ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 15 ความเงียบมันน่ากลัว

ชื่อตอน : บทที่ 15 ความเงียบมันน่ากลัว

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกฉลาด เกลียด เย็นชา แต่งงาน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2564 11:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 15 ความเงียบมันน่ากลัว
แบบอักษร

ปรียาวดีในชุดกาวน์สีขาวยังคงเดินวนอยู่ในห้องทำงานทั้งๆ ที่เวลานี้หล่อนควรจะกลับบ้านนานแล้ว ภาพของเจ้าหมั่นโถวยังคงลอยเข้ามาในความทรงจำ เธอกลัว...กลัวว่าครั้งหน้าหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก คำว่าโชคดีจะไม่ปรากฏกับเธอ

เสมือนวันที่แม่จากไป วันนั้นคำว่าโชคดีก็ไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ

“ลองดูก่อนแล้วกัน ได้ไม่ได้ค่อยว่าทีหลัง” คล้ายจะเอ่ยเรียกกำลังใจให้ตัวเอง พร้อมทำท่าทางฮึดสู้ ก่อนที่เท้าเรียวจะก้าวออกตัวไป จุดหมายปลายทางคือห้องทำงานของรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลซึ่งมีตำแหน่งพ่วงท้ายเป็นสามีในสมรสของเธอ

ปรียาวดียืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องของอนุทัตครู่หนึ่ง ก่อนจะบิดกลอนประตูเปิดเข้าไป ทว่ากลับพบเพียงความว่างเปล่า

“หายไปไหนนะ?” ชะเง้อคอมองออกไปนอกระเบียงก่อนจะพบแผ่นหลังกว้างอยู่ตรงนั้น

เขาคงไม่ใจร้ายเกินไปหรอกมั้ง แม้ว่าจะได้ยินมาบ้างว่าอนุทัตไม่ค่อยชอบสุนัขสักเท่าไหร่ ออกจะกลัวเสียด้วยซ้ำ

นั่นล่ะ ปัญหาใหญ่ที่ทำให้เธอหนักใจมาเกือบทั้งวัน

เท้าเรียวค่อยๆ ก้าวไปเรื่อยๆ อย่างระมัดระวัง เพราะยังไม่อยากให้อนุทัตรู้ตัว หากเขารู้ว่าหล่อนมาคงไม่วายถูกเขากวนประสาทเป็นแน่

ปรียาวดีขยับตัวเข้าไปใกล้ประตูบานเลื่อนมากกว่าเดิม ก่อนจะพบว่าคนตัวสูงกำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่ หล่อนไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังทว่ามันลอยมาเข้าหูหล่อนเอง

ช่วยไม่ได้ เธอไม่ได้ตั้งใจ เขาจะโทษหล่อนก็คงไม่ถูก

“อือ ฉันฝากแกจัดการให้ด้วยนะ รายงานฉันตลอดด้วย ถ้าเจอที่ไหนก็อย่าให้คาดสายตา แค่นี้แหละ” จากการคาดเดา เขาคงกำลังตามหานลินอยู่แน่ๆ

จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร ในเมื่อเขารักหล่อนออกปานนั้น

ทว่าพอความคิดเหล่านั้นปรากฏขึ้นมาในสมอง หัวใจที่เคยเจ็บปวดกลับรู้สึกเฉยๆ มันแทบจะไม่รับรู้อะไรเลยด้วยซ้ำ

เธอไม่ได้รักเขาแล้วเหรอ?

หรือมันเป็นเพียงความชินชาจากการที่เจ็บปวดมากเกินไป จนหัวใจมันสร้างกำแพงป้องกันตัวเองจากสิ่งอันตราย ทำให้ปรียาวดีนั้นไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ต่ออนุทัต

สักวันเธอคงจะรู้คำตอบของคำถามในวันนี้...สักวัน

พอเห็นว่าอนุทัตกำลังจะเดินกลับเข้ามาปรียาวดีก็รีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นในทันที ด้วยกลัวจะถูกจับได้ว่าหล่อนนั้นกำลังแอบฟังเขาอยู่ ทว่าเพราะความรีบจนเกินเหตุ บวกกับพื้นกระเบื้องขัดมันที่ลื่นแสนลื่น ส่งผลให้ร่างบางล้มถลาลงไปกองอยู่บนพื้น

นายแพทย์หนุ่มชะงักเท้าไปครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วมองร่างระหงที่นอนราบอยู่บนพื้น ท่าทางโก๊ะๆ เปิ่นๆ ซึ่งไม่เคยเห็นจากปรียาวดีทำเอาริมฝีปากของคนเย็นชาเผลอกระตุกยิ้มเล็กน้อยอย่างขบขัน ทว่าก็ต้องทำเสียงกระแอมในลำคอเมื่อปรียาวดีเงยหน้าขึ้นมองเขา พร้อมทำเนียนตีหน้าดุใส่หล่อน

“ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องฉัน ฉันไม่ได้เรียกเธอมาสักหน่อย”

ร่างบางค่อยๆ ลุกขึ้นพร้อมจัดเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ด้วยท่าทางเขินๆ เหตุจากเผลอทำตัวซุ่มซ่ามต่อหน้าศัตรู

หมดกันฟอร์มที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน อุตส่าห์ขู่คำรามใส่เขาราวกับสิงโต ทว่าตอนนี้กลับกลายเป็นเจ้าแมวเหมียวเสียได้

“ฉันมีเรื่องอยากคุยกับคุณชายค่ะ”

“ฉันไม่ว่าง มีงานมีการทำ”

“ฉันขอเวลาไม่นานหรอกค่ะ นะคะ”

"......"เขาไม่ตอบ มีเพียงความเงียบที่ลอยวนอยู่รอบๆ ตัว

"นะคะ นะคะคุณชาย ฉันพูดไม่นานหรอกค่ะ นะคะ"

“อือๆ มีอะไรก็พูดมา” น้ำเสียงและสายตาแสนเว้าวอนของหล่อนมันทำให้เขาจำยอม ทว่าก็ยังวางมาดไม่เลิก เอ่ยอนุญาตด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์นัก ทั้งที่ใจจริงก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรมากมาย

“คือว่า ฉันอยากจะมาขออนุญาต...” เริ่มลังเลที่จะเอ่ย

“รีบๆ พูดมา อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นั้น กลัวพิกุลร่วงหรือไง ชีวิตฉันไม่ได้มีเวลาว่างให้กับเธอหรอกนะ” ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้พร้อมเอ่ยเสียงแข็ง

ปรียาวดีสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนจะเอ่ยประโยคต่อไป ประโยคที่อาจจะทำให้คนตรงหน้าโมโหจนควันออกหู

“คือ...ฉันอยากเอาหมั่นโถวมาอยู่ด้วยน่ะค่ะ เลยมาขออนุญาตคุณชายก่อน”

“หมั่นโถว? ใครอ่ะ หลานเธอเหรอ?”

“ลูก”

“ลูก!?” คิ้วหนาพลันขมวด เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หล่อนมีลูกด้วยหรือเขาไม่เห็นรู้เรื่องเลย

“เอ่อ สุนัขฉันน่ะค่ะ มันเคยนอนเคยอยู่กับฉันตลอด ฉันเลยอยากจะให้มันมา...”

“ไม่!” เสียงเข้มตะโกนลั่นขึ้นมาทำเอาร่างบางสะดุ้งตกใจ

เคยได้ยินว่าเขาไม่ชอบสุนัข แต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะไม่ชอบถึงเพียงนี้ แววตาของเขาในยามที่ได้ยินว่าเจ้าหมั่นโถวคือสุนัขไม่ใช่คน คล้ายว่าอนุทัตจะแสดงความโกรธความเกลียดออกมาจนล้นปรี่

น่ากลัวชะมัด น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านมา

ทำไมกันนะ อะไรคือเหตุผลที่อนุทัตไม่ชอบสุนัข?

ช่างเถอะ คนใจร้ายแบบเขาก็อคติกับทุกสิ่งนั้นล่ะ ขนาดเธอเป็นมนุษย์เขายังไม่ชอบเลย

จะเอายังไงต่อล่ะทีนี้ หากปล่อยหมั่นโถวไว้ที่บ้านเหมือนเดิมก็กลัวอดีตจะซ้ำรอย ทุกคนในบ้านก็ใช่ว่าจะมีเวลาว่างดูแลมัน ทว่าในทางกลับกันหากเอามาไว้ด้วยที่บ้านอนุทัตก็กลัวว่าจะถูกเขาเตะออกจากบ้านซะเปล่าๆ

ชีวิตเธอเคยโรยด้วยกลีบกุหลาบบ้างไหม เหตุใดจึงมีแต่ขวากหนามเต็มไปหมดเช่นนี้

“คุณชายไม่ลองคิดอีกสักนิดก่อนเหรอคะ?”

“ไม่ก็คือไม่ อย่ามาเซ้าซี้!”

“สักนิดก็...”

“บอกว่าไม่ก็คือไม่ไง!” เขาเผลอตะคอกใส่หล่อนพร้อมลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยท่าทางขึงขัง ถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจเพราะเริ่มหงุดหงิด

รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ตนเป็นสาเหตุทำให้ปรียาวดีสะดุ้งจนสั่นเทาไปทั้งตัวอยู่ครู่หนึ่ง เท้าเรียวคล้ายจะก้าวถอยหลังหนีห่างจากเขา ร่างกายของหล่อนเหมือนจะหยุดนิ่งราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน

เขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทว่าตัวปรียาวดีนั้นรู้ดีว่าเพราะอะไร

เพราะเสียงคำรามของอนุทัตเมื่อครู่มันทำให้ความทรงจำในอดีตที่เคยถูกชนาเทพตะคอกใส่ว่าหล่อนเป็นลูกชู้หวนกลับมาอีกครั้ง รู้ตัวเองดีว่าอยู่ในสถานะไหนสำหรับชนาเทพ ทว่าการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกชู้มันก็เจ็บปวดไม่ใช่น้อย คล้ายประวัติอาชญากรรมที่ตามติดไปตลอดชีวิตจนกว่าจะหมดลมหายใจ

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ” เสียงอ่อยๆ เอ่ยบอกก่อนจะเดินก้มหน้าก้มตาออกไปในทันที

ไม่คะยั้นคะยอเขาเหมือนเมื่อครู่

อนุทัตนึกแปลกใจที่แววตาของหล่อนดูเจ็บปวดเหลือเกิน แค่ตะคอกใส่แค่นี้หล่อนถึงกลับซึมเลยหรือ เห็นทุกครั้งจะชอบเถียงกลับคอเป็นเอ็น ทว่าครานี้มันมีเพียงน้ำเสียงบางเบาและความเหงาหงอยบนใบหน้าของหล่อน ราวกับปรียาวดีคนเมื่อคืนที่เถียงกับเขาฉอดๆ เป็นคนละคนกับปรียาวดีในตอนนี้

ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าในตอนที่เธอเงียบมันดูน่ากลัวกว่าตอนที่หล่อนตะโกนใส่เขาเสียอีก

 

ร่างบางเดินเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้า เสียงถอนหายใจยังคงดังอยู่เรื่อยๆ ของการก้าวเดิน ยิ่งเห็นสภาพอิดโรยของหมั่นโถวในวันนี้ยิ่งไม่อยากให้มันอยู่ใกล้ชนาเทพ แม้มันจะดีขึ้นกว่าเดิมทว่าก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี เพราะหากครั้งหน้าเกิดเรื่องแบบนี้อีกความโชคดีคงไม่เข้าข้างหล่อนเหมือนครานี้แน่ๆ

อย่างน้อยวันนี้ก็ดีอย่างหนึ่งเพราะตอนกลับบ้านไม่ต้องโต้เถียงกับอนุทัตเนื่องจากวันนี้เขานั้นเข้าเวร มันคงเป็นความโชคดีหนึ่งเดียวของหล่อนในวันนี้กระมัง

เท้าเรียวก้าวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คุ้นเคยทว่าในขณะที่กำลังไขกุญแจเข้าบ้าน เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นทำให้เธอชะงักมือพร้อมหยุดนิ่งเพื่อตั้งใจฟัง

ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อมองตามเสียงนั้นแล้วพบร่างน้อยๆ ที่กำลังตะเกียกตะกายอยู่ใต้สระน้ำ เจ้าของร่างนั้นคือภูรินท์

ปรียาวดีทิ้งข้าวของทุกอย่างที่แบกไว้ในมือด้วยความรวดเร็ว ก้าวเท้าวิ่งพุ่งตัวไปจนสุดกำลัง ก่อนจะกระโดดลงน้ำไป แหวกว่ายฝ่าสายน้ำตรงเข้าหาร่างน้อยๆ ของเด็กชาย เพราะหลอนไม่รู้ว่าถ้าหากช้าเกินไปอะไรจะเกิดขึ้น

ปรียาวดีค่อยๆ ดันร่างภูรินท์ขึ้นไปบนบก ก่อนที่หล่อนจะพยายามยื่นมือไปจับขอบสระเพื่อยันตัวเองขึ้นไปอีกคน แต่ยังไม่ทันได้แตะพื้นกระเบื้อง หล่อนก็ต้องหยุดชะงัก คล้ายความเย็นของสายน้ำจะทำให้กล้ามเนื้อขาเกร็งจนไร้เรี่ยวแรงในการเอาตัวรอด

หล่อนกลืนน้ำไปเยอะพอควร ดำผุดดำว่ายอยู่อย่างนั้น แทบเอาตัวไม่รอด แต่ยังโชคดีที่ผักกาดเดินมาพบเสียก่อนจึงดึงหล่อนขึ้นไปด้วยความตกใจ

“พี่ปรี โอเคไหมคะ?” เสียงหอบหายใจถี่ๆ ทำให้ผักกาดเริ่มกังวล ทว่าปรียาวดีก็พยักหน้าเบาๆ แทนการเอ่ยพูดว่าหล่อนไม่เป็นไร ก่อนจะรีบคลานเข้าไปหาร่างน้อยที่นอนนิ่งอยู่ไม่ไกลนัก

“คุณภู!” ผักกาดตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อพึ่งจะเห็นร่างของบุคคลที่หล่อนตามหาเมื่อครู่ เด็กน้อยวิ่งหนีออกมาจากห้องในตอนที่ผักกาดคลาดสายตา

“คุณภู คุณภูคะ” ปรียาวดีเอ่ยเรียกชื่อเด็กน้อยทว่ากลับมีเพียงความเงียบที่ตอบกลับมา

สัญชาตญาณของหมอมันกำลังบอกหล่อนว่าบุคคลตรงหน้าอาการเริ่มแย่ ใบหน้าหวานแนบลงบนอกน้อยๆ ก่อนจะเบิกตากว้างรีบทำการปั้มหัวใจในทันทีท่ามกลางเสียงตกใจของสองแม่ลูก ซึ่งประกอบด้วยผักกาดและป้านุ่มที่พึ่งจะเดินเข้ามาในเมื่อครู่

ผ่านไปไม่นานนักเสียงสำลักน้ำของภูรินท์ก็พลอยให้หญิงต่างวัยทั้งสามโล่งอกไปตามๆ กัน

“ป้านุ่มคะขอกุญแจรถหน่อยค่ะ” ปรียาวดีจัดการอุ้มร่างน้อยๆ ไว้ในอ้อมแขนพร้อมเอ่ยบอกป้านุ่มที่อยู่ถัดจากเธอ

ไม่นานนักกุญแจรถอีกคันของอนุทัตก็ถูกยื่นมาในมือปรียาวดี หล่อนรับไว้ในขณะที่ยังอุ้มภูรินท์อยู่

ณ เวลาที่เท้าปรียาวดีก้าวเดินไปเรื่อยๆ ปากน้อยๆ ของคนไร้สติก็บ่นพึมพำจับใจความไม่ได้ ทว่าเพราะระยะห่างที่แนบชิดของหล่อนและเด็กน้อยทำให้เธอเป็นคนเดียวที่ได้ยินประโยคเหล่านั้น

“คุณแม่ไม่รักภูเหรอครับ ทำไมคุณแม่ถึงทิ้งภูไป?” ราวกับของมีคมที่ทิ่มลงบนอกปรียาวดี

เพราะประโยคเหล่านั้นที่ภูรินท์เอ่ยออกมามันคือประโยคเดียวกันกับหล่อน ที่คอยถามมารดาผู้ล่วงลับอยู่เสมอ แม้ว่าจะไม่ได้คำตอบจากท่านแล้วก็ตาม

แม่ไม่รักปรีเหรอ? ทำไมแม่ถึงทิ้งปรีไป? ทำไมแม่ถึงให้ความรักกับผู้ชายคนนั้นมากกว่าลูกอย่างเธอ? ทำไมแม่ถึงเลือกความตายมากกว่าเลือกที่จะอยู่กับเธอ?

เธอเข้าใจหัวอกเด็กชายดีว่าการไม่มีแม่มันรู้สึกอย่างไร

ราวกับลูกโป่งที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ไร้ที่ยึดเหนี่ยวใดๆ

มือเรียวพลันกระชับกอดร่างน้อยอย่างปลอบประโลม ก่อนจะค่อยๆ วางภูรินท์ลงบนตักของผักกาดซึ่งเข้าไปนั่งรออยู่บนเบาะผู้โดยสารเมื่อครู่ ส่วนคนขับก็คือปรียาวดี

“คุณปรีขับไหวนะคะ?” ป้านุ่มเอ่ยถามอีกครั้งหากไม่ติดว่าคนขับรถลากลับบ้านด่วนนางคงไม่ต้องห่วงขนาดนี้ ด้วยว่าสภาพของปรียาวดีนั้นเปียกปอนไปทั้งตัวไม่ต่างจากภูรินท์เลยสักนิด กลัวแต่จะไม่สบายไปอีกคน

“ไหวค่ะ ไปก่อนนะคะป้านุ่ม” ว่าจบก็เดินเข้าไปนั่งในรถพร้อมขับออกตัวในทันที

หากช้ากว่านี้ก็กลัวว่าเด็กน้อยจะแย่กว่าเดิม

“พี่ปรีคะ คุณภูเหมือนจะตัวร้อนขึ้นเลยค่ะ”

“อีกนิดก็จะถึงโรงพยาบาลแล้ว ผักกาดคอยสังเกตอาการคุณภูแล้วบอกพี่เรื่อยๆ นะ”

“ค่ะ”

ล้อรถยังคงหมุนไปเรื่อยๆ แข่งขันกับเวลาชีวิตของภูรินท์...

ความคิดเห็น