ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5. ยอมรับความจริง -1

ชื่อตอน : บทที่ 5. ยอมรับความจริง -1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 405

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2564 11:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5. ยอมรับความจริง -1
แบบอักษร

โยษิตาหิ้วถุงผ้าใส่อาหารพร้อมของทานเล่นเข้าไปในลิฟท์ ก่อนกดเลขหมายของชั้นที่ต้องการด้วยรอยยิ้ม ตาเรียวสวยจดจ้องตัวเลขที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดจึงเดินออกจากล่องเหล็กสี่เหลี่ยมเดินไปยังห้องที่คุ้นเคย

ล้วงกระเป๋าหาคีย์การ์ดขึ้นมาแตะปลดล็อก ก่อนถอดรองเท้าวางบนชั้นข้างประตูแล้วจึงถือของที่อยู่ในมือเดินไปวางไว้บนโต๊ะเตรียมอาหารในห้องครัว หมุนตัวกลับออกมาวางกระเป๋าสะพายไว้บนโซฟาและเดินตรงไปยังห้องนอนใหญ่ที่คาดว่าใครบางคนน่าจะยังหลับสนิทอยู่บนเตียง

ก่อนสายตาจะสะดุดเข้ากับรองเท้าส้นสูงสีแดงสดข้างหนึ่งที่วางอยู่หน้าห้อง ส่วนอีกข้างก็วางเยื้องออกไปไม่ห่าง

ดวงตาที่ฉายแววหวาดหวั่นตวัดมองไปยังประตูที่เธอพึ่งเห็นว่ามันปิดไม่สนิท จนรู้สึกถึงไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ลอดผ่านออกมากระทบผิวกายของเธอ

“กันต์..”

เสียงแผ่วหวิวเอ่ยชื่อของเจ้าของห้อง หัวใจสั่นไหวเต้นรัวเร็ว สองเท้าค่อย ๆ ขยับก้าวเข้าไปใกล้ประตูห้องทีละน้อย ร่างบางเดินไปราวคนไร้น้ำหนัก

ในใจภาวนาขอให้ไม่ใช่สิ่งที่เธอกำลังคิด แม้โอกาสผิดจะน้อยนิดเหลือเกิน

มือที่เริ่มสั่นไหวยกขึ้นมาก่อนดันประตูที่ปิดไม่สนิทให้เปิดอ้าออก ตามองตรงไปยังเตียงหลังใหญ่ ที่ตอนนี้มีร่างของคนสองคนนอนหลับสนิทอยู่บนนั้น

หญิงสาวที่เธอเห็นเพียงซีกแก้มข้างหนึ่งนอนซุกใบหน้าอยู่กับอกหนา โดยผู้ชายโอบรัดร่างขาวนั่นเอาไว้หลวม ๆ เสียงหายหายสม่ำเสมอบ่งบอกถึงการหลับสนิทของคนทั้งคู่

ข้างเตียงมีเสื้อผ้าถอดทิ้งเอาไว้กระจัดกระจาย รวมถึงซากของห่อสีเงินที่ฉีกขาดวางปะปนอยู่เกินหนึ่งชิ้น

“กันต์” เสียงเรียกที่ดังขึ้นมาอีกนิดท่ามกลางความเงียบ ทำให้ร่างหนาขยับตัวช้า ๆ ก่อนเปิดเปลือกตามองมายังเธอที่ยืนอยู่ตรงปลายเตียง

“อืม...โย” เสียงเข้มติดแหบเพราะพึ่งตื่นนอน ก่อนจะทะลึ่งตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อระลึกบางอย่างได้ จนผ้าผืนใหญ่ที่คลุมร่างของทั้งสองกองร่นลงมาจึงเห็นเรือนร่างเปลือยไร้อาภรณ์ของหญิงสาวที่นอนแนบชิดชายหนุ่มอย่างชัดเจนถนัดตา

ตาคมเข้มเบิกกว้างมองมายังคนที่ยืนเม้มปากแน่นอยู่ตรงหน้าเขา

“อะไรพี่..ตื่นแล้วเหรอคะ..ว้ายย!!”

คนที่นอนซุกอกของกันต์ตกใจตื่นขึ้นมาก่อนหวีดร้องออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นบุคคลที่สามยืนอยู่ไม่ห่าง สองมือดึงรั้งผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเปลือยเอาไว้พร้อมขยับหลบไปยังด้านหลังของคนตัวโตที่นั่งอยู่

“โย..คือ..”

โยษิตาสบตาคมเข้มอยู่ชั่วครู่ รอฟังว่าเขาจะแก้ตัวอย่างไร แต่เมื่อเห็นเพียงความอ้ำอึ้ง เธอจึงเลือกที่จะหมุนตัวเดินออกจากห้อง

“โย!!..ฟังกันต์ก่อน..” กันต์ลุกจากเตียงก้มลงหยิบผ้าขนหนูที่วางอยู่บนพื้นพันรอบเอวก่อนเดินออกจากห้องมาทันโยษิตาที่ถือกระเป๋าเตรียมเดินไปยังประตู ร่างหนาจึงรวบกอดร่างบางเอาไว้แน่น

“ปล่อย!!”

“โย โย..กันต์ขอโทษ โยใจเย็น ๆ นะ”

โยษิตาสูดลมหายใจเข้าลึก กลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาลงไป ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหล ก่อนจะจับสองมือที่โอบเธอไว้ออกให้พ้น หมุนตัวกลับมาผลักคนที่กำลังกอดรัดตัวเธอไว้ให้ออกห่างเท่าที่เธอจะมีเรี่ยวแรง

“โยควรใจเย็นอย่างนั้นเหรอกันต์ การที่กันต์นอกใจโยพาผู้หญิงมานอนที่ห้อง โยควรใจเย็นอย่างนั้นเหรอ แค่คำว่าขอโทษง่าย ๆ มันพอแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ”

“มันไม่มีอะไร กันต์แค่....”

“แค่สนุก ๆ แบบนั้นสินะที่กันต์จะพูด” โยษิตาเอ่ยคำแก้ตัวที่เคยได้ยินกันต์พูดเสมอก่อนหน้าที่เขาและเธอจะก้าวเข้ามาเป็นแฟนกัน และเขาก็ได้เลิกพฤติกรรมเหล่านั้นไปนานแล้ว

นานจนเธอเกิดความเชื่อใจ

“อื่อ..แค่สนุก ๆ เองน่ะ เมื่อคืนกันต์เมามากไปหน่อย” กันต์ยอมรับผิดในเรื่องที่เขาเมาโดยไม่ได้เอ่ยถึงส่วนผสมในเหล้าที่เพื่อนในงานผสมลงไปให้ลองจนทำให้ความต้องการพุ่งสูงจนควบคุมตัวเองไม่ได้ และพอพวกนั้นมาส่งเขาก็ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงคนนี้มาด้วย กว่าจะรู้สึกตัวก็เลยเถิดไปไกลเกินควบคุมแล้ว

“เมาจนพาใครไม่รู้มานอนบนเตียงของเรา..งั้นแสดงว่าตลอดเวลาที่เราคบกัน กันต์คงไม่เคยเลิกนิสัยเดิมอย่างที่กันต์เคยรับปากโยเลยสินะ ที่บอกว่ารักโยมันก็แค่คำโกหกด้วยอย่างนั้นสิ”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะโย”

โยษิตามองกันต์ด้วยความปวดร้าว ความผิดหวัง ความรังเกียจปะปนกันไปหมด น้ำตาที่คลออยู่ก็ไหลลงมาก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นปาดเช็ดอย่างรวดเร็ว

กันต์มองเห็นสายตานั้นของแฟนสาว แม้จะรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำไปแต่เพราะความรั้นจึงไม่ได้แก้ตัว ไม่พูดสิ่งที่บรรดาเพื่อนเขาทำในปาร์ตี้สุดเหวี่ยงเมื่อคืน

“ไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันแบบไหน”

“เมื่อคืน มัน..มันก็แค่วันไนท์สแตนด์น่ะโย ทำไมโยจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยล่ะ ผู้ชายที่ไหนเขาก็ทำกันทั้งนั้นน่ะแหละ”

“สิ่งที่กันต์ทำ คือสิ่งที่กันต์คิดว่าใคร ๆ ก็ทำอย่างนั้นเหรอ” โยษิตามองหน้าแฟนหนุ่ม ความผิดหวังเจืออยู่ในคำพูดที่ออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น

“.....”

“ไม่มักง่ายเห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอกันต์” โยษิตาถามออกไป ก่อนที่กันต์จะพูดประโยคที่ทำให้เธอเจ็บร้าวไปทั้งหัวใจ

“แล้วยังไงล่ะ ถ้าโยรับไม่ได้เราก็กลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมก็ได้ ไม่ต้องเป็นหรอกแฟนน่ะ ถ้าเป็นแฟนแล้วงี่เง่าแบบนี้กันต์ไม่เอาหรอกนะ”

โยษิตามองคนตรงหน้าที่มีเพียงผ้าขนหนูพันกายผืนเดียวเผยร่องรอยช้ำจ้ำแดงทั้งอกและหน้าท้อง ร่องรอยที่เธอรู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ตามองข้ามไหล่ของชายหนุ่มไปยังคนที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวกันกับที่เธอเคยใช้และมากอดอกอิ่มยืนพิงขอบประตูห้องนอนมองมาที่เธอด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง หากมองไม่ผิดเธอแววตากึ่งสะใจเยาะหยัน ใบหน้าของโยษิตาชาวาบก่อนที่ริมฝีปากของโยษิตาจะกดลงเป็นรอยยิ้มเหยียดออกมาเล็กน้อย พยักหน้าให้กับคำพูดนั้นด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ ริมฝีปากเม้มแน่นเดินถอยหลังมาอีกก้าวปล่อยให้น้ำตาไหลอยู่แบบนั้น

“โอเค งั้นเราก็จบกันแค่นี้”

โยษิตาลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งท่ามกลางความมืด

 ..ฝันเหรอ ฝันถึงวันนั้นอีกแล้วเหรอ แค่เห็นกันต์วันนี้แค่ไม่ถึงเสี้ยวนาทีก็เก็บเอาไปฝันเลยเหรอโยษิตา

รู้สึกถึงความเปียกชื้นบนใบหน้าของตัวเองจึงยกมือขึ้นจับไปบนแก้ม ใช้มือปาดเช็ดช้า ๆ แต่เหมือนว่าน้ำตาจะยังหลงเหลือมันจึงยังไหลออกจากดวงตาของเธออย่างต่อเนื่อง

“ฮืออ..ฮึก..”

โยษิตาเผยริมฝีปากที่เม้มแน่นปลดปล่อยเสียงร้องของตัวเองออกมา

วันนั้น จำได้ว่าหลังจากกลับมาจากคอนโดของกันต์ เธอก็ได้ร้องไห้หนักที่สุดตั้งแต่จำความได้ และปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับน้ำตาไปหลายวัน สุดท้ายเธอก็ทำใจยอมรับกับความจริงที่เธอเคยมองข้ามด้วยความรักที่มีให้กับคนที่เป็นทั้งเพื่อนรักและรักแรก รักเดียวของเธอ

ความจริงที่ว่า..กันต์เป็นคนเจ้าชู้ และไม่มีทางหยุดที่คนอย่างเธอได้ คำว่ารักที่เขาเคยบอกเธอก็อาจจะเป็นแค่คำลวงให้ตายใจใครจะรู้

และเมื่อเราต่างไม่ใช่ ‘คนที่ใช่’ ของกันและกัน ทำไมจะต้องยื้อเอาไว้ให้เจ็บปวด

ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่าเวลาจะเยียวยาหัวใจให้เราได้ และเธอก็หวังว่าเวลานับจากนี้ไป จะช่วยรักษาแผลในใจของเธอให้หายดี

 

.......................................

T_T

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

ความคิดเห็น