ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 เพื่อน

ชื่อตอน : บทที่ 17 เพื่อน

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกฉลาด เกลียด เย็นชา แต่งงาน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2564 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 เพื่อน
แบบอักษร

ภาพสะท้อนในกระจกทำให้ปรียาวดีครุ่นคิดสงสัย พึ่งจะรู้ว่าเสื้อผ้าที่หล่อนถือเข้ามาคล้ายจะเป็นเสื้อผ้าผู้ชาย ซึ่งคงจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกเสียจากอนุทัต

เสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงวอร์มสีเทา หากอยู่บนตัวชายหนุ่มมันคงจะพอดีทว่าสำหรับเธอคล้ายจะใหญ่เกินไปเสียด้วยซ้ำ ดูได้จากขากางเกงที่กองเป็นก้อนอยู่บริเวณเท้าของหล่อน

คำถามที่ชวนให้สงสัยคือ...เขาทำแบบนี้ทำไม?

แต่ช่างเถอะ ก็คงจะเพราะว่าหล่อนช่วยลูกชายของเขาไว้กระมัง มันจะมีเหตุผลไหนอีกนอกจากเหตุผลนี้

กลิ่นหอมๆจากเสื้อที่คล้ายจะเป็นกลิ่นประจำตัวของอนุทัตมันทำให้ปรียาวดีอยากจะถอดมันออก

กฎของการลืมใครสักคนคือการออกห่างจากคนคนนั้นให้ไกลที่สุด แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงได้รู้สึกว่าระยะห่างของเธอและเขามันกำลังขยับเข้าหากันเรื่อยๆ สงสัยเพราะชุดที่เธอใส่อยู่มันมีกลิ่นตัวของอนุทัตพลอยให้รู้สึกว่าเขากำลังสวมกอดเธออยู่ ทั้งที่ในความเป็นจริงเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้เสียหน่อย

ปรียาวดีสะบัดหัวตัวเองเบาๆ หวังจะไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกจากสมอง

สิ้นเปลืองหน่วยความจำเสียเปล่าๆ

ร่างบางก้าวเท้าออกจากห้องน้ำก่อนจะมองไปยังคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เขานั้นเงยขึ้นมามองเธอเช่นกัน

“ฉันไปหาคุณภูนะคะ”

“ไม่ต้องหรอก ฉันให้ผักกาดเฝ้าแล้ว ส่วนเธอเดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้าไม่ใช่หรือไง” เรียบนิ่งทั้งใบหน้าและน้ำเสียง

แต่เหตุใดเขาจึงเอ่ยเช่นนั้น เลิกทำเป็นดีกับหล่อนสักทีได้ไหม ไม่รู้หรือว่ามันทำให้คนที่กำลังจะลืมลำบากใจ

ไม่ได้การล่ะ หากปล่อยไปเช่นนี้ หล่อนคงไม่วายพาตัวเองกลับไปเจ็บปวดเหมือนแต่ก่อนแน่ๆ เพราะฉะนั้นเธอต้องรักษาระยะห่างให้ได้มากที่สุด

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันกลับเองได้ คุณชายทำงานไปเถอะค่ะ”

“กลับยังไง แท็กซี่น่ะหรือ ถ้าเป็นอะไรขึ้นมาหม่อมย่าคงได้มาโทษฉันอีก”

นั่นปะไร เขาไม่ได้ห่วงเธอจากใจจริงหรอก เพียงแค่ไม่อยากถูกหม่อมย่าคาดโทษเอาเสียมากกว่า

“ฉันขับรถมาค่ะ กลับเองได้”

“ฉันให้คนขับรถที่วังหม่อมย่ามาขับกลับไปแล้ว เป็นผู้หญิงขับรถดึกๆ ดื่นๆ มันอันตราย ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา...”

“...เดี๋ยวหม่อมย่าจะมาคาดโทษฉันอีก” ต่อรูปประโยคให้เขาจนจบอย่างรู้ทัน

“ก็รู้นี่ ทำไมยังดื้อ” ดื้องั้นเหรอ หล่อนไม่ได้ดื้อ เพียงแค่ไม่อยากอยู่ใกล้เขาก็เท่านั้น ยิ่งห่างมันจะยิ่งง่ายต่อการเลิกรักใครสักคน

“งั้นเอากุญแจรถคืนไปค่ะ ส่วนคุณชายก็ทำงานไปเถอะค่ะไม่ต้องเสียเวลากับฉันหรอก เดี๋ยวฉันโทรหาคนอื่นมารับเอง” วางกุญแจรถลงบนโต๊ะก่อนจะหอบเสื้อผ้าเก่าใส่ถุงที่อนุทัตเตรียมไว้ให้หมายจะเดินออกไปในทันที ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อนึกอะไรบางอย่างออก

“ฉันขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหมคะ?”

“ทำไม จะทำอะไร จะโทรหาใคร?”

“ขอยืมได้ไหมคะ?” ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมตอบคำถามของกันและกัน

“ไม่ เธอตอบมาก่อนว่าจะโทรหาใคร?”

“งั้นไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันไปยืมเพื่อนเอาก็ได้”

“ไม่ต้อง จะยืมก็มาเอา” น้ำเสียงขุ่นมัวอย่างไม่สบอารมณ์นัก พร้อมกับยื่นโทรศัพท์ส่วนตัวให้ปรียาวดีไป

หล่อนรับมาด้วยท่าทีฉงนใจหน่อยๆ ด้วยว่าโทรศัพท์ที่หล่อนจะยืมเขา มันคือโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานงานทว่าอนุทัตกลับยืนโทรศัพท์ส่วนตัวมาให้ ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อเพราะไม่อยากทำเรื่องให้ยืดยาวไปกว่านี้ จึงเลือกที่จะกดเบอร์โทรติดต่อใครบางคนพร้อมเดินออกไปคุยที่ระเบียงห้อง โดยไม่รู้เลยว่าใครอีกคนกำลังแอบฟังและได้ยินทุกคำของเธอ

“ดลมารับปรีหน่อยสิ ปรีอยู่โรงพยาบาลอ่ะ วันนี้ไม่ได้เข้าเวรหรอก แต่มาทำธุระนิดหน่อยน่ะ ไม่อยากกลับรถแท็กซี่ มารับได้ใช่ไหม โอเค งั้นเดี๋ยวปรีรอข้างหน้านะ จ้า ออ...เอ่อ...เบอร์เพื่อนน่ะ พอดีปรีลืมเอาโทรศัพท์มาก็เลยยืมเพื่อนเอา ไม่ต้องรีบนะ โอเค บาย”

บทสนทนาเสียงเล็กเสียงน้อยมันทำให้อนุทัตอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าปลายสายคือใคร

ดล? ใคร ชื่อของใคร ทำไมคุ้นๆ

“ใครเป็นเพื่อนเธอ? คุยกับชู้หรือไง? ยิ้มหน้าบานขนาดนั้น” น้ำเสียงประชดประชัน ทว่าปรียาวดีก็ไม่คิดจะใส่ใจ จะไปเอาอะไรกับคนปากเสียอย่างเขา ไม่รู้ว่าหากวันใดไม่ได้ด่าหล่อนจะตายหรืออย่างไร

“ขอบคุณนะคะที่ให้ยืมโทรศัพท์” เอ่ยจบก็เดินออกจากห้องไปในทันที ปล่อยทิ้งไว้เพียงใบหน้าหงุดหงิดที่มองตามหล่อนไปอย่างเอาเรื่อง โทษฐานทำเป็นไม่ได้ยินประโยคที่เขาเอ่ยถาม

ช่วงนี้ปรียาวดีชอบทำราวกับเขานั้นเป็นอากาศ เจอกันที่ไหนก็ทำเหมือนไม่เห็น แม้กระทั่งที่บ้านก็ตามที

 

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงทว่าปรียาวดีก็ยังอยู่โรงพยาบาลเช่นเดิม ด้วยว่าหลังจากที่ก้าวเท้าออกจากห้องอนุทัต หล่อนไม่ได้กลับบ้านในทันที ทว่าปรียาวดีนั้นเลือกที่จะเดินไปเยี่ยมเด็กน้อยเสียก่อน แต่เพราะภูรินท์ยังไม่ได้สติจึงปล่อยให้ผักกาดดูแลไป ส่วนเธอนั้นก็มาหาเพื่อนทั้งสองที่ห้องตรวจของเอกภพ นายแพทย์สูตินรีเวชสุดหล่อทว่าหัวใจกลับมีไว้ให้ชายหนุ่มไม่ใช่หญิงสาว

พลอยให้สาวน้อยสาวใหญ่หลายๆ คนนึกเสียดายไปตามๆ กัน

“ถึงหรือยังดล ออๆ โอเคๆ ปรีกำลังจะออกไป” กดวางสายก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปให้น้ำรินหลังจากที่พูดคุยกับนพดลเรียบร้อยแล้ว

“ว่าแต่แกเอาชุดใครมาใส่เนี่ย? มองอยู่นานล่ะ เกือบลืมถาม” เอกภพเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“คุณชาย” น้ำรินและเอกภพหันขวับมองหน้ากันอย่างตกตะลึงในทางกลับกันปรียาวดีนั้นนิ่งเฉยไร้ความรู้สึกใดๆ

“ไหนบอกว่าเขาไม่ชอบขี้หน้าแกไง ทำไมอยู่ๆ ถึงให้ยืมชุดล่ะ” เอกภพถามต่อ

“คงเพราะฉันช่วยลูกเขาไว้ล่ะมั้ง เชื่อเถอะพรุ่งนี้ก็หาเรื่องแกล้งฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ ฉันไปล่ะนะ เดี๋ยวดลรอ”

“โอเคๆ บาย” เพื่อนทั้งสองโบกมือลาปรียาวดี หล่อนยิ้มตอบแล้วจึงเดินออกไป โดยไม่รู้เลยว่ากำลังตกอยู่ในสายตาของใครบ้าง หนึ่งในนั้นคือสามสาวพยาบาลที่เคยพบเธอและอนุทัต

ทั้งสามต่างขมวดคิ้วสงสัยมองชุดที่ปรียาวดีสวมใส่ มันคล้ายจะใหญ่กว่าตัวของเธอและอีกประเด็นคือมันไม่ใช่ชุดเดิมที่พวกหล่อนเคยเห็น

ชุดใคร?

เรื่องของปรียาวดีกลายเป็นหัวข้อบทสนทนาของเหล่าพยาบาลอีกครั้ง เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างท่านรองและหมอปรีของพวกหล่อนว่ามันคืออย่างไรกันแน่ ทว่าก็ยังมีข้อขัดแย้งที่ว่าอนุทัตแต่งงานมีลูกแล้ว นั่นแหละคือประเด็นอีกประเด็นที่ทำให้ปริศนาในครั้งนี้น่าปวดหัวเข้าไปใหญ่

ปรียาวดีหันไปยิ้มทักทายเหล่าพยาบาลและแพทย์ที่เดินผ่านโดยไม่รู้เลยว่าตนกำลังเป็นที่สนใจของคนเหล่านั้น

“อะไรวะ โรคจิตหรือไง โทรมาแล้วไม่พูด” เสียงบ่นพึมพำๆ ของนพดลพลอยให้ปรียาวดีขมวดคิ้วสงสัย มองน้องชายที่กำลังเถียงกับหน้าจอโทรศัพท์อย่างฉงนใจ

“มีอะไรเหรอดล?”

“ก็ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้อ่ะ โทรมาแล้วก็ไม่พูด ถามว่าใคร ก็ไม่ยอมตอบ”

“เขาอาจจะโทรมาผิดก็ได้ ไม่เห็นต้องโมโหเลยนี่”

“ไม่ให้ดลโมโหได้ไง ก็รอบแรกที่เบอร์นี้โทรมาอ่ะ มันถามว่าดลเป็นใคร แต่ดลไม่ตอบ บ้าป่ะ โทรมาหาเขาแล้วมาถามว่าเขาเป็นใคร พอถามกลับว่าปลายสายเป็นใครก็ไม่ตอบ โรคจิตชัดๆ”

“ผู้หญิงผู้ชายอ่ะ ขอดูเบอร์หน่อยสิ”

“เสียงแหบๆ อ่ะ เหมือนจะเป็นผู้หญิงแต่บางทีก็เหมือนผู้ชาย” ยื่นโทรศัพท์ให้พี่สาวดู

“ทีหลังก็ไม่ต้องรับ บล็อกไปเลย” ทำตามที่ปรียาวดีแนะนำในทันที “ไม่ใช่ว่าไปแจกเบอร์สาวไว้ที่ไหนแล้วลืมหรอกนะ”

เอ่ยแหย่น้องชายอย่างขบขัน

“ดลไม่เคยทำนะปรี ถึงดลจะหล่อขนาดนี้ แต่ดลก็ไม่เคยแจกเบอร์ใครง่ายๆ หรอกนะ” ตอบกลับทันควันด้วยสีหน้าจริงจังพลอยให้ปรียาวดีขำกับท่าทีของน้องเข้าไปใหญ่

“จ้าๆ กลับบ้านกันเถอะ ปรีง่วงแล้ว”

“เดี๋ยว! ใส่ชุดใครมาเนี่ย?” จับร่างบางหันซ้ายหันขวาอย่างพินิจพิจารณา

“ขึ้นรถก่อนเดี๋ยวเล่าให้ฟัง”

“แน่นะ”

“อือ!”

“งั้น รีบๆ ขึ้นเลยครับคุณผู้หญิง” เปิดประตูรถพร้อมผายมือด้วยท่าทีทะเล้นๆ มือเรียวฟาดไหล่น้องชายเบาๆ อย่างเอ็นดู

ภาพ เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกๆ อย่างของทั้งสองตกอยู่ในสายตาคู่หนึ่งตลอดเวลา โดยที่ปรียาวดีและนพดลไม่รู้ตัวเลยสักนิด

จนรถเคลื่อนตัวออกไป ไกลเกินกว่าที่สายตาคู่นั้นจะมองตามไปถึง เงาสีดำในมุมตึกจึงได้เดินหายไปท่ามกลางความมืด

ความคิดเห็น