ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 แม่หนูม้าเต่อ 50%

ชื่อตอน : บทที่ 7 แม่หนูม้าเต่อ 50%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 828

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2564 05:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 แม่หนูม้าเต่อ 50%
แบบอักษร

บทที่ 7  แม่หนูม้าเต่อ 50%  

 

ขอบคุณนะค้า พี่แทนแสนดี 1000++ โหลดแล้วจ้า ^/\^ 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 7  แม่หนูม้าเต่อ 

ธาวินใจหายแปลกๆ ตอนได้ยินเสียงคล้ายตัดพ้อของเด็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาราวน้อยอกน้อยใจนักหนา แต่ว่า...ไม่สำเร็จหรอกนะ 

“ฉันไม่ใช่พ่อของหนู ไม่ต้องมาเรียก!” 

“เอ๊ะคุณ! ต้องทำเสียงดุขนาดนั้นด้วยเหรอ ไม่เคยมีลูกใช่ไหม ปลอบใครไม่เป็นเอาเสียเลย” 

“มี! มีสิ! ฉันมีลูก ไม่รู้อะไรแล้วอย่ามาพูดจะดีกว่า” 

ปานวาดค้อนฟ้าค้อนลม โมโหคนที่เอาแต่ความโกรธโกรธามาสาดใส่ คุยกันดีๆ ไม่ได้หรืออย่างไร พูดจาภาษาคนเด็กก็รู้เรื่องหรอก จำเป็นต้องตะคอกด้วยหรือ เขานั่นแหละ ประสาท! 

“เรนนี่ ไปกลับแม่ปริมค่ะ แถวนี้มีแต่ยักษ์! น่ากลัว” 

“นี่เธอ!” ธาวินไร้ข้อโต้แย้ง เขาเหมือนยักษ์เหมือนมารขนาดนั้นเลยหรือ  

เด็กน้อยทำหน้างงเมื่อแม่ปริมเอ่ยอย่างนั้น “พ่อจ๋าเป็นยักษ์หรือคะ” 

“ไม่ใช่พ่อโว้ย!” ธาวินประกาศ  

หนูน้อยหน้ามุ่ย “ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ค่า ไม่เป็นพ่อจ๋า เป็นยุงยักษ์ก็ได้ ยุงยักษ์กับยุงบอส” 

ปานวาดไม่ฟังเสียงพึมพำของหลาน รีบดึงเอาแม่ตัวแสบ เรนนี่เอง พอถูกปานวาดดึงแขนก็จำต้องปล่อยมือจากขาโต๊ะ แล้วเดินตามปานวาดไปแต่โดยดี 

ธาวินพ่นลมออกจากปากอย่างรำคาญ หน้าฉากนั้นกำลังจะเรียบร้อย ผู้ช่วยผู้กำลังเรียกนักแสดงมาซักซ้อมบท รอเวลาถ่ายจริง เขาต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะนางเอกสาวเคลียร์คิวมาให้ได้แค่วันสองวันนี้ ทำงานกับนางเอกดังก็อย่างนี้แหละ เรื่องมากเรื่องเยอะเหลือเกิน 

บ่นพร่ำเพรื่อในใจแล้วดันเห็นตุ๊กตาแม่หมูหล่นอยู่ที่พื้น เขาเตะมันหน่อยหนึ่งเพื่อระบายอารมณ์ ตุ๊กตาแม่หมูสีชมพูเลยกลิ้งไปหยุดอยู่ข้างเท้าของเหน่ง ผู้ช่วยคนเก่งเลยร่วมด้วยช่วยกัน เตะตุ๊กตาอีกคราจนมันกลิ้งห่างออกไป 

“อ้าวพี่!? เตะทำไม!” 

“ก็คุณวินเตะก่อนนี่คะ” เหน่งแย้ง 

ธาวินทำหน้าเคืองใส่ผู้ช่วยคนดี ก่อนจะก้าวยาวๆ ไปหยิบเอาตุ๊กตาแม่หมูตัวนั้น เขาปัดแม่หมูน้อยสองสามทีมิให้มีฝุ่น ก่อนจะโยนๆ ไว้ข้างโต๊ะทำงาน 

“พี่มีงานหรือเปล่า” วินถามต่อ 

“เปล่าค่ะ ว่างค่ะ” 

“ไปซื้อ...เอ่อ...ซื้อมาให้หน่อย” 

“ซื้ออะไรคะ” เหน่งจีบปากจีบคอถามด้วยใคร่รู้ ก็เหมือนคุณธาวินจะไม่เต็มใจสั่งความ ดูอึกอักชอบกล  

“จูปาจุ๊บ” 

“หือ?” 

“ลูกอมจูปาจุ๊บไง ไปหามาหน่อย เร็วๆ” 

“ค่าๆๆ”  

เหน่งรีบย้ายร่างออกไป จริตที่เหมือนป้าแก่ขี้บ่นนั้น ช่างขัดกับตัวตนที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าอย่างบุรุษ แต่ธาวินก็ชอบใจที่จะใช้งาน อย่างน้อยการบ่นว่าของแกก้ช่วยให้เขาทำงานได้ไวขึ้น เพราะหากจะรอแต่ความขยันของเขานั้น ปีหนึ่งจะถ่ายละครจบสักเรื่องหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

 

สองชั่วโมงให้หลัง  

ณัฐนรีลงจากรถตู้ของบริษัท ที่พี่หนิงสั่งให้คนขับจอดให้เธอลงเพราะเป็นทางผ่าน เธอหอบหิ้วสัมภาระเป็นกระเป๋าใบเหมาะมือ แล้วยืนเก้กังอยู่ตรงส่วนหน้าที่คล้ายๆ ลอบบี้ เธอเข้าไปไม่ได้ ต้องนั่งรอให้ปานวาดพาเรนนี่ออกมา ในออฟฟิศเย็นฉ่ำนี่กว้างขวางทีเดียว เธอนั่งอยู่ข้างเคาน์เตอร์ของประชาสัมพันธ์ เฝ้ามองผู้คนเดินเข้าเดินออกประตู มีดาราจำนวนไม่น้อยที่เข้าออกๆ ประตูนี้ พวกเขาเหมือนดาวจริงๆ นะ ดาวที่ส่องแสงแม้แต่ตอนกลางวัน ชีวิตแบบนั้นจะดีสักแค่ไหน มีเงินใช้ ได้ทำงานที่รัก ได้โดดเด่นท่ามกลางผู้คน มีคนยอมรับนับถือ น่าอิจฉาจริงๆ 

“โอ้ว....ฉิบหายแล้ว” สบถเบาๆ แล้วรีบย้ายล่างจากเบาะลงไปหลบที่หลังเก้าอี้แทน ลุงทนาย...ลุงทนายคนนั้นมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทำไมโลกมันกลมอย่างนี้! 

หญิงสาวรีบต่อสายหาปานวาด ให้เจ้าหล่อนพาเรนนี่ออกมาให้เร็วที่สุด หวังว่าพวกเขาจะไม่ได้เจอกัน หรือหากเจอละก็ ขออย่าให้ลุงทนายจำเรนนี่ได้เลย 

 

ภายในสตูดิโอ 

ระหว่างพักกอง ปานวาดรีบแต่งตัวให้เรนนี่ กระเป๋าเล็กใบของเด็กน้อย มีข้าวของอยู่จนเต็ม ณัฐนรีมารอที่ล็อบบี้แล้ว แถมยังมีเรื่องตื่นเต้นที่ว่าเจอคุณทนายที่นี่อีก โลกกลมจนน่าขำไหมล่ะ 

“ไปจ้ะเรนนี่ มีนางฟ้าใจดีมารับกลับบ้านแล้วคนเก่ง” 

เด็กน้อยไม่หือไม่อือ ปานวาดรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แม่หนูดูซึมๆ ตั้งแต่โดนธาวินดุเอา 

“เป็นอะไรคะ กลัวลุงยักษ์เหรอ” 

เด็กน้อยอมยิ้ม เมื่อได้ยินแม่ปริมเรียกคุณผู้กำกับว่าลุงยักษ์ 

“ยุงยักษ์มีลูกแล้ว เด็กตัวเล็กๆ เหมือนเรนนี่เป็นลูกยุงยักษ์” 

“จ้า ทำไมจ๊ะคนดี” 

เรนนี่ไม่ตอบ ปานวาดไม่รู้ว่าเด็กน้อยคิดอะไรอยู่ แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นคล้ายมีหยดน้ำใสมาขังคลอ ก็อยากถามไถ่อีกสักคำ แต่คนที่มายืนอยู่ข้างหลัง ทำให้ความตั้งใจต้องยุติ 

“จะถ่ายต่อแล้วหรือคะ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย” 

“เรื่องของเธอสิ ถ้าไม่มัวแต่ยุ่งกับเด็กนี่ เธอคงไม่พลาดมื้อเที่ยงหรอก” 

ปานวาดมองค้อน คุณผู้กำกับพูดอีกก็ถูกอีก แต่เธอเลือกได้ที่ไหนเล่า 

“มีคนมารับแกแล้วค่ะ” ปานวาดชี้แจง รู้สึกถึงท้องที่เริ่มร้องครวญครางเพราะความหิว 

“ดี...เอ่อ...เจ้านี่น่ะ มันหล่นเกะกะ เอาคืนไป” เขาส่งตุ๊กตาคืนให้เด็กน้อย แม่หนูยิ้มรับ ทั้งยกมือไหว้ช่างน่าเอ็นดู เขาเลยส่งลูกอมให้อีก “มัน...ติดอยู่ในกระเป๋าน่ะ เอาไปสิ เด็กชอบไม่ใช่เหรอ” 

ปานวาดแอบยิ้มเมื่อเห็นอีกมุมของคุณผู้กำกับ มุมที่เหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง แต่ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย จิตใจเขาคงอ่อนโยนไม่น้อย เขาเลือกที่จะไม่แคร์เรนนี่ก็ได้ แต่เขาก็ยังมีน้ำใจ 

เด็กน้อยยิ้มหวาน อยากจะกระโดดกอดแข้งกอดขา แต่กลัวลุงยักษ์จะว่าเอา ได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณอีกรอบ แล้วยอมให้แม่ปริมจับข้อมือน้อยแต่โดยดี 

“ฉันขอพาเรนนี่ไปหาน้องสาวก่อนนะคะ ที่ออฟฟิศน่ะ” 

“เชิญ...แต่อย่านาน” 

“ทราบแล้วค่าเจ้านาย” 

“อ้อ...นี่เธอ...มีน้ำเปล่าติดมาบ้างไหม”  

เขาอ้อมแอมถาม ปานวาดถึงบ้างอ้อ ที่แท้มาทำดีกับหลานเราเพราะหวังผลสินะ 

 

“ทางโน้นค่ะ แต่ฉันดื่มไปแล้วนะ ถ้าคุณดื่มได้ละก็...” เขาโบกมือไล่เธอให้ไปๆ เสีย ก่อนจะเดินไปหาขวดน้ำดื่มที่ห้อยอยู่กับราวผ้า สองจิตสองใจว่าจะหยิบมาดื่มดีไหม แต่สุดท้ายความกระหายก็ทำให้เขาได้ขวดน้ำติดมือมา 

 

 

 

 

 *******รีไรรอบเดียว มีคำผิดแจ้งได้นะคะ ^^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว