Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 3 ศัตรู?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 884

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2564 16:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 3 ศัตรู?
แบบอักษร

 

 

“เรื่องนี้มันเป็นหน้าที่ของฝ่ายขายไม่ใช่เหรอคะ พายว่า... ถ้าพายยังต้องทำเองทั้งๆที่บริษัทมีฝ่ายขาย ตำแหน่งนี้หาคนใหม่ทำดีกว่าไหมคะพ่อ”

 

[เธอก็ทำงานเต็มที่แล้ว ลูกค้าต้องการคุยกับพาย เขาบอกถ้าพายเป็นคนขายเขาถึงยอมเซ็นสัญญา]

 

“ถ้าคุณคิวเขาต้องการแบบนั้น เดี๋ยวพายจะเป็นคนคุยกับลูกค้าเอง” ปลายสายถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อลูกสาวผู้เป็นที่รักยอมไปเจอลูกค้ารายใหญ่

 

ดูก็รู้ว่าคุณคิวอะไรนั่นต้องการสิ่งที่มากกว่าสัญญาซื้อขายจากพายอาร์ แต่ในเมื่อเขาคือลูกค้ารายใหญ่ ที่ทุ่มเงินอย่างหนักกับบริษัทในหลายปีที่ผ่านมา เห็นทีว่าต้องเอาใจลูกค้ารายนี้เป็นพิเศษ ถ้าไม่สำคัญจริงๆประธานบริษัทอย่างคุณพ่อคงไม่ยอมโทรมาขอร้องเธอเองหรอก

 

[เห็นพายรับปากแบบนั้นพ่อก็สบายใจ ลูกรู้ใช่ไหมว่าคุณคิวคือลูกค้าคนสำคัญ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ลูกพูดให้เขายอมเซ็นสัญญาทั้งปีได้ยิ่งดี]

 

“เรื่องนั้นพ่อไม่ต้องเป็นห่วง พายทำให้เขายอมเซ็นสัญญาทั้งปีได้แน่ๆค่ะ ตอนนี้พายถึงห้องแล้ว กะว่าจะของีบหลับสัก2ชั่วโมงก่อน พายเหนื่อยทั้งวัน” งานที่บริษัทหนักหนาสาหัส เล่นเอาดูดกินพลังงานจนแทบไม่เหลือ

การอาบน้ำเปลี่ยนชุดปีนขึ้นเตียง คือความสุขของเธอในตอนนี้เลยก็ว่าได้

 

 

 

 

01:02 น.

Rrrr

 

เสียงมือถือแผดดังลั่นห้อง ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด คนที่นอนห่อตัวในผ้าห่มกับบรรยากาศเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศยกมือขึ้นขยี้ตา

แสงไฟจากจอมือถือทำให้พายอาร์คว้ามันมา เพ่งเล็งไปยังหน้าจอที่โชว์เบอร์เพื่อนคนหนึ่งเอาไว้ เธอไม่คิดว่าเขาจะโทรมาหาเลยสักครั้ง ยิ่งเป็นเวลาตี1กว่า ยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้

 

“ฮัลโหลเขม”

 

[พายอาร์ใช่ไหม]

 

“ใช่ มีอะไรหรอ”

 

[ขอโทษที่โทรมารบกวนดึกๆนะพาย คือเรามีเรื่องรบกวนเธอหน่อย ไม่รู้จะโทรหาใครแล้ว จำได้ว่ามีเบอร์เธอพอดี] เขม เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยม เราเรียนคณะเดียวกันตอนมหาลัย ไม่ได้เป็นเพื่อนซี้อย่างเอวากับนลิน แต่ก็สนิทกันในระดับหนึ่ง และเขมก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของเจย์ด้วย

 

“จะให้เราช่วยอะไร”

 

[ตอนนี้เรากับไอ้เจตน์โดนเป่า ดื่มมาแล้วขับไปเจอด่าน ต้องเคลียร์กับตำรวจก่อน คิดว่าน่าจะอีกนานเลย] นิสัยเมาแล้วขับนี่คงเป็นตั้งแต่มหาลัยสินะ ยังแก้ไม่ยอมหายจนโต เธอเคยนึกในใจอยากให้พวกนั้นขับรถไปเจอด่าน จะได้เข็ดสักที

 

“อย่าบอกนะว่าจะให้เราไปช่วยพูดให้น่ะ เวลานี้เนี่ยนะเขม”

 

[เปล่า อยากให้ช่วยไปรับไอ้เจย์ที่ร้านหน่อย]

 

“แล้วทำไมไม่ได้มาพร้อมกัน”

 

[ก็ตอนแรกเราจะกลับไปรับมันอีกรอบ แต่มาติดด่านก่อน ยังไงพายก็ช่วยไปรับมันไปส่งห้องหน่อยนะ เดี๋ยวเราส่งโลเคชั่นให้ แค่นี้ก่อนนะพาย เราฝากด้วย]

 

“เดี๋ยวสิ! ฮัลโหลเขม เขม!” ไม่ทัน.. อีกฝ่ายตัดสายไปแล้ว

 

แล้วมันใช่เรื่องที่เธอต้องตื่นตี1 เพื่อมารับสายเพื่อน และออกไปรับเจย์ที่ร้านเหล้า มันใช่เรื่องที่เธอต้องทำตอนนี้หรือไง! ตกลงเสร็จสรรพเออออกับตัวเองก็วางสายไป อย่างน้อยก็ถามกันหน่อยไหมว่าจะยอมออกไปหรือเปล่า

 

คนอื่นมีให้โทรหาตั้งเยอะแยะ สุ่มยังไงถึงโทรมาเบอร์นี้ได้นะ

 

พอวางสายได้ไม่นาน ไลน์เขมก็เด้งขึ้น เขาส่งโลเคชั่นตำแหน่งร้านที่เจย์อยู่มาให้

 

 

 

[ยังไงจ้ะคนสวย คิดยังไงโทรมาหาฉันตอนตีหนึ่งได้] น้ำเสียงสดใสจากเพื่อนรัก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าตอนนี้เธอยังเที่ยว

 

“อยู่ไหนนลิน”

 

[ผับจ้า คืนนี้มีหิ้วนะบอกไว้ก่อน ดีลสำเร็จละ]

 

“ฉันจำได้ว่าแกบอกคืนนี้จะไป MW ใช่ไหม”

 

[ใช่ ทำไมหรอ นี่อย่าบอกนะว่านึกอยากจะมาเที่ยวด้วยน่ะ] เป็นสถานที่เดียวกันกับที่เขมส่งมาให้ นับว่าเป็นโชคดีที่เธอไม่ต้องขับรถไปรับเจย์ถึงที่

 

“เปล่า คือ ก่อนหน้าเขมโทรมาหาฉันว่าติดด่านตำรวจ โดนเป่า เมาแล้วขับ บอกให้ฉันไปรับเจย์ที่ MW ฉันนึกขึ้นได้ว่าแกบอกคืนนี้จะไปเที่ยวที่นั่น ยังไงก็ช่วยรับเจย์กลับหน่อยละกันนะ”

 

[เจย์หรอ อืม เมื่อกี้ฉันเหมือนเห็นอยู่นะ สงสัยไปเข้าห้องน้ำ ยังไงเดี๋ยวฉันพากลับให้ ไม่ต้องเป็นห่วงเจย์นะจ้ะ]

 

“ใครเป็นห่วง”

 

[จ้าาา ไม่ห่วงก็ไม่ห่วงเนอะ เดี๋ยวรับกลับให้]

 

“เบาๆหน่อยล่ะ พรุ่งนี้ต้องเข้าร้านไม่ใช่เหรอ?”

 

[ฉันสามารถหยุดงานตัวเองได้ตลอดเวลานะ รู้ยัง] นั่นเป็นประโยคที่น่าอิจฉาที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ในขณะที่เธอต้องเข้าบริษัททุกวัน ได้พักแค่ตอนเย็นหลังเลิกงาน วันไหนดีหน่อยก็ได้กลับ4โมงเย็น มีเวลาสังสรรค์กับเพื่อน ดื่มเหล้า ไม่ก็เข้าซุปเปอร์มาเก็ตซื้อของมาทำกินตอนเย็น

 

“จ้า ยังไงก็แล้วแต่แกเลย ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

 

[เข้าใจแล้วๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าไปหาที่บริษัทตอนบ่ายโมงนะ]

 

“รีบเข้ามาก่อนที่ฉันจะออกไปหาลูกค้าล่ะ”

 

[โอเค งั้นแค่นี้ก่อนนะ]

 

หลังจากที่ตัดสายจากเพื่อนสนิทไป ก็ล้มตัวลงนอน

 

 

 

คิดว่าคงจะหมดเรื่องหมดราวและนอนหลับเต็มอิ่ม ตื่นเช้ามาจะได้พร้อมทำงานเต็มที่ แต่กลับเป็นความคิดที่ผิด เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง ประตูหน้าห้องก็ถูกเคาะรัวๆ

 

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

พายอาร์ยกมือขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอย่างหัวเสีย ใครกันมันมารบกวนเวลานอนตอนนี้ เหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่ตรงผนัง

 

“ตีสอง!”

 

คงไม่ใช่คนเมาห้องข้างๆ ที่ออกไปดื่มกับกลุ่มเพื่อนแล้วมาเคาะประตูห้องกวนเธอหรอกนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะด่าให้ลืมทางเข้าห้องเลย

 

 

แกร๊ก!

 

 

“นลิน!” ประตูถูกกระชากเปิดออก ปากที่เตรียมจะด่าคนไร้มารยาทกลับต้องเปลี่ยนเป็นเรียกชื่อเพื่อนรักออกมา หญิงสาวผมบลอนด์ในชุดเดรสสีขาวรัดรูป รองเท้าส้นสูง5นิ้ว

มันติดตรงที่นลินไม่ได้มาคนเดียว ยังมีร่างสูงของคนที่คุ้นเคยติดสอยห้อยตามมาด้วย ฉันมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมหิ้วปีกคนตัวสูงอีกข้างเพื่อช่วยพยุงเข้าห้อง

เจย์ในสภาพที่เมาหลับไม่รู้เรื่อง ซึ่งมันผิดปกติจนอดที่จะถามนลินไม่ได้ หลังจากที่เธอปล่อยให้เขานอนบนโซฟา

 

“ทำไมเจย์อยู่ในสภาพนี้ได้ ดื่มเยอะเหรอ?”

 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจย์ดื่มหนักจนน็อคไปเลย หรือโดนยาเข้า”

 

“ยาหรอ” นลินพยักหน้าให้ เธอกระชับกระเป๋าสะพาย Chanel ที่เพิ่งไปถอยมาใหม่ ก่อนจะล้วงเอาขวดสีใสเล็กๆออกมาให้ดู

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่ามันคืออะไร แต่คิดว่าน่าจะเป็นยา พวกยานอนหลับ ยาทำให้ไม่ได้สติ อะไรทำนองนั้น พอดีเห็นมันตกอยู่แถวๆนั้น รู้ไหมว่ามีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งกำลังจะพาเจย์ออกไปด้วยแหละ แต่ฉันบอกว่าฉันเป็นเมีย มารับผัวกลับบ้าน พวกนางก็เลยยอมถอยให้ ท่าทางมีพิรุธสุดๆ”

 

“ถือว่าครั้งนี้เธอทำดี ยังไงก็ต้องขอบคุณ”

 

“แหม... ขอบคุณเหมือนเป็นแฟนเขาเลยนะ ห่วงมากทำไมไม่ไปรับเองล่ะ” พอรู้ตัวว่าพูดอะไรผิดเพี้ยนไปจนถูกล้อเข้า พายอาร์ที่เตรียมจะเดินเข้าไปดูอาการ ก็รีบถอยห่างออกมา เธอจิ๊ปากใส่

 

“ในฐานะเพื่อนเท่านั้นแหละ อย่างน้อยเจย์ก็เคยเป็นเพื่อนร่วมห้องเรา หรือไม่จริง?”

 

“จริงก็ได้ ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย ฉันพาเจย์มาส่งแกละนะ ไม่รู้ว่าเจย์อยู่คอนโดไหน ขอส่งที่ห้องแกละกัน ฝากดูแลต่อด้วย จะกลับไปอาบน้ำนอน อดหิ้วผู้กลับห้อง เซ็งแปลกๆ”

 

“พรุ่งนี้มาให้ไวนะ ฉันมีธุระ ต้องไปคุยเรื่องสัญญากับคุณคิว”

 

“ใช่คนที่หน้าตาหล่อๆแต่ออกแนวบ้ากามใช่ไหม เหมือนแกเคยเล่าให้ฟังว่า วันไหนนุ่งสั้น นุ่งน้อยห่มน้อยจะดีลง่ายขายคล่องเป็นพิเศษ”

 

“ใช่”

 

“ว่าแล้วไง คุณคิวนี่ก็นะ ถ้าสนใจฉันตั้งแต่แรกจะไม่ทำให้ผิดหวังเลย ถ้าชอบแนวเซ็กซี่เร้าใจ เสนอตัวเองเลยค่ะ ไปได้ทุกท่า ลีลาเด็ดมาก” โฆษณาตัวเองแบบมั่นใจ จนแอบหมั่นไส้

 

“จะกลับก็รีบกลับเลย ตีสองกว่าแล้ว”

 

“รับทราบ!! ดูแลเจย์ดีๆล่ะ อย่าใช้จังหวะที่เจย์ไม่ได้สติแก้แค้นเขาคืนนะ” ช่างเป็นเพื่อนที่รู้ใจ ตอนแรกอยากจะขอฟาดสักที

 

“ก็ไม่แน่นะ นี่ศัตรูฉันเลย”

 

“ศัตรูเขาไม่ขย่มกันนะรู้ยัง? ศัตรูที่ไหน ซี้ดซ้าดกัน ไม่มีค่ะ!” ก่อนที่นลินจะถูกพายอาร์ฟาด ร่างบางในส้นสูงรีบก้าวเท้ายาวๆเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้เธออยู่กับคู่แข่งทางธุรกิจและประโยคฟังไม่เข้าหูนั่น ก็ยังวนเวียนไม่ไปไหน

 

“ฉันยังไม่เคยล้อแกเลยนะ!”

 

 

 

 

__ __ __ __ __ __ __ __

ชอบก็คอมเม้นเป็นกำลังใจนะคะ

 

ความคิดเห็น