email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์

ชื่อตอน : เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.พ. 2564 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์
แบบอักษร

 

 

ท่ามกลางลานฝึกของคาร์มาทาช ที่ีพำนักและที่ฝึกสอนเวทมนตร์ของจอมเวทสุดแห่งโลก แอนเชี่ยนวัน กลางฤดูหนาวแสนหนาวเหน็บบัดนี้ มี่ร่างของบุรุษหนุ่มผมสีดำเงางามราวกับหหมึกยอมยาวจนถึงต้นขา ใบหน้าที่วิจิตรงดงามแต่ก็มีความหล่อเหลาสมบุรุษ รูปร่างเพรียวบางราวสตรีกำลังนั้งทำสมาธิท่ามกลางความหนาวเหน็บหิมะสีขาวชะโลมกาย วงแหวนเวทสีส้มและดำประดับกลางอากาศราวกับเกราะกำบัง 

บุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าราวโฉมสะคราญล้มนครนั้นหาใช่ใครอื่นใด นอกจากจอมเวทค้างคาวแห่งรัตติกาล แบทแมนหรือชื่อจริงบรูซ เวย์นนามของศาลเตี้ยและเศรษฐีพันล้านแห่งมหานครก็อตแทม แต่บัดนี้มันเป็นแค่อดีตไร้ตัวตน บัดนี้เขาเป็นแค่จอมเวทไร้ถิ่นธรรมดา แม้จะได้กลายเป็นลูกศิษย์ของจอมเวทสูงสุดในมิตินี้ชื่อเสียงของเขาเริ่มแพร่กระจายในสมาคมของเหล่าจอมเวท ความรู้ของเขาที่นำมาประยุกต์กับเวทมนตร์ที่แอนเชี่ยนวันสอนแล้วนำไปจดบันทึกที่สมาคมล้วนเป็นแต่เวททรงอานุภาพ ชื่อเสียงในฐานะจอมเวทเลื่องลือแต่มันกลับว่างเปล่าตอนนี้คนที่เขารู้จักมีแค่แอนเชี่ยนวันและจอมเวทน้อยคนในคาร์มาทาชเท่านั้น ไร้ซึ่งชื่อเสียงในฐานะนักธุรกิจหรือศาลเตี้ยใดๆ เพราะตอนนี้เขาดันมาอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2มันย่อมยากที่จะกระทำการใดๆที่ส่งผลต่อเส้นเวลา แม้เขาจะร่วมมือต่อสู้กับภัยร้ายจากต่างมิติร่วมกับแอนเชี่ยนวันหลายครั้งตลอดเวลาเกือบสามปีที่เขาได้เข้ามาอยู่ที่คาร์มาทาช แต่ก็ต้องรออีกเกือบสองปีกว่าสงครามจะสิ้นสุด เขาไม่อาจกระทำสิ่งใดได้เพราะมันจะทำให้เส้นเวลาบิดเบี้ยวแค่การมีตัวตนของเขาจากคำบอกเล่าของแอนเชี่ยนวันที่ส่องดูเวลาด้วยเนตรแห่งอาการ์โมโต้(Eye of Agamotto)มันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเส้นเวลามันยุ่งเยิ้งไปหมดจนตอนนี้สิ่งที่จะเกิดก็ไม่เกิด สิ่งที่ไม่มีอยู่ก็ได้เกิดขึ้นมันเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ 

"เพียงแค่การขยับปีกนิดเดียวของผี้เสื้อก็ทำให้เกิดพายุ เพียงแค่โยกย้ายศิลาส่งผลไปถึงความเป็นไป นี้คือสิ่งที่นายกลัวสินะแบรี่"

เสียงนั้นเรียบเฉยราวกับกำลังตัดพ้อกับตนเอง ในหัวของบรูซพรางนึกไปถึงร่างของชายในชุดสีแดง ประกายสายฟ้าสีเหลืองมาพร้อมความหวังเล็กของผู้คนแม้จะไม่เท่ากับบุรุษเหล็ก ชายผู้ครอบครองพลังแห่งความเร็วที่รวดเร็วที่สุดเท่าที่เขารู้จัก สามารถไปที่ไหนก็ได้ถ้าต้องการ ข้ามเวลาหรือแม้แต่เปลี่ยนแปลงอดีตก็สามารถกระทำได้แต่ชายผู้นั้นเลือกจะไม่ทำ ชายผู้นั้นยอมเสียสละความสุขของตนที่อาจจะได้อยู่กับมารดามาต่อสู้เพื่อความยุติธรรมโดยไม่สนชีวิตของตนเอง มันชั่งต่างกับความรู้สึกที่ต้องการล้างแค้นแล้วสร้างเมืองที่ดีกว่าเดิมเสียจริง ทั้งที่ไม่มีเหตุผลที่ต้องทำแต่ก็ยังทำ

"นายสมควรถูกเรียกว่าฮีโร่ แบรี่ อัลเลน ไม่สิ เดอะ แฟลช" 

เปลือกตาของเขาเบิกขึ้น นัยน์ตาสีม่วงอเมทิสต์แสนลึกลับจ้องมองไปยังท้องฟ้าด้วยความรู้สึกชื่อชมและเสียใจต่อหนึ่งในเพื่อนเก่าที่จากไป

วูบบบ

ประตูมิติสีเหลืองทองเปิดขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมร่างของหญิงสาวอาวุโสในชุดสีเหลือง

"เจ้าฝึกเสร็จแล้วรึ บรูซ"

เสียงอันไพเราะดัวขึ้นสายลมโบกสะบัดเสื้อคลุมเผยให้เห็นใบหน้าของหญิงสาวผู้มีใบหน้าอ่อนโยนแล้วงดงามแม้จะไร้เกศาเติมแต่งความงามตามธรรมชาติใดๆ

"อ่า ที่มานี้คงมีธุระสินะ"

บรูซเอ่ยทักสตรีผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์อย่างเรียบเฉยเพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นออกไปแนวทางสหายมากกว่าศิษย์อาจารย์

"เปล่าหรอก ข้าแค่คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว"

แอนเชี่ยนวันส่ายศรีษะให้แก่ลูกศิษย์หนุ่มที่แสดงความเป็นอัจฉริยะในแก่นางได้เห็น เพียงแค่สามปีก็เรียนรู้เวทมนตร์ทุกบทในคามาร์ทาชได้แล้ว อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งเทียบเท่านางที่เป็นจอมเวทที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆในโลก มีส่วนร่วมสำคัญหลายครั้งในการต่อต้านภัยร้ายจากต่างมิติ

"เวลาอะไร?"

แววตาสีม่วงปรากฏความสงสัย

"เวลาที่เจ้าจะต้องออกไปเผชิญโลกกว้างไง เจ้าหนุ่มเอ๋ย เจ้าเอาแต่อยู่ในคาร์มาทาชและแลกเปลี่ยนเวทมนตร์กับข้าตลอดไม่ได้หรอกนะ เจ้าควรผจญภัยในโลกนี้ซะบ้าง ถ้าจำไม่ผิดไม่ใช่ว่าเจ้าเคยไปแม้แต่สุดขอบจักรวาลปล้วมิใช่รึ แถมข้าและที่นี้ไม่มีความรู้จะให้สัตว์ประหลาดเช่นเจ้าดูดซับอีกแล้ว เอาล่ะไปได้แล้ว"

แอนเชี่ยนวันพูดพร้อมร่ายเวทบทหนึ่งแสงสีส้มสว่างขึ้นบดบังทัศนวิสัยของบรูซแต่ก่อนที่ดวงตาของเขาจะหลับลงเขาได้เห็นรอยยิ้มของแอนเชี่ยนวัน

.

.

.

ณ มหานครนิวยอร์ค กลางป่าแห่งหนึ่งนอกเมืองออลบานี(เมืองหลวงของรัฐนิวยอร์ค)

"แอนเชี่ยนวัน ถ้าจะไล่ก็บอกกันก่อนสิ ยัยแก่บ้านี้!!!"

เสียงร้องของชายหนุ่มดังขึ้น แววตาของบรูซนั้นมีระลอกแห่งความไม่พอใจอย่างเด่นชัด

ก็รู้นะว่าตอนอยู่ด้วยกันเขาเอาแต่แสวงหาความรู้ใหม่ๆอย่างเดียวจนถ้าไม่มีธุระจะไม่เลิกฝึกแถมบ้างทีก็สรร้างความเสียหายต่อพื้นที่ในระดับหนึ่ง แถมทำของรักของหวงนางแตกไปหลายชิ้นจากอารมณ์คึกคะนองลองวิชาเพราะฮอร์โมนที่กลับมาเป็นวัยรุ่น แต่เธอก็ไม่ควรมาไล่เขาแบบนี้!

"ค่อยดูเถอะกลับไปจะร่ายเวทย์คำสาปใส่ซะ ยัยแก่บ้า"

บรูซปัดหิมะสีขาวตามร่างกายพร้อมอารมณ์ที่กลับมานิ่งเฉยอย่างรวดเร็วจากจิตใจสงบนิ่งBของซาซากิ โคชิโร่ นักดาบผู้เลื่องชื่อแห่งญี่ปุ่น ความสามารถที่ช่วยเขาได้มากมายมหาศาลไม่ให้อารมณ์ควบคุมเขามากเกินไปเว้นอารมณ์ของจอมเวทกระหายวิชาตามสันดานที่แก้ไม่หายของเหล่าจอมเวทโดยทั่วไป 

"จะว่าไปยัยนั้นไม่ได้ให้เงินเราติดตัวแบบนี้แล้วเราจะเอายังไงดี"

บรูซครุ่นคิด แอนเชี่ยนวันไม่ได้ให้อะไรเขามาเลยซึ่งนั้นไม่ได้แตกต่างอะไรเลยกับการถีบหัวส่งเขาออกมานี้คงเป็นการแก้เผ็ดเขาที่พังถ้วยชากับห้องของเธอไปหลายรอบสินะ

ในขณะที่ครุ่นคิดหาทางออกในการใช้ชีวิตในช่วงสงครามโลก ชายหนุ่มก็พึ่งนึกได้ว่าตนยังไม่ได้เปิดสิ่งที่เรียกว่าระบบวีรชนเลยตั้งแต่วันที่แอนเชี่ยนวันรับเขาเป็นศิษย์หรือแม้แต่เสียงการแจ้งเตือนเขาก็ปิดมันไว้

"เปิดระบบ"

หน้าต่างอินเตอร์เฟซสีม่วงปรากฏขึ้น ข้อมูลสเตตัสของเขาถูกเขียนไว้ตามเดิมเว้นเสียแต่เวทมนต์Bที่ถูกยกระดับจากBสู่ระดับA ก่อนที่เขาจะเข้าสู่ระบบร้านค้าที่มีไว้ใช้แต้มแลกกับการช่วยเหลือของระบบ โดยแต้มที่ได้นั้นต้องมาจากการกระทำที่ให้ผู้คนตกตะลึงหรือประจักษ์นามแห่งวีรชน ไม่ว่าจะจากการกระทำที่ดีงามหรือเลวร้าย ง่ายๆก็คือการที่จะได้แต้มนั้นต้องทำให้ผู้คนตกตะลึงต่อตัวตนของเขา 

แต้ม:124,550 

เฮือก! 

สีหน้าท่าทางของบรูซเต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นตระหนก แต้มที่เขาไม่คิดว่าจะหากลับมากมายพอจะแลกเปลี่ยนกับสิ่งของระดับสูงในร้านค้าจากการตรวจสองครั้งแรกเพียงครั้งเดียวของเขา ตอนแรกเขาคิดว่าด้วยการกระทำปกติของเขาแม้จะใช้เวลาสะสมแต้มถึงสามปีแต่วงแต้มที่เขาคิดว่าจะได้นั้นก็ไม่น่าเกินสามหมื่นที่ไหนได้มันกลับกลายเป็นแสน 

บรูซเริ่มมองไปที่ร้านค้าของระบบอย่างตั้งใจพร้อมกำหนดวงเงินการค้นหาของระบบให้ไม่เกินหนึ่งแสนแต้ม ตอนแรกเขาแค่คิดว่าจะเปิดระบบขึ้นมาดูเล่นแต่ตอนนี้เขาคงต้องเปลี่ยนใจสักหน่อย 

รายการสินค้ามหาศาลปรากฏตรงหน้าบรูซก่อนที่เขาจะนิ้วเลือกรายการสินค้าที่ต้องการ 

สติปัญญาของโทนี่ สตาร์ค 30,000แต้ม วิถีพลังชี่ 20,000แต้ม  

ร่างกายของเขาเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงสมองเหมือนได้รับการปลดปล่อยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนความรู้เรื่องวิศวกรรมต่างๆไหลเขามาในหัวเขาราวกับสายนํ้าพร้อมความรู้แห่งการฝึกฝนพลังชี่(พลังภายใน พลังชีวิต) แต้มจากหลักแสนเหลืออยู่เพียงเจ็ดหมื่นในพริบตาแต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้เขารู้แย่อันใด เพราะสิ่งที่เขาเลือกซื้อนั้นได้รับการลดราคาจากสิทธิการซื้อสินคาครั้งแรกที่ระบบจัดให้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่โฮสต์หน้าใหม่เรียบร้อยแล้วประกอบกับทั้งสองสิ่งที่เขาเลือกล้วนเตะตาเขาทันทีที่ได้เห็น

หนึ่งสติปัญญาของอัจฉริยะด้านวิศวกรรมที่เขาได้เห็นจากการส่องอนาคตของแอนเชี่ยนวัน หนึ่งวิถีแห่งพลังที่ทรงพลัง แม้พลังชี่เริ่มแรกอาจจะอ่อนด้อยกว่าเวทมนต์ที่เขาเรียนรู้ในเชิงคุณภาพแต่มันก็นับเป็นพลังเสริมที่ทรงพลังและน่าสนใจ หนึ่งในแดนลับแลที่เขาล้วงรู้นามคุณหลุนมันก็มีตัวตนที่ชื่อไอรอนฟิสต์(หมัดเหล็ก)ซึ่งใช้พลังชี่แห่งมังกรนามโชวเหลาจนแม้แต่เขาก็ยังรู้สึกหวั่นอยู่น้อยๆเมื่อได้อ่านประวัติของผู้ครอบครองชื่อไอรอนฟิสต์แต่ละรุ่น พบว่าตัวตนเหล่านี้มีความแข็งแกร่งและน่าสนใจไม่น้อย ถ้าอยู่ในโลกเดิมสิ่งที่ชื่อว่าไอรอนฟิสต์น่าจะมีความสามารถทางร่างกายเทียบเท่าเพื่อนของเขาไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งอามาซอน ผู้ครอบครองสมัญนามว่าวันเดอร์วูแมน(สาวน้อยมหัศจรรย์)แต่ก็แค่ในด้านร่างกายพื้นฐานเท่านั้น ไดอาน่าที่มีพลังแห่งเทพอยู่ในตัวย่อมแข็งแกร่งกว่าไอรอนฟิสต์ที่มีดีแค่ศิลปะการต่อสู้และพลังชี่ของมังกรโชวเหลา

"เอาล่ะ ด้วยความรู้เชิงวิศวกรรมที่ลํ้าสมัยคงพอทำให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นนะ"

บรูซคิดแผนการใช้ชีวิตในหัว ในชาติก่อนเขาเป็นเศรษฐีพันล้าน นักสืบที่เก่งที่สุดในโลกและจอมขมังเวทแต่ในเชิงวิศวกรรมนั้นเขามีความรู้ความสามารถในระดับที่ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ไม่ใช่อัจฉริยะหรือมีความเก่งกาจในสายงานนี้มากจนเกินไปเพราะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปทุ่มกับเวทมนต์ สติปัญญาของโทนี่ สตาร์คซึ่งเป็นอัจฉริยะทางด้านสายงานนี้จากอนาคตย่อมกลบจุดบอดของเขาได้ อีกทั้งยังทำให้เขาสามารถสร้างเงินได้อีกด้วย

วูบบบ

เงาร่างของบรูซได้หายไปประดุจภูติผีราวกับเขาไม่เคยอยู่ตรงนั้น ไร้ซึ่งตัวตนและกลิ่นอายใดๆ

.

.

.

ภายในเมืองออลบานีหลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง ฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ จากฝ่ายอักษะนั้นคือความรู้โดยทั่วไปที่สอนในห้องเรียนจากโลกก่อนของเขาแต่ในโลกนี้มีสิ่งที่แตกต่างจากโลกก่อนอยู่สิ่งหนึ่งคือตัวตนของกัปตันอเมริกาขวัญใจชาวสหรัฐ แต่สุดท้ายกัปตันก็ได้หายสาบสูญไปในช่วงสุดท้ายของสงครามจนมีคนเชื่อว่าเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว

ใจกลางเมืองออลบานี ตอนนี้ได้มีตึกระฟ้าที่ดูทันสมัยและลํ้ายุคเมือเทียบกับคนใยสมัยนี้ บนดาดฟ้าที่แสดงให้เห็นถึงทิวทัศน์ของเมืองทั้งเมือง เกศาสีดำราวนํ้าตกหมึกสีดำ นัยน์ตาสีม่วงสาดส่องวิวทิวทัศน์แห่งความรื่นเริงหลังจบสงครามของเหล่าชาวเมืองเหล่าทหารกล้าที่เป็นคนออลบานีได้เกินทางกลับมาพร้อมได้รับการต้นรับอย่างดี มันชั่งเป็นภาพที่น่าจดจำสำหรับช่วงเวลาแห่งความสุข

"สองปีแล้วสินะ เวลาชั่งผ่านไปเร็วจริงๆ เฮ้อ~ เมื่อรับรู้อนาคตแม้จะยาวนานแต่ก็เหมือนกับสายลมที่ผัดผ่านไป ชั่งเป็นสัจธรรมที่เรียบง่ายแต่ลึกลํ้าเสียจริง"

บรูซเอ่ยเอื้อนแววตาสีม่วงจ้องมองไปยังท้องฟ้ายามตะวันใกล้ลับขอบฟ้าอย่างเฉยชามันอาจเป็นภาพที่สวยงามแต่เขาเห็นมันจนชินชาแล้ว เช่นเดียวกับการไหลผ่านของกาลเวลาที่ราวกับสายลมที่พัดผ่านหน้าแต่ไม่หวนคืน

บรูซนึกย้อนถึงสิ่งที่ตนเองทำหลังจากที่แอนเชี่ยนวันถีบส่งเขามายังโลกภายนอก เขาได้เดินร่อนเร่ในเมืองออลบานีคอยปราบปรามพวกอันตพาลในเมืองแล้วเอาเงินพวกมันมาก่อนจะใช้เงินอันน้อยนิดแปรเปลี่ยนพวกมันเป็นเงินมหาศาลจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสี่ จากสี่เป็นแปดเพิ่มคุณค่าและแลกเปลี่ยนพวกมันไปเลยๆจนกลายเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ครอบครองอุตสาหกรรมหลายส่วนในรัฐเอาไว้

เวย์น เอนเตอร์ไพรซ์ 

นี้คือชื่อบริษัทของเขามันคือชื่อเดียวที่เขาจะใช้เพื่ออย่างน้อยมันจะได้เตือนสติว่าเขาเป้นใคร เขาเคยเป็นอะไรมาก่อน เขาเคยมาจากที่ใด

"เอาล่ะ เมื่อเวลามาถึงหวังว่ามันคงได้ฉายแสงอีกครั้งนะ"

บรูซชำเลืองมองไปยังที่ฉายแสงสปอร์ตไลท์ตัวหนึ่ง ที่มันจะสร้างแสงแห่งสัญลักษณ์ของศาลเตี้ยในยามราตรี

.

.

.

จบ.

ตอนสามเสร็จสักที ไม่น่าไปอ่านประวัติตัวละครในมาเวลกับพวกสถานที่ในอเมริกานานเลยให้ตายสิ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว