email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตามล่ายัยหัวขโมย

ชื่อตอน : ตามล่ายัยหัวขโมย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 683

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2564 20:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตามล่ายัยหัวขโมย
แบบอักษร

"ได้สุดๆเท่าไหร่คะ พอดีฉันต้องการใช้เงินด่วนจริงๆคะ"ร่างเล็กมองต่างหูเพชรน้ำงามตาละห้อย 

"ทางเราให้ได้สุดที่หนึ่งแสนห้าหมื่นบาทค่ะ แต่คุณไม่เสียดายมันจริงๆหรอคะ"พนักงานสาวมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างเคลือบแคลง 

"เสียดายซิคะ เพราะต่างหูคู่นี้มันสำคัญกับฉันมาก แต่ชีวิตพี่ชายของฉันสำคัญกว่า ก็เลยตัดใจขาย"อัญชิสาแสร้งบีบน้ำตาเพื่อให้พนักงานสาวเลิกถามซักที 

"โธ่!น่าสงสารจัง งั้นรอสักครู่นะคะ"พนักงานสาวมองเด็กสาวร่างเล็กตรงหน้าอย่างเห็นใจ เงินสดจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นทำให้ร่างเล็กบางถึงกลับตาโต มือที่เอื้อมเข้าไปหยิบเงินก้อนนั้นสั่นเทาจนเธอต้องใช้มืออีกข้างหนึ่งช่วยประคองเอาไว้ ชีวิตนี้เกิดมาเงินหมื่นยังไม่เคยได้จับเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอรีบเก็บเงินใส่ในกระเป๋าเป้แล้วรีบเดินออกมาจากร้านเครื่องเพชรแทบจะทันที 

"เป็นไงบ้างเข็มได้เท่าไหร่"น้ำหวานเดินมาจับแขนน้องสาวข้างบ้านอย่างตื่นเต้น 

"ได้แสนห้าเจ๊" 

"หา!!แสนหะ...อื้อ"น้ำหวานอุทานด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดังจนอัญชิสาต้องเอามือตะปบปากของน้ำหวานเอาไว้ 

"เบาๆซิเจ๊เดี๋ยวก็ได้ไปนอนในคุกแทนการใช้เงินหรอก"อัญชิสาหน้ามุ่ย 

"งานนี้เข็มได้ทั้งหมดสองแสนบาทถ้ารวมกับเงินสดของอีตานั่นนะ เข็มจะไปใช้หนี้ให้พี่ขุนแสนหนึ่ง ให้เจ๊ห้าหมื่น อีกห้าหมื่นเข็มจะเก็บไว้เรียนเจ๊ว่าดีมั๊ย"เด็กสาวหันมาถามน้ำหวานด้วยรอยยิ้ม  

"เงินทองเก็บไว้กับตัวบ้างก็ดีเข็มเอ๊ย จะได้ไม่ลำบาก ไม่รู้ว่าจะโชคดีแบบนี้อีกมั๊ยให้เจ๊แค่สองหมื่นก็พอ"น้ำหวานเตือนด้วยความหวังดีเธอสงสารในชะตาชีวิตของเด็กสาวเป็นอย่างมาก บิดามารดาก็ยังมาเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุทั้งคู่ มีพี่ชาย1คนก็ไม่เป็นโล้เป็นพาย ติดการพนันทำให้มีหนี้สินรุงรังจนน้องสาวต้องเป็นคนไล่ใช้หนี้แทนทั้งหมด โดยไอ้ตัวก่อเรื่องไม่รู้ว่าหายหัวไปไหน  

@แพนเฮ้าส์สุดหรู 

"อื้อ!!!"ร่างที่อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาขยับตัวอย่างมึนงง สองมือกุมขมับทั้งสองข้างไว้แน่น 

"โอ๊ย!ทำไมถึงได้ปวดหัวขนาดนี้ว่ะเนี่ย"ภีมากรบ่นอุบดวงตาคมดุปรือตาขึ้นมองรอบๆตัว ภาพห้องนอนที่คุ้นเคยทำให้ชายหนุ่มหลับตาลงแล้วค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสายตาเริ่มปรับกับแสงสว่างได้แล้ว ชายหนุ่มกวาดตามองเสื้อผ้าของตนเองที่กระจัดกระจายทั่วพื้นห้อง สมองเริ่มประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ภาพหญิงสาวแสนสวยในชุดสีแดงเพลิงปรากฎขึ้นมาในห้วงของความทรงจำเขาพาเธอกลับมาที่แพนเฮ้าส์แล้วเขากับเธอก็ หลังจากนั้นเขาก็จำอะไรไม่ได้เลย ร่างสูงค่อยๆขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงกับหัวเตียงดวงตาคู่คมปราดมองหาร่างบอบบางของหญิงแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา 

"หึ!แอบหนีกลับก่อนงั้นหรอ เธอเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าหนีออกจากห้องก่อนที่ฉันจะอนุญาต"ริมฝีปากหนาเค้นเสียงออกมาอย่างเย้ยหยัน  

ก๊อกๆๆเสียงเคาะประตูเรียกสายตาคู่คมให้ตวัดไปมอง ลูกน้องคนสนิทเดินเข้ามาพร้อมกับซองสีน้ำตาลที่อยู่ในมือ 

"นั่นอะไร"เสียงเข้มถามกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก 

"เงินที่น้องสาวของไอ้หมอนั่นเอามาใช้หนี้ครับ"ศิระรายงาน ชายหนุ่มพยักหน้ารับน้อยๆ 

"เก่งดีนี่ หาเงินแสนได้ภายในสามวัน"ภีมากรนึกถึงหญิงสาวร่างเล็กที่กล้ากระโดดกัดหูเขาในวันนั้น  

"นายจะรับอะไรดีครับเช้านี้"ศิระถามขึ้น 

"ข้าวต้มพอ กินเสร็จกูจะได้เข้าบริษัท" 

"ครับ"ศิระรับคำแล้วเตรียมผละออกไป 

"เดี๋ยว!!ผู้หญิงคนเมื่อคืนกลับไปตอนไหน"คำถามของเจ้านายหนุ่มสร้างความประหลาดใจให้แก่ลูกน้องคนสนิทเป็นอย่างมาก 

"เมื่อคืนเธอบอกว่านายเป็นคนไล่เธอออกไปทั้งๆที่เธอพึ่งเข้าไปได้แค่ชั่วโมงเดียวเองนะครับ"คำตอบของศิระทำให้ชายหนุ่มดันลิ้นเข้ากระพุงแก้มอย่างใช้ความคิด 

"กูนี่นะไล่เธอ"ชายหนุ่มทวนคำ ดวงตาคู่คมกวาดมองกองเสื้อผ้าของตัวเอง ขาแข็งแกร่งภายใต้ผ้าห่มผืนหนาถูกตวัดก้าวลงจากเตียงอย่างไม่รอช้า มือหนาเอื้อมไปหยิบกางเกงยี่ห้อแบรนด์ดังของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับค้นหากระเป๋าสตางค์ที่ตอนนี้ภายในกระเป๋าโล่งเตียนไม่มีเงินหลงเหลือแม้แต่บาทเดียว ใบหน้าคมคายกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ ที่คนอย่างเขาโดยยัยหัวขโมยกระจอกเข้ามาลูบคมถึงที่ ดวงตาคู่คมตวัดขึ้นไปมองที่ลิ้นชักบนหัวเตียงที่เขาเก็บของมีค่าที่สำคัญไว้ในนั้น กล่องเครื่องเพชรยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิม ฝ่ามือหนาค่อยๆเปิดกล่องเครื่องประดับขึ้นมาดู ดวงตาคมดุลุกวาวไปด้วยดวงไฟแห่งโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้มอดไหม้กลายเป็นจุล 

"แม่งเอ๊ย!!!ไปตามล่าตัวมันมาให้กู"คำสั่งที่เกรี้ยวกราดทำให้ศิระรู้สึกหวาดกลัวแทนหญิงสาวร่างเล็กที่กล้าเข้ามากระตุกหนวดเสือร้ายตัวนี้ 

"ครับนาย"ศิระออกไปแล้ว  

"กล้าดีนี่ยัยหัวขโมย"ภีมากรมองไปเบื้องหน้าด้วยสายตาคมปราบ 

@วันต่อมา 

ปังๆๆๆ!!เสียงเคาะประตูในช่วงเวลากลางดึกเรียกให้ร่างบางที่นอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนบางต้องลุกขึ้นนั่งอย่างไม่สบอารมณ์ 

"โอ๊ย! ใครมาเคาะประตูอีกเนี่ย มาเคาะอะไรตอนนี้ไม่รู้จักเวล่ำเวลาเอาซะเลย"ใบหน้าสวยใสไร้เครื่องสำอางนั่งทำหน้ายู่บนเสื่อผืนน้อย หญิงสาวกวาดสาดตาไปรอบๆบ้านที่ไม่มีอะไรเลย เหลือเพียงเสื่อผืนหมอนใบแล้วผ้าห่มที่พอใช้คลุมกาย นอกจากนั้นพี่ชายเธอกวาดเอาไปขายใช้หนี้บ่อนหมดแล้ว หญิงสาวเค้นยิ้มอย่างสมเพชกับชะตาชีวิตของตัวเอง 

ปังๆๆๆ!!!!เสียงประตูที่ยังคงถูกเคาะอยู่ไม่เลิกทำให้เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นเดินตรงไปที่ประตูทันที 

"เคาะอะไรหนักหนาเนี่ย สะกดคำว่าเกรงใจเป็นบ้างมั๊ย"เสียงใสตวาดแว๊ดทันที่ที่เปิดประตู ใบหน้าเนียนสวยซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นหน้าบุรุษที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านเธอ 

"ไง ยัยหัวขโมย"คำทักทายธรรมดา กลายเป็นน้ำแข็งเย็นยะเยือกที่ทำให้กายสาวสะท้านหนาวไปถึงทรวงอกเมื่อเผลอสบกับดวงตาดุคมของบุรุษที่อยู่ตรงหน้า 

"คะ คะ คุณ มะ มาทำไมอีก ฉันจ่ายหนี้ให้พวกคุณไปแล้วไง" ร่างบางตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักไม่มั่นคง เท้าเล็กค่อยๆก้าวถอยหลังเข้ามาในบ้านอย่างระวังภัย ชายหนุ่มก้าวเท้าตามเธอเข้ามาภายในตัวบ้าน ดวงตาคู่คมทำให้เธอขนลุกซู่ราวกับว่าเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้ายมฑูตอะไรประมาณนั้น 

"หึ! เธอคิดว่าการขโมยของๆฉันไปเพื่อนำมาใช้หนี้ฉัน คือการใช้หนี้อย่างนั้นหรืออัญชิสา เอ๊ะ!!หรือว่าจะให้ฉันเรียกเธอว่าน้ำผึ้งดี" 

🌹🌹🌹🌹🌹🌹🌹 

อีพี่มันจะฆ่าน้องมั๊ย? ไม่เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่าอัฐยายซื้อขนมยายหรือไงพี่ภีม  

อย่าลืมคอมเม้นท์ กดไลค์ให้ไรท์ด้วยนะคะ  

1ไลค์ 1คอมเม้นท์ เปรียบดังกำลังใจหลักล้านสำหรับไรท์เลยนะคะ ขอบคุณค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว