ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 8 ประทับตราความกล้าหาญ 20%

ชื่อตอน : บทที่ 8 ประทับตราความกล้าหาญ 20%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 847

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2564 06:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 ประทับตราความกล้าหาญ 20%
แบบอักษร

บทที่  8  ประทับตราความกล้าหาญ 20 %  

 

 

ขอบคุณนะค้า พี่แทนแสนดี 1000++ โหลดแล้วจ้า ^/\^ 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 8  ประทับตราความกล้าหาญ 

ตกค่ำที่คอนโดฯ ของสิปปกร 

ชายหนุ่มผู้หลงรักเด็กน้อยไปเต็มหัวใจ กำลังสอนให้แม่ตัวเล็กหัดเขียนกอไก่ด้วยแบบฝึกหัดที่เขาซื้อหามา ส่วนแม่ของแกนั้น กำลังเดินกลับไปกลับมาอยู่ข้างโซฟาที่พวกเขานั่งอยู่ และพอหล่อนเริ่มบ่นพึมพำ รบกวนสมาธิของเรนนี่ เขาก็อดที่จะเอ็ดอึงมิได้ 

“ถ้ากลัวว่าเขาจะไม่คืน เธอก็ควรโทรไปทวงนะ” แนะหล่อนด้วยหวังดี ก็บอกแล้วว่าอย่าโง่ให้ผู้ชายยืมเงิน หล่อนคงได้คืนหรอก 

“ไม่เอา ไม่โทร เดี๋ยวเขาก็โอนมาน่า”  

“ฝันเฟื่องเถอะโรส” 

ณัฐนรียกมือเท้าสะเอว หน้านิ่วคิ้วขมวดเพราะสิปปกรไม่เข้าข้าง 

“คืนนี้กินอาหารว่างดีไหม จานเปล่าไง คุณทำให้ฉันไม่มีอารมณ์ทำกับข้าว” 

“โอเค ฉันจะไม่พูดอะไรแล้ว” 

“ขอให้จริงเถอะ!” บ่นว่าแล้วหันหน้าเข้าครัว จุ่มทัพพีลงหม้อแกงได้ไม่ถึงห้าวิฯ ก็เหลือบมองสมาร์ตโฟนที่วางอยู่ห่างออกไป ยังไม่มีข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารว่าเงินเข้า หน้าจอยังว่างเปล่า “บอกว่าจะคืนวันนี้ไงเล่า โอนมาสิพี่ตุลย์ ขอร้อง อย่าโกงกันนะ อย่าโกงโรสนะพี่ตุลย์” 

หนักเข้าณัฐนรีก็เริ่มภาวนา สิปปกรเห็นแล้วก็ขำ ถ้ามันลำบากขนาดนั้นจะให้นายนั่นยืมไปทำไม  

ครืดๆ 

เสียงสมาร์ตโฟนสั่นครืดๆ ติดกันสองหน ณัฐนรีแทบกรี๊ด เงินสองแสนบาทถูกโอนเข้ามา จำนวนเงินนั้นโชว์อยู่หน้าจอมือถือ เธอรีบหยิบสมาร์ตโฟนออกมาจากห้องครัว เอาหน้าจอไปจ่อตรงหน้าให้สิปปกรเห็นชัดๆ 

“บอกแล้วว่าเขาต้องคืน เชื่อสิ!” 

“เธอแค่โชคดี เขาแค่อ่อยให้เธอตายใจ รอดูต่อไปสิ ยืมครั้งนี้ได้ เดี๋ยวก็มีครั้งต่อๆ ไป และเธอก็ต้องมาเต้นแร้งเต้นกาเพราะกลัวว่าเขาจะไม่คืนเงิน” 

“ไม่มีทางหรอก รอบนี้เขาก็แค่ยืมฉุกเฉินละน่า” 

“แล้วแต่ รอดูต่อไปก็แล้วกัน” 

ณัฐนรีเบะปากใส่สิปปกร ก่อนจะหันหลังเข้าครัวแล้วเริ่มทำมื้อค่ำอย่างมีความสุข เงินมาอยู่ในบัญชีแล้ว ปลอดภัย หัวใจที่สั่นคลอนไปหลายวันด้วยความกลัว บัดนี้ได้กลับมาอยู่ในที่ทางของมันเรียบร้อยแล้ว 

สิปปกรส่ายหัวให้ณัฐนรี นี่เป็นบทเรียนละนะ หวังว่าคราวหน้า หล่อนจะคิดได้ว่าควรให้ใครยืมเงินง่ายๆ หรือเปล่า แล้วเอ่อ...รอยแผลที่ใต้คางนั่นน่ะ ไปได้มาได้อย่างไร คงไม่ใช่ว่าเจอลูกค้าซาดิสม์ใช่ไหม  

โอ...ให้ตายสิ! ความคิดอย่างนี้นี่เหมือนว่ากำลังห่วงหล่อนอย่างไรอย่างนั้น ไม่เอาสิสิปปกร แกจะห่วงแม่ตัวแสบนี่เพื่อ!? 

วงมื้อค่ำมื้อเล็กๆ เกิดขึ้นในเวลาถัดมา รสมือของณัฐนรียังถูกปากสิปปกรเสมอ หล่อนไม่ได้มีอาหารวิเศษเลิศเลอ หล่อนมีเพียงความตั้งใจ เขาไม่รู้ว่าตัวเองเสพติดบรรยากาศแบบนี้ตั้งเมื่อไหร่ แต่ตอนที่โทรทัศน์ถูกเปิดทิ้งไว้ แล้วสมาชิกในบ้านแย่งกันตักกับข้าว แย่งกันเจรจานั้นช่างเพลิดเพลิน เหมือนว่าคอนโดฯ เล็กๆ แห่งนี้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหัวเราะของเรนนี่ช่างมีพลัง เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นี่คือทุกสิ่งทุกอย่างของเขาที่สวรรค์ประทานมาให้อย่างแท้จริง 

“ร้ากนะค้า” เด็กน้อยเอ่ยเสียงดังฟังชัดแล้วตักตับผัดขิงให้ลุงบอสคนดี 

ณัฐนรีกลั้นขำ ถ้าทำเมนูขิงขึ้นโต๊ะแล้วทรมานเขาได้สักนิดหน่อย เธอก็จะมีขิงติดตู้เย็นไว้ทั้งชาติเลย แต่โอ๊ะ!? บ้าจริง! เธอไม่อยู่ที่นี่ไปตลอดชาติหรอกน่า! 

“พอแล้วจ้า ลุงบอสแน่นท้องไปหมดแล้ว” สารภาพกับเด็กน้อย 

“อีกคำนะค้า อีกคำ”  

ยามเด็กหญิงรบเร้า ลุงบอสก็ได้ตักผัดตับเข้าปากอีกคำ ไม่มีกลิ่นคาวตับให้ราคาญใจ แต่กลิ่นขิงนั้นไซร้ตีขึ้นจมูกทะลุออกรูหูทีเดียว 

“เรนนี่กินข้าวให้เสร็จไวๆ เถอะจ้ะ จะไปได้รีบไปแปรงฟันนะคะ” ณัฐนรีสั่งความ 

“ค่า” เด็กน้อยรับคำอย่างว่าง่าย ตั้งหน้าตั้งตากินมื้อค่ำในจานของตัวเอง ไม่ใส่ใจบทสนทนาของพวกผู้ใหญ่อีก 

“ดูคุณรักเด็กดีนะ คุณเป็นลูกคนเดียวหรือเปล่า” 

“เปล่า ฉันมีน้องสาวฝาแฝด” 

“หือ? ฝาแฝดเหรอ” 

“อือฮึ ดีนะที่เธอไม่ได้เลี้ยงเด็กแฝด” 

“คนเดียวก็เหนื่อยแล้ว ไม่ต้องแฝดหรอกน่า”  

“แล้วเธอล่ะ ไม่มีพี่น้องเหรอ” 

“ตอนนี้ฉันมีแค่เรนนี่”  

เขามุ่นคิ้วเมื่อได้ฟังคำตอบ หล่อนตอบไม่ตรงคำถามนะ แต่ถ้าหล่อนไม่อยากพูดถึงก็ช่างเถอะ ใช่ว่าเขาจะอยากรู้มากมายนี่นา 

“ได้โรงเรียนให้เรนนี่หรือยัง” 

“ยัง” 

“รีบหน่อยสิ เงินค่าเทอมก็ได้คืนมาแล้วนี่” 

“อย่ามาประชดได้ไหม!” 

เขายกยิ้มมุมปาก ได้ยินเสียงแวดๆ ของหล่อนแล้วครึกครื้นเหลือเกิน 

“ฉันแค่พูดความจริง เนอะเรนนี่เนอะ” หาพวกเป็นเด็กน้อยแก้มป่อง เด็กน้อยก็ยิ้มร่าทั้งพยักหน้าหงึกๆ ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกผู้ใหญ่ใช้เป็นเครื่องมือเพื่อเอาชนะกัน สิปปกรชูกำปั้นไว้รอท่าเรนนี่ เรนนี่ก็ช่างรู้ความ รีบชูกำปั้นมาชกกันเบาๆ อย่างคนที่อยู่ทีมเดียวกัน 

 

ณัฐนรีเห็นอย่างนั้นก็หมั่นไส้เหลือกำลัง การเอาเด็กไปเป็นพวกคืองานถนัดของสิปปกรสินะ เชิญเถอะ ให้เขาเสพความสุขนี่เสียให้พอ เวลาที่เขาเผชิญความเจ็บปวด มันจะได้ไม่หนักหนาเกินไป เฮ้อ...นี่เธอเป็นห่วงสิปปกรหรือ ไม่จริง! 

 

 

 

 

 

 

 

 *******รีไรรอบเดียว มีคำผิดแจ้งได้นะคะ ^^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว