รักครั้งนี้...ผมไม่พลาด [Yaoi]
รักครั้งนี้...ผมไม่พลาด ตอนที่ 1........100%
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

รักครั้งนี้...ผมไม่พลาด ตอนที่ 1........100%

 

รักครั้งนี้..ผมไม่พลาด ตอนที่ 1 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

  

  

เสียงลูกสนุกเกอร์กลมๆกระทบกัน ดังขึ้นเป็นระยะ ภายในร้านสนุ๊กเกอร์แห่งหนึ่งในตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นศูนย์รวมของวัยรุ่นและวัยทำงานที่ชื่นชอบการเล่นสนุ๊กเกอร์ และร้านนี้มีชื่อว่า BB Snooker และเจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มวัย 22 ปีเท่านั้น  

“ไอ้แบงค์ กูต่อเวลาอีกชั่วโมง” เสียงของลูกค้าที่สนิทสนมกันดีพูดขึ้น พร้อมกับนำเงินค่าชั่วโมงมาจ่ายให้กับแบงค์ผู้เป็นเจ้าของร้านที่หน้าเคาน์เตอร์  

  

“เล่นติดลม ระวังเมียมาตามนะพี่เด่น” แบงค์เอ่ยแซวรุ่นพี่ที่สนิทสนมกันดี 

  

“ห่า มึงอย่าพูดถึงสิวะ เมียกูยิ่งของแรงอยู่ เดี๋ยวก็โผล่มาพอดี” เด่นตอบกลับมาอย่างขำๆ แบงค์ส่ายหน้าไปมายิ้มๆ ก่อนจะนั่งทำรายรับของเมื่อวานไปเรื่อยๆ แล้วเสียงประตูด้านหลังก็ดังขึ้น ซึ่งเป็นประตูที่สามารถเชื่อมต่อไปยังบ้านของเขาเอง แล้วเขาก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อยวัย 5 ขวบกว่า ในชุดนอนสีหวานแหววเดินอุ้มตุ๊กตากระต่ายเข้ามาหา  

“มาทำอะไรอิงฟ้า” แบงค์ถามขึ้น พร้อมกับลุกไปอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาแล้วหอมแก้มซ้ายขวา เด็กหญิงซบหน้าไปกับไหล่ของแบงค์อย่างอ้อนๆ 

  

“ไม่ยอมนอนน่ะสิ บอกว่าจะมาหาแก” แม่ของแบงค์พูดขึ้น เพราะเดินตามเข้ามาด้วย  

  

“ทำไมไม่นอนครับ” แบงค์ถามเด็กหญิงในอ้อมแขนของตัวเอง เนื่องจากตอนนี้เกือบ 3 ทุ่มแล้ว และพรุ่งนี้อิงฟ้าจะต้องไปโรงเรียนอนุบาล 

  

“อิงฟ้าอยากให้พ่อแบงค์ไปอ่านนิทานให้ฟัง เมื่อวานพ่อแบงค์ก็ไม่เล่า อิงฟ้ารอไม่ไหว” อิงฟ้าพูดขึ้น ซึ่งเป็นลูกสาวของแบงค์นั่นเอง แบงค์มีลูกตั้งแต่อายุ 16 ด้วยความคึกคะนองตามประสาวัยรุ่นหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำให้เขาพลาดทำแฟนสาววัยใสท้อง แต่ถึงแม้ว่าเขาจะพลาด แต่เขาก็ยังมีจิตสำนึกมากพอที่จะห้ามไม่ให้แฟนสาวไปทำแท้ง เขายอมมาสารภาพกับพ่อแม่ตัวเอง นั่นทำให้เขาเห็นน้ำตาของแม่เป็นครั้งแรก พ่อแม่ของเขาต้องไปคุยกับครอบครัวของแฟนสาว ทางนั้นก็ไม่พอใจแบงค์เป็นอย่างมาก ที่ทำให้ลูกสาวของเขาท้องตั้งแต่วัยรุ่น พ่อแม่ของแบงค์และตัวแบงค์เองยินดีที่จะรับผิดชอบ จึงพาตัวของแฟนสาวของแบงค์มาอยู่ด้วยกันที่บ้าน และคอยดูแลจนถึงวันคลอด แฟนสาวของแบงค์จึงต้องพักการเรียนไว้ก่อน เพื่อรอให้คลอด  

และเมื่อคลอดออกมาเป็นเด็กหญิงตัวน้อยโดยตั้งชื่อให้ว่าอิงฟ้า แบงค์รู้สึกรักลูกมาก ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นวัยรุ่น แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าลูกเป็นอุปสรรคของตัวเองสักเท่าไร ยังดีที่พ่อแม่ของเขาช่วยเลี้ยงดูให้ ส่วนแฟนสาวของแบงค์นั้น กลับไม่พอใจกับชีวิตที่จะต้องมานั่งเลี้ยงลูก หญิงสาวมองว่าลูกคือภาระและเสี้ยนหนามในชีวิต เธอจึงยกลูกให้แบงค์ดูแลคนเดียวตอนที่ลูกสาวได้เพียง 2 เดือน แล้วเธอก็กลับไปอยู่บ้าน ไม่แม้แต่จะมาถามไถ่ดูแล แบงค์ยอมรับว่าช่วงแรกเขาเสียใจมาก ที่แฟนสาวทิ้งลูกไป แต่ก็ได้พ่อแม่เตือนสติ แบงค์จึงกลับมาตั้งใจเรียนและช่วยพ่อแม่ดูแลลูกสาวของเขาเอง จนตอนนี้ลูกสาวของเขาก็ได้ 6 ขวบแล้ว อิงฟ้าเคยถามหาแม่ตัวเอง แบงค์ก็ตอบไปแค่ว่า แม่ไปสวรรค์แล้ว แบงค์รู้ข่าวของแม่ของอิงฟ้าล่าสุดคือตอนที่เธอไปเรียนที่กรุงเทพฯ แล้วไม่กลับมาให้เห็นอีกเลย แบงค์ก็ไม่ได้คิดจะตามง้อให้กลับมาอยู่ด้วยกัน เพราะเขาเลี้ยงลูกคนเดียวได้  

  

“แกพาลูกไปนอนก่อนก็ได้ เดี๋ยวแม่เฝ้าร้านให้” แม่ของแบงค์บอกออกมา  

  

“งั้นเดี๋ยวผมมานะแม่” แบงค์ตอบกลับ ก่อนจะอุ้มลูกสาวตัวเองออกประตูเพื่อกลับไปที่บ้านทันที  

“ความจริงเดินเองได้นะเนี่ย โตจะเป็นสาวแล้ว” แบงค์แกล้งถามลูกสาวอย่างหยอกๆ อิงฟ้าก็ยกแขนกอดรอบคอพ่อตนเองแล้วเอาแก้มตัวเองมาแนบแก้มของแบงค์ 

  

“อิงฟ้าอยากอ้อนพ่อแบงค์” เด็กน้อยพูดขึ้น ทำให้แบงค์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข การที่ลูกสาวคอยอ้อนแบบนี้ แบงค์รู้สึกเหมือนได้พลังใจเพิ่มขึ้น แบงค์รับรู้ความรู้สึกของพ่อแม่ตนเองก็เมื่อมีลูกสาวคนนี้ แบงค์ทั้งหวงและห่วงอิงฟ้ามากกว่าตัวเองเสียอีก 

เพื่อนๆก็เคยแกล้งแซวว่า ไม่คิดจะหาแม่ใหม่ให้อิงฟ้าบ้างเหรอ แต่แบงค์ก็ได้แต่ส่ายหัว ใช่ว่าตลอดเวลาเขาจะไม่มีคุยกับใคร เขาก็ยังมีคุยมีหลับนอนกับผู้หญิงบ้าง แต่เขาไม่คิดจะคบเป็นแฟน เพราะเขาไม่อยากให้ลูกมีปัญหาแม่เลี้ยง ถ้าใครจะเข้ามาในชีวิตของเขาจริงๆ เขาอยากให้เข้ากับลูกสาวของเขาให้ได้เสียก่อน แต่เขายังไม่เจอคนๆนั้นเลย และอีกอย่างทุกวันนี้แบงค์ก็มีความสุขดีกับพ่อแม่ ลูกสาวและเพื่อนๆพี่ๆที่สนิทสนมกัน ไหนจะร้านสนุ๊กเกอร์ของเขาอีก  

แบงค์อุ้มลูกสาวไปที่ห้องนอนเล็ก ซึ่งทำแยกไว้ให้อิงฟ้านอนคนเดียว แบงค์สอนให้ลูกนอนคนเดียวตั้งแต่ 4 ขวบกว่า แต่ก็มีบางวันที่อิงฟ้ามาขอนอนกับเขาบ้าง เนื่องจากห้องนอนของแบงค์กับอิงฟ้าอยู่ติดกัน แบงค์วางลูกสาวตัวน้อยลงบนเตียง แล้วหยิบหนังสือนิทานออกมา ก่อนจะลงไปนอนข้างๆลูกสาว และแบงค์ก็เริ่มเล่านิทานให้ลูกฟัง อิงฟ้านอนฟังอย่างตั้งใจ แต่ไม่ทันจะจบเรื่องอิงฟ้าก็ผล็อยหลับ แบงค์มองหน้าลูกสาวด้วยความรัก เขาก้มลงไปจูบซับที่หน้าผากของอิงฟ้า ก่อนจะค่อยๆลงจากเตียง จัดการห่มผ้า ปิดไฟหัวเตียง เหลือไฟหรี่ตรงประตูไว้ แล้วเขาก็เดินกลับไปที่ร้านอีกครั้ง 

  

“แม่ ไปนอนเถอะ” แบงค์บอกกับแม่ตนเองเมื่อเดินกลับเข้ามา 

  

“หลับไปแล้วเหรอ” แม่ของแบงค์ถามขึ้น  

  

“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมไปส่งอิงฟ้าที่โรงเรียนเองนะครับ” แบงค์บอกออกมา  

  

“ไม่ต้องหรอก กว่าแกจะปิดร้าน กว่าจะได้นอน นอนพักไปเถอะ ตอนเย็นค่อยไปรับลูก เดี๋ยวแม่กับพ่อแกจะไปส่งเอง” แม่ของแบงค์บอกออกมา แบงค์รู้สึกดีใจ ที่เขามีพ่อแม่ที่ยังรักและเข้าใจเขา พ่อแม่ของแบงค์รักหลานมาก อะไรที่ช่วยแบงค์ได้ เขาก็พร้อมจะช่วย แบงค์จึงอยากจะดูแลลูกตัวเองให้ดี เหมือนกับที่พ่อแม่ของเขาดูแลเขามา  

  

“ครับ แม่ไปนอนเถอะ” แบงค์พูดอีกครั้ง แม่ของเขาเลยลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน 

  

“เออ เจ้าไผ่มาน่ะ ถามหาแกอยู่” แม่ของแบงค์พูดขึ้นเมื่อนึกได้ ไผ่คือรุ่นพี่ที่แบงค์สนิทด้วย อายุประมาณ 29-30 ปี และไผ่ก็เป็นเจ้าของร้านอาหาร ร้านเหล้าในตัวเมืองจังหวัดกาญจนบุรี 

  

“อยู่ไหนเหรอครับ” แบงค์ถามกลับ 

  

“ห้องวี 2” แม่ของแบงค์ตอบกลับมา แบงค์พยักหน้ารับ 

  

“ถ้าไม่ไหวก็ให้เจ้ามอสมันเฝ้าร้านให้ก็ได้นะ” แม่ของแบงค์พูดถึงลูกจ้างในร้านที่คอยมาช่วยเฝ้าร้านให้แบงค์ด้วย 

  

“ครับ” แบงค์ตอบรับ ก่อนที่แม่ของเขาจะเดินกลับบ้าน แบงค์เปิดดูไอแพดว่ามีใครใกล้จะหมดเวลาบ้าง พอเห็นว่ายังไม่มี เขาเลยให้มอสมานั่งเคาน์เตอร์แทน ส่วนเขาจะเข้าไปหาไผ่  

  

“ไงมึง ไปกล่อมลูกมาเหรอวะ” เสียงของปอม เพื่อนสนิทของไผ่และเป็นรุ่นพี่อีกคนของแบงค์เหมือนกันทักถามขึ้น 

  

“ครับ” แบงค์ตอบรับ ในห้องมีไผ่ ปอม เล่นสนุกฯกันอยู่สองคน และมีหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ซึ่งแบงค์ไม่คุ้นหน้าเท่าไร  

“ของใครครับ” แบงค์แกล้งถาม  

  

“ของกู” ปอมตอบรับยิ้มๆ แบงค์ก็ยิ้มขำ ก่อนจะเหลือบมองไผ่ ที่ทำหน้านิ่งๆ เหมือนอารมณ์ไม่ค่อยดี 

  

“เป็นอะไรพี่ไผ่” แบงค์ถามไผ่ขึ้นมา  

  

“อย่าไปยุ่งกับมัน มันกำลังหงุดหงิด เมียไม่ยอมรับสาย” ปอมพูดยิ้มๆ ไผ่ยังไม่ได้แต่งงาน แต่เมียที่ปอมว่าก็คือแฟนของไผ่ที่คบกันมา 2 ปีแล้ว และหญิงสาวก็ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ  

  

“อ่อ งั้นผมออกไปดีกว่า” แบงค์พูดขึ้น 

  

“จะไปไหน กูยังไม่ได้พูดอะไรเลย” ไผ่พูดขึ้นมา แบงค์ก็หันมาส่งยิ้มให้ ก่อนจะเดินไปยืนเอามือเท้าขอบโต๊ะสนุกเกอร์ไว้ ขณะที่ไผ่กำลังแทงลูกสนุกฯอยู่ 

  

“ก็พี่อารมณ์ไม่ดี ผมไม่อยากกวน” แบงค์ตอบกลับ ไผ่หันมามองแบงค์ด้วยสายตาดุๆเล็กน้อย  

  

“กวนบ้าอะไร” ไผ่พูดแค่นั้น แบงค์หันไปมองปอม ปอมก็ยกยิ้มขำ  

  

“แล้วพี่ไผ่ไม่อยู่ดูร้านเหรอ ร้านพี่ยังไม่ปิดนี่” แบงค์ถามขึ้นเพื่อเปลี่ยนเรื่องคุย 

  

“ขี้เกียจอยู่ร้าน” ไผ่ตอบสั้นๆ  

  

“มันโทรชวนกูมาเล่นสนุกฯร้านมึง ไม่รู้ว่าอยากมาเล่นสนุกฯ หรือว่าอยากมาเจอมึง” ปอมแกล้งแซวขึ้นมา เนื่องจากไผ่กับแบงค์สนิทกันมาก และช่วยเหลือกันมาหลายอย่าง ทั้งเคยไปเที่ยว ไปออกทริปด้วยกันบ่อยๆ แถมไผ่ก็เข้ากับอิงฟ้าได้ดีมากๆ เพื่อนๆก็เลยแกล้งชงทั้งคู่ให้ได้กัน แต่ก็เป็นการชงเล่นๆ ไม่มีใครคิดจริงจังอะไร 

  

“ก็ต้องอยากมาเจอผมอยู่แล้ว ใช่ไหมพี่ไผ่” แบงค์ก็รับมุกแซวของปอม 

  

“เออ” ไผ่ตอบกลับ ปอมเลยทำหน้าเซ็ง ที่กะจะแซวให้ทั้งสองคนไปไม่เป็น แต่กลายเป็นว่าดันรับมุกซะงั้น  

  

“แล้วนี่จะดื่มอะไรสักหน่อยไหมพี่” แบงค์ถามขึ้น  

  

“เอาเบียร์ขวดเล็กมาสองขวด น้องหวานอยากดื่มอะไรไหมคะ” ปอมพูดกับแบงค์ด้วยน้ำเสียงปกติ แล้วหันไปถามหญิงสาวที่มากับตนเองเสียงหวาน  

  

“ขอน้ำอัดลมก็ได้ค่ะ” หญิงสาวตอบกลับ  

  

“โคตรสองมาตรฐาน” แบงค์แกล้งว่าปอม ก่อนจะโดนปอมเอาไม้คิวในมือแกล้งตีมาที่หัวไม่แรงมากนัก 

  

“ใครจะเหมือนไอ้ไผ่ล่ะ มาตรฐานเดียวกันหมด ทั้งแฟนทั้งน้องนอกไส้อย่างมึงน่ะ” ปอมว่าออกมา ที่ปอมพูดแบบนี้ เพราะเวลาไปออกทริปด้วยกันแล้วแฟนของไผ่ไปด้วย ไผ่ก็มักจะดูแลแบงค์กับแฟนของตัวเองพอๆกัน แต่ก็อาจจะดูแลแฟนตัวเองมากกว่าหน่อย ซึ่งบางทีแบงค์ต้องเลี่ยงไม่อยู่ใกล้ไผ่ เพื่อให้ไผ่ดูแลแฟนตัวเองได้เต็มที่  

  

“มึงเป็นบาริสต้ารึไง ชงฉิบหาย” ไผ่ว่าออกมาไม่จริงจังนัก ปอมก็หัวเราะขำออกมา ก่อนที่ไผ่จะเดินมาลูบหัวของแบงค์ตรงตำแหน่งที่ปอมเอาไม้คิวตีเบาๆเมื่อสักครู่ เหมือนเป็นความเคยชินเสียมากกว่า แบงค์เองก็ไม่คิดอะไร เพราะเขาสนิทกันมานานมาก 

  

“รอแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวผมไปเอาเบียร์มาให้” แบงค์ตอบกลับ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปหยิบเครื่องดื่มที่มีไว้บริการลูกค้าที่มาเล่นสนุกฯ เอากลับไปให้ไผ่ ปอม และหญิงสาว  

“อ่าว พี่ไผ่ไปไหนแล้วล่ะ” แบงค์ถามอย่างงงๆ เมื่อไม่เห็นไผ่ในห้อง 

  

“ออกไปสูบบุหรี่ข้างร้านมั้ง ไม่ก็ไปโทรหาแฟนมันอีกรอบ” ปอมตอบกลับ แบงค์พยักหน้ารับ เพราะจะมีประตูออกไปยังส่วนที่สูบบุหรี่ข้างร้านได้  

“มึงเล่นแทนมันทีดิ๊” ปอมบอกออกมา แบงค์จึงเล่นสนุกฯแทนไผ่ เพราะรู้ดีว่าไผ่ไม่ว่าอะไรอยู่แล้ว  

.. 

.. 

ไผ่ที่เดินออกมาสูบบุหรี่ที่ข้างร้านของแบงค์ก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาคนรักตนเองไปด้วย เขาโทรหาหญิงสาวตั้งแต่ หกโมงเย็น แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมรับสาย พักหลังๆเขากับหญิงสาวไม่ค่อยมีเวลาคุยกันมากนัก เพราะหญิงสาวงานยุ่ง ไผ่เองก็ต้องดูแลร้านอาหาร 2 ร้านที่เขาเปิด เวลากลางวันเป็นเวลานอนของเขา เป็นเวลาทำงานของหญิงสาว ส่วนเวลากลางคืนไผ่ทำงานแต่หญิงสาวต้องนอน ช่วงเวลาของทั้งสองคนสลับกันนิดหน่อย  

  

(“ฮัลโหล ไผ่”) เสียงของหญิงสาวดังขึ้น เมื่อรับสาย ไผ่ขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อได้ยินเสียงเพลงเหมือนอยู่ในร้านอาหารจากทางฝั่งของหญิงสาว 

  

“อยู่ไหนน่ะปิ่น ผมโทรหาปิ่นตั้งแต่เย็นแล้วนะ” ไผ่ถามเสียงดุ 

  

(“โทษทีนะไผ่ พอดีปิ่นมางานเลี้ยงวันเกิดหัวหน้าน่ะ มากันตั้งแต่ช่วงเย็นแล้ว ในร้านเสียงเพลงมันก็ดังด้วย ปิ่นไม่ได้ยินเสียงมือถือเลย นี่หยิบมาดูเวลา แล้วไผ่โทรเข้ามาพอดี”) หญิงสาวบอกเสียงอ้อน 

  

“อืม..แล้วจะกลับตอนไหน” ไผ่ถามกลับไป 

  

(“อีกสักพัก ถ้ากลับถึงห้องแล้วจะส่งข้อความบอกนะ”) หญิงสาวบอกกลับมา 

  

“ได้ อย่ากลับดึกนักล่ะ มันอันตราย” ไผ่เตือนไปด้วยความเป็นห่วง 

  

(“ค่ะ คุณพ่อคนที่สอง”) หญิงสาวตอบกลับมาพร้อมเสียงหัวเราะ ไผ่ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ  

  

“งั้นแค่นี้แหละ รู้ว่าทำอะไรอยู่ผมก็สบายใจ” ไผ่พูดขึ้น หญิงสาวก็ตอบรับกลับมา ก่อนที่จะบอกลาและวางสายกันไป ไผ่สูบบุหรี่จนหมดมวน แล้วกลับเข้าไปในร้านอีกครั้ง แล้วตรงเข้าไปที่ห้องวีไอพีที่เขาเปิดเล่นไว้  

  

“ไอ้ไผ่ มาเร็วๆเลยมึง ฉิบหาย กูไม่น่าให้ไอ้แบงค์เล่นแทนมึงเลย” เสียงบ่นของปอมดังขึ้น ไผ่ก็ยกยิ้มขำ เพราะพอจะเดาได้ว่าแบงค์คงแทงหมดโต๊ะแน่ๆ 

  

“มึงก็รู้ว่าไอ้แบงค์มันเล่นเก่ง ก็ยังจะชวนมันเล่นอีก” ไผ่ว่าออกมาอย่างขำๆ 

  

“อารมณ์ดีแบบนี้แปลว่าพี่ปิ่นรับสายแล้วสิ” แบงค์แกล้งแซวออกมา ไผ่ก็พยักหน้ารับ ก่อนจะกลับมาเล่นกับปอมต่อ 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50%+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของแบงค์ดังขึ้น เขาหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของหญิงสาวที่เขาคุยๆคั่วๆอยู่ในตอนนี้

“จะไปไหน” ไผ่ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าแบงค์กำลังจะเดินออกไปจากห้อง

 

“คุยโทรศัพท์” แบงค์ชูมือถือให้ดูว่ามีคนโทรเข้ามา และไผ่ก็ดันตาไว เห็นว่าเป็นใครที่โทรเข้า

 

“คุยในนี้นี่แหละ” ไผ่ตอบกลับ แบงค์เลิกคิ้วนิดๆ ก่อนจะยอมรับสายแล้วคุยในห้องเล่นสนุกฯ

 

//มึงก็ไปบังคับมัน มันก็อาจจะอยากคุยเรื่องส่วนตัวกับสาวบ้างก็ได้// ปอมพูดขึ้นไม่ดังมากนัก เพราะไม่อยากให้เสียงเข้าไปในมือถือของแบงค์

 

//กูไม่ชอบผู้หญิงที่โทรเข้ามาหามัน กูรู้กิตติศัพท์ดี// ไผ่ตอบกลับ เนื่องจากเขารู้จักคนเยอะ แถมยังเปิดร้านเหล้า ร้านอาหาร ทำให้เขาพบเจอคนเยอะแยะมากมาย และรู้ว่าใครเป็นยังไง และเขาก็รู้จักหญิงสาวที่แบงค์คุยด้วยเหมือนกัน

 

//มึงก็หวงมันเกิน// ปอมพูดอย่างขำๆ ไม่ได้คิดอะไร

 

//มันก็ญาติ ก็น้องกูไหมล่ะ// ไผ่ตอบกลับ

 

//เออๆ ปล่อยๆมันบ้าง เผื่อมันอยากหาแม่ใหม่ให้อิงฟ้า// ปอมพูดยิ้มๆ แต่ไผ่ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที ก่อนจะมองไปที่แบงค์เล็กน้อย ซึ่งแบงค์กำลังคุยสายกับหญิงสาวแล้วยิ้มนิดๆ แบงค์จัดว่าเป็นเด็กหนุ่มที่หน้าตาดีตามประสาวัยรุ่น มีหญิงสาวหลายคนเข้ามาพัวพัน แต่แบงค์ไม่ได้คบใครจริงจัง

ส่วนเรื่องที่แบงค์เป็นญาติของไผ่นั้น ถ้าเรียงลำดับจริงๆ ก็ไม่ใช่ญาติทางสายเลือด ย่าของไผ่แต่งงานกับน้องชายตาของแบงค์ ซึ่งย่าของไผ่มีลูกติดมาก็คือพ่อของไผ่นั่นเอง แต่ด้วยความที่เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก และเคยเที่ยวเล่นด้วยกัน จึงค่อนข้างสนิทกันมาก

 

“ครับๆ ไว้เจอกัน” แบงค์คุยสายกับหญิงสาวสักพักก็วางไป

 

“แม่ใหม่อิงฟ้ารึไง” ไผ่แกล้งถามขึ้นมา

 

“แม่ใหม่อะไรกันล่ะพี่ ก็แค่คุยด้วยเฉยๆ” แบงค์ตอบกลับ

 

“กับคนนี้กูบอกเลยนะ ว่าอย่าไปยุ่ง” ไผ่พูดเสียงจริงจัง แบงค์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“ทำไมเหรอพี่” แบงค์ถามกลับ

 

“กูรู้มาว่าคนนี้คบกับไอ้ดังตลาดใหญ่ด้วย กูไม่อยากให้มีปัญหากัน” ไผ่บอกออกมา แบงค์นิ่งไปนิด

 

“จริงเหรอพี่ ผมไม่รู้เลย ไว้ผมจะลองโทรถามไอ้ดังดู ถ้ามันคบกันอยู่ ผมก็จะไม่ยุ่ง” แบงค์ตอบกลับ เพราะเขาก็รู้จักดังด้วยเหมือนกัน ไผ่พยักหน้ารับ

 

“ไอ้ไผ่มันห่วงมึงยิ่งกว่าพ่อมึงอีกไอ้แบงค์” ปอมแซวออกมายิ้มๆ

 

“อิจฉาผมเหรอพี่ปอม” แบงค์ถามกลับไปอย่างขำๆ

 

“เหอะ มึงก็กล้าพูด” ปอมพูดพร้อมกับทำหน้าขยาดใส่ไผ่ ไผ่ก็หัวเราะขำ

 

“พวกพี่เล่นกันไปก่อนนะ ผมขอออกไปดูหน้าร้านก่อน จะเอาอะไรบอกนะพี่” แบงค์พูดขึ้น ไผ่กับปอมก็พยักหน้ารับ ก่อนที่แบงค์จะเดินออกมาที่เคาน์เตอร์ร้านตนเอง แล้วให้มอสเด็กที่ช่วยงานในร้าน ไปดูแลลูกค้าต่อ นั่งไปสักพักก็มีลูกค้าเดินเข้ามา แบงค์เงยหน้าไปมองก็ต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เพราะเขาไม่ค่อยอยากจะต้อนรับลูกค้ากลุ่มนี้สักเท่าไร เพราะเขาไม่ค่อยถูกกับคนในกลุ่มนี้

“มาทำอะไรไอ้ดล” แบงค์ถามขึ้น

 

“กูมาร้านสนุกฯ ให้กูมานวดรึไงล่ะ” ดลตอบกลับมา แบงค์ก็มองด้วยสีหน้านิ่งๆ

 

“ปกติ มึงไม่ค่อยมาเล่นร้านกูนี่ เห็นว่าไปเล่นร้านตรง...ไม่ใช่รึไง” แบงค์พูดถึงร้านที่เรียกได้ว่าเป็นคู่แข่งกับเขา แต่แบงค์ไม่ได้คิดอยากจะแข่งด้วยแต่อย่างไร มีแต่ร้านฝั่งนั้น ที่ชอบหมั่นไส้เขาเพราะคนชอบมาเล่นที่ร้านของเขามากกวา

 

“ก็อยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้างไม่ได้รึไง หรือว่าร้านมึงเลือกลูกค้า” ดลถามกลับอย่างกวนๆ แบงค์ทำหน้าเอือมใส่เล็กน้อย ที่อีกฝ่ายพูดเหมือนจะหาเรื่องเขา

 

“แล้วมึงจะเล่นห้องรวมหรือวีไอพี” แบงค์ถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

 

“ห้องรวม” ดลตอบกลับ แบงค์เลยดูเวลาของโต๊ะห้องรวมว่าใกล้หมดรึยัง

 

“พี่เด่น จะต่อไหม” แบงค์ตะโกนถามลูกค้าโต๊ะที่ใกล้จะหมดเวลาแล้ว

 

“ไม่ๆ เมียโทรตาม จะหมดชั่วโมงรึยัง” เด่นถามกลับมา

 

“อีก 10 นาทีพี่” แบงค์พูดขึ้น

 

“เออ หมดชั่วโมงก็พอแล้ว” เด่นตอบกลับมา แบงค์เลยหันมาหากลุ่มของดล

 

“รอ 10 นาที โอเคไหม” แบงค์ถามขึ้น

 

“เออ” ดลตอบกลับ ก่อนจะพากันไปนั่งที่โซฟายาว ที่แบงค์จัดไว้ให้คนมานั่งเล่นได้ ระหว่างที่รออยู่นั่น กลุ่มของดลก็แซวลูกค้าโต๊ะในห้องรวมโต๊ะหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับที่พวกของเขานั่งรอ เหมือนเป็นการยั่วยุอารมณ์มากกว่า แบงค์ที่นั่งฟังมาสักระยะก็อดที่จะหงุดหงิดไม่ได้ เขามองไปที่ลูกค้าประจำของเขาก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็หงุดหงิดเหมือนกัน

 

“ไอ้ดล มึงเงียบๆปากกันหน่อยได้ไหมวะ มันรบกวนคนอื่น” แบงค์ว่าออกมาอย่างเหลืออด

 

“ทำไมวะ คนอื่นที่เล่นก็เสียงดังกันทั้งนั้น” ดลถามกลับมา

 

“นั่นเค้าเล่น เค้าสนุกกัน ไม่ใช่มาหาเรื่องเจอตีนแบบพวกมึง” แบงค์ว่าออกมาตรงๆ

 

“มึงพูดแบบนี้หมายความว่าไงวะ กูอุตส่าห์มาอุดหนุนมึง เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อน แต่มึงมาพูดกับกูแบบนี้เนี่ยนะ” ดลโวยออกมา

 

“ใคร.”

 

“มีอะไรกัน”

 

แบงค์กำลังจะสวนกลับว่า ใครเพื่อนมึง แต่เขาก็ต้องชะงักคำพูด เมื่อเสียงดุๆของไผ่ดังขึ้น ทำให้ดลนิ่งไปทันที เพราะไม่คิดว่าจะมาเจอไผ่กับปอมที่นี่ เนื่องจากไผ่กับปอม ถือว่าเป็นผู้ใหญ่ที่เด็กวัยรุ่นในเขตตัวเมืองค่อนข้างเกรงใจไม่น้อย

 

“สวัสดีครับพี่ไผ่ พี่ปอม” กลุ่มของดลรีบยกมือไหว้ทันที

 

“เมื่อกี้มีอะไรกัน” ไผ่ถามย้ำ ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟาข้างๆเก้าอี้ที่แบงค์นั่งอยู่ และมองไปที่กลุ่มของดล

 

“ไม่มีอะไรหรอกพี่ แค่คุยกันเสียงดังไปหน่อย” ดลรีบตอบกลับมา แบงค์เองก็ไม่คิดจะฟ้องแต่อย่างไร

 

“รอเล่นห้องรวมเหรอวะ” ปอมถามขึ้น ถึงแม้ว่าปอมจะเป็นพวกขี้เล่น คุยด้วยง่าย แต่เวลาจริงจังก็ทำให้ทุกคนเกร็งได้เหมือนกัน

 

“ครับ แต่ว่าจะกลับแล้ว” ดลพูดขึ้น

 

“จะรีบกลับไปไหน โต๊ะพี่เด่นหมดเวลาพอดี” แบงค์ได้ทีพูดขึ้น ทำให้ดลพูดไม่ออก เด่นก็เดินมาหาแบงค์

 

“กูกลับละ” เด่นบอกออกมา ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อน

 

“ว่าไง เล่นไหมมึง” แบงค์ถามดลอีกครั้ง

 

“อืม เล่น” ดลตอบกลับ เพราะไม่อยากเสียหน้า ก่อนที่ดลจะเดินมาจ่ายเงิน

“เล่นแค่ชั่วโมงเดียว เดี๋ยวพวกกูมีธุระต่อ” ดลบอกออกมา ไม่มีท่าทีปากเก่งเหมื อนก่อนหน้านี้ ทำให้แบงค์แอบขำอยู่ในใจ แล้วดลกับเพื่อนก็ไปเล่นสนุกฯที่โต๊ะว่างทันที

 

“งั้นเดี๋ยวกูขอแยกไปก่อน จะพาน้องเค้าไปส่งบ้าน” ปอมพูดถึงผู้หญิงในอ้อมแขนตนเอง

 

“ขับรถดีๆนะพี่” แบงค์พูดขึ้น ปอมหันมาพยักหน้าให้ไผ่ ไผ่ก็พยักหน้ากลับ ก่อนที่ปอมจะเดินออกไป

“ทำไมเลิกเล่นเร็วจังพี่ไผ่ ยังไม่หมดชั่วโมงเลย” แบงค์ถามขึ้น ไผ่กำลังกดมือถือคุยไลน์กับคนรักของตัวเอง เมื่อหญิงสาวไลน์มาบอกว่าถึงห้องพักแล้ว และกำลังจะอาบน้ำนอน ไผ่ก็เลยบอกให้หญิงสาวนอนพักผ่อน

 

“ไอ้มอสเดินไปบอกกูว่าพวกไอ้ดลมาหาเรื่องมึง ไอ้ปอมมันก็เลยได้โอกาสจะพาสาวไปฟันด้วย” ไผ่ตอบกลับ

 

“ไอ้มอสนี่รู้ดี” แบงค์พูดอย่างขำๆ มองไปที่กลุ่มของดล ก็ไม่มีเสียงแซวใครหรือกวนใครอีกเลย นอกจากคุยเล่นกันเอง แบงค์รู้ดีว่าเป็นเพราะไผ่นั่งอยู่กับเขาด้วย

 

“ไอ้ดลมันมีปัญหาอะไรกับมึงนักวะ กูเห็นเจอกันก็กวนตีนกันตลอด” ไผ่ถามขึ้นไม่ดังมากนัก

 

“ก็ตั้งแต่สมัยเรียนแล้วไหมล่ะพี่ไผ่ สาวที่มันจีบดันมาชอบผม ผมก็ไม่รู้ก็คุยกับเค้า มันก็หาว่าผมมาแย่งผู้หญิงของมัน บ้าบอ ผมแค่คุยเฉยๆเท่านั้นเอง” แบงค์บ่นกลับไป

 

“กูถึงให้มึงระวังเรื่องพวกนี้ไง คุยกับคนอื่นไปทั่ว” ไผ่ดุกลับมา

 

“ก็ผมโสดนี่ ใครจะเหมือนพี่ล่ะ รักเดียวใจเดียว ขนาดมีสาวมาให้ท่าก็ยังไม่เอาเลย” แบงค์แซวไผ่กลับไป เพราะถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ไผ่จะเจ้าชู้ แต่ถ้าไผ่คบกับใคร เขาก็คบแค่คนเดียว กับปิ่นแฟนสาว ก็ทำให้เพื่อนอึ้งกันอยู่เหมือนกันที่คบกันมาได้นาน 2 ปี

 

“กูไม่ใช่เด็กๆที่จะมาล้อเล่นกับเรื่องความรักแล้วนะ อายุกูก็ขนาดนี้แล้ว ใครจะไปมีลูกทันใช้เหมือนมึงล่ะ” ไผ่แซวกลับมา ซึ่งแบงค์ก็ไม่ได้เคืองอะไร เพราะเขาเองก็รู้ตัวว่าตนเองพลาดเอง แต่มันก็เป็นการพลาดที่ทำให้เขาได้ลูกสาวที่น่ารักมา 1 คน

 

“แล้วนี่พี่จะกลับไปที่ร้านรึเปล่า” แบงค์ถามกลับไป

 

“ไม่ล่ะ นอนบ้านมึงได้ไหมวะ ขี้เกียจขับรถกลับบ้านละ” ไผ่พูดขึ้น เขามานอนค้างบ้านของแบงค์อยู่บ่อยๆ แบงค์เองก็เคยไปนอนค้างบ้านของเขาด้วยเช่นเดียวกัน

 

“ไอ้นอนน่ะ นอนได้อยู่แล้ว แต่พี่ไม่ห่วงร้านบ้างเหรอ” แบงค์ถามกลับ

 

“เดี๋ยวให้พี่ยิ่งเค้าดูแลไป” แบงค์พูดถึงผู้จัดการร้านที่เขาไว้ใจ

 

“เดี๋ยวผมจะไปยุให้พี่ยิ่งยึดร้านพี่ไปเลย” แบงค์พูดขึ้น ไผ่ก็หัวเราะขำเบาๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมาหนักๆ พร้อมกับเอนตัวไปพิงพนักโซฟา แบงค์มองไผ่อย่างแปลกใจ

 

“พี่ไผ่ ช่วงนี้มีปัญหาอะไรรึเปล่า” แบงค์ถามขึ้น ด้วยความที่สนิทกันมาก เวลาที่อีกฝ่ายมีบางอย่างผิดปกติ ก็จะรับรู้และรู้สึกได้ในทันที

 

“นิดหน่อย” ไผ่ตอบกลับ

 

“อะไรเหรอพี่” แบงค์ถามด้วยความเป็นห่วง

 

“เรื่องของปิ่นนี่แหละ” ไผ่บอกออกมาด้วยน้ำเสียงปกติ แบงค์ก็เลิกคิ้วเล็กน้อย

 

“พักหลังๆมานี่ ปิ่นไม่ค่อยได้กลับมาที่บ้าน กูโทรหาก็บอกว่าบริษัทมีโปรเจคใหญ่เข้ามา เลยต้องไปทำงานวันหยุดด้วย” ไผ่เล่าออกมา

 

“จริงๆ กูก็ไม่อยากคิดอะไร แต่ไม่รู้ทำไม กูรู้สึกเหมือนปิ่นมีอะไรปิดบังกู กูก็ไม่อยากเซ้าซี้ถามมาก เดี๋ยวจะหาว่ากูไม่ไว้ใจ” ไผ่บ่นออกมา

 

“พี่ปิ่นก็คงงานยุ่งจริงๆนั่นแหละพี่ แต่เขาก็ยังรับสายพี่ตลอดใช่ไหมล่ะ” แบงค์ถามกลับ ไผ่ก็พยักหน้ารับ

 

“งั้นก็ไม่มีอะไรหรอก” แบงค์พูดปลอบ

“อืม กูคงคิดมากไปเอง” ไผ่ตอบกลับมา ก่อนที่ทั้งสองจะนั่งคุยกันเรื่องอื่นๆไปเรื่อยๆ พอโต๊ะไหน ห้องไหนหมดชั่วโมง แบงค์ก็ให้มอสเดินไปแจ้งลูกค้า กลุ่มของดลเองเมื่อหมดชั่วโมงก็พากันออกไป โดยไม่ได้พูดอะไรกับแบงค์อีก ร้านของแบงค์จะเปิดถึง ตี 2 ถึงจะปิด ไผ่ก็นั่งเล่นรอและช่วยแบงค์ปิดร้าน

 

“เดี๋ยวเอารถเข้าไปจอดในบ้านผมก่อนนะพี่ จอดข้างนอกอันตราย” แบงค์พูดขึ้น เพราะไผ่จอดไว้ที่ลานจอดหน้าร้าน ถัดจากร้านไปก็จะเป็นเขตบ้านของแบงค์ ที่มีประตูรั้วกั้น แบงค์เดินออกจากทางด้านหลังร้าน เพื่อเข้าไปในเขตบ้านตัวเอง แล้วเดินไปเปิดประตูรั้วให้ไผ่ขับรถเข้ามาจอด

 

“เข้าไปหาอิงฟ้าแป๊บหนึ่งได้ไหมวะ” ไผ่ถามเสียงไม่ดังมากนัก เมื่อเดินเข้ามาในบ้านของแบงค์ที่เป็นบ้านสองชั้น ชั้นบนจะเป็นห้องของแบงค์กับห้องของอิงฟ้า ส่วนพ่อแม่ของแบงค์นอนที่ห้องชั้นล่าง เพราะไม่อยากเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ

 

“ไม่ต้องเลย พี่จะไปกวนให้ลูกผมตื่นน่ะสิ” แบงค์บ่นออกมา ไผ่ก็หัวเราะขำ

 

“นิดเดียวเอง อยากหอมแก้มหลาน ไม่เจอกันตั้ง 3 วัน” ไผ่บอกออกมาอีก เขาเองก็รักและเอ็นดูอิงฟ้าเหมือนลูกเหมือนหลานของเขาเหมือนกัน ตอนที่รู้ว่าแบงค์พลาดทำผู้หญิงท้อง เขาก็โกรธเหมือนกัน ที่น้องชายตนเองทำอะไรไม่รู้จักป้องกันให้ดี แต่เมื่อมีแล้ว เขาก็คอยมาดูแลและช่วยเหลือ ตอนที่แม่ของอิงฟ้าเลิกกับแบงค์ไป ไผ่ก็เป็นคนที่ช่วยปลอบไม่ให้แบงค์คิดมาก

 

“งั้นก็เบาๆนะ ถ้าอิงฟ้าตื่นมางอแง พี่ต้องรับผิดชอบกล่อมลูกผมนอนด้วย” แบงค์ต่อรองออกมา ไผ่พยักหน้ารับ ก่อนที่จะค่อยๆพาไผ่ไปที่ห้องของอิงฟ้า ภายในห้องมีแสงไฟสลัวจากหลอดไฟหรี่ที่แบงค์เปิดไว้ ไผ่ค่อยๆเดินไปที่เตียงของหลานสาว แล้วยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าหลานสาวนอนตะแคงข้างจนแก้มยู่ ไผ่เลยค่อยๆก้มลงไปหอมแก้มเบาๆ แล้วผละออกมา ไผ่นั่งมองอิงฟ้ายิ้มๆ เขาเป็นคนที่รักเด็กมากคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้ามีลูก เขาก็อยากได้ลูกที่น่ารัก ว่านอนสอนง่ายแบบอิงฟ้า

 

//ไปนอนเหอะพี่ไผ่// แบงค์สะกิดไผ่แล้วพูดเบาๆ ไผ่พยักหน้ารับ ก่อนจะลุกตามแบงค์ออกไปจากห้องของหลานสาว และตรงไปที่ห้องนอนของแบงค์ทันที

“เสื้อผ้าพี่ยังมีอยู่ในตู้ผมนะ” แบงค์พูดขึ้น เพราะไผ่มานอนค้างบ่อย จึงมีทิ้งเสื้อผ้าไว้ที่นี่บ้าง แล้วทั้งสองก็สลับกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และพากันเข้านอนเหมือนทุกครั้งที่นอนค้างด้วยกัน

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ไฟล์ที่ลงให้อ่านเป็นไฟล์ดิบที่ยังไม่ได้ตรวจอักษรนะคะ  

ยอนิมเอามาลงให้อ่านก่อน ส่วนในหนังสือทาง สนพ. ตรวจให้แล้วจ้า 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น