email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตาม...part:วาโย + เมษา

ชื่อตอน : ตาม...part:วาโย + เมษา

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 17:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตาม...part:วาโย + เมษา
แบบอักษร

เมษายกมือเช็ดน้ำตาตัวเอง เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางที่รถหรูของวาโยขับออกไป มือเรียวหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูของตัวเองขึ้นมาเพื่อต่อสายหาตัวช่วยของเธอ 

“ยัยทิม ฉันต้องการความช่วยเหลือ” เมษากรอกเสียงไปตามสายเมื่อเพื่อนสาวกดรับโทรศัพท์ 

@บริษัทตระกูลเอื้อ 

เมษาเปิดประตูห้องทำงานของเพื่อนสาวเข้าไปทันทีเมื่อมาถึง 

“ยัยทิม” เมษาเรียกเพื่อนสาวเบาๆ ทับทิมเงยหน้าจากกองเอกสารมองใบหน้าที่เศร้าหมองดวงตาบวมแดงที่ผ่านร่องรอยของการร้องไห้มาอย่างหนัก 

“ยัยเม แกโอเคมั๊ย” ทับทิมรีบวางมือจากงานตรงหน้าเดินเข้าไปสวมกอดเพื่อนสาวอย่างปลอบประโลม 

“มันไม่โอเคเลยอ่ะแก ไม่เลย ฮือๆ” เมษาปล่อยโฮออกมาเมื่อสิ่งที่มันอัดอั้นอยู่ในอกระเบิดออกมา 

“มันเกิดอะไรขึ้น ไหนแกลองเล่ามาให้ฉันฟังซิ” ทับทิมพาเพื่อนสาวมานั่งตรงโซฟา รับรอง เมษาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและวาโยให้เพื่อนสาวรับรู้ 

“สรุป แกกินเด็กไปเรียบร้อยแล้วงั้นซิ”ทับทิมถามขึ้น เมษาพยักหน้าน้อยๆ 

“แล้วแกคิดยังไงกับลม แกรักหลานชายฉันมั๊ยเนี่ย”ทับทิมกอดอกนิ่ง 

“ไม่รู้อ่ะ แต่ฉันโครตเจ็บเลยเมื่อเขาเดินออกไปแบบนี้”เมษาเริ่มร้องไห้อีกครั้ง 

“ฉันอยากจะด่าแกสักร้อยรอบ ทีเรื่องคนอื่นนี้เก่งจัง พอเจอกับตัวเองหน่อยถึงกับไปไม่เป็น งานนี้ฉันสงสารลมจริงๆที่ไปหลงรักมนุษย์ป้าปากแข็งอย่างแก” ทับทิมค่อนขอด 

“แก แกต้องช่วยฉันนะ”เมษากุมมือเพื่อนสาวนิ่ง 

@ คอนโดหรูของวาโย 

ร่างสูงโปร่ง นอนนิ่งอยู่บนโซฟาตัวนุ่ม ชายหนุ่มปล่อยน้ำตาให้ไหลรินโดยไม่คิดที่จะเช็ดมันออกจากดวงตาคู่หวาน ภาพความทรงจำถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงเวลาเพียงไม่นาน ที่เขาได้รู้จักเธอ มันกับมีความหมายกับชีวิตของเชาขนาดนี้เชียวหรือ เมษา ผู้หญิงใจร้าย 

“คนใจร้าย ฮือๆ ทำไมต้องทำกับลมแบบนี้ด้วย” วาโยปล่อยโฮขึ้นมาอีกครั้ง  

ครืดๆ ครืดๆ เสียงสายเรียกเข้าสายแล้วสายเล่าที่โทรเข้ามา ชายหนุ่มไม่ได้สนใจที่จะหยิบขึ้นมาดู เขายังคงปล่อยให้ปลายสายรอสายต่อไปอยู่อย่างนั้น 

ติ้ง!! 

Tee: เฮ้ย!อยู่ไหนว่ะทำไมมึงไม่มาเรียน  เมื่อเห็นว่าเพื่อนไม่ยอมรับสายเมธีจึงส่งข้อความมาแทน 

ก๊อกๆๆๆ  

เสียงเคาะประตู ทำให้ชายหนุ่มหันไปมองบานประตูเล็กน้อย ก่อนจะเมินหน้าหนี หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูยืนลุ้นระทึกว่าคนด้านในจะเปิดประตูออกมาให้เธอหรือเปล่า แต่ทุกอย่างรอบตัวกลับเงียบ เธอมองถุงกับข้าวในมือตัวเองนิ่ง แล้วนำเอาอาหารที่เธอซื้อมาห้อยตรงประตูห้องตรงหน้าพร้อมกระดาษโน้ตเล็กๆเขียนติดไว้ด้วยตัวหนังสือตัวบรรจงที่เรียงตัวเป็นระเบียบสวยงาม “อย่าลืมทานข้าวด้วยนะ เดี๋ยวปวดท้อง...” หญิงสาวเดินกลับไปยังทางเดิม นานนับชั่วโมงที่ประตูบานนั้นจะถูกเปิดออกมา วาโยขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเจอถูกอาหารห้อยอยู่ตรงประตู ชายหนุ่มยกขึ้นมาดูอย่างแปลกใจ 

“ข้าวขาหมู เยาวราช ใครมาเล่นอะไรตลกแบบนี้เนี่ย” วาโยสบถเบาๆสายตาคู่หวานเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่ติดมากับข้าวกล่องตรงหน้า มือเรียวหยิบขึ้นมาอ่าน ข้อความในกระดาษทำให้หัวใจเด็กหนุ่มเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อรู้ว่าเป็นลายมือของใครถึงแม้จะไม่ได้ลงชื่อก็ตาม 

“คุณกำลังเล่นอะไรอยู่เม” วาโยพึมพำเบาๆ เขาก้าวเท้าออกจากห้องเพื่อนไปผับที่นัดกันไว้กับเมธี ร่างสูงที่เดินก้าวออกมาจากคอนโดทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่ในรถหรูของทับทิมจ้องมองอย่างตื่นเต้น เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอารถของตัวเองมาจึงแลกรถกับเพื่อนสาว เพราะกลัวว่าวาโยจะจำรถของเธอได้ หญิงสาวขับรถตามรถของวาโยไปช้าๆเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต รถหรูของวาโยเข้าไปจอดตรงช่องจอดรถของลูกค้า ชายหนุ่มกดล็อครถแล้วเดินเข้าไปข้างใน เมษารีบลงจากรถเพื่อที่จะตามร่างของวาโยเข้าไปแต่ใจหนึ่งเธอก็กลัวว่าเขาจะจำเธอได้และรู้ว่าเธอตามเขามา ดวงตาเรียวสวยหันไปเจอกับร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ข้างทาง เธอยิ้มให้กับตัวเองเบาๆเธอเลือกกระโปรงลายดอกที่ยาวกร่อมเท้า เสื้อผ้าซีฟองแขนยาว สวมแว่นอันโตเพื่อปิดบังใบหน้าเล็กใสของตัวเองเอาไว้ เมื่อหญิงสาวแต่งตัวเป็นที่เรียบร้อยก็เดินออกมาจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเอง ดวงตาเรียวสวยเงยหน้ามองกระจกก่อนสะดุ้งโหยง 

“เฮ้ย!! เหมือนหลุดมาจากละคร ครูไสว เลยนะเนี่ย หวังว่าลมจะจำแกไม่ได้นะยัยเม”เมษาพึมพำกับตัวเองเบา หญิงสาวค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ผับที่มองยังไงก็ดูแปลกๆด้วยสีสันที่หลากสี แล้วตั้งอยู่นอกชานเมืองแบบนี้ หน้าทางเข้ามีชายฉกรรจ์ที่เธอคิดว่าคงเป็นการ์ดประจำผับแน่ๆ 

“เดี๋ยวป้า นี่แอบหนีลูกมาเที่ยวหรือว่ามาตามจับผิดสามีเนี่ย” เสียงของการ์ดคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะของการ์ดคนอื่นๆ 

หน็อย!! ไอ้พวกบ้า กล้าดียังไงมาเรียกฉันว่าป้าเนี่ย เมษาคิดในใจอย่างหงุดหงิด  

“ฉันมาเที่ยว ทำไมถึงคิดว่าฉันมาตามหาผัวที่นี่ด้วย”เมษายกมือกอดอกหน้ามุ่ย 

“อ้าว! ก็ที่นี่มันมีทั้งผับ มีทั้งบริการอ่างอบนวดที่ครบวงจรด้วย ถ้าป้าไม่มาตามจับผิดผัวจะให้พวกผมคิดว่าคนอายุเท่าป้ามาเที่ยวหรือไง” เมื่อคำตอบของการ์ดหนุ่มดังขึ้นเมษาแทบปรี๊ดแตก 

“อะไรนะ อ่างอบนวดหรอ ฉันจะเข้าไปได้หรือยัง” หญิงสาวอุทานเบาๆ ก่อนจะหันไปตวาดแว๊ดเมื่อถูกซักไซ้ 

“เชิญๆครับป้า” เมษาสะบัดหน้าพรืดไปด้วยความไม่พอใจ สายตาที่มองผ่านแว่นตาอันโตกวาดมองหาร่างสูงที่คุ้นเคย เธอเห็นวาโยนั่งอยู่ตรงมุมด้านในสุด โดยมีเมธีที่นั่งอยู่ข้างๆ สองพูดคุยกันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด เมษาหันรีหันขวางเธอเห็นโต๊ะใกล้ๆชายหนุ่มว่างอยู่หญิงสาวจึงรีบตรงรี่เข้าไปจับจองแทบจะทันที โต๊ะในผับแห่งนี้เป็นแบบโซฟาหลังชิดกัน หญิงสาวกระแทกตัวนั่งอย่างแรงทำให้โซฟาตัวที่เธอนั่งกระทบกับโซฟาของชายหนุ่ม แรงกระแทกทำให้วาโยหันไปมองหญิงที่แต่งกายแปลกประหลาดนิ่ง แล้วหันกลับแบบไม่สนใจ 

“เฮ้ย! สงสัยป้าแกคงจะมาตามจับผิดผัวแน่ๆว่ะ” เมธีพูดขึ้นมา วาโยหัวเราะเบาๆ เพราะที่นี่ส่วนมากแขกจะเป็นผู้ชายไปซะส่วนใหญ่ ถึงที่นี่จะเปิดเป็นผับของวัยรุ่น แต่ก็มีบริการอ่างอบนวดด้านหลังด้วย เรียกว่าเป็นสถานบริการที่ครบวงจรเลยก็ว่าได้ เมษากระแทกหลังเข้ากับพนักพิงโซฟาอีกครั้งแรงกระแทกทำให้ร่างของวาโยสะเทือน ชายหนุ่มขมวดคิ้วหันไปมอง มนุษยป้าที่แต่งตัวประหลาดอีกครั้งหนึ่ง 

“แล้วทำไมมึงนัดมาเที่ยวที่นี่ว่ะไอ้ธี ขับรถอ้อมเมืองมาอย่างไกล” วาโยพูดพลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม 

“กูจะพามึงมาหาประสบการณ์แปลกใหม่ไง น้ำแตกแล้วแยกทางอะไรประมาณนี้”คำพูดของเมธีทำให้วาโยหัวเราะลั่น 

“ส้นตีน มึงไม่ต้องเอากูมาอ้าง มึงอยากมาหาเองมากว่ามั้งประสบการณ์”  

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าจะสั่งเครื่องดื่มอะไรดีครับ เออคุณพี่” เสียงบริกรถามหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังของวาโย 

“ขอแรงๆมาที่หนึ่ง” เสียงที่ตอบกลับเด็กเสริฟทำให้วาโยขมวดคิ้วมุ่น เขาหันไปดูผู้หญิงที่นั่งข้างหลังเขาอีกครั้ง น้ำเสียงที่คุ้นเคย หึ!! มึงคงหลอนไปแล้วไอ้ลม วาโยส่ายหัวกับตัวเองเบาๆ   เสียงดนตรีที่ดังขึ้นด้วยจังหวะเพลงที่เร้าใจ คืนนี้เป็นค่ำคืนพิเศษของผับแห่งนี้ จึงมีการจัดโชว์พิเศษเพื่อมาเอาใจลูกค้าหนุ่มๆสาวๆทั้งหลาย บุรุษและหญิงสาวหน้าตาดี แต่งกายด้วยเสื้อผ้าน้อยชิ้นออกมาเต้นยักย้ายส่ายสะโพกอันเย้ายวน ให้บรรดา หนุ่มๆและไม่หนุ่มจ้องมองด้วยแววตาลุกวาว เพราะแต่ละนางทั้งหุ่นที่อวบอิ่ม อกเป็นอก ก้นเป็นก้น ใบหน้าชวนหลงใหลกันทั้งนั้น  หญิงสาวแทบจะลุกขึ้นยืนกรีดร้องเมื่อหนึ่งในสาวที่เต้นยั่วยวนบนเวทีเยื้องย่างร่างกายที่เย้ายวนเดินตรงมาทางวาโย เธอเต้นตรงหน้าเขาสายตาหญิงสาวที่มองวาโยราวกับคนที่จ้องจะเขมือบผู้ชายของเธอ เมษาจิกเล็บบนฝ่ามือตัวเองแน่นเพื่อสงบสติอารมณ์ 

“ใจเย็นยัยเม ใจเย็นๆ” เมษาพึมพำเบาๆ แต่หญิงสาวต้องปรี๊ดแตกเมื่อร่างระหงของโคโยตี้สาวกลับทิ้งตัวลงคร่อมหน้าตักหันหน้าเข้าหาวาโยเอาไว้ สองแขนยกคล้องคอชายหนุ่มหลวมๆ หน้าอกหน้าใจของหล่อนอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มอย่างพอดิบพอดี วาโยมองหญิงสาวตรงหน้านิ่งด้วยสายตาไร้ความรู้สึก แต่เมษาไม่ได้เห็นดวงตาของชายหนุ่มที่มีต่อโคโยตี้สาวเธอเห็นแค่เพียงดวงตาของโคโยตี้สาวที่มองวาโยด้วยสายตาเชื้อเชิญ เธอโน้มใบหน้าลงมาแทบจะไซ้ซอกคอของชายหนุ่ม เมษาลุกขึ้นยืนพรวด หญิงสาวถอดเอาผ้าคลุมผมและแว่นตาอันโตออก เธอยืนจ้องร่างสองร่างที่แทบจะเข้าสิงกันอยู่รอมร่อ เมธีเบิกตากว้างเมื่อสายตาของเขาสบเข้าอย่างจังกับดวงตาดุดันของเมษา ชายหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี 

“อะๆไอ้ลม กลับเหอะ เร็วกลับกันเถอะ” เมธีตีขาเพื่อนเบาๆ วาโยมองดูเพื่อนตัวเองอย่างแปลกใจ เพราะมันเป็นคนอยากมาแต่จู่กลับชวนกลับหน้าตาเฉย แล้วมันก็เหมือนถูกผีหลอกอะไรประมาณนั้น 

“มึงเป็นอะไรเนี่ย มึงเป็นคนอยากมาเองนะ แล้วทีแบบนี้มึงกลับอยากจะกลับ” วาโยเบี่ยงหน้าออกจากการเล้าโลมของหญิงสาวบนตักก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อนตัวเองด้วยความมึนงง 

“แม่มึงมา” เมธีก้มหน้าก้มตาหลบสายตาเมษาพัลวัน 

“มึงพูดบ้าอะไรของมึง” 

“พี่ค่ะ คืนนี้เราไปต่อกันมั๊ยค่ะ” เสียงหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักเขาเอ่ยชวนเบาๆ 

“ทนไม่ไหวแล้วโว๊ย”เหล้าดีกรีร้อนแรงที่เธอสั่งมาถูกสาดเข้ากับหน้าโคโยตี้สาวอย่างจัง 

“ว๊ายยยยย! อะไรเนี่ย” โคโยตี้สาวรีบผละออกจากตักชายหนุ่มแทบจะทันที วาโยหันกลับไปมองด้านหลัง ดวงตาคู่หวานเบิกกว้างด้วยความงงงวยเมื่อเห็นเมษายืนอยู่ที่นี่ 

“อย่ามาแตะต้องผู้ชายคนนี้”เมษาตวาดไปทันทีใบหน้าของหญิงสาวดุดัน  

“แล้วป้าเป็นใครถึงมาอาละวาดเป็นหมาบ้าอย่างนี้ ผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกป้าหรือไง” โคโยตี้สาวมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาไม่เป็นมิตร 

“เออ! ถ้าเธอเรียกคนที่กินนมฉันว่าลูก ผู้ชายคนนี้ก็เป็นลูกฉันนั่นแหละเพราะมันกินนมฉัน” เมษาตวาดกลับ วาโยหน้าแดงกร่ำด้วยความเขินอาย 

“ไอ้ลมกูกลับก่อนนะมึง” เมธีทำท่าจะชิ่งหนี 

“หยุด!! ยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น” 

“ครับๆๆพี่ไม่ไปครับ” เมธีทิ้งตัวนั่งลงตามเดิม วาโยนั่งนิ่งแต่ดวงตากลับสั่นระริกอย่างขบขัน 

“เป็นบ้าอะไรถึงชวนกันมาเที่ยวอ่างอบนวดแบบนี้ เป็นเด็กเป็นเล็กแท้ๆ”เมษาเริ่มสวดยับ เมธีหน้าเสีย  

“พี่เมผมว่าเราออกไปกันเถอะคนมองกันเต็มแล้วเนี่ย”เมธีพูดขึ้นเมื่อทุกคนต่างหันกันมามองอย่างสนใจ บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์มาถ่ายคลิป  

“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ กลับ”เมษาดึงแขนวาโยแล้วลากออกไปด้วยกัน  

“เล่นพอหรือยังเม”วาโยหันมามองเมษานิ่งน้ำเสียงที่ถามกลับไม่ได้แสดงอารมณ์อะไรออกมา 

“เล่น เล่นอะไร”เมษามองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ 

“เล่นกับความรู้สึกของลม พอหรือยัง” วาโยมองหญิงสาวนิ่ง ตอนนี้เขายอมรับว่าเขาสับสน เธอเป็นคนไล่เขาออกไปจากชีวิต แต่จู่ๆเธอก็กลับมา มาแสดงท่าทีหึงหวงเขา มาทำให้เขารู้สึกดี แล้วพอเธอเบื่อเธอก็คงจะกลับไปอีก 

“ลม คือว่า...”เมษาทำท่าจะพูด แต่ชายหนุ่มสาวเท้าไปที่รถ ภาพของหญิงสาวและชายหนุ่มอีกคนยังกลับมาในความทรงจำของวาโยอีกครั้ง 

“เมกลับไปเถอะ”วาโยเปิดประตูรถแล้วขับออกไปทันที 

“พี่เม ทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”เมธีเดินเข้ามาหาหญิงสาวรุ่นพี่ที่ยืนทำหน้าหงอย 

“อืม นิดหนึ่งแหละ” 

“สงสัยมันต้องเสียใจมากๆแน่เลยมันถึงเป็นแบบนี้ ปกติลมจะเป็นคนร่าเริงอารมณ์ดี แต่นี่มันขาดเรียนมาหลายวันเลยนะ”เมธีเล่าให้หญิงสาวฟัง 

“หรอ...เมธีกลับเถอะ พี่ก็จะกลับเหมือนกัน เขาคงจะโกรธพี่จริงๆนั่นแหละ”เมษาถอนหายใจเฮือก 

“ไม่หรอก มันแค่น้อยใจมากกว่า พี่ก็สู้ๆนะครับอย่าพึ่งถอดใจล่ะ”เมธีส่งยิ้มมาให้พี่สาวรุ่นพี่ เมษาพยักหน้าเบาๆ หญิงสาวเดินกลับไปที่รถของตน 

“เฮ้อ! จะมีความรักกับเขาสักครั้งทำไมมันยากแบบนี้เนี่ย ยัยเมเอ๊ย” 

 ........................................ 

'งานนี้ป้าเมทุ่มสุดตัว แต่น้องมันก็ใจแข็งเกิ๊น ก็ทำกับเขาไว้เยอะอ่ะนะป้านะ 

อย่าลืมคอมเม้นท์ และกดถูกใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ 

 

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว