ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย
เล่มที่ 1 บทที่ 30 พ่อบ้านจี้
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เล่มที่ 1 บทที่ 30 พ่อบ้านจี้

 

     “ไม่มีความเกี่ยวข้องกับจวนโหว ตัวข้าเองอยากปลูกพืชผลสักเล็กน้อย” หลี่ลั่วตอบ

    “ในเมืองหลวงพวกเรามีหมู่บ้านอยู่ทั้งสี่ทิศของเมือง ทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตก และทิศเหนือ แล้วยังแบ่งออกเป็นหมู่บ้านในเมืองสี่แห่ง และนอกเมืองอีกสี่แห่งขอรับ ที่นาในเมืองนั้นหนึ่งหมู่ราคาประมาณสิบสามตำลึง ส่วนที่นาที่อยู่นอกเมืองหนึ่งหมู่ราคาประมาณเก้าตำลึง หมู่บ้านในเขตเมืองหากเป็นตำแหน่งที่ดีอยู่สบายสักหน่อยมีราคาสองพันตำลึง หากเป็นนอกเมืองจะมีราคาหนึ่งพันสามร้อยตำลึงขอรับ”

    “ผิงอัน ให้พ่อบ้านจี้สามพันห้าร้อยตำลึง ซื้อหมู่บ้านที่มีบ่อน้ำพุร้อนอยู่ด้วยจะดีที่สุด หากเงินไม่พอค่อยมาเบิกเพิ่มเถิด” หมู่บ้านรวมกับที่นา หลี่ลั่วคิดคำนวณไว้ในใจหมดแล้วว่าจะทำสิ่งใด

    “ขอรับ บ่าวจะรีบไปจัดการ” พ่อบ้านจี้คิดว่าเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องไปแจ้งแก่หลี่หยางซื่อ

    ณ เรือนหยวนเซ่อ

    “ซื้อหมู่บ้านและที่นารึ?” หลี่หยางซื่อขมวดคิ้ว “เขาจะซื้อหมู่บ้านและที่นาเพื่อทำอันใด?”

    “เสี่ยวโหวเหฺยบอกว่าไว้ปลูกพืชผลขอรับ เงินสามพันห้าร้อยตำลึงยังอยู่ที่นี่ นายหญิงดูสิขอรับ” พ่อบ้านจี้ไม่กล้าตัดสินใจ อย่างไรหลี่ลั่วก็เป็นเพียงเด็กน้อยอายุห้าขวบ

    “สามพันห้าร้อยตำลึงรึ?” จี้หมัวมัวสะดุ้งในใจ มือเติบไม่ใช่เล่น “ฮูหยิน เสี่ยวโหวเหฺยยังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง มิเช่นนั้น...”

    หลี่หยางซื่อขมวดคิ้ว “ไปเรียกเสี่ยวโหวเหฺยมาเถิด แจ้งเขาว่าอีกสักครู่จะไปเข้าผังสกุลที่จวนกั๋วกง ข้ายังมีเรื่องต้องคุยกับเขา”

    “เจ้าค่ะ”

    การที่หลี่หยางซื่อให้คนมาเรียกตนนั้นเป็นเรื่องที่หลี่ลั่วคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว เนื่องจากตนเป็นเด็กอายุห้าขวบ หากพ่อบ้านจี้ไม่ไปแจ้งแก่หลี่หยางซื่อต่างหาก จึงจะเป็นเรื่องแปลกประหลาด เป็นความผิดพลาดของตน เมื่อมาถึงจวนโหวพ่อบ้านจี้ย่อมไปรายงานกับหลี่หยางซื่อ จวนโหวแห่งนี้มีหลี่หยางซื่อเป็นผู้นำครอบครัว ไม่มีผู้ใดที่ตนจะไว้ใจได้

    ในยามที่หลี่ลั่วเดินเข้ามานั้นก็เห็นพ่อบ้านจี้ยืนอยู่ด้านข้าง เขาเลิกคิ้ว “มารดาเรียกข้าหรือขอรับ?”

    หลี่หยางซื่อเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู “ลั่วเอ๋อร์ มารดารู้ว่าเจ้าเป็นโหวเหฺยของจวนโหว ทั้งหมดของจวนโหวต่อไปล้วนเป็นของเจ้า แต่เรื่องการซื้อหมู่บ้านนั้นมิใช่เรื่องเล็ก อีกทั้งยังเป็นเงินก้อนใหญ่ ตอนนี้เจ้าอายุยังน้อย ไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านี้ รอให้เจ้าโตขึ้นอีกสักหน่อย มารดาย่อมแล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจ”

    หลี่ลั่วตอบอย่างน่ารักน่าเอ็นดู “มารดาโปรดวางใจขอรับ ข้านั้นไม่เข้าใจ ดูที่นา หมู่บ้านไม่เป็น มิใช่ยังมีพ่อบ้านจี้หรอกหรือ?”

    “ลั่วเอ๋อร์” หลี่หยางซื่อขมวดคิ้ว เด็กน้อยอายุห้าขวบก็เข้าใจอะไรๆ แล้ว นางเลี้ยงดูไม่ถนัดจริงๆ “เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็แล้วแต่เจ้าเถิด” อย่างไรเสียตนก็ไม่ได้โลภมากอยากได้เงินจำนวนแปดพันตำลึงในมือของเขา ก็ให้เขาใช้จ่ายตามอำเภอใจ เมื่อใช้หมดแล้วจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว “เจ้ามีความคิดของตนเองนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี ในเมื่อเจ้ารู้ว่าจะทำอันใด ก็ทำตามความคิดของเจ้าเถิด”

    “ขอบคุณมารดาขอรับ มารดา ข้าอยากจะรบกวนให้พ่อบ้านจี้นำทางพาข้าไปที่เรือนของพี่ใหญ่สักหน่อย” หลี่ลั่วพูดแล้วลุกขึ้น

    “ไปเถิด” หลี่หยางซื่อโบกไม้โบกมือ

    พ่อบ้านจี้รู้สึกหัวใจกระตุกขึ้นมาครั้งหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ หากจะไปเรือนของคุณชายรอง โดยปกติแล้วสาวใช้ต้องเป็นผู้นำทางมิใช่หรือ? อีกทั้งสาวใช้ที่เขานำมาด้วยย่อมรู้เส้นทางภายในเรือนดี

    เมื่อออกมาจากเรือนหยวนเซ่อ หลี่ลั่วจึงหยุดเดิน “เรื่องนี้หากพ่อบ้านจี้จัดการไม่ได้ ก็ให้รองแม่ทัพหลี่มาทำแทน”

    พ่อบ้านจี้รู้สึกหัวใจถูกบีบรัด ใช้ชีวิตจนมาถึงอายุปูนนี้ กลับถูกคำพูดของเด็กห้าขวบคนหนึ่งทำให้ตนนั้นพูดไม่ออก คำพูดของหลี่ลั่วนั้นง่ายดายชัดเจนยิ่งนัก ถ้าหากครั้งต่อไปเขายังรายงานหลี่หยางซื่อลับหลังเขาแล้วละก็ พ่อบ้านจี้จะไม่มีโอกาสครั้งที่สามที่จะมายืนอยู่ต่อหน้าหลี่ลั่วตลอดกาล

    แต่การที่จะให้เขาแสดงความจงรักภักดีต่อเด็กอายุห้าขวบคนหนึ่ง อย่างไรพ่อบ้านจี้ก็ทำไม่ได้ ยังดีที่ว่าระหว่างพวกเขาไม่มีผลประโยชน์อันใดร่วมกัน

    ผิงอันออกไปข้างนอกเพื่อสั่งทำเครื่องประดับ สาวใช้ที่อยู่ข้างกายหลี่ลั่วตอนนี้คือหยวนโม่ ส่วนเหนียนหงและลวี่ผิงนั้นไปจัดระเบียบความเรียบร้อยที่เรือนของหลี่หง แน่นอนว่าข้างกายยังมีซินเป่าที่เป็นบ่าวรับใช้ชายอยู่ด้วย รวมไปถึงลี่ฉางเฉิงและหลี่ฉางสือ ส่วนหลี่จงหมิงไปเตรียมการเรื่องยามอารักขาแล้ว

    หยวนโม่พาหลี่ลั่วไปยังเรือนของหลี่หง

    หลี่หงกำลังรอคอยการมาของหลี่ลั่วอยู่ในเรือน ห้องพักของหลี่ลั่วได้จัดไว้ข้างๆ ห้องของเขา “น้องหกเห็นเป็นเช่นใด”

    “ดีมากๆ ขอรับ ขอบคุณขอรับพี่ใหญ่” ความรู้สึกของหลี่ลั่วที่มีต่อหลี่หงนั้นถือว่าดีมาก ติดที่ว่าขาเป๋เล็กน้อย น่าเสียดายชายหนุ่มอายุสิบแปดปีที่มีบุคลิกดีเช่นนี้ หากว่าอยู่ในยุคสมัยปัจจุบัน ฐานะของหลี่หงก็เป็นทั้งลูกหลานขุนนางรุ่นที่สองและลูกหลานมหาเศรษฐีรุ่นที่สอง ต่อให้ขาเป๋แล้วก็ยังมีหญิงสาวมากมายมารอให้เขาเลือก แต่เสียดายที่ในยุคสมัยโบราณนั้นเป็นยุคสมัยที่ผู้คนช่างกลัวคำพูดของผู้อื่น ต่อให้เป็นขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในราชสำนักก็มิต้องการผู้ที่ขาเป๋

    “ไป ไปนั่งที่ห้องของข้ากัน”

    “ได้ขอรับ”

อ่านเร็วก่อนใคร และสนับสนุนผู้แปลได้ที่นี่ 

https://www.kawebook.com/story/5241 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น