ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : #1 แรกพบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2564 21:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#1 แรกพบ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ปัน’ เด็กหนุ่มวัย 17 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลา ผิวพรรณขาวจัด จนแทบไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นเด็กต่างจังหวัด กำลังลากกระเป๋าเดินทางมาตามทางผู้โดยสารขาเข้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่รู้ว่าพี่สาวไม่ว่างมารับตน แต่ดันส่งพี่เขยที่เขาไม่เคยเห็นหน้าเลยสักครั้ง

 

ตลอดระยะเวลาสามปีที่อีกฝ่ายแต่งงานกับพี่สาวของเขา จนเวลานี้พวกเขามีโซ่ทองคล้องใจด้วยกันแล้วหนึ่งคนชื่อ ‘หนูดี’ แต่เป็นอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ไม่เคยพาพี่สาวและหลานสาวของเขากลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัดเลยสักครั้ง

 

“น้องปันครับ!!! ทางนี้ครับ”

 

ในขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงนุ่มๆของใครคนหนึ่งกำลังร้องเรียกชื่อเขาอยู่ พอหันไปมองก็ถึงกับตาฝ่าฟางกันเลยที่เดียว เมื่อเห็นใครคนนั้นกำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอวดฟันกระต่ายที่เรียงซีกสวยส่งมาให้ อีกทั้งยังกวักมือเรียกเขาเสียงดังอย่างไม่อายใคร

“เปียให้พี่มารับปันกลับบ้านครับ..จริงๆ หนูดีก็อยากมารับปันเหมือนกันนะครับ แต่นอนกลางวันยังไม่ตื่น ยังไงค่อยเจอกันที่บ้านแล้วกันเนาะ ป่ะ..กลับบ้านกัน”

 

เดียร์บอกเด็กหนุ่มยิ้มๆ ก่อนจะคว้าเอากระเป๋าเดินทางของอีกฝ่ายมาถือืพค้อมกับเดินนำน้องชายภรรยาไปที่รถ

 

เดียร์’ ชายหนุ่มวัย 25 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียน ใบหน้าบางมุมก็ดูหล่อบางมุมก็ดูสวย ยิ่งเวลายิ้มมันทำให้ใบหน้านั้นดูมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนรอบข้าง ไม่เว้นแม้แต่ปันที่มีอคติกับอีกฝ่ายตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้ากัน ยิ่งมองดวงตากลมโตที่สุดสกาวแล้วยิ่งไม่อาจละสายตาไปไหนได้

 

 

 

“ปันทานข้าวมารึยังครับ หิวรึเปล่า แล้วเดินทางเหนื่อยไหม”

 

เมื่อมาถึงรถ เดียร์ก็เอ่ยถามปันออกไปเป็นชุดด้วยความห่วงใย

“ไม่หิว แล้วก็ไม่เหนื่อยครับ” ปันตอบสั้นๆ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะอยากชวนเขาคุยอะไรนักหนา ทั้งที่ก็ไม่คิดจะสนใจครอบครัวของภรรยาอยู่แล้ว หรือกลัวว่าเขาจะเอาเรื่องครอบครัวของอีกฝ่ายออกมาแฉให้คนอื่นรู้กันนะ

“แล้วปันจะมาอยู่กับพวกเรานานรึเปล่าครับ” คำถามของเดียร์ทำให้ปันถึงกับหงุดหงิดขึ้นมาทันที เขามายังไม่พ้นวันอีกฝ่ายก็ถึงกับถามเรื่องที่เขาจะย้ายออกแล้ว ต้องเป็นคนเห็นแก่ตัวขนาดไหนกันผู้ชายคนนี้ หน้าตาก็ดีแต่ทำไมนิสัยน่ารังเกียจแบบนี้

“คงไม่นานหรอกครับ หาหอพักได้เมื่อไหร่ก็ย้ายออกแล้วครับ” ปันตอบไปสั้นๆ พยายามเก็บอารมณ์ไว้ เพราะถึงอย่างไรก็ยังต้องอาศัยอีกฝ่ายอยู่

“อ้าว!! ทำไมหล่ะปัน….พี่ก็นึกว่าเราจะมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเสียอีก..เลยซื้อของไว้รอเราเต็มไปหมด..ยังไงก็ขอโทษเราก็แล้วกันนะ มัวแต่ตื่นเต้นเลยไม่ได้ถามก่อนว่าปันจะมาอยู่นานหรือเปล่า”

 

แม้ชายหนุ่มจะยังยิ้มแย้มตลอด แต่น้ำเสียงกลับไม่แจ่มใสเหมือนก่อน แววตาที่จ้องมองไปยังถนนเบื้องหน้ามีแววผิดหวังไม่น้อย ปันที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับย่อมมองเห็นได้อย่างชัดเจน

“เอาจริงๆ ผมก็อยากอยู่เหมือนกัน แต่ผมเกรงใจอ่ะครับ”

 

ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ปันพูดออกมาอย่างนั้น แต่พอรู้ตัวก็คือไม่ทันแล้ว เขาได้พูดมันออกไปแล้ว พูดออกไปแบบงงไป ไม่เข้าใจตัวเองเลยสักนิด

“จะมาเกรงใจอะไรกันเล่า เราเป็นน้องชายของเปียก็เหมือนเป็นน้องชายของพี่ด้วย อีกอย่างถ้าเราปิดเทอมเมื่อไหร่พี่จะได้ถือโอกาสพาหนูดีกลับไปเยี่ยมคุณตากับคุณยายด้วย ตั้งแต่คบกันเป็นแฟนจนตกลงแต่งงานกันพี่ก็ยังไม่เคยพบครอบครัวของเปียเลยสักครั้ง เรารู้รึเปล่าว่าพี่ดีใจมากเลยนะที่ได้ยินว่าเราจะมาเรียนที่นี่และมาพักอยู่ด้วยกัน หลานก็ดีใจจะได้พบน้าปันเหมือนกันนะ”

 

เดียร์พูดไปยิ้มไป จึงพลอยทำให้คนหน้านิ่งที่นั่งคู่กันเผลอยิ้มออกอย่างอดไม่ได้

 

เดียร์เป็นคนที่พูดเก่ง คุยสนุก ทำให้บรรยากาศในรถไม่ได้อึดอัดอย่างที่ปันคิดไว้แต่แรก และยังได้รู้อีกว่าที่ชายหนุ่มไม่ยอมไปพบครอบครัวของเขาจนทำให้เขาและครอบครัวตั้งแง่ อคติกับอีกฝ่าย แท้จริงแล้วเป็นเพราะพี่สาวของเขาเองต่างหากที่ไม่อยากกลับไป

 

ในขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ จู่ๆ โทรศัพท์ของเดียร์ก็มีสายเข้า คนโทรมาเป็นผู้หญิงชื่อ ‘ดา’ โทรมาบอกว่าที่ร้านมีปัญหา อยากให้ชายหนุ่มเข้าไปจัดการ และที่ทำให้ปันรู้สึกสะดุดหูเห็นจะเป็นสรรพนามที่อีกฝ่ายเรียกพี่เขยของเขาว่า ‘ที่รัก

“ปัน…พอดีที่ร้านของพี่เกิดปัญหานิดหน่อย พี่ต้องแวะที่ร้านก่อน..ขอโทษเราจริงๆนะ.. เอาแบบนี้ดีไหมปันขึ้นไปนอนพักผ่อนรอในห้องนอนของพี่ก่อน ..พี่เคลียร์เรื่องจบแล้วเดี๋ยวขึ้นไปปลุก”

 

เดียร์บอกเด็กหนุ่มที่นั่งมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ก็รู้สึกผิดอยู่หรอ แต่มันก็จนใจจริงๆทำอะไรไม่ได้เลย

“เอาตามที่พี่เดียร์ว่าก็ได้ครับ”

 

ปันตอบพร้อมกับหลบสายตาของพี่เขย นึกเคืองอีกฝ่ายอยู่ในใจ ทั้งที่มีครอบครัวอยู่แล้วยังกล้าให้คนอื่นใช่สรรพนามเรียกตนเองแบบนั้น

“ปันเป็นอะไรไป เห็นเงียบมาได้สักพักแล้ว.. คงไม่ได้กำลังนินทราพี่อยู่ในใจใช่ป่ะ ฮ่าๆๆ จริงๆซะด้วย”

 

เดียร์ระเบิดเสียหัวเราะออกมาอย่างขบขัน เมื่อพอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่ม

“พี่กับดา เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ จริงๆแล้วพี่ชื่อ ‘ที่รัก’ คุณคนตั้งเขาอยากให้พี่เป็นที่รักของทุกคน แต่เปียเขาไม่ค่อยชอบชื่อนี้บอกว่ามันเลี่ยน เลยเปลี่ยนมาเรียกพี่ว่าเดียร์แทน ปันเข้าใจรึยัง”

 

เดียร์อธิบายเสียยืดยาวทั้งที่ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิดเดียว เมื่อพูดจบก็พอดีกลับที่ไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวแต่ชายหนุ่มก็ทันเห็นใบหูขาวของอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นสีแดง

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น