ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 ความรักอันโง่งม 20%

ชื่อตอน : บทที่ 7 ความรักอันโง่งม 20%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 719

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ม.ค. 2564 00:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 ความรักอันโง่งม 20%
แบบอักษร

บทที่ 7  แม่หนูม้าเต่อ 20%  

 

ขอบคุณนะค้า พี่แทนแสนดี 1000++ โหลดแล้วจ้า ^/\^ 

 

 

*** อัป 60%**** 

บทที่ 7  แม่หนูม้าเต่อ 

เวลาไล่เลี่ยกันที่สตูดิโอ SK Production 

เสียงถอนหายใจของปานวาดดังมาอีกรอบแล้ว อุตส่าห์คิดไว้ว่าจะพาเรนนี่ไปเที่ยวห้างสักหน่อย แต่กลับต้องพาแม่หนูมาที่กองถ่ายด้วย เป็นการออกกองแบบเร่งด่วนที่เธอชินชาละนะ จะผิดก็แต่คราวนี้ เธอมีภาระตัวเล็กๆ ติดสอยห้อยตามมา ณัฐนรีจะมาถึงที่นี่ในอีกสองชั่วโมง แค่สองชั่วโมง คงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระมัง 

“อยู่ตรงนี้ นั่งนิ่งๆ กินขนมไปนะคะ ไม่ซนนะรู้ไหม” 

เด็กน้อยพยักหน้ารับ นั่งแกว่งเท้าเล่นบนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งอุ้มตุ๊กตาแม่หมู อีกมือมีถุงขนมที่แม่ปริมยัดใส่มือมาให้ สองตาของเรนนี่เฝ้ามองความเป็นไปในห้องแต่งตัว ความวุ่นวายของเหล่าทีมงานกำลังทำให้เด็กน้อยเพลิดเพลิน แม่ปริมกำลังจัดชุดเสื้อผ้าให้กับพี่สาวคนสวยที่เธอเคยเห็นในทีวี มันดูน่าสนุกในความคิดของแม่หนู ความสุขเล็กๆ ของเด็กน้อยเลยเกิดขึ้นในนาทีนั้น กระทั่งขนมที่กินเข้าไปทำให้ฝืดคอ เด็กน้อยเลยแลหาน้ำดื่ม และพบว่าน้ำดื่มที่แม่ปริมให้มามันเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น 

ด้วยความกระหาย ผสมกับความซนในวัยเด็ก ทำให้เรนนี่ลุกจากเก้าอี้ในตอนที่ปริมวุ่นวายอยู่กับการจัดหาเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้นักแสดง เด็กน้อยเดินเตาะแตะไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความวุ่นวายของพวกผู้ใหญ่ที่กำลังเซ็ตฉากและแสงไฟให้เหมาะกับละครที่กำลังจะถ่ายทำ กระทั่งสายตาของแม่หนูปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคน ด้วยความสงสัย สองขาสั้นๆ เลยพาร่างก้าวไปหาเขาทันที หัวใจของเด็กน้อยพองโตประหลาด มันยินดีจนริมฝีปากคลี่ยิ้มไม่หุบ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ ความสุขก็ระบายในหัวใจจนล้น มีแต่ความยินดี ความตื่นเต้นจนมิอาจเก็บซ่อนอีกต่อไป 

“เฮ้อ...เสร็จกันหรือยัง เร่งมือหน่อยได้ไหม!” ธาวินโพล่งขึ้น ผู้ช่วยผู้กำลังเลยต้องส่งเสียงเร่งทีมงานอีกทอดหนึ่ง เขาหยิบขวดน้ำมาเปิดดื่ม มันเย็นละนะแต่ไม่ชื่นใจ อยู่ๆ ก็นึกถึงน้ำดื่มกลิ่นมะลิของปานวาด หล่อนน่าจะติดมือมาสักขวดสองขวด 

“ฮึบ!” 

เสียงเล็กๆ นั้นดังแทรกเสียงของความวุ่นวาย ธาวินกวาดสายตาแลหา และแทบจะสำลักน้ำที่เพิ่งดื่มเมื่อเห็นเด็กหญิงคนหนึ่ง ผู้ที่เป็นเจ้าของผมม้าเต่อ ยืนเกาะโต๊ะเขาอยู่ 

“เฮ้ย! บ้าจริง! ใครเอาลูกมาทำงานด้วยวะ! อยากตายหรือไง!”  

เสียงกัมปนาทของคุณผู้กำกับทำเอาเรนนี่หน้าซีดเผือด ความยินดีปรีเปรมทั้งหลายหล่นวูบลงใต้ฝ่าเท้า มือที่เกาะโต๊ะตัวใหญ่ หลุดออกในบัดดล ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ เด็กน้อยยิ่งรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจ้อยยิ่งกว่ามดแมลง 

“ผู้จัดการ! ผู้จัดการ!” ธาวินเรียกหาผู้จัดการกองถ่าย แต่คนที่โผล่หน้ามากลับเป็นผู้ช่วยชายแต่ใจสาวของเขาเอง 

“คุณวิน มีอะไรคะ” 

“พี่มาก็ดี เอาเด็กนี่ออกไปจากตรงนี้ได้ไหม!” 

“โอ๊ะโอ...หนูน้อย ลูกใครละนี่” 

“อย่ามาถามผมนะ เอาออกไปสิ เร็วๆ เลย” 

เหน่งรีบไปจูงมือเรนนี่ แต่เด็กน้อยไม่ยอม ตุ๊กตาแม่หมูถูกปล่อยลงพื้นเมื่อต้องใช้มือคว้าจับเอาขาโต๊ะ 

“หนูจ๋า...ไม่เอาค่ะลูก ไม่ดื้อนะคะ มาๆ ป้าจะพาไปหาแม่นะ” 

เรนนี่ส่ายหน้าพรืด เงยหน้ายุ่งๆ มองคนที่ยืนเท้าสะเอวมองลงมา 

“จ้องอะไร! จ้องทำไมฮึ ไม่กลัวเหรอ” ธาวินถาม เขาเสียงดังขนาดนี้ ถ้าเป็นเด็กคนอื่นคงร้องไห้ไปแล้ว  

เด็กน้อยส่ายหน้าแทนคำตอบ มือยังติดหนึบอยู่กับขาโต๊ะ ธาวินเลยต้องประกาศเสียงออกลำโพง ให้ได้ยินทั่วทั้งสตูดิโอ เพื่อที่ผู้ปกครองของหนูน้อยจะได้มารับตัวแก ก่อนที่เขาจะโมโหมากกว่านี้  

ไม่กี่นาทีให้หลัง ปานวาดก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา 

“เรนนี่!? มานี่ลูก มา!” ทั้งเรียกเด็กน้อย ทั้งหอบแฮ่กๆ แต่ผู้กำกับจอมโหดก็ไม่เห็นแก่เธอเลย ยังส่งตาเขียวๆ มาให้อีก 

“นี่เธอพาลูกมาทำงานด้วยเหรอ ประสาทหรือเปล่าฮะ!” 

ปานวาดหน้ายุ่งเมื่อถูกว่า เธอผิดเธอรู้ แต่เธอจำเป็นนี่ จะทิ้งเด็กตัวเล็กๆ ไว้ที่บ้านได้อย่างไร  

“จิตฉันยังปกติดีค่ะ ฉันแค่ไม่มีทางเลือก” บอกเขาแล้วก้มลงไปหาเด็กน้อย “เรนนี่ แม่ปริมบอกให้นั่งรอไงคะ” 

“เรนนี่จะหาพ่อจ๋า”  

เด็กน้อยบอกแล้วจ้องเขม็งไปที่ธาวิน ทั้งเหน่งทั้งปานวาดเลยจ้องเขาเป็นตาเดียว 

“อะไรกันเล่า ลูกเธอสิ ไม่ใช่ลูกฉัน!” ผู้กำกับหนุ่มโต้คืนสายตาของปานวาด หล่อนเป็นแม่ของเด็กคนนี้แล้วจะมาทำหน้าประหลาดอย่างนั้นตอนที่เขาถูกกล่าวหาได้อย่างไร เด็กนี้ก็อะไร จู่ๆ มาทึกทักว่าเขาเป้นพ่อ ตลก! 

ปานวาดเหนื่อยใจนัก แม่หนูน้อยมาแผลงฤทธิ์อะไรตอนนี้เล่า 

“เรนนี่ไม่เอานะคะ ที่นี่ไม่มีพ่อจ๋าหรอกจ้า ไปๆ ไปนั่งกินขนมที่เดิมดีกว่านะ” 

“พ่อจ๋า...” เรนนี่เอ่ยอีก ดวงตาที่เคยสดใสหม่นแสงลงชั่วพริบตา เด็กน้อยเงยหน้ามองธาวิน คนที่ยังหน้านิ่วคิ้วขมวด 

ธาวินใจหายแปลกๆ ตอนได้ยินเสียงคล้ายตัดพ้อของเด็กน้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาราวน้อยอกน้อยใจนักหนา แต่ว่า...ไม่สำเร็จหรอกนะ 

 

“ฉันไม่ใช่พ่อของหนู ไม่ต้องมาเรียก!” 

 

 

 *******รีไรรอบเดียว มีคำผิดแจ้งได้นะคะ ^^  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว