ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ ๓๗-๒ :: อาซุ่นไม่ชอบบิดา!

ชื่อตอน : บทที่ ๓๗-๒ :: อาซุ่นไม่ชอบบิดา!

คำค้น : นิยายจีน นิยายจีนโบราณ ท่านอ๋อง องค์หญิง 18+

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2564 19:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๓๗-๒ :: อาซุ่นไม่ชอบบิดา!
แบบอักษร

 

วันรุ่งขึ้นจ้าวเยี่ยนแต่งกายหล่อเหลาที่สุดในรอบเจ็ดปี เดินข้ามมาเรือนราบรื่นตั้งแต่เช้า เห็นหลี่เฟิ่งเฟยกับเสี่ยวชิงกำลังหิ้วตะกร้าใส่เกี๊ยวไส้น้ำแกงจำนวนมากมาย จึงเดินตรงเข้าไปแย่งตะกร้าอันหนักอึ้งจากนางและเสี่ยวชิงมาถือไว้

“จะเอาไปส่งที่หอสุราจุ้ยเสียงใช่หรือไม่ รอประเดี๋ยว ข้าจะให้องครักษ์เอาไปส่งให้แทน”

จ้าวเยี่ยนส่งสัญญาณเพียงนิดเดียว องครักษ์เงาคนหนึ่งก็กระโจนออกมาจากที่ซ่อน รับตะกร้าใส่เกี๊ยวไส้น้ำแกงเร้นกายหายไปอย่างรวดเร็ว

หลี่เฟิ่งเฟยจะห้ามก็ห้ามไม่ทัน ได้แต่ยืนทำใจ เอาเถอะวุ่นวายเพียงวันนี้วันเดียว พอเขาอธิบายเสร็จก็คงจะกลับเมืองหลวงไปเอง

เสี่ยวชิงและฉีกงกงสบตากัน มีความเห็นตรงกันว่าไม่สมควรอยู่ตรงนี้ จึงรีบพากันถอยหลังออกไป

“หม่อมฉันเลี้ยงอาซุ่นมาให้เป็นคนจริงจังเปิดเผย เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเพื่อไม่ให้ฝ่าบาทได้กังขาว่าหม่อมฉันนำคำของ ฝ่าบาทไปถ่ายทอดแก่ลูกผิดๆ หรือเสี้ยมสอนให้ลูกรู้สึกไม่ดีต่อฝ่าบาท หม่อมฉันจึงตัดสินใจให้อาซุ่นได้ฟังฝ่าบาทอธิบายพร้อมกับหม่อมฉันด้วย อาซุ่นเป็นเด็กที่มีความคิดโตเกินวัย ให้ลูกได้ฟังแล้วตัดสินใจด้วยตัวเองจะได้หรือไม่เพคะ”

“ได้สิ เอาอย่างที่เจ้าว่าเถอะ”

สารภาพตามตรงว่าจ้าวเยี่ยนแทบไม่ได้ฟังเลยว่าเมื่อครู่หลี่เฟิ่งเฟยพูดอะไร แต่ไม่ว่านางจะพูดว่าอะไร เขาล้วนตามใจนางทั้งสิ้น ยามนี้จักรพรรดิหนุ่มเอาแต่จ้องหน้าภรรยาที่คิดถึงมานานแสนนาน นางยังงดงามเยาว์วัยราวกับถูกผนึกเอาไว้ใต้ธารน้ำแข็ง

เวลานี้หลี่เฟิ่งเฟยประหนึ่งดอกบัวชูช่อเบ่งบานอย่างทระนงท่ามกลางใบก้านกิ่งสีเขียวกลางสระน้ำที่สะท้อนแสงระยิบระยับ โดยเฉพาะเมื่อนางกลายเป็นมารดาที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ถูกวันเวลาขัดเกลานิสัยจากหญิงสาวที่สดใสมองโลกในแง่ดี มาเป็นสตรีผู้เข้มแข็ง อบรมเลี้ยงดูบุตรชายได้อย่างดีเยี่ยม

“เช่นนั้นหม่อมฉันขอตัวไปตามอาซุ่นก่อน”

เนื่องจากเมื่อวานเป็นวันประกาศผลสอบ หลังจากนี้ไปอีกสิบห้าวัน ทางสำนักศึกษาได้ทำการหยุดชั้นเรียนเพื่อให้เด็กๆ ได้พักผ่อน วันนี้อาซุ่นจึงอยู่ร่วมรับฟังการสนทนาระหว่างบิดามารดาได้

“ช้าก่อนเถิดอาเฟย ประเดี๋ยวข้าไปตามลูกเองก็ได้ แต่ข้ายังไม่ได้กินมื้อเช้าเลย และคิดว่าเจ้ากับลูกก็ยังไม่ได้กินเช่นกัน ข้ากินข้าวกับพวกเจ้าก่อนได้หรือไม่ แล้วพวกเราค่อยคุยกัน”

จ้าวเยี่ยนกล่าวขณะเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปหมายจะสัมผัสกุมมือภรรยาให้พอได้ชื่นใจ หากแต่คนเป็นภรรยารีบขยับถอยหนีอย่างมีมารยาท จักรพรรดิหนุ่มหัวใจดิ่งวูบกับท่าทางอันห่างเหินราวกับเขาเป็นคนแปลกหน้า

หลี่เฟิ่งเฟยเดินออกมายืนจนห่างพอประมาณแล้วก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ นางขบคิดเล็กน้อย อาซุ่นยังไม่ได้กินข้าวเช้า หากต้องสนทนากันเนิ่นนานแล้วลูกหิวจนปวดท้องขึ้นมาจะทำอย่างไร

“ก็ได้เพคะ แต่ต้องบอกก่อนว่าที่บ้านของหม่อมฉันไม่มีอาหารหรูหราให้เสวย”

“ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นฝีมือเจ้าก็พอ บอกมาเถิดว่าลูกอยู่ที่ใด ข้าจะไปตามลูกเอง”

“อยู่ที่เรือนกระต่ายหลังบ้านเพคะ”

จ้าวเยี่ยนเดินออกมาปล่อยให้ภรรยาได้เตรียมอาหาร เขาเดินอ้อมมาทางข้างบ้าน ผ่านเล้าเป็ดเล้าไก่ที่ป้าจางกำลังลงมือให้อาหารพวกมันอยู่ จนกระทั่งเห็นเรือนไม้ไผ่สีขาวหลังเล็กหลังหนึ่งอยู่ตรงริมสระบัว

เมื่อเดินเข้ามาด้านใน เห็นอาซุ่นกำลังยื่นผักกาดขาวอวบป้อนเจ้ากระต่ายสีเทาตัวอ้วนที่อยู่ในกรง

“กระต่ายของเจ้าหรือ มันชื่อว่าอะไร”

เด็กชายกำลังนั่งเล่นกับเจ้าต้าฮุยเพลินๆ สะดุ้งตกใจเล็กน้อย เมื่อหันไปเห็นว่าเป็นคนใจร้าย อาซุ่นชักสีหน้าขุ่นเคืองทันที หันกลับมาเทผักกาดลงในถาดอาหารของต้าฮุยทีเดียวจนหมด แล้วรีบออกจากเรือนกระต่ายโดยไม่ยอมพูดกับคนใจร้ายแม้แต่คำเดียว

เห็นบุตรชายวิ่งหนีไปต่อหน้า จ้าวเยี่ยนสะท้านในอกไม่น้อย แต่ก็ไม่ยอมแพ้รีบเดินติดตามไป

เมื่อกลับมาถึง หลี่เฟิ่งเฟยนำอาหารเช้าตั้งโต๊ะในห้องโถงใหญ่เรียบร้อยแล้ว จ้าวเยี่ยนเดินตามอาซุ่นไปนั่งลงที่โต๊ะ

“ท่านแม่ เขาจะกินข้าวกับพวกเราด้วยหรือ”

อาซุ่นน้อยถามเสียงเบา หลี่เฟิ่งเฟยอมยิ้มแล้วพยักหน้าให้บุตรชาย นางไม่บังคับสั่งให้อาซุ่นต้องเปลี่ยนมาเรียกจ้าวเยี่ยนว่าบิดา เพราะใครทำผิดอะไรไว้ก็ต้องให้เจ้าตัวมาแก้ไขเอง และนางก็ไม่กลัวว่าเขาจะไม่ชอบอาซุ่นด้วย... ไม่ชอบสิดี เขาจะได้รีบไปจากพวกเราสองแม่ลูกเสียที

กับข้าวบนโต๊ะเป็นอาหารที่ไม่มีความหรูหราอย่างที่หลี่เฟิ่งเฟย บอกเอาไว้ มีเพียงโจ๊กเปล่าและกับข้าวง่ายๆ สี่อย่าง น้ำแกงอีกหนึ่งอย่าง ซึ่งทุกอย่างไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเลย หรูหราที่สุดเห็นจะเป็นเต้าหู้ตุ๋นราดซีอิ๊วโรยต้นหอม

จ้าวเยี่ยนจัดแจงคีบเต้าหู้ตุ๋นชิ้นใหญ่ไปใส่ไว้ในชามของบุตรชายอย่างเอาใจ แล้วก็ขยี้ผมอย่างเอ็นดูไปเสียทีหนึ่ง

“เจ้าเด็กขี้เหร่ กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ”

อาซุ่นหน้าบึ้งตึงไม่ยอมกิน หันไปฟ้องมารดา

“ท่านแม่ เขาว่าข้าเป็นเด็กขี้เหร่ แล้วก็แกล้งข้าด้วย”

หลี่เฟิ่งเฟยถอนหายใจชะงักตะเกียบในมือ เงยหน้าขึ้นมองอดีตสามีอย่างเหนื่อยใจ รู้ทั้งรู้ว่าอาซุ่นยังโกรธเคือง แต่เขาก็เย้าแหย่ลูกอยู่ได้

“ไม่เป็นไร ผู้ใดจะว่าเจ้าขี้เหร่ก็ช่างเถิด เพราะสำหรับแม่แล้วอาซุ่นของแม่สง่างามหล่อเหลาที่สุด” หลี่เฟิ่งเฟยหันไปยิ้มปลอบใจแล้วคีบเต้าหู้อีกชิ้นส่งให้บุตรชาย

อาซุ่นฉีกยิ้มหวาน หยิบตะเกียบเขี่ยเต้าหู้ที่คนใจร้ายคีบให้ดันไปไว้ข้างชาม แล้วคีบชิ้นของมารดาขึ้นกิน

“อาซุ่นรักท่านแม่ที่สุด!” เด็กน้อยพูดเสียงดัง ดวงตากลมโตน่าเอ็นดูแอบเหลือบมองคนใจร้ายเป็นระยะ

จ้าวเยี่ยนหาได้โกรธเคือง ตรงข้ามกลับยิ้มมองดูบุตรชายกินอาหารอย่างอารมณ์ดี มองดูปากสีแดงเล็กจิ้มลิ้มค่อยๆ เคี้ยวเต้าหู้มุบมิบกินอย่างเอร็ดอร่อยแล้วรู้สึกปลื้มปริ่มใจอย่างยิ่ง

เห้อ... เจ้าเด็กขี้เหร่ของเขานี่ช่างน่ารักจริงๆ

ไม่เพียงคิดเปล่า จ้าวเยี่ยนยังอดใจไม่ไหวเอื้อมมือไปหยิกแก้มบุตรชายอย่างแรง

“อื้อ... ท่านแม่! เขาแกล้งข้าอีกแล้ว!”

หลี่เฟิ่งเฟยทนไม่ไหว อาหารมื้อนี้ไม่สงบเกินไปแล้ว จึงต้องเอ่ยปากปราม

“ฝ่าบาท หยุดแกล้งลูกสักประเดี๋ยวเถิด”

จ้าวเยี่ยนหันมายิ้มแห้งๆ ให้ แล้วคีบเต้าหู้ไปก้มหน้าก้มตากิน นี่เป็นครั้งแรกเลยที่นางดุเขา อันที่จริงยามคนงามมีโทสะก็น่าดูไปอีกแบบ ภรรยาของเขากลายเป็นมารดาทั้งจิตวิญญาณแล้วอย่างแท้จริง เมื่อก่อนนางกล้าขึ้นเสียงกับเขาเสียเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้เพื่อบุตรชายแล้วนางกล้าทำทุกอย่าง

อาหารไม่หรูหราก็จริงแต่เมื่อเป็นฝีมือภรรยากลับอร่อยล้ำ จ้าวเยี่ยนกินไปด้วยน้ำตาเอ่อคลอ เขาไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะมีวาสนาได้นั่งกินข้าวกับภรรยาและลูกอย่างนี้ ความตื้นตันยินดีมันท่วมท้นอยู่ในอก การได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูกเป็นอะไรที่อบอุ่นเกินคำบรรยาย

ทั้งชีวิตที่ผ่านมาของจ้าวเยี่ยนไม่เคยได้รับความอบอุ่นของครอบครัวเช่นนี้มาก่อน ตั้งแต่จำความได้ เขาก็ถูกแยกตัวออกจากพระมารดาแล้ว ถูกส่งตัวไปให้แม่นมอาวุโสเลี้ยงดูตั้งแต่ยังเป็นทารกอยู่ในตำหนักอีกหลัง ไม่เคยได้อยู่ใกล้ชิดพระมารดา ส่วนพระบิดาก็ไม่เคยรักใคร่โปรดปรานเขา

ว่าไปแล้วอาซุ่นช่างโชคดีอย่างยิ่ง

 

 

.............................................. 

 

 

นี่เป็นการอัปครั้งสุดท้ายของนิยายเรื่อง "ตำหนักลืมเลือน" แล้วนะคะ 

ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้ ขอบคุณมากค่ะ 

วันนี้จึงขอลาจอไปด้วยภาพเจ้าเด็กขี้เหร่ที่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตาครอบครัวสุขสันต์ 

เรื่องนี้มีทั้งหมด 50 บท รวมตอนพิเศษ หากต้องการอ่านเรื่องราวของเจ้าเด็กขี้เหร่แสนงอน 

กับเสด็จพ่อจอมกวนต่อจากนี้ สามารถสนับสนุนในรูปแบบอีบุ๊กหรือรูปเล่มตามวาปด้านล่างสุด 

อ้อๆๆ แล้วทิ้งไว้สักพักมิ่งอาจจะเข้ามาปิดตอนเป็นบางตอนนะคะ  

ส่วนเรื่องติดเหรียญ จะติดที่ Dek-D และ ReadAwrite แต่ต้องรอหลังจากนี้สักพักเลยค่าา 

 

...................................................... 

 

E-Book พร้อมโหลด 

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzA0OTE0IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTM2NTk0Ijt9 

 

หนังสือพร้อมจอง >> ทักไปที่ inbox page ได้เลยค่ะ 

https://www.facebook.com/Mingmada.Fan/ 

ความคิดเห็น