Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กลีบแก้ว 二十一

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 51

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2564 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กลีบแก้ว 二十一
แบบอักษร

อี้เซียวเสวี่ยนั้นกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจหลังจากเดินทางออกมาจากสำนักได้ครู่ใหญ่ ไม่น่าพลาดหลงกลว่าที่อาจารย์ของตนเลยจริงๆ เอะใจอยู่แล้วเชียวว่าทุกอย่างนั้นดูง่ายดายจนน่าสงสัย แต่ก็เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะลอบกัดได้รุนแรงเช่นนี้

 

การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในยามนี้นั้นแลกมาด้วยการทำงานของร่างกายที่มากขึ้น เลือดลมสูบฉีดเช่นนี้ยิ่งทำให้พิษแล่นไปทั่ว กว่าจะมาถึงวังหลวงได้ก็กระอักโลหิตออกมาจนเปรอะเปื้อนอาภรณ์ของตนเต็มไปหมด โชคดีที่เขายังมีป้ายผ่านเข้าในวังที่ได้รับมาเมื่อครั้งยังติดตามองค์ชายน้อยอยู่ ไม่เช่นนั้นคงเสียกำลังลักลอบเข้าวังอีก

 

ฝีเท้าที่วิ่งอยู่นั้นเริ่มช้าลงจนเจ้าตัวรู้สึกได้ ร่างกายเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ แผ่นอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงตามแรงหอบหายใจของตน หัวใจคล้ายถูกบีบรัดจนทรมาน กว่าจะมาถึงตำหนักหานอี้ก็แทบประคองสติไว้ไม่อยู่

 

เขาลืมคิด...ยามนี้ยังมีเรื่องขององค์รัชทายาทที่ต้องพิษอยู่ รอบตำหนักในยามนี้มีทหารองครักษ์ล้อมไว้อย่างแน่นหนาทุกจุด แต่ไม่รู้ว่าเคราะห์ดีหรือสวรรค์เมตตา ฮูหยินมู่ออกมาเก็บสมุนไพรที่ผลิดอกในยามเย็น นางเห็นเขาและคงจะพอคลับคล้ายคลับคลาว่าเขาไปมาหาสู่เสี่ยวเหลียนอยู่บ่อยๆ ร่างเล็กเดินตรงเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับรู้ว่าเขาแทบจะยืนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

 

"เจ้าสองคน รีบพาคุณชายอี้เข้าไปในตำหนักเดี๋ยวนี้! " น้ำเสียงนุ่มหูไม่ต่างจากบุตรีของนางดังขึ้น เขารู้แล้วว่าเสี่ยวเหลียนมีน้ำเสียงที่ไพเราะและมีใบหน้าที่งดงามเหมือนใคร เซียวเสวี่ยยกยิ้มออกมาบางๆก่อนจะเอ่ยขอบคุณอีกฝ่าย

 

"ขอบพระคุณขอรับฮูหยิน" เสิ่นเตี๋ยชิงที่เดินนำอยู่ด้านหน้าหันกลับมามองบุรุษรุ่นลูกที่อยู่ด้านหลัง นางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะนึกก่นด่าคนของสามีในใจ เด็กคนนี้ดูก็รู้ว่าต้องพิษ และในวันคัดเลือกเข้าสำนักเช่นนี้ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือของเฟยเหิง ตอนหนุ่มก็ไม่ค่อยถูกโฉลกกันอยู่แล้ว แก่มาก็ยังทำให้นางขุ่นใจได้อีก

 

ร่างที่เกือบจะหมดสติของอี้เซียวเสวี่ยนั้นถูกวางลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว ตัวเดิมตัวเดียวกับที่เฉาเฟยเหิงเคยมานอนให้นางรักษาเมื่อครั้งที่ต้องพิษจากเข็มพิษของศัตรู อาจารย์เป็นเช่นไรศิษย์ก็เป็นเช่นนั้น นี่เจ้านั่นคงจะวางแผนให้คุณชายอี้ลักลอบเข้าตำหนักมาให้อาเหลียนของนางถอนพิษให้ แต่คงจะลืมคิดไปกระมังว่าบุตรสาวนางหาได้เชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้ โน่น คนพี่อย่างเหว่ยหลงต่างหากที่ชอบเรื่องพิษเรื่องสมุนไพร หากจะให้คนน้องรักษาคงไม่ทันการณ์ อาเหลียนนั้นไม่แม่นยำในการระบุชนิดของพิษ นางไม่มีประสบการณ์เท่าอาหลง หากจะช่วยได้ก็แค่ช่วยปรุงยาหลังจากรู้ชนิดของพิษเท่านั้นเอง

 

"ท่านแม่ นั่นใครกัน....ท่าน!!! " เหลียนซินที่เพิ่งเดินถูกถ้วยขนมหวานออกมาจากห้องถึงกับตกใจจนวางของในมือแทบไม่ทัน อี้เซียวเสวี่ย เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วเหตุใดจึงมีสภาพเช่นนี้!

 

"อาเหลียน ลูกเฝ้าคุณชายอี้ไว้ แม่จะไปเตรียมยาถอนพิษ"

 

"จะ เจ้าค่ะท่านแม่" เมื่อลูกสาวตอบมาเช่นนั้นเสิ่นเตี๋ยชิงก็เดินหายเข้าห้องปรุงยาไปอย่างรวดเร็ว เหลียนซินที่นั่งอยู่ข้างๆโต๊ะรับถังใส่น้ำมาวางไว้ รับผ้าจากท่านเป่าฝูคนสนิทของท่านแม่มาแล้วจัดแจงใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดเช็ดไปที่ใบหน้าของชายคนรัก อยากจะถามที่มาที่ไปของเรื่องให้กระจ่างแต่ก็อดใจเอาไว้ ให้เขาเก็บแรงไว้สู้กับพิษในร่างกายก่อนจะดีกว่า

 

"เสี่ยวเหลียน... ข้าสอบได้ลำดับที่หนึ่งด้วยนะ ข้าทำได้แล้ว" ร่างหนาที่นอนอยู่คลี่ยิ้มบางๆส่งมาให้ทั้งที่ใบหน้าซีดเซียว เหลียนซินแนบฝ่ามือไปกับซีกหน้าของคนรัก สัมผัสได้ถึงความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย เห็นเขาเจ็บเช่นนี้นางก็เริ่มน้ำตาซึม

 

"ข้ารู้ว่าท่านต้องทำได้ ท่านเก่งที่สุดอยู่แล้ว"

 

หลังจากเช็ดเนื้อเช็ดตัวในส่วนที่สามารถทำได้ไปสองสามหนก็เห็นมารดาเดินกลับมาพร้อมกับสาวใช้ที่ถือกาต้มน้ำมาด้วย ยาสมุนไพรสีเขียวเหลืองถูกรินใส่ถ้วยขนาดเท่ากำปั้น เหลียนซินรีบรับถ้วยนั้นมาถือ เป่าจนยาเริ่มอุ่นจึงป้อนให้กับเซียวเสวี่ยได้ดื่ม รอไม่ถึงครึ่งเค่อยานั้นก็เริ่มออกฤทธิ์ ขับทั้งพิษทั้งเลือดเสียสีแดงก่ำจนเกือบจะเป็นสีดำออกมาถึงสองในเก้าส่วนของโถ

 

"เป็นเช่นไร ดีขึ้นรึไม่" เสิ่นเตี๋ยชิงเอ่ยถาม ข้างกายของนางมีมู่หยางเฉินโอบเอวเอาไว้ราวกับหวงแหน เจ้าของตำหนักนั้นทำเพียงยืนมองสถานการณ์อยู่เฉยๆ ไม่ได้ขัดขวางแต่ก็ไม่ได้ลงมือช่วย ออกจะนึกตำหนิคนของตนเสียด้วยซ้ำที่ทำให้ภรรยาเขาต้องลำบากไปด้วยเช่นนี้ คงต้องชำระความกับเฟยเหิงเสียหน่อยแล้วคืนนี้

 

"โล่งขึ้นเยอะแล้วขอรับ ขอบพระคุณฮูหยินมู่ที่ช่วยข้าเอาไว้"

 

"อาการที่เหลืออาเหลียนคงดูแลเจ้าได้ ถ้าอาการคงที่แล้วก็พักเสียที่นี่สักคืน ให้ร่างกายฟื้นตัวแล้วค่อยไป"

 

"ไม่ได้หรอกคนงาม อี้เซียวเสวี่ยผู้นี้ยังมีเรื่องติดพันให้ต้องไปทำ จริงหรือไม่คุณชายอี้? " เอ่ยพูดกับภรรยาเสียงหวานเสร็จก็หันมาพูดกับคนป่วยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบติดจะแข็งกระด้างอยู่เล็กน้อย

 

 

เตี๋ยชิงที่ได้ฟังก็ชักสีหน้าทันที นางรู้ว่าอี้เซียวเสวี่ยผู้นี้คือใคร มีความสัมพันธ์อย่างไรกับบุตรสาวของนาง แล้วตอนนี้ก็กระจ่างแล้วว่าอีกฝ่ายถูกคนของสามีทดสอบ... ไม่สิ เรียกกลั่นแกล้งน่าจะถูกต้องกว่า หึ เป็นดังที่คาดไว้ไม่มีผิด

 

ในฐานะที่นางเป็นหมอนางก็ไม่อยากให้คนป่วยต้องฝืนใช้งานร่างกาย แต่จะให้ออกปากก็เกรงว่าจะไปทำให้เสียระบบการปกครอง ไม่อยากจะหักหน้าเฟยเหิงให้ต้องขุ่นใจกัน อย่างไรเสียเจ้าคนปากสุนัขนั่นก็ดีกับนางมาตลอดหลายปี เป็นข้ารับใช้ที่จงรักภักดีกับสามีนางอย่างยากจะหาใครเทียบ

 

"ท่านมู่กล่าวได้ถูกแล้วขอรับ ข้ายังต้องกลับไป แค่ฮูหยินมีพระคุณช่วยข้าเอาไว้ก็ดีมากแล้วขอรับ" เซียวเสวี่ยรีบบอก ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะบอกเรื่องจริง อีกส่วนก็เพราะนึกหวาดๆกับสีหน้าท่าทางของว่าที่พ่อตา แน่นอนที่อีกฝ่ายย่อมไม่พอใจ ตำหนักมีเป็นร้อยเป็นพันหลังให้เลือก สำนักหมอหลวงหรือก็มี โรงหมอเอยร้านยาเอยนอกวังนั้นมีเกลื่อนกลาด แต่เขากลับมุ่งหน้าตรงมาที่นี่ทั้งที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกับใครเลย... นอกจากเสี่ยวเหลียนคนเดียว ยามเจ็บป่วยใกล้ตายมันก็คิดถึงใครไม่ออกนอกจากนาง ต่อให้นางจะรักษาเขาไม่ได้แต่หากได้อยู่กับนางก่อนตายคงดีไม่น้อย

 

"โอ้ คิดได้เช่นนั้นก็ดี เจ้าติดหนี้บุญคุณฮูหยินข้า วันหน้าก็อย่าลืมมาใช้ก็แล้วกัน" ดวงตาคมดุจเหยี่ยวนั้นเป็นประกายวูบหนึ่งยามเอ่ยบอกเด็กหนุ่มตรงหน้า ความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นพวกชอบทวงบุญคุณนักหรอก เพียงแต่ช่วงนี้มีเรื่องสำคัญเข้ามา หากไม่รีบวางแผนไว้แต่เนิ่นๆอาจจะรับมือไม่ทัน ตอนนี้ยิ่งรวมคนได้มากก็ยิ่งดี...

 

เสิ่นเตี๋ยชิงกลอกตาให้กับท่าทีของสามี อยากจะเอ่ยนักว่านางไม่ได้ต้องการให้ใครมาตอบแทน ที่ช่วยก็เพราะทำไปตามหน้าที่ของหมอ แต่จะคัดค้านออกไปก็เกรงจะเป็นการหักหน้าและไม่ให้เกียรติคนรักของตนจึงได้ยอมเงียบปากเอาไว้ก่อน เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอีกจึงทิ้งให้บุตรสาวและว่าที่เขยได้ดูแลกัน ให้เป่าฝูนั่งเฝ้าอยู่ห่างๆจะได้ไม่ดูน่าเกลียดนัก

 

เหลียนซินที่เห็นว่าคนอื่นๆพาดันกลับไปพักผ่อนในห้องแล้วนางก็จัดการใช้ผ้าหมาดซับใบหน้าของคนรักอีกครั้ง เห็นเขาอาการดีขึ้นเรื่อยๆก็ค่อยโล่งใจขึ้นมา

 

"ไม่ต้องห่วงไป คราวหน้าข้าจะระวังให้มากกว่านี้ จะไม่ทำให้เจ้าต้องกังวลอีก" เซียวเสวี่ยที่เห็นคนรักมีสีหน้าไม่สู้ดีนักก็รีบร้อนเอ่ยบอกออกไป

 

"จะไม่ห่วงไม่กังวลได้อย่างไร ต่อไปท่านคงต้องพบกับอันตรายอีกมากมายนัก แต่ครั้งนี้ท่านเฟยเหิงก็ทำเกินไปจริงๆ ยังไม่ทันคารวะเป็นศิษย์เป็นอาจารย์กันเลยแท้ๆ"

 

"เจ้ารู้จักท่านเฉาเฟยเหิงด้วยรึ? แล้วรู้ได้อย่างไรว่าข้าจะได้เป็นศิษย์ของท่านเฉา ข้ายังไม่ทันได้บอกเจ้าเลย"

 

"ก็...ข้าได้ยินคนพูดกันว่าท่านเฟยเหิงจะรับศิษย์เป็นครั้งแรกและคนแรก และท่านก็สอบได้ลำดับที่หนึ่ง ถ้าคนที่เป็นศิษย์สายในคนแรกไม่ใช่ท่านแล้วจะเป็นใครได้อีกเล่า" เหลียนซินพูดรัวเร็วจนลิ้นแทบพันเมื่อต้องแก้ตัวยกใหญ่ ความลับของครอบครัวต่อให้อยากจะบอกเขาก็ไม่สามารถทำได้

 

"เช่นนั้นเอง" ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจแต่ก็สังเกตเห็นความกังวลและความลำบากใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่นั้น ท่าทางที่ผิดแปลกไปทำให้มั่นใจได้ว่านางมีเรื่องปิดบังเขา และเรื่องนั้นต้องเกี่ยวกับสำนักนภาทมิฬ แต่ในเมื่อนางยังไม่อยากเปิดเผยให้เขาได้รู้ เขาก็ไม่ควรไปบีบคั้นอะไร...

 

"เสี่ยวเหลียน นับจากนี้ข้าจะไม่ทำให้ตนเองต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นนี้อีก เจ้าห่วงข้าน้อยๆได้เลย เชื่อใจข้านะ" ว่าพลางยื่นมือไปกุมมือเรียวเล็กที่เย็นเฉียบเอาไว้ ไล้นิ้วหัวแม่มือของตนไปบนหลังมือของนางอย่างแผ่วเบา สบตานางเพื่อย้ำให้นางได้มั่นใจว่าจะไม่พลาดถูกเล่นงานจนต้องมีสภาพเช่นนี้อีก จะไม่ไว้ใจว่าที่อาจารย์ของตนอีกเด็ดขาด!

 

ได้มีนางมาคอยดูแลมันก็ดีอยู่หรอก แต่เขาไม่ได้เตรียมใจมาพบว่าที่พ่อตาแม่ยายนี่ เพราะท่าเฉาทีเดียวที่เล่นสกปรกเช่นนี้ ติดหนี้บุญคุณฮูหยินมู่แล้วยังโดนว่าที่พ่อตามองเขม่นอีก แทนที่จะได้แสดงด้านที่มั่นคงแข็งแกร่งให้อีกฝ่ายประทับใจ ดันมาขายหน้าเพราะสภาพใกล้ตายด้วยพิษจากว่าอาจารย์ สวรรค์กลั่นแกล้งเขาชัดๆ!

 

"แฮ่ม มือเจ้าค่ะ มือ" เสียงกระแอมไอของเป่าฝูดังขึ้นขัดจังหวะคู่รัก อี้เซียวเสวี่ยนั้นรีบชักมือกลับทันที ในขณะที่เหลียนซินที่เห็นคนสนิทของท่านแม่ส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้ก็ขยับออกห่างคนรักแทบไม่ทัน ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความเขินอาย ถ้าไม่ถูกขัดขึ้นมาเสียก่อนนางคงจะล้มตัวลงซบไปที่อกของเซียวเสวี่ยไปแล้ว

 

นางคอยดูแลให้เซียวเสวี่ยพักต่ออีกสองเค่อก่อนที่จะปล่อยให้เขาได้กลับไปที่สำนักเพื่อรายงานตัวกับอาจารย์คนใหม่ จะว่าไปเรื่องนี้นางคงต้องเอาคืนท่านอาเฟยเหิงเสียหน่อย โทษฐานรังแกคนรักของนางจนอาการสาหัส

 

ร่างบางแสยะยิ้มในตอนที่หันไปมองท่านน้าเป่าฝูซึ่งเป็นสาวใช้คนสนิทของท่านแม่ "ท่านเล่นกับหัวใจข้า ข้าก็จะซ่อนหัวใจท่านเอาไว้เช่นกัน"

 

หนึ่งเดือนให้หลังนับจากวันนั้นเฉาเฟยเหิงก็ไม่ได้พบหน้าของคนรักอีกเลย หลังจากถามเอาความกับผู้เป็นนายอย่างมู่หยางเฉินก็ได้คำตอบแล้วว่าต้นเหตุนั้นไม่ใช่ใคร เป็นองค์หญิงน้อยเหลียนซินนั่นเองที่กักคนของเขาไว้ในห้องไม่ให้ออกจากตำหนัก ชายวัยกลางคนถึงกับใบหน้าบูดบึ้งจนคนในสำนักเข้าหน้าไม่ติด อารมณ์โกรธนั้นไม่สามารถระบายออกไปได้แม้แต่กับเซียวเสวี่ยศิษย์คนแรกของเขา ใครจะไปกล้าแตะต้องคนสำคัญขององค์หญิงน้อยได้อีกเล่า หึ่ม! พลาดท่าจนได้

 

------------

 

ไรท์หายไปนานหน่อยนะคะ ตอนนี้ต้นฉบับภรรยาข้าเป็นหญิงใบ้ผ่านแล้ว ไรท์ต้องเขียนตอนพิเศษเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเลยไม่ค่อยได้ลงเนื้อหา ตอนนี้จะพยายามลงให้ได้ทุกสัปดาห์นะคะ ส่วนเกมที่จะแจกหนังสือต้องพักไว้ก่อนค่ะ ตัวไรท์อยู่ต่างจังหวัดตั้งแต่ช่วงธันวาแต่หนังสือทั้งหมดอยู่ที่หอพักในกรุงเทพ ไม่สามารถไปเอามาได้เลยค่ะ🥺 ขออภัยด้วยนะคะ

 

 

ความคิดเห็น