหันหน้าหนีซ้ำยังไล่ผมไปแต่งตัวซะอย่างนั้น 

 

         “ ทำไมครับ เจ้าพ่อไม่ไว้ใจตัวเองกลัวจับผมปล้ำรึไงครับ ? . . ( คึคึ ) จุ๊บ จุ๊บ ” แต่เพียงแวบเดียว . . ผมทันเห็นคนที่หันหน้าหนีผมไปลอบถอนหายใจทิ้ง ตาก็หลับลงเหมือนกลั้นอะไรไว้ และผมว่าผมไม่น่าเดาผิด แน่นอนเมื่อผมพูดอาการเขาก็ยิ่งชัด 

 

         เจ้าพ่อเวลาเขินเป็นแบบนี้นี่เอง . . น่ารักชะมัดเลย คึคึ 

 

         “ อย่ายั่วฉัน ” ผมดื้อไม่ยอมผละกอดพร้อมผลักเวย์นั่งบนเตียงก่อนจะตามคร่อมตักเขาเอาไว้ด้วย ใช่อยู่ว่าผมไม่เคยมีใคร ไม่เคยมีแฟน แม้กระทั่งแอบชอบใครสักคนผมก็ไม่เคย แต่เรื่องแบบนี้ใช่ว่าต้องมีประสบการณ์ตรงถึงจะรู้จักนี่ . . เพื่อนก็เล่า ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ให้เห็นมากมาย 

 

         “ ( คึคึ ) กล้าพูดกับใครต่อใครว่าผมเป็นเมีย แต่ไม่เคยได้แม้แต่จูบจริงๆ จากผม ” ผมยังคงหัวเราะและยิ้มกว้างจนแก้มตึงเพราะอาการพยายามหันหน้าหนีผมของเขา ผมยังคงนั่งคร่อมตักเขาไว้ไม่ขยับหนีพร้อมยกมือไปจับหน้าเขาให้หันมามองขณะผมพูดล้อเลียนเขาด้วยไม่หยุด 

 

         ถ้าครั้งนี้เขาจะว่าผม . . . อ่อยหรืออะไรแบบนั้นผมจะไม่โกรธเลย เพราะผมกำลังทำมันอยู่จริงๆ 

 

         “ ถ้าไม่ติดว่าอีกชั่วโมงจะมีแขกสำคัญมาบ้าน ฉันจะจับเธอฟัคให้หายดื้อเลยจิลล์ ” เวย์เขายอมหันมองผมพร้อมพูดคาดโทษผมมาด้วย 

 

         “ จูบแรกของผมให้คุณนะครับ ” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะพูดและทำสิ่งที่ทุกคนเรียกว่า ‘ จูบ ’ เป็นครั้งแรกในชีวิต ผมคล้องกอดคอของเขาเอาไว้ทั้งสองข้างและแน่นขึ้นเมื่อคนที่ผมเริ่มเข้าหาเขาก่อนจูบตอบกลับมาอย่างรุนแรงและลึกซึ้งกว่าที่ผมทำไป 

 

         “ อืออ ~ ” เวย์กอดเอวให้ผมเบียดเข้าหาเขามากขึ้น ก่อนเขาจะพลิกให้ผมนอนลงพร้อมที่เรายังคงจูบคลอเคลียกันอยู่ไม่ห่าง ความรู้สึกวูบหวามที่ท้องทำใจผมเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะอย่างตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังทำอยู่กับเขา 

 

“ อาา ~ . . จุ๊บ ผม . . ผมไม่ได้ใส่อะไรเลยนอกจากเสื้อคลุม อืออ ” เวย์ผละจูบออกให้ได้หายใจเพียงชั่วครู่ ผมรีบบอกสิ่งที่เขาต้องรู้ขณะที่เขาไล่กดจูบซอกคอ และแหวกเสื้อคลุมผมจูบเม้มไม่หยุด แต่เพียงครู่เดียวเขาก็วกกลับมาจูบผมซ้ำหนักหน่วงกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

 

มือทั้งสองข้างของเขายังคงกอดรัดลูบไล้ไปทั่วตัว ทั้งหน้าอก หน้าท้อง หรือกระทั่งสะโพกด้านหลัง . . ขาทั้งสองข้างของผมอยากจะหุบเบียดกันเพราะต้องการซ่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังแล่นมาจากการที่ส่วนแข็งแรงใต้กางเกงของเขาเข้าเสียดสีกับระหว่างกลางของผมที่เปลือยเปล่าใต้เสื้อคลุมเนื้อดี 

 

อืออ ความรู้สึกเป็นแบบนี้สินะ . . การแสดงความรักกับคนที่เรา . . รักเขาแน่ 

 

ผมจะแย่ไหมนะที่ทำแบบนี้กับเขา 

 

 

 

 

************************************ 

END CHAPTER 2 

5 Comment เหมือนเดิมนะคะ มาคุยกันค่ะ :) 

#เจ้าพ่อโดนอ่อยแล้วจ้าาาาาา 5555555555 

เจอกันตอนหน้านะคะ 

องศาเหนือ 

ความคิดเห็น