ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 12.เสียของรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 213

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2564 04:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12.เสียของรัก
แบบอักษร

เมืองหลันหลิน

ฤดูหนาวปีนี้ มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะเรื่องภัยหนาวที่รุนแรงมาก ๆ ทำเอาชาวบ้านในพื้นที่ในพิภพไท่หยางตอนกลางขึ้นไปถึงตอนบนต่างโดนภัยหนาวเล่นงานกันถ้วนหน้า และที่แคว้นเป่ยเว่ยทางตอนเหนือนั้นโดนเล่นงานหนักสุดเพราะเป็นแคว้นที่อยู่เหนือสุดขอพิภพไท่หยางนั่นเอง

เมืองหลันหลินนั้นผ่านภัยหนาวครั้งนี้มาได้อย่างหวุดหวิดโดยที่ได้ทางราชสำนักเทียนสุ่ยยื่นมาเข้ามาช่วย แต่ทั้งหมดก็ต้องยกความดีความชอบให้ท่านหานชงที่ได้ถวายฎีกาต่ออานอ๋อง จนทางราชสำนักเทียนสุ่ยได้ส่งผู้แทนพระองค์มาตรวจสอบการทุจริตในเมืองหลันหลิน และชาวเมืองหลันหลินก็ได้รอดภัยหนาวมาได้

 

จวนตระกูลหาน

เหย่ซวินได้มาหาเหย่เตี๋ยที่ด้านหน้าจวนตระกูลหาน และได้เจอกับฮุ่ยหรงที่กำลังกวาดเศษใบไม้ที่ร่วงจากต้นอยู่หน้าจวนพอดี...

“สวัสดีเหย่ซวินมาหาพี่เหย่เตี๋ยเช่นนั้นหรือ?” ฮุ่ยหรงได้กล่าวทักทายเหย่ซวินออกไป

“สวัสดีฮุ่ยหรง ข้ามาหาพี่เหย่เตี๋ยน่ะ... พอดีมีธุระฝากเจ้าช่วยเข้าไปตามพี่เหย่เตี๋ยให้มาพบข้าหน่อยได้ไหม?” เหย่ซวินได้ทักทายฮุ่ยหรงและได้ไหว้วานให้ช่วยเข้าไปตามเหย่เตี๋ยออกมาให้

“ได้ ๆ เช่นนั้นเจ้าก็รอสักครู่นะ ข้าจะรีบไปตามพี่เหย่เตี๋ยออกมาพบเจ้าเดี๋ยวนี้แหละ” ฮุ่ยหรงตอบออกมาพร้อมยิ้ม จากนั้นก็ได้วางไม้กวาดของตัวเองพิงกำแพงเอาไว้

“รบกวนเจ้าด้วยนะ” เหย่ซวินได้บอกต่อฮุ่ยหรงออกไป ฝ่ายฮุ่ยหรงนั้นก็หันเข้าพยักหน้าให้ก่อนที่จะเดินเข้าไปในจวนตระกูลหานทันที สักพักใหญ่เหย่เตี๋ยก็ได้ออกมาจากประตูใหญ่จวนตระกูลหานพร้อมกับฮุ่ยหรง

“ขอบคุณเจ้ามากนะฮุ่ยหรง” เหย่ซวินได้กล่าวออกไปทันทีที่ฮุ่ยหรงพาเหย่เตี๋ยออกมาหน้าจวน

“อย่าได้เกรงใจอะไรข้าเลยนะ เรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ พี่เหย่เตี๋ยออกมาแล้วเจ้าก็คุยกับพี่เหย่ไป ส่วนข้าจะขอตัวไปกวาดใบไม้ต่อให้เสร็จเสียก่อน” ฮุ่ยหรงได้เอ่ยขึ้น จากนั้นก็ไปจับไม้กวาดที่วางเอาไว้ตรงกำแพงกวาดใบไม้ทำงานของตนต่อในทันที

“อาซวินมีอะไรหรือทำไมถึงให้ฮุ่ยหรงเข้าไปเรียกข้าได้ เจ้าก็รู้มิใช่หรือว่า...นี่มันเวลางานของข้าน่ะ?” เหย่เตี๋ยได้ถามกึ่งดุญาติผู้น้องออกไปทันที เพราะไม่อยากให้คนในตระกูลหานเข้าใจผิดคิดว่าตนนั้นกำลังแอบอู้งานอยู่

“คือว่าอาการของท่านป้าขอรับพี่เตี๋ย...” เหย่ซวินได้พยายามจะพูดขึ้น แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้พูดให้จบประโยค เหย่เตี๋ยก็ได้ถามตัดบทขึ้นมาก่อน

“อาซวิน ท่านแม่...ของข้าเป็นอะไรเจ้ารีบบอกข้ามาสิ!” เหย่เตี๋ยได้รีบถามกลับออกไปทันที ซึ่งทางเหย่ซวินก็มีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

“ค... ค...คือว่า...อาการป่วยของท่านป้าน่ะขอรับ มิได้ทุเลาลงเลยแม้แต่น้อยขอรับ และหลังจากหมดหนาวมานี่ข้ารู้สึกว่า... อาการของท่านป้านั้นดูเหมือนจะแย่ลงไปเรื่อย ๆ ขอรับพี่เตี๋ย” เหย่ซวินตัดสินใจเอ่ยบอกเหย่เตี๋ยออกไปทันทีด้วยความลำบากใจ

“ตั้งแต่หมดหนาวเลยหรืออาซวิน แล้วเหตุใดเจ้าจึงมิรีบบอกข้ามาตั้งแต่ตอนนั้นล่ะอาซวิน?” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัยทันที เพราะมันก็ผ่านมาจะได้เป็นเดือน

“ก็ท่านป้านั่นแหละ ที่เป็นผู้สั่งให้ข้าปิดปากเงียบในเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ข้าว่า...อาการท่านป้าหนักมาก ข้าเลยเลือกที่จะบอกท่านดีกว่าขอรับ” อ้ายซวินได้เอ่ยขึ้นด้วยความหนุกใจเพราะด้านนึงก็ท่านป้าส่วนอีกด้านนึงก็เหย่เตี๋ย ขณะที่พูดออกมาก็ทำท่าเหมือนจะร้องให้ด้วย...

“เอาล่ะอย่าร้องไห้ออกมานะ ข้าเองก็ใช่ว่าจะมิเข้าใจในเรื่องนี้ ก็ยังดีที่เจ้ามีปกปิดข้าไปตลอด ยังมาแจ้งความจริงให้ข้าได้รู้ ถึงจะช้้าแต่ก็ยังไม่สาย” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกมาพร้อมยิ้มให้เหย่ซวินออกไป เพราะไม่อยากจะให้เหย่ซวินต้องคิดมาก และนี่ก็ไม่ใช่ความผิดของเหย่ซวินด้วยแม้แต่น้อย...

“แล้วท่านมิโกรธข้าหรือขอรับพี่เตี๋ยทราข้าบอกท่านช้าไปแบบนี้?” เหย่ซวินได้ถามย้ำออกไปอีกครั้งเพื่อความสบาย

“ข้าจะโกรธเจ้าได้เช่นไรกันล่ะ ในเมื่อท้ายที่สุดนั้น เจ้าก็ได้มาบอกข้าตามความจริงแบบนี้”. เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นมาพร้อมเอามือตบบ่าญาติผู้น้องเบา ๆ ไปสองสามที

“ขอบคุณพี่เตี๋ยมาก ๆ ขอรับที่มิโกรธข้า” เหย่ซวินได้เอ่ยออกมาพร้อมยิ้มอย่างโล่งใจ เหย่เตี๋ยจึงได้พยักหน้าออกไปแทนคำตอบ

“เจ้ารอข้าที่หน้าจวนตรงนี้ก่อนนะ ข้าจะเข้าไปแจ้งต่อฮูหยินใหญ่ก่อนแล้วจะรีบกลับออกมาหาเจ้า” เยว่เตี๋ยเอ่ยออกมาก่อนที่จะกลับเข้าไปในจวนเพื่อไปขออนุญาตฮูหยินใหญ่กลับบ้านที่ชานเมืองหลันหลินทุกเย็น ฮูหยินใหญ่นั้นใจดีอนุญาตให้ทำเช่นนั้นได้ และให้เดินทางด้วยเกวียนเวทย์ของจวนตระกูลหานไปรับส่งเหย่เตี๋ยที่บ้านในระยะนี้ด้วย...

ฮุ่ยหรงนั้นรับหน้าที่ในไปรับไปส่งเหย่เตี๋ยที่บ้านชานเมืองทุก ๆ เช้าเย็นในระยะนี้ วันนี้เหย่เตี๋ยจึงขอทำงานครึ่งวันเพื่อช่วงบ่ายจะขอไปดู อาการของท่านแม่ของตังเอง ทางฮูหยินใหญ่ก็อนุญาตทันที เหย่เตี๋ยจึงได้กลับบ้านชานเมืองไปพร้อม ๆ กับฮุ่ยหรง โดยใช้เกวียนเวทย์ตระกูลหานทันที

 

บ้านตระกูลเมิ่ง

เกวียนเวทย์ตระกูลหานได้ขับมาส่งเหย่เตี๋ยที่บ้านชานเมืองทันที พอถึงบ้านเหย่เตี๋ยก็รีบลงจากเกวียนเวทย์และกำลังจะวิ่งเข้าบ้านไปหาท่านแม่

“พี่เหย่เตี๋ยพรุ่งนี้ข้าจะมาถึงที่นี่เพื่อรับท่านไปทำงานก่อนยามเฉิน(7โมงเช้า)นิดหน่อยนะขอรับ” ฮุ่ยหรงได้นัดแนะเวลากับเหย่เตี๋ยออกไปก่อน เหย่เตี๋ยรีบพยักหน้า

“พรุ่งนี้รบกวนเจ้าด้วยนะฮุ่ยหรง” เหย่เตี๋ยได้จอบตกลงออกไปทันที ฮุ่ยหรงก็พยักหน้าตอบรับเช่นเดียวกัน

“เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะขอรับ แล้วเจอกันวันพรุ่งนี้ตอนเช้าขอรับ” ฮุ่ยหรงได้ขอตัวกลับจวนตระกูลหานเนื่องจากยังมีงานอีกมากมายที่ต้องทำ เหย่เตี๋ยก็ได้แต่พยักหน้า เมื่อเกวียนเวทย์ขับออกไป เหยาเตี๋ยก็รีบเข้าไปในบ้านของตนทันที ซึ่งในตอนนี้มีเหย่เซียวเท่านั้นที่นั่งเฝ้าอาการของท่านแม่ของเหย่เตี๋ยอยู่อย่างใกล้ชิด...

“ท่านแม่... ท่านแม่... ท่านแม่ต้องมิเป็นอะไรนะขอรับ ฮือ ๆ ๆ ” เหย่เตี๋ยร้องเข้าไปในบ้านก็ร้องไห้ขึ้นเสียงดังทันที เมื่อเห็นอาการของผู้เป็นแม่อ่อนระโหยโรยแรงลงอย่างฉับพลันแบบไม่ทราบสาเหตุด้วย เพราะหมอที่มาตรวจอาการให้นั้นก็หาสาเหตุของการล้มป่วยฉับพลันในครั้งนี้ไม่ได้เช่นกัน...

“เตี๋ยเอ๋อ ใช่เตี๋ยเอ๋อของแม่หรือไม่?” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยของเหย่เตี๋ยถามขึ้นน้ำเสียงที่ค่อนข้างเบาและมีความโรยแรงอย่างชัดเจน

“ใช่แล้วขอรับท่านแม่เป็นเป็นข้าเองขอรับ ฮือ ๆ ๆ ” เหย่เตี๋ยได้ตอบท่านแม่ของเขาไปทันที พร้อมกับยังร้องไห้อยู่ด้วย

“อย่าร้องเลยนะลูกแม่ เจ้าน่ะโตแล้วจะมาทำตัวขี้แย แบบเด็กเล็กเช่นนี้มิได้นะ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกลูกชายผู้เป็นชิงออกไป พร้อมเอามือไปเช็ดน้ำตาให้เหย่เตี๋ยด้วยความอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก เหย๋เตี๋ยรีบจับมือของแม่ตัวเองมาทาบที่แก้มทันที

“ท่านแม่ ท่านสัญญากับข้ามาสิขอรับท่านแม่ ว่าท่านจะอยู่กับข้า ต่อไป... ฮือ ๆ ๆ ” เหย่เตี๋ยร้องไห้ไปพูดไป เหมือนคนใจจะขาด ตอนนี้เหยาเตี๋ยไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เพราะท่านแม่ของเหย่เตี๋ยนั้น มีอาการทรุดลงไวเกินไป เกินที่เหย่เตี๋ยจะทำใจได้ทัน

“มิเอาน่า โตแล้วมิร้องไห้ออกมานะเตี๋ยเอ๋อ... ดูเซียวเอ๋อสิอายุน้อยกว่าเจ้าแต่มอร้องไห้เลยนะ แค้ก ๆ ๆ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับไอออกมาด้วย ทำเอาเหย่เตี๋ยยิ่งใจไม่ดีมากกว่าเดิมอีก

“ก็ข้ายังมิอยากโตนี่ขอรับ ข้าอยากอยู่กับท่านแม่ตลอดไป” เหย่เตี๋ยยังดื้อรั้นเถียงออกไปเท่าที่จะเถียงได้ ท่านแม่ของเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับส่ายหน้าเบา ๆ

“ข้าต้มยาเสร็จแล้วขอรับพี่เตี๋ย ท่านเอาให้ท่านป้ากินก่อนนะขอรับ” เหย่ซวินถือถ้วยยาที่ต้มเสร็จแล้วมาจากครัวพร้อมกับยื่นถ้วยยาให้เหย่เตี๋ยไป

“ท่านแม่ ท่านกินยาก่อนยาก่อนนะขอรับแล้วค่อยพูดต่อ ยาร้อน ๆ ให้สรรพคุณดีขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้น พร้อมประคองท่านแม่ของตัวเิงกินยา ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยก็ยอมกินยาอย่างว่าง่าย ก่อนที่จะพูดขึ้นมาต่อหลังกินยาเสร็จแล้ว

“ชั่วชีวิตของแม่นั้นดีใจมากนะเตี๋ยเอ๋อ ที่มีเจ้ามาเป็นลูก เสียดายก็เพียง... เพียง... อย่างเดียว” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้พูดขึ้นต่อ แต่ก็ยังไม่ได้พูดจบประโยคเสียงก็ขาดหายไป

“ท่านแม่ ท่านเสียดายเรื่องอะไรหรือขอรับ? หากว่าข้าทำให้ท่านได้ ข้าจะรีบทำให้ท่านในทันที” เหย่เตี๋ยรีบเอ่ยออกไปทันที เพราะเห็นว่าท่านแม่ของตนนั้นพูดออกมาราวกับว่าเหมือนจะยังต้องการอะไรสักอย่างอยู่

“ข้าก็แค่เสียใจที่จะมิได้เห็นเจ้าออกเรือน และอีกทั้งยังมิได้เลือกคู่หมั้นหมายที่ดีให้เจ้ายังไงล่ะ เตี๋ยเอ๋อ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มแห้ง ๆ โดยมีหลานชายทั้งสองคนที่นั่งอยู่ด้วยกันไม่ห่าง

“ท่านอย่าได้เสียใจเลยขอรับ ข้าสัญญาว่าข้าจะแต่งงานกับคนที่ท่านแม่เลือกให้อย่างแน่นอนขอรับ แต่ท่านแม่ต้องหายก่อนจะได้เลือกคน ๆ นั้นให้ข้ายังไงล่ะขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปทันที ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ ออกมาทันที

“ข้าย่อมรู้ตัวของข้าดีกว่าผู้อื่นนะ แค้ก ๆ ๆ ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ่นมาพร้อมไออีกครั้ง

“ท่านแม่ ท่านเองอย่าได้พูดออกมาเช่นนี้นะขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกท่านแม่ตัวเองออกไปจากนั้นท่านแม่ของเหย่เตี๋ยก็นำไข่หนอนไหมอสูรสีเขียวสดตัวนึงออกมาทันทีพร้อมหยดเลือดของตนใส่ แล้วยื่นให้เหย่เตี๋ยพอเหย่เตี๋ยรับมามันกลายเป็นปิ่นผีเสื้อมรกตอันเล็ก ๆ ทันที

“เตี๋ยเอ๋อจำเอาไว้... เมื่อมันพักตัวและกลายเป็นผีเสื้อมรกตเมื่อใด มันจะเลือกคู่ครองคนที่แม่อยากให้เจ้าแต่งงานด้วยนะ แค้ก ๆ ๆ" ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้สั่งเสียไปและอาการไอก็รุนแรงขึ้นด้วย นางรู้ตัวเองว่า...คงจะอยู่ต่อไม่ถึงพรุ่งนี้เข้าอย่างแน่นอนแต่ก็ดีใจได้เจอทุกคนอยู่รอบข้างตัวเองในเวลานี้...

“ซวินเอ๋อเจ้ามาหาป้าใกล้ ๆ หน่อยซิ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้น เหย่ซวินก็รีบกระเถิบเข้าไปหาท่านแม่ของเหย่เตี๋ยทันที

“ข้าอยู่ตรงนี้ขอรับท่านป้า” เหย่ซวินได้เอ่ยตอบพร้อมกุมมือท่านแม่ของเหย่เตี๋ยอีกข้างเอาไว้แน่นเช่นกัน

“ซวินเอ๋อ เจ้าเองน่ะก็เป็นเด็กดีเช่นกัน ไข่หนอนไหมอสูรตัวนี้ป้าให้เจ้านะ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้กล่าวต่อ พร้อมมอบไข่หนอนไหมอสูรสีแดงสดให้กับเหย่ซวินไปอีกคน พอเหย่ซวินได้รับไปแล้วมันก็กลายเป็นปิ่นผีเสื้อทับทิมอันเล็ก ๆ เช่นของเหย่เตี๋ยทันที

“ท่านป้าขอรับ ท่านอย่าได้พูดแบบนี้สิขอรับ ท่านทำข้าใจมิดีเลย ฮือ ๆ ๆ” เหย่ซวินเอ่ยขึ้นพร้อมร้องไห้ออกมาไม่ต่างจากเหย่เตี๋ย

“เด็กโง่... ข้าย่อมรู้ตัวข้าดี แค้ก ๆ ๆ ” เสียงไอของท่านแม่ของเหย่เตี๋ยเริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ แต่นางก็ไม่นอมพักผ่อน นางจับไปที่มือของเหย่ซวินที่มีปิ่นผีเสื้อทับทิมอยู่แล้วพูดขึ้นต่อทันที

“ซวินเอ๋อ ปิ่นผีเสื้อทับทิมของเจ้ามีเสี้ยววิญญาณของท่านพ่อและท่านแม่ของเจ้าอยู่จงรักษามันเอาไว้ให้ดีี ๆ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผีเสื้อทับทิมก็จะเลือกคู่ให้เจ้าเช่นกันนะ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นอย่างช้า ๆ เพราะเริ่มไร้เรี่ยวแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว

“ท่านแม่ ท่านพักก่อนนะขอรับ” เหย่เตี๋ยพยายามจะบอกให้ท่านแม่ของตัวเองได้พักผ่อน แต่นางยกมือห้ามลูกชายเอาไว้ แต่เหยาเตี๋ยไม่ยอม นางจึงได้ยอมนอนพักผ่อนแต่โดยดี การสนทนาอันแสนยาวนานเพราะท่านแม่ของเหย่เตี๋ยพูดได้ข้าลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ถึงเวลาเย็น

ทำให้พวกเหย่เตี๋ยนั้นพอมีเวลากินข้าว อายน้ำจัดการภารกิจส่วนตัวกัน และทุกคนก็ได้มานอนรวมกันเฝ้าท่านแม่ของเหย่เตี๋ย

 

 

ตกเวลากลางดึกของคืนนั้น

ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยก็ได้รู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง นางรู้ตัวแล้วว่า... จะฝืนต่อไปอีกไม่ไหว จึงต้องรีบสะสางเรื่องที่เหลือทั้งหมดให้เสร็จทันที

“เซียวเอ๋อ มาหาป้าที แค้ก ๆ ๆ ” ถึงนางจะเรียกหลานชายเบา ๆ แต่เสียงไอที่ดังของนางก็ทำให้เหย่เตี๋ยและเหย่ซวินตื่นขึ้นมาด้วย

“ท่านป้า ตื่นขึ้นมาทำไมขอรับ ทำไมมิพักผ่อนขอรับ?” เหย่เซียวเข้าไปหาท่านแม่ของเหย่เตี๋ยและกุมมือเอาไว้เช่นกัน

“นั่นสิขอรับท่านแม่ ท่านควรพักตามที่อาเสียวว่ามานะขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นเพื่อสนับสนุนคำพูดที่เหย่เซียวคุยกับท่านแม่ของเขาออกไปเช่นกัน

“เตี๋ยเอ๋อ เจ้าอย่าขัดแม่ อยากให้แม่นอนตายตามิหลับหรือเช่นไรกัน?” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยถามลูกชายตัวเองออกไปด้วยน้ำเสียงที่มีอยน้อยนิด ทำเอาเหย่เตี๋ยพูดอะไรไม่ออกเลยทันที จึงได้ปล่อยเลยตามเลยเท่านั้น

“เซียวเอ๋อ เจ้าฟังป้านะลูก เจ้าน่ะเกิดมาชาย จากนี้ต่อไปตระกูลเมิ่งจะต้องฝากเจ้าแล้วนะ...” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยหันไปทางหลานชายคนเดียวของตระกูลที่เหลืออยู่แล้วสั่งเสียออกไปด้วยที่โรยแรง

“ฮือ ๆ ๆ ท่านป้า ท่านมิต้องเป็นห่วงตระกูลเมิ่งของเรานะรับ ข้าสัญญาว่า...จะสืบทอดตระกูลเมิ่งของเราต่อไปเองขอรับ ฮือ ๆ ๆ ” เด็กน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมร้องไห้ออกมา

“ข้าแต่งตั้งเมิ่งเหย่เซียว ผู้น้ำตระกูลเมิ่งรุ่นต่อไป... แค้ก ๆ ๆ ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยพูดเสร็จก็ไอขึ้นมาอีกครั้ง จากนั้นก็เอามือไปแตะที่หน้าผากหลานชายทันที ปรากฏเป็นแสงสว่างจ้าที่หน้าผากเด็กน้อยก่อนจะหายไป

“ข้าได้เวลาพักยาวแล้วสินะ!?” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยพรึมพรำออกไปคนเดียว

‘มู่ลวี่เฟิ่ง หากเจ้าจะกลับสู่ธรรมชาติก็แล้วแต่เจ้านะ แต่หากจะอยู่กับเหย่เตี๋ยต่อไปก็จงเอาความรู้ทั้งหมดที่มีสอนให้ลูกของข้าด้วย’ ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้คุยกับอารักษ์ตัวเดียวที่นางมีอยู่

‘ท่านก็พูดราวกับว่า...สามารถข้าเลือกได้ยังงั้นแหละ? ถ้าจะฝากลูกชายก็บอกมาตรง ๆ เสี่ยวเตี๋ยเองนั้นข้าเห็นมาตั้งแต่เด็กแล้ว หากท่านอยากให้ไปอยู่กับเขา... ข้าก็มิขัด’ มู่ลวี่เฟิ่งได้เอ่ยบอกเจ้านายออกไป ซึ่งถือเป็นการรับปากเจ้าของตัวเองครั้งสุดท้ายด้วย

‘ข้าขอฝากลูกของข้าด้วยนะมู่ลวี่เฟิ่ง’ ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยส่งสัมผัสจิตสุดท้ายให้อารักษ์ไป ก่อนที่จะมีแสงสีเขียว ๆ ส่งถ่ายจากตัวของท่านแม่ของเหย่เตี๋ยสู่ตัวของเหย่เตี๋ยในทันที

“เตี๋ยเอ๋อ ซวินเอ๋อ เซียวเอ๋อ รักษาตัวให้ดีนะทุก ๆ คน แค้ก ๆ ๆ ” ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง

“ท่านพี่ ข้าจะไปท่านแล้วนะ!!” พอแสงสีเขียวทั้งหมดที่ถ่ายทอดมาสู่ตัวของเหย่เตี๋ยและถูกเหย่เตี๋ยดูดเข้าไปในร่างกายจนหมดแล้ว ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยก็ได้สิ้นลมลงในทันที ทุกคนต่างร้องไห้... จนถึงตอนเช้าเลย

 

ฮุ่ยหรงที่มารับเหย่เตี๋ยไปทำงานในตอนเช้า ไม่เห็นเหย่เตี๋ยออกมาจากบ้าน จึงได้เดินเข้าเรียกเหย่เตี๋ยภายในบ้าน แต่ก็ได้ยินแต่เสียงร้องไห้กัน ฮุ่ยหรงจึงรีบวิ่งเข้าไปดูทันที และรู้ว่าท่านแม่ของเหย่เตี๋ยได้เสียไปแล้ว...

ฮุ่ยหรงที่อยู่ตรงหน้าประตูนั้นได้แต่เงียบพูดอะไรไม่ออก มันเหมือนราวกับว่าทุกอย่างมีแต่ความเศร้าไปหมด และคนบ้านตระกูลเมิ่งตอนนี้ก็เหมือนมีหินก้อนใหญ่มาทับทุกคนในบ้านอยู่ก็ไม่ปาน...

ฮุ่ยหรงได้เข้าไปแสดงความเสียกับพี่น้องตระกูลเมิ่ง และบอกให้ทุกคนเตรียมทำงานศพท่านแม่ของเหย่เตี๋ยกัน ซึ่งจากที่ฮุ่ยหรงเห็นศพก็รู้สึกแปลกใจนิด ๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

จากนั้นฮุ่ยหรงก็ได้เตรียมกลับเข้าไปที่จวนตระกูลหาย เพื่อแจ้งข่าวให้ท่านฮูหยินใหญ่ได้รับทราบเรื่อง... เพราะเหย่เตี๋ยจะต้องลาหยุดเพื่อจัดงานศพให้ท่านแม่ของตัวเองอีกหลายวัน...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和030208

เคราะห์แรกมาแล้วนะครับเข้าสู่เหตุการณ์มาม่ากันอีกสัก2-3ตอนก่อนที่จะเริ่มเข้าเนื้อเรื่องในเทพเทพยุทธทะลุมิติครับ สำหรับเหย่เตี๋ยนะครับ เพราะส่วนของพ่อบ้านกู้ยังมีอีกต่างหากแต่ไม่ได้มาม่ามากเท่าของเหย่เตี๋ยครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น