email-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Ancient one

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2564 23:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ancient one
แบบอักษร

บนเทือกเขาหิมาลัยแสนหนาวเหน็บ เทือกเขาแห่งความลึกลับที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์มากมาย บัดนี้ท่ามกลางทุ่งหิมะแสนหนาวเหน็บกำลังมีร่างของชายผมสีดำยาวกำลังนั้งอยู่ไม่ขยับไปไหน ไม่สิ เขากำลังนั้งทำอะไรบ้างอย่างอยู่

"เขตแดนเวทย์สำหรับป้องกันคนที่มีพลังเวทย์สูงกว่าที่กำหนดเหรอ? เป็นเขตแดนที่ค่อนข้างแปลกแฮะ เอาเถอะ แต่เขตแดนลวงตานี้ถ้าเราไม่รู้มาก่อนก็คงจะมาไม่ถูกละน่ะ"

บรูซที่กำลังนั้งทำสมาธิตรวจสอบอากาศที่อยู่ตรงหน้าก็พูดขึ้น ไม่สิ ไม่ใช่อากาศแต่เป็นข่ายอาคมสำหรับแดนลับแลทั้งหลายที่เอาไว้ปกปิดตัวตนจากโลกภายนอก

"พลังเวทย์ของเราตอนนี้ค่อนข้างตํ่าน่าจะเป็นผลจากการสร้างร่างใหม่ทำให้พลังเวทลดเหลือพอๆกับตอนที่เราพึ่งปลุกพลังเวทใหม่ๆ ก็นะที่ระบบลอกมันบอกอิงแค่ความสามารถด้านร่างกายนิ แต่พลังเวทในโลกนี้รู้สึกจะต่างกับที่เราเคยใช้นิดหน่อยแฮะ"

บรูซค่อยๆกำหนดลมหายใจพยายามรวบรวมพลังเวทในอากาศไหลเวียนสู่ร่างกายเพื่อเพิ่มปริมาณความจุของพลังเวทในร่างตามวิธีที่เขาคิดขึ้นจากหลักการของการหายใจรวบรวมกำลังภายในของศิลปะการต่อสู้จีนเพื่อให้ความจุของพลังเวทในร่างมากพอจะใช้เวทต่างๆได้โดยที่พลังเวทไม่หมดแต่เมื่อเขาลองพยายามนำพลังเวทเข้าสู่ร่างก็พบว่าพลังเวทในโลกนี้ ไม่สิ อาจตะแค่บริเวณนี้มันค่อนข้างแตกต่างกับพลังเวทที่เขามักใช้ พลังเวทในบริเวณนี้มันเหมาะกับการใช้เวทย์สายขาวในโลกของเขามาก เรียกว่าถ้าพวกสายดำใช้ละก็คงมีพลังเวทปั่นป่วนกันบ้าง แต่สำหรับเขามันไม่ใช่ปัญหาถึงเวทที่เขาถนัดจะเป็นคาถาพ่อมดแม่มดสายดำแต่เขาก็ฝึกเวทสายขาวมามากพอกันไม่ใช่ปัญหาถ้าเขาจะดูดซับเวทในบริเวณนี้มาใช้แล้วปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับเวทสายดำที่เขามักเรียนรู้จากตำราโบราณและพวกจอมเวทคนอื่นๆในโลกของเขาภายหลัง

หลังจากเขาเริ่มรวมบรวมพลังเวทเวลาก็ได้ผ่านไปสองถึงสามชั่วโมง มันช่างยาวนานสำหรับคนทั่วไปที่ต้องทนนั้งสมาธิกลางทุ่งหิมะแสนหนาวเหน็บแบบนี้แต่กับบรูซที่เคยฝึกร่างกายด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้านานให้นั้งอีกสักสามชั่วโมงก็ยังได้

"ขยายความจุพลังเวทได้พอสมควรแล้ว เอาล่ะ คงได้เวลาสำรวจเจ้าโบราณสถานนี้แล้ว"

บรูซค่อยๆลุกขึ้นก่อนจะค่อยๆปกปิดพลังเวทของตนเอง เพราะคราวก่อนที่เขากลับมาที่นี้เป็นครั้งที่สองมันมีกับดักที่จะทำงานเมื่อสัมผัสถึงพลังเวทได้ ซึ่งถ้ามีคนสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องรวบรวมพลังเวทก่อนเข้ามาที่นี้ทั้งๆที่ถ้าหากเขาไม่มีพลังเวทมันจะดีกว่านั้นก็เพราะที่นี้ไม่ใช่โลกเดิมที่เขารู้จักการรวบรวมพลังเวทเตรียมพร้อมรับทุกสถานการณ์ย่อมดีกว่า เพราะเขาสามารถปกปิดหรือลบพลังเวทของตนเองให้หายไปจากการรับรู้ของผู้อื่นได้อย่างสมบูรณ์

"ดูเหมือนเวทล่องหนที่ไดอาน่าสอนจะยังใช้ได้นะ"

บรูซยกยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าเวทที่เพื่อนสาวของเขาสอนนั้นยังใช้ได้อยู่ก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในเขตอาคม แต่ทันทีที่เขาเห็นสิ่งที่อยู่ภายในเขตอาคมนั้นก็ทำให้ดวงตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เพราะตอนนี้เขาได้มาโผล่ในห้องปริศนาที่เต็มไปด้วยพลังเวทและวัตถุเวทมนตร์มากมาย

"กว่าเจ้าจะก้าวเข้ามาได้นะ ทำเอาข้าต้องรอลุ้นเลยว่าเมื่อใดเจ้าถึงจะเลิกรวบรวมพลังเวทสักที แต่ทันก็นานเหมือนกันนะที่จะมีคนเจอทางเข้ามาที่นี้จากเทือกเขาหิมาลัยนะ นับว่าเจ้าชั่งน่าสนใจพอๆกับการที่ข้าไม่อาจมองเห็นเส้นเวลาต่างๆของเจ้าได้เลย พ่อหนุ่มน้อย แล้วก็เลิกพรางตัวซะเถอะตั้งแต่เจ้าก้าวเข้ามาในห้องนี้ข้าก็สัมผัสได้ถึงตัวเจ้าแล้วแม้ว่าเจ้าจะซ่อนพลังเวทอยู่ก็ตาม"

เสียงใสเสียงหนึ่งดังขึ้นจนบรูซที่พึ่งก้าวเข้ามาในห้องต้องแหงนมองที่มาของเสียงปริศนาก่อนพบกับร่างของสตรีผู้ไร้เส้นผมราวกับแม่ชี ในชุดสีเหลืองดูกระทัดรัดและงดงาม

บรูซที่เห็นร่างของเธอก็พลันถอยหลังด้วยความกลัวพร้อมปลดการซ่อนตัวทันทีเพื่อให้สามารถใช้พลังเวทได้โดยไม่ติดขัด พลังเวทสีดำไหลออกจากมือของพรูซกลายเป็นเงาสีดำ

'พลังเวทในตัวผู้หญิงคนนี้ใกล้เคียง'​ดอกเตอร์ เฟท(doctor fate)'​ ที่ได้รับพลังจากหมวกแห่งเทพ​นาบูเลย​ อันตราย'

บรูซแผ่พลังเวทออกจากฝ่ามือสร้างเป็นวงแหวนเวทมนตร์ขนาดเล็ก

"ไม่ต้องระวังตัวขนาดนั้นก็ได้ พ่อหนุ่มดูเหมือนเจ้าจะระแวงข้าสินะ งั้นข้าคงต้องแนะนำตัวก่อนเพื่อคชายความระวังของเจ้าแล้วสิ ข้าขอไม่บอกชื่อจริงละกันเพราะข้าก็แทบจะลืมมันไปแล้ว แต่คนส่วนใหญ่เรียกข้าว่าAncient one(แอนเชี่ยน วัน)​ เป็นเ​ซอ​เ​ซอ​เรอร์​ ซูพรีม(ตําแหน่ง​จอมเวทสูงสุด)​ เอาล่ะเจ้าลองแนะนำตัวบ้างสิ"

(*เกี่ยวกับชื่อของแอนเชี่ยนวัน พอดีไรท์ไม่รู้ว่าในหนังที่เป็นผู้หญิงแอนเชี่ยนวันชื่ออะไร ในนิยายของไรท์เลยให้แอนเชี่ยนวันลืมชื่อของตนแทนนะครับ เพราะถ้าเอาชื่อแอนเชี่ยนวันในคอมมิคที่เป็นผู้ชายมามันดูไม่เข้า ผู้หญิงอะไรชื่อเยา)

แอนเชี่ยนวันแนะนำตัวของตนแต่ทางบรูซที่ได้ยินกลับขมวดคิ้วมากกว่าเดิมเซอเซอเรอร์ ซูพรีมอะไร เขาไม่เคยได้ยินหรือว่ามันคือตำแหน่งจอมเวทอะไรของโลกนี้เหรอ

"ฮืม? แปลกจังแฮะ จอมเวทคนอื่นพอรู้ว่าข้าเป็นแอนเชี่ยน วันผู้ดำรงตำแหน่งเซอเซอเรอร์ซูพรีม ตำแหน่งสำหรับจอมเวทที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วปกติคงแสดงสีหน้าแบบอื่นมากกว่าขมวดคิ้วสับสนนะ นี้ราวกับเจ้าไม่รู้เรื่องอันใดในโลกแห่งจอมเวทเลย ทั้งๆที่เจ้าออกจะดูเชี่ยวชาญเรื่องเวทมนตร์แท้ๆ หรือว่าเจ้าจะไม่ได้มาจากโลกนี้"

แอนเชี่ยนวันใช้สายตาเรียวคมจ้องมองมาที่บรูซจนบรูซรู้สึกถึงภัยคุกคาม โล่เวทสีขาวถูกกางทันทีตา​มสัญชาตญาณ

"ฮืม? ดูเหมือนเจ้าจะไม่ได้มาจากโลกนี้แต่ขณะเดียวกันเจ้าก็ดูไม่เหมือนสิ่งที่มาจากมิติอื่นเช่นกันแม้ร่างของเจ้าจะมีออร่าจากมิติมืดจางๆก็ตาม เจ้าคงเป็นผู้มาจากโลกคู่ขนานอื่นสินะ ตกลงไม่คิดจะลองแนะนำตัวเลยเหรอ"

แอนเชี่ยนวันกวาดตามองสำรวจบรูซอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับมายิ้มตามเดิมและนั้งลงกับเก้าอี้ใกล้ๆตัวนางไม่ให้บรูซรู้สึกถึงภัยคุกคามทางบรูซที่เห็นแบบนั้นก็หาได้คลายบาเรียไม่ เพราะตนยังไม่รู้สถานการณ์รวมถึงข้อมูลต่างๆในโลกนี้อยู่มากแต่ก็ลดพลังเวทบาเรียลงจนมันกลายเป็นบาเรียโปร่งใสที่มีอาณาเขตรอบตัวผู้ใช้ในระยะ50เซน

"อ่า ผมมีชื่อว่าบรูซ เวย์นท่านแอนเชี่ยนวันอย่างที่ตุณคาดเดาผมไม่ได้มาจากโลกนี้ ไม่ทราบว่าท่านพอจะช่วยบอกข้อมูลของโลกใบนี้ให้ข้าได้หรือไม่ ทางผมเองก็จะตอบคำถามที่ท่านต้องการให้เช่นกันเพราะดูท่าท่านคงสนใจภูมิความรู้จากมิติอื่นมากพอสมควร"

บรูซพูดพร้อมค่อยนั้งลงที่เก้าอี้ข้างๆตัวเขา พร้อมกับแอนเชี่ยนวันที่ค่อยๆเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจก่อนจะกลับมาเป็นปกติตามเดิม

"ดูเหมือนข้าจะปิดความปราถนาในองค์ความรู้จากสายตาเธอไม่ได้สินะ บรูซ ขอเรียกแบบนี้ละกันนะ"

แอนเชี่ยนวันพูดพร้อมหัวเราะเล็กน้อยแก่การปกปิดความต้องการที่ไม่แนบเนียนของตนก่อนที่จะเปิดช่องให้บรูซเริ่มถามซึ่งบรูซนั้นก็ถามเฉพาะเรื่องที่เขาต้องการรู้เท่านั้น นั้นคือ'กฎสำหรับจอมเวทในโลกนี้'​ 'ประวัติศาสตร์​ของโลกนี้'​ 'ตอนนี้สถานการณ์ของโลกเป็นยังไง'​และ'โลกใบนี้มีแดนลับแลหรือสิ่งใดแปลกประหลาดหรือไม่'​รวมถึงเรื่องในชีวิตประจำวันอีกเล็กน้อยซึ่งแอนเชี่ยนวันก็ตอบทุกอย่างอย่างไม่ปิดบังนั้นทำให้เขารู้ว่าโลกนี้มีประวัติศาสตร์ไม่ต่างกับโลกของเขามากนักแม้จะมีประวัติศาสตร์​บ้างส่วนที่มีจอมเวทเข้าไปเกี่ยวข้องแต่มันก็มีสิ่งที่เขาต้องตกใจนั้นคือเวลาที่เขาอยู่ในตอนนี้คือค.ศ.1940 ซึ่งเป็นเวลาในช่วงสวครามโลกครั้งที่2 นั้นแปลว่าเขาถูกส่งมายังอดีตจากตอนที่เขาเกิดนานหลายสิบปีจากค.ศ.2020ที่เขาพึ่งถูกฆ่าหรือก็คือเขาถูกส่งย้อนเวลามาในโลกอื่นประมาณ80ปี ส่วนเรื่องแปลกๆที่โลกนี้ก็มีมากพอๆกับโลกของเขาเลยรวมถึงเรื่องแดนลับแลในบริเวณใกล้เคียงอย่าง'คุนหลุน'​และเรื่องราวของเหล่าเทพที่มีตัวตนปรากฏเผยโฉมแก่บุคคลทั่วไปด้วยแต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องสนใจมากนัก เทพเขาก็เคยเจอมาแล้วบ้างครั้ง ไม่ว่าจะพวกเทพยุคใหม่(new god)อย่างดาร์กไซธ์ หรือพวกที่ถือครองพลังของเทพมากมายมันคงแปลกถ้าเขาจะตกใจเมื่อรู้ว่าโลกนี้ก็มีเทพเล่นกัน

"ที่เธอต้องการรู้มีแค่นี้ใช่ไหมงั้นตาฉันถามเธอบ้างล่ะ เธอเคยทำอะไรก่อนมาโลกนี้? แล้วมาโลกนี้ได้ยังไง?"

แอนเชี่ยนวันประเดิมด้วยความถามง่ายๆแสนดาษดืานแต่กลับเป็นคำถามที่ครอบคลุมถึงหลายสิ่งหลายอย่างและด้วยความที่ทั้งเขาและเธอต่างเป็นตอมเวทมากไปด้วยประสบการณ์การจับโกหกก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรและด้วยสถานการณ์ที่เขาเป็นรองอีกฝ่ายทั้งสถานที่และพลังเวทการโกหกเธอคงเป็นสิ่งที่โง่มากและสำหรับเขาที่เคยเป็นเจ้าของธุรกิจพันล้านทักษะการมองคนของเขานั้นบอกว่าแอนเชี่ยนวันนั้นไว้ใจได้จึงทำให้เขาไม่มีความจำเป็นต้องโกหกมากนักถ้าไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตายของเขาอย่าง'ระบบวีรชร'

"ผมเคยเป็นศาลเตี้ยในเมืองของผม ทุกคนเรียกผมว่า'แบทแมน'​และเบื้องหน้าผมยังเป็นเจ้าของบริษัทที่สามารถกำหนดความเป็นไปของเมืองได้ ส่วนที่ถามว่ามาโลกนี้ได้ยังไงผมขอไม่ตอบแต่ผมได้มาที่โลกนี้หลังจากที่ผมตายในโลกเก่าในปี2020"

บรูซพูดตอบโดยหลีกเลี่ยงการพูดเรื่องระบบ เพราะมันเป็นไพ่ตายของเขาในการใช้ชีวิตที่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์

"งั้นแสดงว่าเธอมาจากอนาคตสินะ แถมเป็นพวกคนรวยชั่งน่าแปลกที่เธอเลือกจะเป็นศาลเตี้ยปกป้องเมืองของเธอ งั้นชั้นขอเปลี่ยนคำถามเธอตายได้ยังไง? "แอนเชี่ยนวันถามพร้อมมองไปที่บรูซราวกับถูกใจในตัวของเขา

"ถูกตัวเองจากมิติอื่นข้าตายตอนจักรวาลกำลังล่มสลาย"บรูซตอบกลับอย่างว่าง่ายส่วนแอนเชี่ยนวันนั้นต้องเลิกคิ้วอย่างตกใจอีกคราการถูกตัวเองจากมิติอื่นฆ่าไม่ใช่เรื่องน่าตกใจอันใดแต่เรื่องที่จักรวาลล่มสลายสิถึงจะน่าตกใจ สิ่งใดกันที่มีอำนาจพอทำให้จักรวาลล่มสลายได้

"มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าสินะ เอาเป็นว่าข้าจะไม่ถามเรื่องโลกของเจ้าต่อละกัน เอาล่ะ คำถามที่ข้าจะถามต่อไปคือเจ้ายอมจะเป็นศิษย์ของข้าหรือไม่"แอนเชี่ยนวันถามคำถามสุดท้ายที่น่าตกใจ เจอกันไม่กี่นาทีก็ขอรับศิษย์แล้วเหรอ นี้จอมเวทระดับเธอคิดอะไรอยู่กันแน่

"ผมนึกว่าคุณจะถามถึงพวกเวทมนตร์ในโลกของผมซะอีก ทำไมถึงคิดจะรับผมเป็นศิษย์ล่ะ"

บรูซคิดไม่ตกเหตุใดถึงมีตัวตนระดับเซอเซอเรอร์ซูพรีมที่เขารู้แล้วว่าทรงอำนาจแค่ไหนในหมู่ผู้เรียนรู้เวทมนตร์ แม้เขาจะมาจากมิติอื่นอาจมีความรู้อันแปลกใหม่สามารถดับความกระหายของจอมเวททุกคนที่ความรู้ราวกับบ่อเกิดแห่งชีวิตได้ แต่นั้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอจะรับศิษย์ง่ายๆ

"ฮึๆ ถ้าข้ารับเจ้าเป็นศิษย์สุดท้ายข้าก็ได้ความรู้เรื่องเวทมนตร์ของเจ้าอยู่ดี อันที่จริงข้ามีความจำเป็นต้องรับศิษย์ด้วยจากความต้องการของผู้คนทั้งหลายในโลกเวทมนตร์ถ้าก่อนที่เจ้าจะมาตำแหน่งศิษย์จำเป็นของข้าคงอยู่กับจอมเวทหนุ่มที่พอมีพรสวรรค์คนหนึ่งแต่อนาคตที่ข้าเห็นนั้นใจของเขาจะเต็มไปด้วยความชั่วร้ายซึ่งข้าก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ส่วนศิษย์ที่จะกลายเป็นเ​ซอเซอเรอร์​ซูพรีมต่อจากข้ากว่าจะเกิดก็คงต้องรออีกหลายสิบปี"

แอนเชี่ยนวันพูดพร้อมนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เธอเห็นจาก'ดวงตาแห่งอาการ์โมโต้(Eye of Agamotto)'​ของเธอก่อนที่จะมีตัวตนของบรูซเข้ามาซึ่งตอนนี้มันกำลังเปลี่ยนแปลงจนควบคุมไม่ได้ เธอไม่อาจเห็นเส้นเวลาอันแน่นอนได้อีกแล้ว นี้ทำให้เธอสามารถทำตามใจอยากได้แล้วเธอไม่จำเป็นต้องมาคอยบังคับตัวเองไม่ให้เปลี่ยนเส้นเวลาอีกแล้ว เพราะตอนนี้เส้นเวลามันกำลังเปลี่ยนแปลงตนเองตลอดไงล่ะ ถึงเห็นแบบนี้แต่เธอค่อนข้างรักอิสระนะตั้งแต่ดำรงตำแหน่งมาเธอค่อนข้างขาดอิสระพอสมควร

"งั้นผมคงไม่มีเหตุผลให้ปฏิเสธสินะ ขอฝากตัวด้วยอาจารย์"

บรูซยิ้มออกมาอย่างยินดี เขาเองก็เป็นจอมเวทที่กระหายในความรู้และพลังมีหรือที่บุคคลผู้น่าจะมีองค์ความรู้ด้านเวทมนตร์มหาศาลมาสอนสั่งจะไม่ยินดี เขาเองก็ไม่ใช่จอมขมังเวทย์ที่แข็งแกร่งอะไรในโลกของเขานอกจากที่ว่าเขาสามารถใช้เวทย์ได้ทุกแขนง

.

.

.

จบ.

ไรท์:เนื้อหาช่วงแรกๆจะช้าหน่อยนะ ใครไม่ชอบก็ต้องขอโทษด้วย ส่วนเรื่องนิสัยตัวละครไรท์ว่าหลายคนคงหงุดหงิดที่ทั้งนิสัยเฮียแบทและแอนเชี่ยนวันค่อนข้างต่างจากต้นฉบับพอสมควร ต้องบอกก่อนว่านี้คือแฟนฟิคและเนื้อเรื่องนั้นมาจากจักรวาลคู่ขนานไม่ใช่จักรวาลหลัก(เนื้อเรื่องต้นฉบับ)​มันต้องต่างเป็นธรรมดา แต่ไรท์จะพยายามเขียนไม่ให้ต่างเกินไปยกเว้นจะเป็นตัวที่ไรท์ต้องการละน่ะ แล้วก็ขอความกรุณาช่วยแสดงความคิดเห็นด้วยอย่าทำตัวเป็นนักอ่านเงากันนักสิ พอดีไรท์เหงา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว