email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 154

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2564 15:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14
แบบอักษร

ตอนที่ 14

“ พี่เลิฟ!! พี่เป็นยุงหรือไงห้ะ! ดูดเอาๆ หิวหรือไง ต้องการเลือดหรอ เอามะ เอามีดมากรีดแล้วกินเลยมั้ยห้ะ ถ้าจะดูดหนูทั้งตัวขนาดนี้นะ”  หัวแหวนที่ไม่สนใจอะไรเลยว่าจะมีใครอยู่ในห้องมั้ย ออกมาจากห้องน้ำได้หาเสื้อผ้าใส่ได้ก็เดินออกไปหาเลิฟที่นอกห้องนอนทันที

“ หึ” เลิฟทำเพียงขำแค่นั้นแต่คนที่ไม่รู้อะไรอย่างหัวแหวนก็เดินหน้าด่าว่าเลิฟต่อไปจนพึ่งสังเกตุเห็นว่าไม่ใช่แค่เลิฟที่อยู่แต่กลับมีชายร่างสูงใหญ่อีกคนที่หัวแหวนก็รู้จักดี

“ เอ่ออ พี่ ธีร์” หัวแหวนเอ่ยเรียกอีกคนเสียงเบา ทำเอาจากที่ตอนแรกคิดว่าตนนั้นมาเหนือมาก ด่าไปหยุด เลิฟก็ไม่มีท่าทีว่าจะดุอะไรตนแต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเพราะอะไร

“ สวัสดี เป็นไงบ้างเรา ไม่ข่าวว่าหนักหรอ” ธีร์ถามออกไปอย่างอารมณ์ดี เขารู้แล้วแหละว่าหัวแหวนเจออะไรมา ตอนนี้ก็แค่อยากแกล้งเท่านั้น

“ หนักอะไรพี่ธีร์!! หนะ หนูยังไม่ได้ทำอะไรกับพี่เลิฟมันเลย” หัวแหวนที่เป็นคนล่กอยู่แล้วละเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ทำเอาไปไม่เป็น

“ พี่ยังไม่ได้ถามเลยว่าทำไรกับไอ้เลิฟมัน พี่แค่จะถามว่าเมื่อคืนเมาหนักหรอ ถึงตื่นเอาเย็นเลย” หัวแหวนพลาดแล้ว โดนธีร์แกล้งต้อนจนไปทางไหนไม่ถูก เลิฟที่ยืนมองก็ได้แต่ขำกับท่าทางล่กๆของหัวแหวนมัน ถ้าอยู่นิ่งๆก็ไม่มีใครเขารู้หรอก ถึงไอ้เพื่อนตัวดีจะรู้ก็ตามอะนะ

“ แล้วเมื่อกี้อะไร โดนไรดูดเลือด ยุงหรอ ห้องไอ้เลิฟมียุงด้วยหรอมีไม่ยักจะรู้” ธีร์ที่สนุกในการแกล้งเด็กตรงหน้าก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด จนเลิฟต้องเอ่ยว่าเพื่อนตนเอง

“ มึงก็เลิกแกล้งมันได้ละ หัวแหวนมานั่งกินข้าว แล้วจะได้กินยา” เลิฟพูดกับเพื่อนก่อนแล้วค่อยเรียกไอ้เด็กที่ยังยืนอยู่ให้มานั่งกินข้าว

“ กินเยอะๆนะหัวแหวน ดูสิเราผอมเกินไปหรือเปล่าเนี้ย ไอ้เลิฟเลี้ยงไม่ดีหรอ มาอยู่กับพี่มั้ย มีอาหารให้กินครบทุกมื้อ ของหวานก็มีพร้อมตลอด อยากกินไรพี่จัดให้ทุกอย่างเลย” ธีร์ที่นั่งตรงข้ามหัวแหวนก็พูดออกมา แต่หัวแหวนก็ไม่ได้ตัวเล็กขนาดนั้น แต่ด้วยความที่อยากแกล้งไอ้เพื่อนที่ยังยืนเก็กอยู่

“ เอ่อ ไปอยู่กับพี่ธีร์ คอนโดพี่ธีร์มีสองห้องหรอคะ” หัวแหวนถามออกไปเพราะเข้าใจว่าที่ธีร์อยากให้ไปอยู่น่าจะเหมือนกับเลิฟเพราะธีร์อาจจะมีห้องนอนสองห้อง

“ ใช่จะ หัวแหวนสนใจมั้ยจ๊ะ” ธีร์พูดจ๊ะจา ทำเอาคนฟังยิ้มตาม แต่ไอ้คนที่ยืนอยู่เนี้ยไม่ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย

“ จะแดกมั้ยข้าวอะ พลามอยู่ได้” เลิฟเลือกที่จะนั่งลงข้างหัวแหวน แล้วดันจากข้าวผัดที่เขาพึ่งทำเสร็จใหม่ๆไปตรงหน้าแกรมบอกมันว่ากินเข้าไปได้ละ ไอ้เพื่อนตัวดีก็ทำเป็นยิ้มทำปากมุบมับ แต่เลิฟก็ไม่สนใจ นั่งตักข้าวของตัวเองเข้าปากเหมือนกัน อาหารมือนี้เป็นข้าวผัดไข่ไส้กรอกเพราะว่าของสดในตู้เย็นหมดแล้ว คงต้องไปซื้อและน่าจะได้ไปพรุ่งนี้แน่

“ อร่อยไม่เปลี่ยนเลยนะเนี้ย มึงบอกให้ พ่อ มึงสอนกูทำกับข้าวหน่อยดิ” ธีร์ที่เคี้ยวข้าวเข้าไปคำแรกก็เอ่ยชมแถมยังพูดถึงพ่อของคนทำด้วย แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้วเหมือนจะกวนตีนๆยังไงก็ไม่รู้แหะ

“ มึงจะเน้นพ่อกูอีกนานมั้ยห้ะ แดกๆเข้าไป แล้วก็รีบกลับไปได้ละ รำคาญ” เลิฟบอกปัดเพื่อที่จะให้ไอ้เพื่อนตัวดีได้ออกไปจากห้องของเขาซะที ทำพูดมากอยู่ได้

“ พี่ธีร์พักอยู่ที่ไหนอะคะ” หัวแหวนที่เป็นคนขี้สงสัยอยู่เป็นทุนเดิม จึงถามออกไปอย่างไม่คิด แต่เป็นเลิฟเองที่มองไปทางธีร์ว่าอย่าบอก เพราะถ้าบอก เลิฟคิดว่าน่าจะยาวว

“ หึ พี่พักอยู่ข้างบนหนะ เราจะไปเที่ยวเล่นห้องพี่มั้ย ห้องพี่มีห้องโฮมเทียเตอร์ด้วยน้า อยากไปดูหนังเปล่า” ธีร์ที่รู้ว่าเพื่อนเขาส่งสายตามาว่าอย่าบอก แต่จะทำไมละ เขาละอยากรู้จริงว่ามันจะเป็นยังไง เราเลยบอกหัวแหวนไปและบอกจุดเด่นห้องเขาที่หัวแหวนต้องตาลุกวาวเพราะห้องของเลิฟไม่มี ที่มันไม่มีไม่ใช่มันไม่มีตังทำ แต่มันไม่ชอบไง มันบอกไร้สาระ หึหึ แล้วคราวนี้เป็นยังไง  เลิฟคุมขมับทันทีเมื่อธีร์บอกว่าห้องตนนั้นมีโฮมเทียเตอร์

“ จริงอะ โห้ยยย มันต้องดีมากแน่ๆเลยอะพี่ธีร์ หนูขอไปยืมดูหนังห้องพี่ได้มั้ย ห้องพี่เลิฟมีแต่ทีวี จอก็กระจึ้งนึง ลำโพงก็ไม่ค่อยดัง มันไม่สะใจ ขอไปดูหนังห้องพี่มั้ยคะ” หัวแหวนพูดยาวเยียด เลิฟที่นั่งข้างๆคิดตาม ทีวีจอไม่ใหญ่? 82นิ้วเนี้ยนะไม่ใหญ่ เลิฟว่ามันก็ใหญ่อยู่นะ แล้วไหนมันจะบอกลำโพงไม่ดังอีก หรอวะ หรือหูมันหนวก เลิฟก็คิดตามแต่ก็มีข้อแย้งตลอด

“ หึ ไว้เดี๋ยวเราว่างๆก็พาไอ้เลิฟมันขึ้นไปข้างบนละกันน พี่ไปก่อนดีกว่า ลงมานานละ” ธีร์เงยหน้ามองนาฬิกาที่อยู่บนผนัง จึงขอตัวขึ้นไปห้อง และไม่วายที่จะคว้าถุงผ้าสีดำขึ้นไปด้วย

“ พี่ธีร์เขาถือไรไปอะพี่เลิฟ” หัวแหวนก็คือหัวแหวน สงสัยเก่ง!

“ ข้าวกล่อง” เลิฟตอบสั้นๆ พร้อมกับตักข้าวกินต่อไปจนจะหมดแต่เด็กตรงหน้าเนี้ย มันหยุดกินตั้งแต่ธีร์บอกว่าที่ห้องมีโฮมเทียเตอร์แล้ว

“ แล้วเขาเอาข้าวกล่องไปทำไมอะ พี่ธีร์ยังไม่อิ่มหรอ แต่ข้าวพี่ธีร์ก็เยอะนะ กินหมดแล้วด้วย หรือว่าเขากลัวจะหิวตอนดึกกันอะ พี่เลิฟคิดว่างั้นปะ” อะ เอาเข้าไป คิดเป็นตุเป็นตะไปละ ช่างจิตนการนะมันเนี้ย

“ เด็กมันหิว” เลิฟพูดขึ้นมาดื้อๆ คนตัวเล็กที่ได้ยินก็หันไปมองหน้าเลิฟอย่างมีคำถามเต็มไปหมด แต่เลิฟก็ขำออกมากับท่าทางนั้นแล้วผลักหัวทุยนั้นเบาๆ

“ เด็กหรอ เด็กแค่ไหนอะ สองขวบ หรือสามขวบ หรือว่าจะห้าขวบแล้ว หรือจะเป็นสิบขวบแล้ว เด็กแค่ไหนอะพี่เลิฟ” เอาเข้าไปป นี้ใช่ไอ้คนที่ตอนบ่ายนั่งร้องไห้โวยวายมั้ยเนี้ย จะบ้าตาย

“ เลิกถาม แล้วกินไปซะจะได้กินยา สงสัยไม่เข้าเรื่อง”

 

 ก่อนหน้านั้นประมาณครึ่งชั่วโมง เสียงเคาะจากประตูดังขึ้นแต่ลักษณะการเคาะแบบนี้มีคนเดียว เลิฟที่กำลังหันแครอทเตรียมทำข้าวผัดก็ต้องหยุดแล้วเดินไปล้างมือเพื่อที่จะไปเปิดประตูให้แขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้ามา คนมาใหม่เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องเปิดประตูตอนรับก็เดินเข้ามาอย่างกับห้องตัวเอง

“ มาทำไม” เลิฟเป็นคนถามก่อนเพราะเขาสงสัยว่าเย็นป่านนี้มันจะมาหาเขาทำไม ถ้ามาบอกให้เร่งงานนะ จะเขวี้ยงด้วยมีดเลย

“ ทำอะไรให้กินหน่อยขอสองที่นะ” นั้นแหละ ไม่น่าจะมีเรื่องอื่นได้นอกจากเรื่องงานและเรื่อง กิน!!

“ สัส ไม่ไปซื้อเอาวะ” เลิฟบ่นเบาๆ แต่ก็เดินไปตักข้าวมาเพิ่มเพื่อเตรียมที่จะผัดข้าวผัด ไข่ที่ตอนแรกสี่ฟองก็เปลี่ยนมาเป็นหกฟอง แต่ไส้กรอกนี้มีเท่านี้เพราะหมดตู้เย็นแล้ว

“ ขี้เกียจลง ห้องมึงใกล้กว่า” ธีร์ว่าชิวๆ แล้วเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกับข้าวมองดูเพื่อนรักอย่างเลิฟหยิบจับนู้นนี้ไปมาอย่างชำนาน

“ ทำไมมึงแดกเยอะ ปกติก็กินไม่เยอะนิ” ธีร์ถามเมื่อสังเกตเห็นว่าข้าวตอนแรกนั้นมันเยอะกว่าปกติและน่าจะผัดได้ถึงสองจาน

“ แล้วทำไมมึงถึงเอาสองที่ ทั้งๆที่กินจานเดียวก็อิ่มละ” เลิฟย้อนถามทำเอาธีร์อึกอักไม่ตอบ แต่ก็ทำเชไชว่าจะเก็บไว้กินตอนดึก แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาจับผิดของเพื่อนรักอย่างเลิฟได้

“ เออๆ กูมาเอาข้าวไปให้มัน แม่ง รำบากกูอีก” มันที่ธีร์ว่านี้ไม่รู้จริงๆว่ามันไหน

“ มันไหน”

“ ก็มันอะ มันนั้นอะ”

“ แล้วมันไหนละ กูจะไปรู้มั้ย!” เลิฟถามกลับอย่างหงุดหงิด มันๆ มันไหนละเขาจะไปรู้มั้ย

“ เพื่อนหัวแหวนมันอะ!! กูจำชื่อไม่ได้!” และธีร์ก็ตอบอย่างหัวเสียเมื่อพูดถึงบุคคลที่สาม

“ หึ ได้เขาแล้วหรือไง เอามากกถึงคอนโด ไหนบอกไม่ชอบไง” เลิฟขำกับท่าทางของเพื่อนรักมาก มันทั้งหัวเสียอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงดาวเหนือเพื่อนหัวแหวน

“ ส้นตีนเถอะ ใครจะไปเอาลง เด็กห่าไรก็ไม่รู้แก่แดดชิบหาย” ธีร์บ่นไปทำท่าทำทางเหมือรังเกียจมาก

“ หรอ แล้วมึงเอาเขามานอนที่ห้องทำไม แถมยังลงมาหากูให้ทำข้าวให้กินอีก” เลิฟถามจี้จุด จนธีร์ไม่รู้จะตอบยังไงดีเลยบอกปันว่ามันเมาแล้วมันก็หลับคารถ ถามอะไรก็ไม่ตอบจะให้ปล่อยให้นอนข้างทางก็ยังไงอยู่เลยเอามานอนที่คอนโด

“ แต่กูกับมันนอนแยกห้องนะเว้ย”

“ หึหึ คนดีไปอีก” เลิฟว่าขำๆ แล้วหันมาสนใจกระทะตรงหน้าแทนเพื่อนรัก แต่ธีร์ที่ยังไม่ได้รู้สิ่งที่ตนถามไปก็เลยถามออกมาอีกครั้ง

“ แล้วมึงละ ยังไง”

“ ก็ไม่ยังไง ปกติดี” เลิฟเฉไฉ ไม่ใช่ไม่อยากบอก แต่เลิฟคิดว่าธี่ร์ก็น่าจะมองออกอยู่แล้วปะ จะถามเพื่อ

“ สัส เอาดีๆ กะน้องมันเนี้ย ถึงไหนละ” ธีร์ยิ่งคำถามให้ตรงจุดมากกว่าเดิมเพื่อที่เพื่อนเขาจะได้ไม่เฉไฉไปได้อีก

“ หึ มึงก็รู้อยู่ละจะถามทำไม” เลิฟว่าพลางไม่ใส่ใจที่จะตอบถามเพื่อนตน

“ ได้น้องมันละหรอ” ธีร์ทำตาโตเมื่อพูดสิ่งที่ตนนึกออกมา

“ หึ คิดว่าไงอะ” ก็ยังคงความกวนเหมือนเดิม เลิฟที่ไม่เคยตอบคำถามที่ตรงตามที่คนถามอยากจะรู้เลย

“ มึงแม่ง จะพูดออกมามันจะตายมั้ยวะ สรุปยังไง ได้แล้วยัง” ธีร์เร้าหรือ เมื่อตนนั้นยังไม่ได้คำตอบที่ต้องการ

“ เออ นอนอยู่ในห้องอะ” เสียงติดจะรำคาญหน่อยๆที่เพื่อนเซ้าซี้มากความ แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าอะไรเพราะรู้นิสัยของธีร์อยู่แล้วว่าเป็นคนยังไง  

“ เชี้ย! ได้แล้วจริงอะ แล้วงี้ไม่เป็นไรหรอกวะ” ธีร์ลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเพื่อนรักที่กำลังใส่เครื่องปรุงในกระทะ และเมื่อเดินไปอยู่ข้างๆ ธีร์ก็ต้องโดนมองด้วยสายตาประมาณว่า มายืนทำเหี้ยไรตรงนี้เกะกะ แต่ธีร์ก็ไหว่ไหล่ไม่สนใจ ยกขวดเครื่องปรุงนู้นนี้ไปมา

“ แล้วมันจะเป็นอะไรละ” คนที่ตั้งใจผัดข้าวก็ละใบหน้าออกจากกระทะแล้วหันมามองหน้าเพื่อนตนที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างสงสัย สงสัยที่ธีร์พูดมาเมื่อกี้

“ ก็ มึงกับน้องมันเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน พี่น้องอะ มันเอากันได้จริงหรอวะ”

“ ได้ไม่ได้ก็เอาไปแล้วอะ” เลิฟว่าอย่างไม่ใส่ใจเดินไปหยิบจานมาใส่ข้าวผัดที่พัดเสร็จแล้ว สีที่ค่อยข้างเหลืองของข้าวผัดเพราะเม็ดข้าวถูกเคลือบไปด้วยไข่และสีส้มที่ได้จากแครอทตัดกับสีเขียวของต้นหอมทำให้ดูหน้ากินไปหมด ไหนจะกลิ่นกระทอไหม้ๆนั้นอีกเพราะเลิฟใช้กระทะเหล็กในการผัดถึงจะไม่ค่อยสะดวกเพราะเตาแก๊สที่คอนโดเป็นแบบหัวไม่แรง แต่ถ้าจะให้ใช้เตาไฟฟ้าในการผัดมันก็ไม่อร่อยอีก มันไม่ได้กลิ่นหอมของข้าวที่ไหม้กระทะนิดๆ เลิฟเลยเลือกที่จะผัดกับกระทะเหล็กที่นานๆใช้ทีนึง

“ หอมวะ มึงแม่งทำห่าไรก็ดีไปหมด” ธีร์ยืนหน้าลงไปดมกลิ่นจากกระทะที่ยังมีข้าวอยู่เพราะเลิฟยังตักใส่จานไม่เสร็จ ธีร์เอื่อมไปหยิบช้อนในเกะมาแล้วตักข้าวในกระทะเข้าปาก ทันทีที่ลิ้นโดนข้าวก็ทำให้ธีร์ร้องจ๊ากออกมาแล้วรีบเคี้ยวข้าวที่อยู่ในปากอย่างแล้วด้วยความทุลักทุเล

“ มึงก็โง่ มันพึ่งสุก มึงเห็นควันมั้ย ตานะหัดดูซะบ้าง” เลิฟที่ไม่ได้สงสารเพื่อนแม้แต่น้อยแถมยังทับทมซ้ำอีกเมื่ออีกคนไม่ระวังตักข้าวร้อนๆเข้าปาก

“ สัสส แสบลิ้นเลย แม่ง”

“แต่อร่อยว่ะ มึงเอาใส่จานมาให้กูดิ กูหิวละ” เลิฟที่มองเอือมๆแต่ก็หยิบจานอีกใบมาตักให้ธีร์แล้วก็ไม่ลืมที่ตอนแรกธีร์บอกให้เอาไปให้เด็กมันด้วยอีกชุดนึง เลิฟเลยเดินไปที่ชั้นเก็บพวกกล่องข้าวและหยิบออกมาขนาดไม่เล็กไม่ใหม่จนเกินไปมาแล้วตักข้าวใส่ เปิดที่ระบายความร้อนที่ฝากล่อง แล้วเอาไปใส่ถุงให้มัน

“ อะเอาไป เรื่องเยอะ” เลิฟวางถุงใส่ข้าวไว้ข้างๆธีร์แล้วก็เดินไปหยิบจานข้าวอีกสองมาจานมาวางที่โต๊ะ และธีร์ก็กำลังจะตักข้าวเข้าปากแต่ก็มีเด็กหน้าบูดเดินตึงตังออกมาแล้วโวยวายจนไม่รู้เรื่องเลยว่าไม่ใช่แค่เลิฟที่อยู่ในห้อง

 

 

“ กินยาได้ละหัวแหวน” ตอนนี้ทั้งเลิฟและหัวแหวนย้ายตัวมานั่งเล่นที่ห้องนั่งเล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วและคนที่พึ่งบอกว่าทีวีห้องเขามันไม่ใหญ่เสียงไม่ดัง บันนี้ไอ้คนที่บอกมันนั่งดูไปขำไปตามหนังที่ฉายอยู่บนจอขนาด 82นิ้วของยี้ห่อดังที่ขึ้นต้นด้วยตัวเอส และไม่มีท่าทีว่าจะสนใจคนที่นั่งข้างๆเลยแม้แต่น้อย เลิฟเมื่อเห็นว่าหัวแหวนไม่หันมาสนใจตนก็ลุกขึ้นย้ายตัวเองไปยืนตรงหน้าหัวแหวนซึ่งแน่นอนมันต้องบังจอทีวีแน่ๆ และก็ได้ผลเด็กบนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองคนที่ขัดจังหวะตนนั้นด้วยสายตาหาเรื่อง

“ คิดดีแล้วใช่มั้ยมองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นอะ” เลิฟพูดเสียงเรียบตามสไตล์แต่มันกับทำให้หัวแหวนคิดว่าเลิฟนั้นกำลังไม่พอใจตน

“ ก็ เปล่าซะหน่อย” เสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัดของหัวแหวนนั้นทำให้เลิฟขำ คงกลัวเขามากสินะ

“ ฉันบอกว่าให้กินยาตั้งนานแล้วนะหัวแหวน” ขอแกล้งซะหน่อย ดื้อนักไม่ยอมฟัง มัวแต่กินขนมกินนู้นนี้เฉไฉว่ายังไม่อิ่มบ้างหละ ข้าวก็กินหมดจานไหนจะขนมเค้กที่มีในตู้เย็นอีก ก็ไอ้ร้านที่มันบอกอร่อยนั้นแหละ ซื้อมาให้ตั้งแต่เมื่อวานละกะว่าจะให้มันตอนถึงคอนโด แต่เจ้าตัวก็ทำเป็นเมินไม่สนใจเดินเข้าห้องไปละยังแอบหนีเขาไปเที่ยวอีก ละพอหัวแหวนรู้ว่าเลิฟนั้นมีเค้กที่ตนอยากกิน ก็บอกว่าของกินเค้กก่อนค่อยกินยา แต่พอกินเค้กหมดก็อ้างว่ามันต้องกินขนมกรอบๆด้วยมันถึงจะครบสูตร ละเป็นไงจะหมดห่อที่สองละยังไม่ได้กินเลยยา มันน่าดุมั้ยละ

“ ก็ กำลังจะกินนี้ไงเล่า! ชอบดุ”

“ ก็เธอมันดื้อไงหัวแหวน” เลิฟที่ยื่นน้ำเปล่าไปให้คนตรงหน้าก็ไม่วายจะดุกลับไปด้วย คนตัวเล็กก็ได้แต่ทำหน้ายูแต่ก็ยอมหยิบน้ำจากเลิฟมาดื่มจนหมด

“ ฉันให้อีกแค่สองชั่วโมง ถ้าสามทุ่มแล้วฉันยังไม่เห็นเธอเดินเข้าไปให้ห้องนะ เจอดีแน่” เลิฟมองนาฬิกาเหนือทีวีบนผนังก็เอ่ยบอกคนที่ทำหน้ตาไม่สนใจอยู่แต่เมื่อเลิฟพูดอย่างนั้นหัวแหวนก็ได้แต่ตอบรับกลับอย่าจำใจแต่หัวแหวนก็คือหัวแหวนที่ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ดื้อไม่เปลี่ยน

“ แต่หนูอยากนอนห้องหนู”

“ ไปนอนห้องฉัน อย่าให้ต้องพูดหลายรอบ” เลิฟเมื่อเห็นว่าเด็กมันดื้อเลยขึ้นเสียงเข้มและมมันก็มักจะได้ผลเสมอ เด็กตรงหน้าได้แต่ครางอื้ออึงตอบรับกลับมาแต่สีหน้าคือไม่พอใจสุดๆ

“หึ เป็นเด็กดีแล้วเธอจะมีความสุข” เลิฟพูดแค่นั้นก็เดินเข้าห้องตนไป งานที่ยังต้องทำอีกเยอะคงไม่มีเวลามานั่งดูหนังกับหัวแหวนหรอก

 

 

อีกด้านนึงของคอนโด

“ โอ้ยยย นี้!! เธอจะอะไรนักหนาวะเนี้ยย กินๆเข้าไปเถอะอย่ามาเรื่องมาก” เจ้าของห้องโวยวายลั่นเมื่อผู้อาศัยร้องเรียกหามะนาวเพื่อมาใส่ในข้าวผัดของตนเอง

“ แค่มะนาว ห้องพี่ธีร์ไม่มีหรือยังไง” ดาวเหนือเริ่มที่จะหงุดหงิดไปด้วยเพราะตนนั้นกินข้าวผัดแบบจืดๆแบบนี้ไม่ได้แน่นอนถึงรสชาติมันจะอร่อยแล้ว แต่มันก็เหมือนขาดอะไรซะอย่างอยู่ดี

“ มี!! แต่ฉันขี้เกียจเดิน เธออย่ามาเรื่องมาก กินๆเข้าไปเถอะ ไอ้เลิฟมันทำอร่อยอยู่ละไม่ต้องปลุกเพิ่มหรอก” ธีร์ว่าออกมาอย่างหงุดหงิดเช่นกันที่คนตรงหน้าเรื่องมากซะยิ่งกว่าอะไรดี เขาให้เข้ามาอาศัยนอนในห้องก็ดีเท่าไหร่ละยังจะมาเรื่องมากอีก

“ งั้นหนูเดินไปเอาเองก็ได้” ดาวเหนือกำลังจะลุกขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปในห้องครัว แต่ก็ต้องโดนธีร์ร้องห้ามเสียงดัง

“ หยุดเลยนะ!! อย่าเดินไปไหนมาไหนในห้องฉันเหมือนเป็นห้องตัวเองอย่างนี้ ฉันไม่ชอบ!”

“ เอ้า งั้นพี่ธีร์ก็ไปเอามาให้หนูดิ ไม่งั้นหนูไปเอาเองนะ” ดาวเหนือที่รู้แล้วว่าธีร์นั้นรังเกียจตนไม่อยากอยู่ใกล้ตน มันทำให้รู้สึกอยากจะแกล้งมากกว่าเสียใจ

“ เออๆ แม่ง!รออยู่นี้อย่าลุกไปไหน” ธีร์ว่าอย่างหัวเสียแล้วเดินไปเอามะนาวในตู้เย็นมาให้ งงละสิว่าทำไมธีร์ถึงมีมะนาวในตู้ทั้งๆที่ทำกับข้าวไม่เป็น ก็ของสดในตู้เย็นเนี้ยมันฝีมือแม่บ้านเขาเองเขาจะให้เข้ามาทำกับข้าวให้ทุกเช้า และคุณแม่บ้านเนี้ยก็คือป้าแท้ๆของเขาที่พักอยู่ที่คอนโดนี้เหมือนกัน เขาพึ่งเข้ามารับหน้าที่แม่บ้านให้ก็ตั้งแต่เมื่อหลายเดือนก่อน ที่ธีร์กลับบ้านแล้วเจอเข้ากับป้า และก็โดนดุว่าไม่ยอมดูแลตัวเองข้าวเช้าก็ไม่ยอมจะกิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคนรายงาน หึ จะมีใครถ้าไม่ใช่หญิงเลขาส่วนตัวเขา และเมื่อหญิงรายงานคนในบ้านให้ฟังว่าธีร์นั้นกินแต่กาแฟตอนเช้า ไม่ยอมทานข้าวและทำงานก็หักโหมเกินไป เลยทำให้ป้าเขาเนี้ยทนไม่ไหวจึงอาสามาทำข้าวให้กินตอนเช้าแทน แต่อย่าเรียกว่าอาสาเลย ยัดเยียดซะมากกว่า เพราะถึงจะยืนกรานยังไงก็ห้ามคุณป้าสุดที่รักไม่ได้อยู่ดี และที่ลงไปหาเพื่อนรักอย่างเลิฟให้ทำไรให้กินก็เพราะว่าคุณป้าจะเข้ามาทำแค่อาหารเช้าเท่านั้นเพราะตอนเที่ยงกับมื้อเย็นธีร์มักจะไปหากินข้างนอกเอาแต่มันผิดปกติเพราะมีไอ้ตัววุ่นวายมันมาอยู่ด้วยเนี้ย ทำเอาเขาปวดหัวตั้งแต่เมื่อคืนละ

“ เอาไป!!” ธีร์เดินกลับมาพร้อมมะนาวหนึ่งลูก ทำให้ดาวเหนือต้องเงยหน้าขึ้นมองว่าธีร์นั้นว่าจะกวนเขาหรือเปล่า แต่สายตาธีร์มันไม่ได้บ่งชี้เลยว่าจะกวนและก็แสดงว่าธีร์นั้นไม่รู้ว่ามะนาวมันต้องหัน จะมาให้เขาทั้งลูกเขาจะเอาน้ำมันออกมายังไง มีดก็ไม่ได้ถือมาให้

“ แล้วหนูจะบีบยังไง พี่ธีร์ไม่ผ่ามะนาวมาให้หนูเนี้ย มีดก็ไม่เอามา” ดาวเหนือบ่นๆและคิดว่าธีร์ต้องดุเขาแน่ๆ แต่กับผิดคราดเพราะธีร์มองมะนาวในมือของคนตัวเล็กแล้วทำสีหน้างง แต่ก็แค่แปบเดียวแหละ ก็กลับมาตีหน้าดุเหมือนเดิม

“ เรื่องเยอะ” ธีร์พูดจบก็คว้ามะนาวในมือของดาวเหนือเดินกลับเข้าไปในครัว แต่รอบนี้คือหายไปนานเลยแต่ก็กลับมาพร้อมกับมะนาวผ่าครึ่ง ธีร์ยืนให้ดาวเหนืออย่างภูมิใจที่ตนนั้นก็ผ่ามะนาวเป็นนะเนี้ย สงสัยต้องไปอวดไอ้เลิฟหน่อยละ

“ พี่ธีร์!! อะไรของพี่เนี้ยยย” หัวแหวนขยี้หัวตัวเองแรงๆให้กับความธีร์นี้

“ อะไรของเธออีก ก็ผ่ามาให้แล้วนี้ไง มันก็บีบได้แล้วไม่ใช่หรอ” ธีร์ถามอย่างงงๆ ก็เขาก็ผ่ามาให้ละ มันก็ผ่าครึ่งตามที่เคยเห็นไม่ใช่หรอ

“ ไอ้ผ่าอะมันผ่าแล้ว แต่มันผ่าด้านนี้ที่ไหนเล่าพี่ธีร์!! โอ้ยยย หนูจะบ้าตาย พี่ทำกับข้าวเป็นมั้ยเนี้ยห้ะ” ดาวเหนือโอดครวญกับการผ่ามะนาวของธีร์เหลือเกิน ก็จะอะไรวะอีกละ ปกติเขาจะผ่ากันครึ่งลูกก็ต้องหันลูกมะนาวให้อยู่ในแนวข้างๆแล้วผ่ากลางลูกให้แยกออกแล้วมีแกรนของมะนาวอยู่ตรงกลาง แต่ที่ธีร์ผ่านั้น เจ้าตัวผ่ามากลางขั่วเลยและผลที่ได้ก็คือตรงกลางมีแกรนของมะนาวอยู่ตั้งแต่ด้านบนจนถึงด้านล่างสุด และทำให้มะนาวที่ควรจะมีน้ำออกมากลับมีแต่เม็ดมะนาวที่ออกมา

“ ฉันจะไปรู้มั้ย! ก็เธอบอกว่าให้ผ่า ฉันก็ผ่ามาแล้วนี้ไง กินๆเข้าไปเถอะอย่างเรื่องมาก”

“ แต่มันบีนไม่ออก”

“ น่ารำคาญ เอามานี้ ทำไมมันจะบีบไม่ออกห้ะ” ธีร์ที่โมโหที่ตนนั้นโดนเด็กสวนกลับเพราะว่าตนผ่ามะนาวผิด เลยคว้าเอามะนาวมาบีบใส่ในจาน และผลมันก็คือ ออก แต่เป็นเม็นนะที่ออกมาจากมะนาว ดาวเหนือเห็นอย่างงั้นก็กุมขมับทันที

“ เอ้า กินเข้าไปได้ละ แล้วก็รีบล้างจานรีบออกไปจากห้องฉันได้ละ น่ารำคาญ” ธีร์เมื่อบีบเม็ดมะนาวเสร็จ(ต้องเรียกแบบนี้ถึงจะถูกเพราะแทบจะไม่มีน้ำออกมาเลยได้แต่เม็ด) ก็เดินปึงปังเข้าห้องตนไปเลย ทำให้ดาวเหนือมองแล้วนึงขำกับท่าทางที่ก็รู้ว่าอามรมณ์เสียที่ทำอะไรแล้วไม่ได้ดั่งใจ

“ ทำไมเป็นก็บอกสิว่าทำไม่เป็น เก๊กอยู่ได้” เสียงเล็กบ่นออกมาเบาๆให้กับท่าทางของธีร์นั้น และก้มเขี่ยเม็ดมะนาวออกจากจานและเดินหน้ากินข้าวผัดตรงหน้าไปจนมันหมด เลยยกไปที่เคาว์เตอร์ล้างจาน ดาวเหนือทำการล้างไปไม่นานก็เสร็จแล้วเดินเอาจานไปเก็บแต่สายตาก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่บนเขียงก็ทำเอาดาวเหนือต้องขำกากออกมา

“ นึกว่าจะเอาไปฆ่าหมูที่ไหน เชื่อละว่าทำกับข้าวไม่เป็นจริงๆ” มีดที่ปรากฏอยู่บนเขียงนั้นมันคือมีดปังตอที่เขาเอาไว้สับพวกกระตูกหมูแข็งๆ แต่ธีร์นั้นเอามาหันมะนาว อยากจะขำเสียให้ลั่นห้อง แต่ก็ต้องเสียอาการเข้าไปใหญ่เมื่อข้างๆกันนั้นมีมีดเล่มเล็กที่เขาเอาไว้ปลอกผลไม้อยู่ข้างๆกัน สงสัยตอนแรกคงเอามาใช้แต่มันไม่เข้าเลยเลือกอันที่ใหญ่กว่ามาใช้

“ เห้อออ โตมายังไงเนี้ย” ดาวเหนือถึงกับถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วนำมีดทั้งสองเล่นไปเก็บเข้าทีและเช็ดทำความสะอาดเหมือนที่ดาวเหนือเคยทำ ปกติดาวเหนือก็ทำกับข้าวกินเองเป็นประจำอยู่แล้วเพราะด้วยความที่โตมากับแม่ตั้งแต่เด็กเลยโดนปลูกฝังให้รู้จับทำอาหาร และด้วยความชอบด้วยเลยเลือกที่จะสนใจมัน แต่ก็ไม่ได้เก่งอะไรพอทำกินได้

  ดาวเหนือเดินกลับไปยังหน้าห้องที่เจ้าของหน้าบึ้งนั้นอยู่ มือเล็กๆยกขึ้นมาเคาะเรียกคนที่อยู่ในห้องแต่ปรากฏว่าไม่มีเสียงตอบรับ ดาวเหนือเลยถือวิสาสะเปิดเข้าไป ประตูที่ไม่เคยล็อกเพราะเจ้าของห้องมักจะให้คนเข้าไปปลุกตอนเช้าเสมอ เมื่อดาวเหนือเดินเข้าไป สัมผัสแรกคืออากาศที่ค่อยข้างเย็นค่อนไปทางหนาวซะด้วยซ้ำ และเสียงกรนเบาๆของคนที่อยู่บนเตียงที่นอนคว่ำหน้าลงกับหมอนใหญ่ใบโต บนตัวมีแค่ผ้านวมผืนใหญ่คลุมไว้แค่ช่วงเอวเท่านั้น แต่เสื้อผ้าบนตัวคือไม่มี ดาวเหนือเห็นว่าธีร์หลับอยู่จึงเอ่ยเรียกเสียงเบา เพราะต้องการให้ธีร์ไปส่งเขาที่ร้านเมื่อคืนเพราะรถเขายังอยู่ที่ร้าน แต่ธีร์ก็ไม่มีท่าว่าจะลุกขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

“ พี่ธีร์ ตื่นไปส่งหนูก่อนน” ดาวเหนือก็ยังไม่ละความพยายามที่จะเรียกให้ธีร์ตื่น

“ หนวกหู คนจะนอน” ธีร์ว่าพลางหันหน้าไปอีกฝั่ง แต่ดาวเหนือก็เดินอ้อมไปให้ตนนั้นอยู่ตรงหน้าของธีร์แล้วเรียกอีกครั้งนึง แต่ครั้งนี้ธีร์คงจะหงุดหงิดจริงๆเลย ดึงดาวเหนือลงมากดให้นอนลงข้างๆตนแล้วก็พูดใส่หูของคนตัวเล็ก

“ เงียบ! ฉันง่วงจะนอน พรุ่งนี้ค่อยไปเอา” และธีร์ก็หลับลงไปอีกรอบนึงด้วยความไวแสง

“ อะไรเนี้ย ปล่อยเลยนะ เห้ยย หลับแล้วหรอ เร็วไปปะแม่ง ละยังไง คือกูต้องนอนกับไอ้พี่ขี้เก๊กนี้ใช่ปะ” ดาวเหนือบ่นออกมาเบาๆ แต่ก็ยอมจำนนเพราะถึงจะดึ้นไปมายังไงก็คงไม่หลุด แถมมองในแง่ดีว่าไอ้พี่ขี้เก๊กนี้อาจจะเริ่มตกหลุมรักก็ได้ คิดได้ดังนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วก็ขยับเข้าไปกอดธีร์ด้วยสองแขนเล็กนั้น แล้วไม่นานก็หลับตามธีร์ไป

 

 

“ตาธีร์เอ้ยย ตื่นได้แล้วหลานป้า วันนี้มีประชุมไม่ใช่หรือยังไงง ตาธะ.... ตาธีร์!!!!! โอ้ยยบัดสีบัดเถลิงที่สุด” คุณป้าสุดที่รักของธีร์เดินเข้ามาภายในห้องอยางตามเคยและก็เปิดเข้ามาเพื่องที่จะปลุกหลานชายที่นอนขี้เซ้าแต่ก็ต้องมาเจอภาพที่คุณป้ารักนวลสะงวนตัวรับไม่ได้

“ อืออ อะไรอะป้า เสียงดังจัง” เสียงธีร์งัวเงียตื่นขึ้นมามองหน้าป้าแท้ๆที่ยืนเอามือทาบอกไว้หน้าตาตื่น

“ จะอะไรซะอีกละ อิหนูในอกนั้นมันใคร บอกป้ามานะ แฟนเราใช่มั้ย” ธีร์ถึงกับทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจที่ป้าบอก อิหนูอะไรเขากอดหมอนข้างอยู่ไม่ใช่หรอ แต่ทำไมหมอนข้างมันดิ้นวะ

“ เชี้ยย!! เธอเข้ามานอนบนเตียงฉันได้ยังไงเนี้ย” ธีร์ร้องออกมาอย่างตกใจแล้วผลักคนในอ้อมกอดออกไปห่างๆตัว ดาวเหนือที่ยังตื่นไม่เต็มตาดีก็นั่งเอนหน้าเอนหลังไปมา

“ มันยังไงกัน ไหนบอกป้าสิธีร์ ยัยหนูนี้ใช่แฟนเรามั้ย” หญิงสาวที่ยืนอยู่ปลายเตียงมองหลานชายตนที่นอนอยู่บนที่นอนด้วยความงงเพราะถ้ายัยหนูคนนี้ไม่ได้เป็นแฟนกับตาธีร์หลานตนแสดงว่าธีร์นั้นไปหิ้วเด็กสาวตรงหน้ามาจากที่ไหนสักที่แน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาเอาตายแน่ๆ

“ ห้าวว พี่ธีร์ตื่นแล้วหรอ ไปส่งหนูเอารถที่ร้านหน่อย หนูจะได้กลับบ้านซะที วันนี้มีทำงานนะเนี้ย” ดาวเหนือที่เหมือนได้ยินเสียงคนพูดก็นึกว่าธีร์เลยพูดไปหาวไปแต่ตาก็ยังไม่ได้ลืมขึ้นเพื่อมองรอบๆว่าตนนั้นไม่ได้อยู่กับธีร์แค่สองคน

“ อธิบายให้ป้าฟังเดี๋ยวนี้นะธีร์ เราไม่ได้หิ้วยัยหนูนี้มานอนใช่มั้ย” ธีร์ที่ไม่รู้จะตอบว่ายังไงแต่ถ้าบอกว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้อง คุณป้าของตนต้องไม่โอเคแน่ๆที่เห็นเขากับดาวเหนือนอนกอดกัน แล้วถ้าบอกว่าไปหิ้วเด็กนี้มาจากร้านเหล้า มีหวังโดนบ่นแถมยังโดนเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแม่เขาอีกแน่เลย เอาวะ เป็นไงเป็นกัน ค่อยหาทางแก้เนาะ

“ แฟนธีร์เองป้า” ธีร์ที่ต้องกล้ำกลืนฝืนพูดบอกว่าคนข้างๆนั้นเป็นแฟนตนเพราะถ้าไม่บอกแบบนี้มีหวังเขานี้แหละจะตายเอา แม่คงไม่อยู่เฉยๆแน่ถ้ามีผู้หญิงที่ไม่ใช่แฟนมานอนด้วย ถึงเขาจะบอกว่าให้ไปซื้อกินได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้มานอนกอดกันที่คอนโด แล้วถ้าอธิบายว่าเขากับไอ้คนข้างๆยังไม่ได้อะไรกันก็คงจะไม่เชื่อแน่นอน เพราะสภาพเขาตอนนี้คือเปลือยทั้งบนทั้งล่างเลย ไอ้เด็กนี้ก็ใส่แค่เสื้อของเขากับกางเกงในมัน

“ โอเค งั้นป้าไปรอข้างนอก จัดการธุระให้เสร็จแล้วออกไปกินข้าว มันจะสายแล้ว” คนเป็นป้าพูดแค่นั้นก็มองหน้าธีร์อย่างต้องการจะหาความจริง แต่ธีร์ก็ตีหน้านิ่งได้แนบเนียนสุดๆ แต่ไอ้คนข้างๆเนี้ยเขาจะเป็นบ้ากันอยู่ละก็ยังนั่งสัปหงกไม่รู้เรื่องอยู่เนี้ย

“ อ่อ อีกอย่าง” ป้าที่กำลังจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ไม่วายหันมาบอกธีร์ถึงความรู้สึกที่เห็นดาวเหนือ

“ ครับ?”

“ ยัยหนูนี้ป้าชอบนะ เหมาะกับเป็นหลายสะใภ้ป้าจริงๆเลย” ป้าพูดแค่นั้นก็เดินออกไปอย่างอารมณ์ดี แต่มันตรงกันข้ามกับธีร์ชัดๆ

“ ใครจะเอาเธอ แรดขนาดนี้” ธีร์บ่นออกมาเบาๆ แล้วเอามือไปผลักหัวคนข้างๆให้หงายหลังล้มลงไปบนที่นอน

“ อืออ พี่ธีร์ มาผลักหนูทำไมเนี้ย กำลังเคลิ้มเลย” ดาวเหนือหงายหลังลงไปบนที่นอนทำให้รู้สึกตัวตื่น เลยแหวเสียงใส่ธีร์เพราะคิดว่าธีร์เป็นคนแกล้ง แต่ดูเจ้าตัวตอบกลับมาสิ ทำเอาดาวเหนือหน้าขึ้นสีเพราะความอาย

“ อะไรของเธอ เธอหงาหลังไปเองเถอะวะ สัปหงกส่ายไปมาขนาดนั้นละมาโทษฉัน” ธีร์ที่ไม่ยอมรับว่าตนนั้นแกล้งก็เอาความผิดโยนให้ดาวเหนือไป

“ อ้าวหรอ ขอโทษค่ะ” ดาวเหนือกล่าววขอโทษเบาๆที่กล่าวหาว่าธีร์เป็นคนทำ แต่คนที่โทษเด็กขอโทษก็ถึงกับไปไม่เป็น ไม่คิดว่าเด็กตรงหน้าจะกล่าวขอโทษตน

“ อะ เออๆ ไปอาบน้ำไป รีบๆอาบด้วย ถ้าฉันไปทำงานสายฉันจะโทษเธอ” ธีร์พูดเสียงตะกุกตะกัก แต่ก็แปบเดียวแล้วปรับมาใช้น้ำเสียงโทนนิ่งติดจะหงุดหงิดๆนั้นด้วย

“ เธอจะไปไหน!” ธีร์ที่เห็นว่าดาวเหนือจะเดินออกจากห้องตนทั้งๆที่เขาบอกให้ไปอาบน้ำ

“ ก็อาบน้ำไง” ดาวเหนือก็ตอบกลับมาอย่าง งงๆเหมือนกัน ก็จะไปอาบน้ำไง นี้มันของของธีร์จะให้เขาใช้ได้ยังไงละ ถึงเขาจะอยากใช้มากก็ตามแต่เขาก็ไม่เสียมารยาทหรอกนะ

“ อาบในนี้ไป แล้วก็ไม่ต้องถาม ขี้เกียจตอบ”

“ เอ่ออ ค่ะ”

“ ไปสิ มั่วแต่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่ได้” ธีร์พูดจบก็ล้มตัวลงนอน ดาวเหนือที่งงๆ แต่ก็ยอมเดินเข้าห้องน้ำธีร์ไป ดาวเหนือใช่เวลาไม่นานักก็ออกมาพร้อมกับเสื้อคลุมอาบน้ำที่ในห้องน้ำนั้นมีแล้วกำลังจะถามธีร์ว่าจะให้ตนใส่สุดอะไรเพราะเขาไม่มีเสื้อผ้ามาเลย แต่ก็ได้คำตอบโดนสายตาที่ธีร์มองไปยังตู้เสื้อผ้า ด้านในห้องแต่งตัวที่มันเปิดประตูไว้อยู่

“ ไอ้พี่ธีร์!! ทำไมไม่ใส่กางเกงงงงง” ดาวเหนือที่เดินไปหยิบชุดในห้องแต่งตัวหมายที่จะออกมาใส่ในห้องน้ำ แต่ก็ดันเจอธีร์ยืนร่อนจอนอยู่หน้าห้องอาบน้ำโดนมีผ้าขนหนูพาดผ่าแค่นั้น ทำไมไม่เอามาพันข้างล่างง

“ เธอก็ปิดตาไปดิ จะมองทำไม” ธีร์ว่าจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป โดนไม่สนใจคนที่ยืนหน้าแดงแจดอยู่กลางห้องเลย

“ ไอ้บ้า ไอ้พี่ธีร์บ้า มาอวดโชว์หุ่นให้เราหัวใจวายทำไมเนี้ย” ดาวเหนือสะบันหน้าไปมาก็เดินเข้าห้องน้ำอีกห้องที่อยู่ข้างกัน แล้วก็จัดการแต่งตัวของตัวเองและออกมาพร้อมกับธีร์ที่พันแค่ผ้าขนหนูที่ช่วงล่าง เดินอาดๆไปยังห้องแต่งตัวโดนไม่สนใจสายตาของดาวเหนือเลย

ดาวเหนือที่คิดว่าธีร์แกล้งตนเองแน่ๆ เพราะมันรอบที่สองแล้ว ทำให้ดาวเหนือละทิ้งความอายแล้วเดินตามธีร์เข้าไปยังห้องแต่งตัว ธีร์ที่ไม่คิดว่าผลมันจะเป็นแบบนี้ก็ตกใจที่ดาวเหนือเดินเข้ามาในห้อง แต่ตนนั้นก็คีพลุคนิ่งๆไม่สนโลกไว้ เดินหยิบจับชุดนู้นนี้เพื่อหามาใส่ดาวเหนือที่เห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ธีร์ที่กำลังเลือกกางเกงซับในมาใส่ส่วนด้านบนมีแค่เสื้อเชิ้ตขาวที่สวมไว้รวกๆไม่ได้ติดกระดุม

“ ทำอะไรของเธอ! ถอยออกไปเดี๋ยวนี้” ธีร์ที่ตกใจเมื่อคนตัวเล็กนั้นเอื่อมมือมาลูบแผ่นหลังของเขาทำให้เขาต้องละจากการเลือกซับในแล้วเอามือมาคว้ามือเล็กนั้นให้ออกห่างตัวเอง แต่ดาวเหนือมีหรือจะยอม มืออีกข้างก็ยังว่างอยู่ไล่ปลายนิ้วไปตามรอยแยกของสาเสื้อที่เผยให้เห็นแผ่นอกแน่นและรอนกล้าท้องที่แข็ง

“ ย..หยุด มือเธอเดี๋ยวนี้” ธีร์ที่หายใจติดขัดเมื่อโดนสัมผัสจากดาวเหนือ แต่ก็ปรับให้อารมณ์ตนนั้นกลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาเฉียบคมอย่างดาวเหนือไปได้หรอก

“ ทำไมคะ รู้สึกอะไรกับหนูหรอคะ” ดาวเหนือที่ถนัดอยู่แล้วเรื่องยั่วยวน ทำให้แค่นี้ไม่คณามือเขาหรอก

“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันบอกให้เธอหยุดไงดาวเหนือ” ธีร์ที่เริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้แล้วจึงดันให้ดาวเหนือออกห่างแต่ก็แค่แปบเดียวคนตัวเล็กก็พุ่งเข้ามาอย่างเร็วแล้วกดจูบลงที่ตรงหน้าพอดีกับอกของธีร์ทำให้ธีร์นั้นเมื่อได้รับสัมพัสก็ขนลุกทั่วตัวและกำลังจะผลักดาวเหนือออกอีก แต่ก็ยังช้าไปเมื่อดาวเหนือเขย่งปลายเท้าแนบปากเล็กลงกับปากหยักอย่างแรงและออกแรงดูดดุนไปมาอย่างเอาใจ คนที่โดนกระทำรู้สึกตกใจจะผลักออกแต่ดาวเหนือก็ยัดเยียดตัวตนนั้นเข้ามาอย่างไม่ยอม บอกแล้วว่าถ้าเขาอยากได้ เขาต้องได้เเละเขาต้องไม่พลาดถ้าเขาได้เริ่มอ่อยแล้ว

ธีร์ที่เริ่มรู้สึกตื่นตัวกับการกระทำของดาวเหนือ มือที่ตอนแรกดันไหล่เล็กเอาไว้ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นโอบเอวเล็กนั้นแน่นแล้วโน้มตัวลงไปบดจูบอย่างไม่ยอมคนตัวเล็ก ดาวเหนือเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งได้ใจเพราะธีร์ไม่ปฏิเสธตนเหมือนตอนแรก ทำให้รุกจูบอยู่นานจนเริ่มรู้สึกว่าหลังตัวเองนั้นได้แนบไปกับประตูตู้เสื้อผ้าอีกฝั่งที่ตนนั้นโดนดันให้มาติดแล้วมีคนตัวโตยืนคร่อมไว้

มือของธีร์เริ่มอยู่ไม่นิ่งบีบเค้นสะโพกดาวเหนือไปมาอย่างลืมตัว แต่ก็ต้องตกใจและรีบผละออกอย่างแรงเมื่อดาวเหนือคว้ามือเข้าที่ลูกชายของเขาอย่างจัง

“ แค่นี้ก็ตื่นแล้วหรอ อ่อนอะ” คำดูถูกจากปากเล็กทำเอาธีร์ยิ่งรู้สึกอยากทำให้ปากเล็กๆนั้นร้องขอชีวิตจากเขา

“ หึ ปากเก่งไปเถอะ เจอของจริงแล้วจะร้องไม่ออก” ธีร์ที่ตอนนี้ก็ไม่ยอมเหมือนกัน มาว่าเขาอ่อนได้ยังไง เลยคว้าเอามือเล็กนั้นให้มาจับที่ลูกชายที่ชี้โด่งเด่ไปมาของตน แต่เมื่อมือเล็กจับโดนเข้าอย่างจริงๆจังๆ ก็ทำให้รู้สึกกลัวขึ้นมารีบชักมืออกทันทีแล้วมุดออกจากวงแขนนั้นแลยวิ่งออกจาห้องแต่งตัวทันที ทำเอาธีร์ที่ยังงงเพราะไหนตอนแรกเดินหน้าเข้าหาเขาจังละพอมาทีงี้ทำเป็นกลัววิ่งนี้

“ หึ ใครกันแน่วะที่อ่อน ละมึงเนี้ย จะขึ้นมาทำห่าอะไร ไม่รู้เวล่ำเวลา” ธีร์ขำกับท่าทางเด็กน้อยนั้นแล้วก็มาจัดการไอ้ที่มันทำให้เขาเสียงเชิงเด็กได้

 

ธีร์แต่งตัวเสร็จออกมาก็ไม่เห็นดาวเหนือแล้วจึงรู้สึกกลัวนิดๆว่าถ้าดาวเหนืออกไปข้างนอกต้องเจอกับป้าเขาแน่ๆ แล้วถ้ามันบอกความจริงไปนี้เขาไม่ซวยหรือยังไง

ธีร์ที่คิดได้ดังนั้นก็ก้าวเท้ายาวๆออกจากห้องทันทีแต่สิ่งแรกที่เห็นเมื่อถึงห้องครัวก็คือดาวเหนือทำยังยืนทำอะไรไม่รู้อยู่หน้าเตาและมือกำลังจับน่าจะกระทะละมั้งถ้าธีร์จำไม่ผิด มืออีกข้างก็ถือที่ตักดำๆ เขาเรียกว่า...ตะหลิว ดาวเหนือกำลังถือตะหลิวอยู่และกลิ่นที่ลอยมาก็น่าจะไข่เจียวแน่นอน ธีร์ที่เห็นว่าดาวเหนือทำกับข้าวอยู่เลยรีบเดินเข้าไปใกล้ และเอ่ยถาม

“ ทำอะไร!” เสียงที่ติดจะดุนิดๆเพราะดาวเหนือมายุ่งวุ่นวายกับครัวห้องเขา เขาไม่ชอบเลยที่เจ้าตัวทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของห้อง

“ ไม่มีตาหรือยังไงคะ มองไม่ออกหรอว่ามันคือไข่เจียว” ดาวเหนือตอบกลับมาทำเอาธีร์เลือดขึ้นหน้า เขารู้แล้วว่าเจ้าตัวนั้นทำไข่เจียว แต่ที่เขาหมายถึงคือมายุ่งกับครัวของเขาทำไม

“ อย่าปากดีให้มานะดาวเหนือ เดี๋ยวเธอจะโดนไม่ใช่น้อย” ธีร์ว่าคนตัวเล็กกลับไปพร้อมกับประตูจากหน้าห้องที่เปิดเข้ามาพอดี

“ อ้าวธีร์ ไปๆ ไปนั่งเลยเดี๋ยวป้ากับดาวเหนือทำอาหารเช้าเสร็จแล้วเอาไปให้” เป็นป้าของธีร์ที่เดินเข้ามาดันตัวธีร์ให้ไปทางโต๊ะกินข้าว แล้วตนนั้นก็เดินกลับไปทำกับข้าวต่อ

“ ป้าไปไหนมา” ธีร์ถามอย่างสงสัย เพราะป้าตนนั้นพึ่งเดินเข้ามาในห้อง

“ ไปเอาน้ำปลาจากห้องป้ามา ของเรามันหมด ป้าว่าคงต้องไปซื้อมาเติมแล้วหละ ดาวเหนือก็พาพี่เขาไปซื้อก็ได้นะลูกว่างๆ” คนเป็นป้าพูดตอบธีร์แต่เจ้าตัวไม่ได้หันมามองธีร์ด้วยซ้ำ แต่กับหันไปคุยให้ดาวเหนือฟังแทน ดาวเหนือก็ได้แต่ยิ้มๆเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไร

“ ธีร์ไปเองได้น่ะป้า ไม่ต้องให้ยัยนี้ไปด้วยหรอก เกะกะ” ธีร์พูดออกมาอย่างลืมตัว เพราะด้วยอารมณ์ที่ไม่ชอบอยู่แล้ว

“ พูดกับน้องแบบนั้นได้ยังไงธีร์ นี้แฟนเรานะ พูดให้มันดีๆหน่อย” เสียงดุๆของป้าทำให้ธีร์พึ่งนึกขึ้นได้ว่าตนนั้นบอกป้าไปว่าไอ้เด็กแรดคนเนี้ยมันแฟนเขา แล้วดูมันทำหน้าดิ

“ แฟน? แฟนที่หนะ.... แฟนฉัน!!” ดาวเหนือกำลัง งงว่าตนไปเป็นแฟนของธีร์ตั้งแต่เมื่อไหร่และกำลังจะปฏิเสธแต่ก็โดนเสียงใหญ่ๆของธีร์สวนขึ้นมาก่อน ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินมาหาตนอย่างไว แล้วดึงแขนดาวเหนือให้เข้ามาชิดกับตนอย่างแรง

“ จะตะโกนทำไมเจ้าธีร์ ป้าก็รู้แล้วไงว่าหนูดาวเหนือแฟนเรา แล้วนี้จะกระชากน้องทำไมห้ะ น้องก็ตัวแค่เนี้ย” มาเป็นชุดเลย แต่ธีร์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำดุของคนเป็นป้าเพราะตอนนี้ที่เขาสนใจคือไอ้เด็กที่อยู่ตรงหน้าที่ทำท่าจะพูดความจริงทุกเมื่อ

“ ครับป้า งั้นเดี๋ยวธีร์มานะครับ” ธีร์ว่าจบก็เดินลากแขนเล็กนั้นให้ตามตนเข้าไปในห้องแต่ก็ได้ยินเสียงบ่นของป้าตามหลังมาแว่วๆ

“ เจ็บนะพี่ธีร์ ผิวหนูเป็นรอยขึ้นมาจะทำยังไงคะ” ดาวเหนือว่าแบบไม่จริงจัง แต่ความเจ็บเนี้เรื่องจริงเลย แต่แค่นี้ทนได้ เคยเจอกว่านี้ยังทนได้เลย

“ เธอต้องเออ ออตามว่าเป็นแฟนฉัน แล้วห้ามไปบอกป้าฉันเด็ดขาดว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันแค่กับป้าฉันเท่านั้น แต่กับคนอื่นเธอก็ทำเหมือนเดิม เป็นคนที่รู้จักกัน แค่นั้น” ธีร์บอกจุดประสงค์ของตัวเองออกมา ดาวเหนือที่ตอนแรกก็ทำหน้างงแต่เมื่อคิดอีกทีก็ยิ้มอย่างมีเลสนัย

“ ทำไมหนูต้องทำตามที่พี่ธีร์ขอด้วยละคะ” รอยยิ้มจากคนตัวเล็กที่เผยให้เห็นความเหนือกว่าทำเอาธีร์นั้นอยากจะเข้าไปบีบคอซะจริงๆ

“ เธอต้องทำ! และมันคือคำสั่ง” ธีร์ว่าอย่างหงุดหงิดที่ดาวเหนือนั้นไม่ทำตามที่ตนบอก

“ แล้วถ้าหนูไม่ทำ...” ดาวเหนือพูดไม่ทันจบธีร์ที่มือไว คว้าเข้าที่คอของคนตัวเล็กอย่างเร็วแล้วดันให้คนตัวเล็กล้มไปที่เตียง ตอนนี้ธีร์อยู่สูงกว่าดาวเหนือ ทำให้ดาวเหนือต้องเงยหน้ามองและมือของธีร์ก็ยังไม่ปล่อยไปจากลำคอเล็กนั้น

“ เธอ ต้อง ทำ” ธีร์พูทีละคำแล้วล่วงเอากระเป๋าตังออกมาแล้วใช้มือข้างเดียวกางกระเป๋าตังออกแล้วหยิบธนบัตรสีเทาอยู่ประมาณ 6-7 ใบออกมาแล้วโยนใส่ดาวเหนือ

“ นี้ค่าจ้าง เอาไป” ดาวเหนือที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ว่าธีร์เห็นเขามีค่าแค่เศษเงินเท่านั้นหรอ แต่ดาวเหนือก็คือดาวเหนือถึงจะเจ็บปวดกับสายตาของธีร์ที่มองมา แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ก้มมองเงินในมือแล้วก็กลับไปเงยมองหน้าธีร์แล้วยิ้มอย่างดูถูก

“ เจ็ดพัน มันจะไปพออะไรละคะ ถ้าหนูเผลอหลุดปากพูดไปนี้อย่าว่าละกันน้า” ดาวเหนือที่ไม่เคยยอมคนก็ตอบกลับไปทำเอาธีร์เลือดขึ้นหน้าเพราะผู้หญิงตรงหน้าเขานั้นมันเห็นแก่เงิน

“ หึ ในกระเป๋าฉันมีเท่านี้ ให้ฉันไปกดก่อนแล้วจะเอามาให้เพิ่ม เอาให้คนอยากเงินอย่างเธอจุกไปเลย” ธีร์ผละออกจากดาวเหนือแล้วคว้าเอากระเป๋าตังมาเก็บในกระเป๋าเหมือนเดิมและกำลังจะเดินออกจากห้องแต่ก็ต้องชะงักเมื่อคนตัวเล็กพูด

“ สามหนึ่งสอง ศูนย์ ห้าสี่เเปดเจ็ดสาม ห้า”

“ อะไรของเธอ” ธีร์หันมาอย่างไวเมื่อได้ยินคนตัวเล็กบอกเลข ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเลขอะไร

“ เดี๋ยวพี่ธีร์เบี่ยวหนู โอนมาเลยค่ะ” ธีร์ที่ได้ยินก็อยากจะบีบคอคนตัวเล็กให้แหลกคามือ แต่ก็ทำได้แค่ล้วงเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าแอพธนาคาร

“ กสิกรนะคะ ต่ำกว่าสี่หลักไม่ต้องโอนมานะ” ดาวเหนือพูดอย่างอารมณ์ดีและคิดว่าธีร์ต้องด่าเขาแน่ๆ แต่ก็ได้ความเงียบกลับมา และไม่นานเกินรอเสียงแจ้งเตือนของดาวเหนือก็ดังขึ้น พร้อมกับธีร์ที่เดินออกไปจากห้อง ดาวเหนือที่รีบล้วงโทรศัพท์ออกมาดูก็ปรากฎการแจ้งเตือนเงินเข้า และที่ตกใจว่านั้นคือจำนวนเงินที่เข้ามา

“ สะ สอง สอง...หมื่น ไอ้พี่ธีร์มันบ้าหรือเปล่าวะเนี้ย” ดาวเหนือร้องอย่างตกใจกับจำนวนเงิน ถึงมันจะไม่เยอะสำหรับคนทำงานแล้วอย่างธีร์แต่สำหรับเขา ที่ทำงานได้เดือนละ เก้าพันเท่านั้น ทำให้รู้สึกว่าเงินสองหมื่นนั้นมันทำให้เขาสามารถซื้อของกินที่ดีกว่าข้าวกระเพราไข่ดาวหน้าหอที่กินทุกวันเสียอีก มันพอค่าผ่อนรถของเขาตั้ง 2 เดือน ดาวเหนือคิดได้ดังนั้นก็รีบวิ่งตามธีร์ออกไปทำหน้าที่แฟนจอมปลอมให้ดีที่สุด

 

---------------------- 

มาต่อให้อีกตอนเเล้วนะคะ  

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

  

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น