ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 14 ไม่มีหัวใจ...

ชื่อตอน : บทที่ 14 ไม่มีหัวใจ...

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย นางเอกฉลาด เกลียด เย็นชา แต่งงาน

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2564 07:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 14 ไม่มีหัวใจ...
แบบอักษร

“หมั่นโถว ลืมตามาหาปรีก่อน อย่าพึ่งหลับนะ” เสียงสั่นเอ่ยบอกร่างน้อยในอ้อมกอด หล่อนกลัวเพียงใดใครจะรู้ ความรู้สึกสูญเสียหวนคืนมาอีกครั้งเสมือนวันนั้นไม่ผิดเพี้ยน วันที่ความตายมาพรากมารดาไปจากเธอ

ไม่มีวันได้พบเจอกันอีก การจากลาที่แสนไกล ไกลจนเธอเคยคิดจะตามไป แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึง เพราะมีใครบางคนฉุดรั้งเธอกลับมาเสียก่อน

ในขณะที่ปรียาวดีกำลังจะลุกขึ้นพร้อมกับอุ้มเจ้าหมั่นโถวไว้แนบอก สายตาวาวโรจน์ก็ตวัดมองคนที่กำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก เขาคนนั้นคือชนาเทพ

ความแค้นเกาะกุมหัวใจมากกว่าเดิม จากการคาดคะเนทางสายตาเจ้าหมั่นโถวถูกวางยาแน่ๆ เพราะบริเวณที่มันนอนชักอยู่มีเศษอาหารกระจัดกระจายเป็นหย่อมๆ จะเป็นฝีมือใครได้อีกนอกจากคนที่เกลียดเธอเข้าไส้จนลามไปเกลียดเจ้าหมั่นโถวด้วย

เธอยังจำไม่ลืมในวันที่เจ้าหมั่นโถวเผลอวิ่งข้ามมายังบ้านของชนาเทพซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากบ้านของภัควิมล ในตอนนั้นปรียาวดีอายุเพียงแค่สิบกว่าปี เธอได้ยินเสียงสุนัขร้อง ก่อนจะพบว่ามันถูกชนาเทพเตะแล้วไล่ให้ออกจากบ้านของเขา

มันคือภาพความทรงจำที่ปรียาวดีไม่เคยลบออกจากสมองได้เลยสักครั้ง ต่อให้แม่จะเคยขอให้หล่อนเรียนรู้ที่จะยิ้มให้กับเขา ห้ามโกรธ ห้ามเกลียดเขา ต่อให้เขาจะร้ายกับเธอแค่ไหน แต่เธอก็ทำไมได้ มันเกินความสามารถของเธอ

เธอฝืนยิ้มให้กับคนที่พรากอ้อมกอดของแม่ไปจากเธอไม่ได้หรอก

เขาไม่ใช่พ่อของเธอเสียหน่อยเพราะฉะนั้น...เขาก็คือคนอื่นสำหรับเธอ

“คุณทำแบบนี้ทำไม?”

“อะไรของเธอ มีหลักฐานเหรอ ถึงได้มาปรักปรำฉันแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงเรียบด้วยท่าทางไม่รู้สึกรู้สาเสมือนวันนั้นไม่ผิดเพี้ยน วันที่เธอบอกว่าเขาทำให้แม่ของเธอตาย

เขามันไม่มีหัวใจ…

“คนไม่มีหัวใจอย่างคุณทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ จะพรากทุกอย่างไปจากฉันหมดเลยหรือไง เกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ พรากแม่ไปจากฉันมันยังไม่พอใจคุณอีกหรือไง ทำไมต้องมาทำแบบนี้กับหมั่นโถวด้วย มันเป็นแค่หมาตัวหนึ่ง มันไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ถ้าคุณเกลียดฉันมากก็มาลงที่ฉัน อย่ามายุ่งกับครอบครัวของฉัน” แววตาแดงก่ำเต็มเปี่ยมไปด้วยความโกรธจรดมองชนาเทพอย่างเอาเรื่อง

ชายวัยกลางคนไม่ได้โต้เถียงอะไร สีหน้าและท่าทางคล้ายคนไร้ความรู้สึกจนปรียาวดีไม่อาจอ่านใจได้เลยว่าในตอนนี้เขากำลังรู้สึกเช่นไร

เท้าเรียวก้าวถอยหลัง สายตาแห่งความเกลียดชังยังคงจ้องมองไปยังชนาเทพไม่ไหวติง ก่อนที่เธอจะหันไปอีกทางพร้อมวิ่งออกตัวด้วยความเร็ว เพราะหากช้าไปกว่านี้ความตายอาจจะมาพรากหัวใจของเธอไปอีกดวง

“อย่าพึ่งเป็นอะไรนะหมั่นโถว อยู่กับปรีก่อนนะ” ร่างน้อยๆ ถูกวางลงบนพื้นหญ้าหน้าประตูห้องครัว ภัควิมลและคนอื่นๆ ต่างเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะวิ่งเข้ามามุงดูเจ้าหมั่นโถว พร้อมเสียงสั่นๆ ของปรียาวดีที่ตะโกนบอกวรรณาให้จัดหาของให้

ไข่ขาว น้ำและผ้า ต้องปฐมพยาบาลเสียก่อน ไม่เช่นนั้นกว่าจะถึงคลินิกเจ้าหมั่นโถวอาจจะไม่รอด

หากเป็นเช่นนั้นหัวใจของเธอคงแตกละเอียดไม่มีชิ้นดี ความทรงจำที่เลวร้ายในอดีตคงจะหวนคืนมาทำร้ายหล่อนอีกครั้ง ซ้ำเติมจนกว่าปรียาวดีจะจมดินเลยกระมัง ถึงจะพอใจ

“หมั่นโถวกลืนลงไปนะ” ค่อยๆ เทไข่ขาวลงไปในปากของเจ้าหมั่นโถว ไม่เกินสองนาทีเจ้าหมั่นโถวก็อ้วกออกมา ลืมตาขึ้นมองปรียาวดี ภูเขาลูกใหญ่คล้ายจะถูกยกออกจากอก ปรียาวดีที่หวาดกลัวในคราแรกเริ่มคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นอาการที่ดีขึ้นของเจ้าหมั่นโถว

 

“ใจเย็นๆ นะปรี หมั่นโถวต้องไม่เป็นอะไร” มือหนาลูบหลังพี่สาวเบาๆ เพื่อปลอบประโลม ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงทั้งสองยังคงนั่งอยู่ที่คลินิก ยังไม่มีวี่แววว่าหมอจะออกมาบอกข่าวดีเลยสักที

มือบางกำประสานกันแน่นด้วยความกลัว นพดลเห็นเช่นนั้นจึงดึงมือของเธอมากอบกุมไว้ หวังจะให้กำลังใจหล่อน ไม่นานนักสัตวแพทย์ก็เดินออกมาพร้อมคำที่ปรียาวดีอยากได้ยิน

หัวใจที่หนักอึ้งคล้ายจะเบาโหวงเมื่อรับรู้ว่าเจ้าหมั่นโถวพ้นขีดอันตรายแล้ว

“ฝันดีนะ อย่าคิดมากล่ะ พรุ่งนี้เดี๋ยวดลมารับไปทำงานแต่เช้า” ยกมือขึ้นลูบหัวปรียาวดีเบาๆ

เขาล่ะยอมใจหล่อนจริงๆ ใบหน้าและท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าเจ็บปวดแค่ไหนทว่าหยดน้ำตาสักหยดกลับไม่มีให้เห็น

เขาอยากจะรู้เหลือเกินว่าสิ่งใดกันที่มาพรากหยดน้ำตาไปจากปรียาวดี ทำไมเธอถึงกลัวการร้องไห้ต่อหน้าคนอื่นขนาดนั้น

“ขับรถดีๆ นะ”

“อือ เข้าบ้านเถอะ ดึกแล้ว” สองพี่น้องโบกมือให้กัน ปรียาวดีเดินเข้าบ้านไปส่วนนพดลก็ขับรถกลับบ้านตัวเอง

“ห้าทุ่ม บ้านฉันไม่ใช่โรงแรมนะที่คิดจะกลับกี่โมงกี่ยามก็ได้ วุ่นวายให้คนอื่นรอเปิดรอปิดประตูให้อีก ในขณะที่ตัวเองไปเที่ยวเล่นกับผู้ชายดึกๆ ดื่นๆ” น้ำเสียงประชดประชันดังไล่หลังมาติดๆ ปรียาวดีไม่ได้หันไปมองเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคนคนนั้นคือใคร

คงไม่พ้นเจ้ากรรมนายเวรนามว่าอนุทัต ไม่รู้วันไหนจะหมดเวรหมดกรรมต่อกันเสียที หากวันนั้นเธอไม่เดินเข้ามาในชีวิตเขา ในวันนี้เธอจะยังมีความสุขหรือเปล่า มันจะดีกว่าตอนนี้หรือแย่กว่าตอนนี้นะ

ช่างเถอะ! ต่อให้จะตัดพ้อไปอีกกี่ล้านครั้ง สุดท้ายเธอก็ย้อนไปแก้ไขอดีตไม่ได้อยู่ดี หากย้อนไปแก้ไขได้ เรื่องที่เธออยากจะแก้ไขเป็นเรื่องแรกก็คงเป็นเรื่องของแม่

แต่นี่มันชีวิตจริงไม่ใช่ละคร เรื่องแบบนั้นคงไม่มีอยู่จริงหรอก โชคชะตาไม่ได้ใจดีกับเธอขนาดนั้น

เพราะเธอคือปรียาวดีไงล่ะ ปรียาวดีที่เป็นข้อยกเว้นของคำว่าโชคดี

“นี่ อย่ามาทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนนะ มาตกลงกันให้รู้เรื่องก่อน”

“เอาเป็นว่าถ้าฉันกลับดึก คุณก็ปิดประตูได้เลย เดี๋ยวฉันปีนเข้าเอง เคยทำแล้วหนิ”

“ปากดี”

“จะเอายังไง พอฉันไม่คุยด้วยก็มาว่า พอคุยด้วยก็หาว่าปากดี อย่าทำตัวเหมือนโลกโคจรรอบตัวคุณชายคนเดียวได้ไหมคะ” คล้ายระเบิดที่รอเวลา ปรียาวดีพยายามข่มอารมณ์อึดอัดในใจที่ต้องเผชิญมาเกือบทั้งวัน ยังไม่อยากทะเลาะกับใครในตอนนี้ มันเหนื่อยเกินไป ร่างกายคล้ายจะแหลกเต็มที

เหนื่อยทั้งกาย เหนื่อยทั้งใจ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวนะคะ เหนื่อย!”

“ไปทำอะไรมาถึงเหนื่อย?” เขาเผลอยื่นมือไปรั้งแขนหล่อนอย่างลืมตัวก่อนจะผละออกด้วยความตกใจ

ปรียาวดีถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเพราะรู้ว่าคำถามของเขากำลังสื่อความหมายว่าอย่างไร

“เคยบอกไปแล้วนี่คะ ฉันเป็นแค่คนรับใช้เรื่องส่วนตัวไม่จำเป็นต้องรายงานเจ้านาย”

“ประชดเก่ง ฉันแค่จะเตือนเธอเท่านั้นแหละ จะทำอะไรก็ควรคิดถึงหน้าหม่อมย่าบ้าง ท่านบอกว่าเธอดีแสนดี ไม่รู้ว่าท่านไปเห็นเธอตอนไหนถึงได้พูดแบบนั้น แต่สำหรับฉัน ฉันยังไม่เห็นคำว่าดีในตัวเธอเลย”

‘อคติ’ คำนี้คำเดียวที่หล่อนอยากจะมอบให้เขา สงสัยคำคำนี้จะตัวใหญ่ที่สุดในพจนานุกรมของอนุทัตกระมัง เหตุใดจึงมองหาคำว่า ‘ความจริง’ ไม่เจอเสียที ความรักบดบังสายตาจนบอดไปแล้วหรือไง

“แต่สำหรับฉันเมื่อก่อนฉันเคยคิดว่าฉันเห็นคำว่าดีในตัวคุณชายนะคะ แต่พอได้รู้จักจริงๆ ฉันก็พึ่งจะรู้ว่าที่ฉันเห็นมานั้นมันไม่ใช่ความจริง”

“นี่เธอกำลังด่าฉันเหรอ?” เอ่ยกลับทันควันอย่างเอาเรื่อง ทว่าปรียาวดีก็ไม่ได้นึกหวั่นใดๆ มีเพียงใบหน้าเรียบนิ่งที่ดูอ่อนล้าเต็มที

ไร้ซึ่งความรู้สึกและความกลัว

“ก็แล้วแต่คุณชายจะคิดค่ะ ชอบคิดเองเออเองเก่งนี่ค่ะ แต่แปลกนะคะที่นิสัยแบบนั้นคุณชายดันใช้กับฉันแค่คนเดียว กับใครบางคนต่อให้คนอื่นมาบอกว่าเขาเป็นคนไม่ดีกี่ล้านครั้ง แต่สุดท้ายคุณชายก็บอกว่าเขาดีเหมือนเดิม ซึ่งกับฉันคุณชายดันบอกว่าไม่ดีเพียงแค่เห็นว่าฉันคุยกับผู้ชาย ฉันเป็นมนุษย์นะคะ ไม่มีใครบ้าเลือกคุยเฉพาะเพศเดียวกันหรอกค่ะ นิสัยคุณชายนี่ สองมาตรฐานชัดๆ หรืออาจจะเลยสองไปแล้วก็ได้” คนที่ปรียาวดีพาดพิงถึงก็คือนลิน

ถ้าเธอเป็นนลินเขาคงไม่เชื่อง่ายๆ หากมีใครมาบอกว่าหล่อนไม่ดี แต่เธอคือปรียาวดีนี่สิ เพียงแค่เขาเห็นหน้าเธอ เขาก็ตัดสินแล้วว่าเธอไม่ดี

ความยุติธรรมอยู่ตรงไหน สองมาตรฐานอย่างชัดเจน ดีแล้วที่เขามาเป็นหมอ หากเป็นทนายคงไม่วายว่าความแบบผิดๆ

“เงียบทำไมคะ แทงใจดำเหรอ?”

ใช่ เหมือนจะเป็นอย่างที่เธอบอกจริงๆ มันเลยทำให้เขาไม่มีคำจะเถียงกลับ

“ฉันแค่เหนื่อยที่จะเถียงกับเธอแล้วต่างหาก”

“งั้นฉันขอตัวนะคะ แล้วเรื่องประตู ก็ปิดได้เลยถ้าฉันกลับดึก เดี๋ยวฉันปีนเข้ามาเอง จะได้ไม่ต้องลำบากใคร” น้ำเสียงราบเรียบทว่าแววตากลับทอชัดถึงความตัดพ้อ

จบๆ ปัญหาสักที เหนื่อยเหลือเกิน ต้องมาทะเลาะเรื่องไร้สาระกับคนที่ต่อให้เธอหาคำอธิบายมามากมายเท่ามหาสมุทรหรือจักรวาลเขาก็มองเธอเป็นคนร้ายอยู่ดี แถมในใจยังกังวลเรื่องเจ้าหมั่นโถวไม่หาย เขาไม่รู้หรอกว่าในแต่ละวันหล่อนต้องแบกรับอะไรไว้บ้าง

ไม่ใช่แค่ชีวิตคนไข้ แต่เป็นชีวิตตัวเองด้วยที่ต้องแบกรับไว้จนบางทีก็แทบจะล้มทั้งยืน

“เดี๋ยว!” ปรียาวดีหลับตาลงคล้ายจะข่มอารมณ์ครุกกรุ่นในใจทว่ามันกลับระเบิดออกมาเสียแล้ว

หล่อนเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

อุณหภูมิในปรอทแตกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

“ฉันเหนื่อย ได้ยินไหมคะว่าฉันเหนื่อย คุณชายจะอะไรนักหนา ต่างคนต่างอยู่ได้ไหม ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ถ้าเกลียดกันมากก็ช่วยอยู่ห่างๆ!!!” ปรียาวดีตะโกนเสียงดังลั่นอย่างเหลืออด

อนุทัตชะงักไปครู่หนึ่ง นึกอึ้งกับสิ่งที่ปรียาวดีแสดงออกมา เสี้ยววินาทีของเข็มนาฬิกาคล้ายว่าเขาจะรู้สึกกลัวหล่อนเลยด้วยซ้ำ

หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มทว่าพอถึงเวลาโกรธ ราวกับลูกเจี๊ยบที่แปลงร่างเป็นไดโนเสาร์กินเนื้ออย่างไรอย่างนั้น

“ฉันแค่จะบอกว่าวันศุกร์นี้หม่อมย่าให้ไปทานข้าวด้วยที่วัง”

“ค่ะ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหมคะ งั้นฉันขอตัวค่ะ” ว่าจบก็เดินออกไปเลย ทิ้งให้อนุทัตยืนนิ่งอยู่เพียงลำพัง

“เห็นหน้าหวานๆ พอโกรธแล้วน่ากลัวชะมัด”

คิ้วหนาอดขมวดไม่ได้เมื่อเห็นคราบบางอย่างบนเสื้อของปรียาวดี คล้ายจะเป็นอ้วกที่มีกลิ่นของสารพิษปะปนอยู่

เธอไปทำอะไรมา?

ความคิดเห็น