email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เล่ม 3.2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 118

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2564 09:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 3.2
แบบอักษร

“พี่”

               “หือ?”

               “ผมมีอะไรอยากจะบอกพี่ด้วย”

               แววตาของซอบคลอเบ้าของเหลวใส ๆ เหมือนเขากำลังร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น

               “ช่วยรับฟังหน่อยได้ไหมครับ?”

               อีคยองที่ไม่ยังไม่รู้สถานการณ์ ได้แต่กระพริบตาช้า ๆ

 

 

สุดท้ายทั้งสองคนก็เข้ามาในหอพักของอีคยอง เจ้าของห้องเขี่ยเสื้อผ้าที่กระจายอยู่เต็มพื้นห้องด้วยเท้า ก่อนจะหันไปหาซอบที่สีหน้าอึมครึมมาตั้งแต่เมื่อกี้ให้นั่งลง สุดท้ายซอบก็มุ่ยหน้า ยอมนั่งคุกเข่าลงที่พื้นห้อง

               “ทำไมคุกเข่าแบบนั้น มันสบายเหรอ...?”

               “สบายใจมากเลยครับ”

               “แต่ฉันไม่สบายใจนะ”

               อีคยองเอื้อมมือไปจับไหล่ซอบ

               “อย่านั่งแบบนั้น แล้วไปนั่งบนเก้าอี้เถอะ”

               “...”

               “นะ?”

               อีคยองเอ่ยราวกับขอร้อง ก่อนที่เขาจะหันไปเห็นว่าจู่ ๆ ก็มีหยดน้ำร่วงหล่นลงมาบนเข่าของซอบ อีคยองเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะพิจารณาใบหน้าของคนรัก ซอบกำลังกัดริมฝีปากของตัวเองในขณะที่หยาดน้ำตามากมายไหลออกมาไม่หยุด ด้วยความที่อยู่ ๆ ซอบก็ร้องไห้ออกมา อีคยองจึงพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ

               “อะไรกัน ร้องไห้ทำไม!”

               “...”

               “ท..ทำไมเป็นแบบนี้ เพราะฉันพูดแบบนั้นเลยร้องไห้เหรอ?”

               “...”

               “ฉัน ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่รู้ว่ามันจะทำให้นายกลัวขนาดนี้”

               “เปล่าครับ”

               “หือ?”

               “ไม่ใช่ความผิดของพี่หรอก ผมกลับชอบเสียอีกที่พี่ชวนให้เรามีเซ็กซ์กัน”

               ฉันไม่ได้พูดตรง ๆ ว่า “เซ็กซ์” สักหน่อย

               อีคยองผงะไปชั่วครู่ ขณะที่หน้าของเขากำลังร้อนวูบวาบ

               ซอบเงยหน้าขึ้นก่อนจะหันไปทางอีคยองที่แก้มสองข้างเริ่มแดงระเรื่อ แววตาของคนตัวโตกว่ายังคงฉายแววเศร้าขณะที่หยาดน้ำตาก็ยังคงหยดติ๋ง ๆ

               คนที่ตกอยู่ในความเงียบก่อนก็คืออีคยองนั่นเอง

               “ถ้างั้นทำไมถึงร้องไห้...”

               สุดท้ายก็มีเสียง ‘ฮึก’ เล็ดลอดออกมาจากปากของซอบ อีคยองคิดในใจว่าไม่ได้การแล้ว เขาตัดสินใจยกมือขึ้นตบแผ่นหลังกว้างของซอบเบา ๆ เจ้าคนตัวโตกว่าปาดน้ำตาด้วยหลังมือของตัวเองก่อนจะพึมพำออกมา

               “ผมกลัวว่าพี่จะเกลียดผมครับ”

               “หือ?”

               “ถ้าพี่บอกเลิก ผมจะทำยังไง ว่าไงครับ?”

               “พูดอะไรเนี่ยเด็กบ้า”

               อีคยองหัวเราะออกมาเบา ๆ

               “แล้วทำไมฉันต้องบอกเลิกนายด้วยล่ะ”

               ซอบเอ่ยด้วยดวงตาที่ยังปริ่มไปด้วยน้ำตา

               “จริงเหรอครับ?”

               “จริงสิ”

               อีคยองใช้เรียวนิ้วของตัวเองเช็ดน้ำตาให้ซอบ เป็นเพราะหน้าตาดีมากหรือเปล่านะ ขนาดร้องไห้ยังดูเปล่งประกายขนาดนี้

               “ทำไมฉันต้องพูดอะไรแบบนั้นกับนายด้วยล่ะ?”

               ทันใดนั้นซอบก็กำนิ้วของอีคยองที่กำลังเช็ดน้ำตาของเขาไว้แน่น ก่อนจะเอาแก้มมาแนบลงที่ฝ่ามือของอีคยองแล้วเอ่ยถาม

               “จริงเหรอครับ?”

               อ๊าก!

               อีคยองกรีดร้องอย่างชอบใจข้างใน

               เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์เอ๊ย! ยิ่งทำอะไรแบบนี้ยิ่งน่ารัก

               อีคยองอยากจะจับแก้มของซอบมากดจูบรัว ๆ แต่สถานการณ์ในตอนนี้มันค่อนข้างจะตึงเครียด เขาจึงต้องอดทนไว้ แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสุขุม พยายามให้จริงจังที่สุดเท่าที่จะทำได้

               “แน่นอน”

               ซอบกระพริบตาช้า ๆ เขามองอีคยองประหนึ่งกำลังหว่านเสน่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ ถูแก้มไปมาที่ฝ่ามือของอีคยอง

               “พี่อีคยอง”

               ซอบจุมพิตลงบนฝ่ามือของอีคยอง ทำให้เจ้าตัวเผลอขยับนิ้วไปมาเพราะสัมผัสอันน่าตกใจของอีกฝ่าย แพขนตายาวของซอบหลุบลงต่ำ ก่อนที่เขาจะพึมพำเสียงต่ำ

               “ผมมีความลับอะไรอยู่อย่างหนึ่ง”

               “อื้อ”

               “...”

               “...”

               “ฮ..ฮึก”

               “เดี๋ยว จะร้องไห้ทำไมอีก!”

               สถานการณ์ที่กำลังคลี่คลายวนกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง อีคยองสวมกอดซอบที่กำลังร้องไห้เสียใจพลางลูบแผ่นหลังของอีกฝ่ายเบา ๆ

 

 

หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ ซอบที่ดูสงบลงมากกว่าก่อนนี้ก็เอ่ยขึ้น

               “จริง ๆ แล้วผมมีอะไรบางอย่างที่แปลกกว่าชาวบ้านครับ”

               ซอบนั่งลงตรงหน้า ในขณะที่อีคยองที่นั่งขัดสมาธิตั้งแต่ก่อนหน้านี้ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ

               หมายถึงอะไรกันเนี่ย?

               ซอบไม่กล้าแม้แต่สบตากับอีคยอง ได้แต่พึมพำเบา ๆ

               “ผมไม่รู้ว่าจะพูดได้เต็มปากมั้ยถ้าบอกว่ามันเหมือนสัตว์”

               อีคยองเอียงหัว

               ‘หมายถึงเวลามีเซ็กส์จะเหมือนสัตว์เหรอ...?’

               ซอบที่พอจะอ่านสีหน้าของอีคยองออกรีบส่ายหัว

               “ไม่ได้หมายความว่ากลางวันเป็นอย่าง กลางคืนเป็นอีกอย่างนะครับ”

               “กลางวันเป็นอย่าง กลางคืนเป็นอีกอย่างหมายความว่ายังไง?”

               “หมายถึงตอนกลางวันอ่อนโยน ขี้อาย แต่ตอนกลางคืนยั่วยวน เชี่ยวเรื่องบนเตียงไงครับ คำนี้มันดังมากในเน็ตนะ... พี่ไม่รู้เหรอ?”

               “ก็เดี๋ยวลองเสิร์ชในโทรศัพท์ก็ได้ แต่ว่านายน่ะ หมายถึงนิสัยนายเหมือนสัตว์เหรอ?”

               ซอบถอนหายใจ

               “ไม่ได้หมายถึงนิสัยครับ”

               “ถ้างั้นหมายถึง?”

               ซอบลุกขึ้นจากที่นั่งเพื่อไปปิดหน้าต่าง ก่อนจะดึงม่านลง ปิดกั้นไม่ให้เห็นข้างนอกอย่างสมบูรณ์แบบ

               “พี่ครับ”

               ซอบขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของตัวเองจนยุ่งเหยิงพลางเอ่ยเสียงต่ำ

               “ดูสิครับ”

               ‘อะไร?’

               อีคยองที่กำลังจะเอ่ยถามเป็นอันต้องกลืนทุกคำพูดลงคอ

               เพราะอยู่ ๆ ก็มีอะไรบางอย่างสีน้ำตาลอ่อนโผล่ขึ้นมาจากหัวของซอบ

               มันรูปร่างเหมือนภูเขาที่กำลังตั้งขึ้น

               หูนั่นเอง

 

 

               นั่นมันหูหมานี่!

 

               “หือ?”

               อีคยองเหม่อลอย

               “หืออ?”

               มือของซอบที่กำลังจับผ้าม่านอยู่สั่นระริก เขาเอ่ยเสียงต่ำด้วยสีหน้าที่เศร้าที่สุดในโลก

               “พี่อีคยอง...”

               อีคยองคิดว่าเขากำลังฝันอยู่ เพราะถ้าไม่ใช่อย่างนั้นมันจะเป็นไปได้ยังไงที่คนรักที่แสนน่ารักและงดงามของเขาจะมีหูหมาอยู่บนหัวน่ะ 

               ทว่าอยู่ ๆ หูหมาสีน้ำตาลก็พับไปข้างหลัง ดูเหมือนว่าซอบจะร้องไห้อีกแล้ว ปากของเขาเริ่มสั่น

               “อย่าเกลียดผมเลยนะครับ”

               “เดี๋ยวสิซอบ อย่าเพิ่งร้องไห้เลย ขอเวลาฉันคิดก่อน”

               อีคยองพึมพำพลางขยี้ตาทั้งสองข้างด้วยฝ่ามือ

               “แล้วก็ต่อให้เป็นแค่ฝัน ก็ไม่มีเหตุผลให้ฉันต้องเกลียดนายนี่”

               “ไม่ใช่ฝันสักหน่อย...”

               “ฮ่า จริง ๆ เลย ฮ่า”

               อีคยองพูดด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย

               “หยิกฉันหน่อยได้ไหม?”

               “ผมไม่อยากทำให้พี่เจ็บ”

               “พูดจาน่ารักจังเลยนะ เด็กน้อยของฉัน ว่าแต่นี่มันไม่ใช่ฝันเหรอ?”

               ซอบค่อย ๆ เข้ามาหาแล้วนั่งลงคุกเข่า ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงกับพื้น

               “ขอโทษที่ผมไม่เคยบอกพี่เลยจนถึงตอนนี้”

               “?”

               “มันคือความลับของผมครับ”

               อีคยองมองหูหมาที่กำลังกระดุกกระดิกอย่างเหม่อลอย นี่มันอะไรกัน ที่คาดผมแบบนี้ไปหาซื้อมาจากไหนเนี่ย?

               “ต้องเริ่มพูดอะไรก่อนนะ... อืม... เอ่อ...”

               ระหว่างที่ซอบกำลังพึมพำอะไรอยู่คนเดียว อีคยองก็เอื้อมมือไปจับหูโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ดังนั้นซอบจึงหดไหล่ลงแล้วขมวดคิ้วทั้งสองข้าง อีคยองค่อย ๆ ลูบหูของคนรักอย่างระมัดระวัง สัมผัสอุ่น ๆ แสนนุ่มนี้ทำให้รู้ว่ามันเป็นใบหูที่มีชีวิตจริง ๆ

               อีคยองพึมพำ “พระเจ้าช่วย” จากนั้นก็ขยับมือไปลูบหัวของซอบเล่น ซอบได้แต่หลับตาพลางคราง “อืม” อย่างพึงพอใจไปด้วย แม้จะมีบ้างที่เผลอสะดุ้งเล็กน้อย แต่ท่าทางคงชอบใจน่าดูเลยล่ะ อีคยองผละมือออก ก่อนจะพูดด้วยโทนเสียงต่ำ

               “ไม่ใช่ที่คาดผมนี่นา?” 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว