facebook-icon

ฮาโหล๊วทุกคนนนน ฝากนิยายเรื่องนี้ของไรท์ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนด้วยนะค้าาา ผิดพลาดประการใดขออภัย นิยายเนื่องนี้ไรท์จะติดเหรียญตั้งเเต่เดือนกุมภา2019เป็นต้นไปน้าาา(รีบเข้ามาอ่านกันน้า)งิงิ รักน้าจุ๊บๆ อ่านให้สนุกเด้อออ

เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหานะเตง แต่อ้าว เตงหนีทำไม

ชื่อตอน : เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหานะเตง แต่อ้าว เตงหนีทำไม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 472

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มิ.ย. 2564 17:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เดี๋ยวพรุ่งนี้มาหานะเตง แต่อ้าว เตงหนีทำไม
แบบอักษร

“เธอ...”

‘...????...^^....’

“เธอ....เป็นใคร?”

ฉันหันหน้าไปถามสาวรับใช้คนนั้นที่กำลังทำท่าทางเหมือนกำลังจะเดินออกไปจากห้องน้ำอันหรูหรานี้ โดยที่หัวใจของฉันมันตกใจและเต้นเเรงจนแทบบ้า.....เต้นเเรงด้วยความกลัว

ยัยนี่รู้ได้ยังไงกัน....สตอล์กเกอร์เหรอ? ใครกัน!? ว่าแล้วเชียว ฉันรู้สึกไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่ตั้งเเต่แรกแล้ว!!! ลักลอบเข้ามาเหรอ!? หรือยังไงกันแน่

“หม่อมฉันเป็นสาวรับใช้คนใหม่ เพิ่งเข้ามาทำงานวันนี้เพคะ^^ องค์ราชินีคงจะไม่คุ้นหน้าหม่อมฉัน ขออภัยเพคะ”

เพิ่งเข้ามาทำงานก็ได้มาปรนนิบัติฉันเลยงั้นเหรอ!!! เป็นไปไม่ได้ ยัยนี่ต้องโกหกแหงๆ ระบบรักษาความปลอดภัยของอาร์ทีเซียเข้มมาก โดยเฉพาะในวังหลวง ถ้าไม่ใช่คนในจริงๆไม่มีทางเข้ามาได้ แม้แต่คนในบางทีจะขอเข้าเฝ้าฉันยังยากเลย!!!0-0

ยิ่งเป็นสาวใช้ประจำกายของฉัน ก็ต้องเป็นสาวใช้ที่ผ่านการคัดเลือกแล้วคัดเลือกอีก และต้องมีอายุการทำงานภายในวังไม่ต่ำกว่า5ปี หรือมากพอที่จะจำทุกสถานที่ภายในวังได้อย่างแม่นยำ ดังนั้น!!!ไม่มีทางที่ยัยนี่ ยัยคนที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้วันนี้จะสามารถมาดูแลฉันในฐานะสาวรับใช้ได้!!!!(นานๆทีจะมีสาระนะคร๊ะทุกคนนน>///<)

กรี๊ดดดด!!!!ยัยนี่เป็นใครรรรร....

“อย่ามาโกหกฉัน!!!”

ซ่าาา!!

ฉันลุกขึ้นยืนผงาดในร่างเปลือยเปล่า(เพราะกำลังจะอาบน้ำ) จนน้ำตามลำตัวของฉันไหลลงอ่างอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังซ่า

ฉันพูดออกไปเสียงดังอย่างเกรี้ยวกราดและโมโห ยัยนี่โกหกฉันมาแบบนี้ เป็นการดูถูกฉันมาก!!!! คิดว่าฉันไม่รู้เกี่ยวกับอะไรภายในวังเลยหรือยังไงห๊ะะะ!!!!>3<

‘อ...องค์ราชินีทำอะไรกันเนี่ยะเพค๊าาา อ๊ายยย~’

เมื่อสาวรับใช้คนนั้นเห็นฉันตัวเปลือยเปล่าคุยกับนาง นางก็รีบทำทีเป็นว่าเขินอายเเล้วเอามือมาปิดหน้าปิดตา เอ๊ะ0-0ดูท่าทางจะเขินจริงนะ เพราะฉันแอบเห็นยัยนั่นหน้าแดงจ๋าเลย เเดงมาจนถึงหูแหน่ะ

แต่ปกติเเล้วสาวรับใช้คนอื่นๆที่มารับใช้ฉันประจำเขาไม่เขินกันหรอกย่ะ!!!ยัยบ้า!!! ถ้าเธอเป็นสาวรับใช้จริง อาบน้ำให้ฉันน่ะเป็นหน้าที่ของเธอนะ เธอจะมาเขินเเบบนี้ได้ยังไง!!!(ตอนแรกฉันก็อาย)

ฟิ้ว

ฉันหยิบกระดาษทิชชู่ม้วนนึงที่วางอยู่บนโต๊ะเล็กๆสุดหรูข้างๆอ่างอาบน้ำมาเขวี้ยงใส่ยัยนั่นอย่างเเรงจนกระดาษทิชชู่เด้งดึ๋งออกจากตัวยัยนั่น ชิ....เป็นแค่กระดาษทิชชู่ โยนไปยัยนั่นก็ไม่รู้สึกเจ็บอะไรหรอก0-0อุปกรณ์ในห้องน้ำนี่ไม่มีอะไรให้ฉันป้องกันตัวได้เลยสักนิด

ตึง-ตึง-ตึง

“เธอ!!! ชื่ออะไร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง!!!”

ฉันรีบก้าวขาไปหายัยคนนั้น ซึ่งเมื่อยัยคนนั้นเห็นฉันเดินไปหาก็รีบหลับตาปี๋ใหญ่เลย!!!อะไรกันเนี่ย!

“ม....หม่อมฉันเป็นสาวรับใช้ก็เลยเข้ามารับใช้องค์ราชินีไงเพคะะะะ ม...หม่อมฉันพูดจริงๆนะเพค้าาา”

“เธอคิดว่าฉันไม่รู้อะไรเลยงั้นเหรอ!!! ทำไมถึงยังกล้าโกหกฉันอีก ฉันให้โอกาสเธอพูดความจริงอยู่นะ!”

“.........”

หลังจากที่ฉันพูดจบ ยัยนั้นก็เงียบไปอย่างเห็นได้ชัด ไหนจะทำสีหน้าใจเย็นอีก

“องค์ราชินีเนี่ย รู้เยอะกว่าที่หม่อมฉันคิดไว้ซะอีกนะเพคะ ทำตัวไม่น่ารักเอาซะเลย....”

“.............”

ยัยนั้นเลิกเอามือปิดหน้าปิดตา แถมยังทำหน้าตาดูน่ากลัว พูดจาออกมาด้วยน้ำเสียงคนละโทนกับเมื่อตะกี้นี้ จนฉันเริ่มรู้สึกขนลุก

“ว้า...โดนจับได้ซะเเล้วสิ ไม่สนุกเอาซะเลย”

“สรุปว่าเธอเป็นคนไม่ดีจริงๆด้วยสินะ!!>~<”

“โธ่เอ้ยยย~ โดนจับได้แล้ว แบบนี้ก็อยู่ไม่ได้แล้วล่ะ~”

หมับ

“กรี๊ดดดด”

พูดจบ ยัยสาวรับใช้คนนี้ก็ปรี่เข้ามาเอามือมาคลำก้นและเอวของฉันแล้วดึงให้ฉันเข้าไปหา พร้อมกับโน้มหน้ามายัยเยียดจูบอันแสนหนักหน่วงและเร่าร้อนให้แก่ฉัน โดยที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัวหรือปกป้องตัวเองเลยแม้แต่น้อย

กรี๊ดดดดด!!!! ย....ยัยนี่บ้าไปแล้วเหรอ!!! กรี๊ดดไม่!!!ไม่เอา ไม่นะะะ จูบของช้านนน!!!

“...แฮ่ก!!!เธอ!!!!!!! กรี๊ดดดด!!!! เธอทำบ้าอะไรเนี่ย!!!!”

“จุ๊ๆสิเพค้าาา~”

“........”

หลังจากที่ยัยนั้นปล่อยให้ปากฉันเป็นอิสระ ฉันก็กรี๊ดไม่หยุดพร้อมกับสีหน้าที่เริ่มจะร้องไห้ จนยัยนั้นถึงกับต้องเอามือมาปิดปากฉันไว้

“พรุ่งนี้หม่อมฉันจะมาหาใหม่นะเพค้า~ จุ๊บๆ”

“อ้ากกก!!!”

ฝึบ!!

ตึกตึกตึก!!!

ฟิ้ววว!!!

ยัยนั่นพูดเเล้วยิ้ม แถมขยิบตาให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปอีกทาง แล้วกระโดดออกไปนอกหน้าต่างห้องน้ำอย่างรวดเร็วว่องไว ทิ้งไว้เหลือเพียงฉันคนเดียวที่นั่งตกใจกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้อยู่ที่พื้นห้องน้ำในร่างอันเปลือยเปล่า

“...........”

ฉันปาดน้ำตาบนใบหน้า จากนั้นก็รีบเอามือมาขยี้ริมฝีปากที่เพิ่งโดนจูบของตัวเองเมื่อกี้นี้ อะไรกันน่ะ ขยะเเขยงชะมัด รู้สึกโดนรุกจนเหมือนจะไม่รอดเลยเมื่อกี้>///< ยัยสาวรับใช้คนนั้นเป็นใครกันแน่ฉันก็ยังไม่รู้ แต่เท่าที่รู้คือน่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแอบเข้ามาแน่ๆ เดาได้จากการที่กระโดดออกไปนอกหน้าตาห้องน้ำจากชั้นที่อยู่สูงจากพื้นขนาดนี้

ตึก-ตึก

‘พรุ่งนี้หม่อมฉันมาหาใหม่นะเพค๊า~ จุ๊บๆ~’

“............”

ใครมันจะโง่อยู่รอเจอเธอล่ะยัยบ้า ใครจะอยู่ก็อยู่ไปเลย ฉันไม่อยู่เเล้ว!!! ฉันต้องทำอะไรสักอย่าง....

 

ตึก...

ฉันค่อยๆผยุงตัวเองยืนขึ้น เพื่อที่จะไปอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

—————

-อเล็กเซ-

ฝึบๆๆๆ

“แฮ่กก อ้าาาาห์~”

โอ้ยให้ตายสิ ในที่สุดก็ครางออกมาจนได้ ไม่ไหวแล้ว ยิ่งคิดถึงยาหยีมากเท่าไหร่ก็....

“อ่าาาา...อ้ะห์~”

ให้ตายเถอะ นี่มันรอบที่เท่าไหร่แล้ว....แต่ไม่ว่าจะทำสำเร็จความใคร่เท่าไหร่ก็รู้สึกไม่พอเอาซะเลย ทนไม่ไหวแล้ว จะต้องมานั่งช่วยตัวเองคนเดียวแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน!!

ฝึบๆๆ

“อ่าาาาาสส ซี๊ดด”

หลังจากที่ผมร่ายมนต์ใส่ตัวเอง ปลอมตัวเป็นผู้หญิงไปเป็นสาวรับใช้ยัยนั่นวันนึงเพราะทนความคิดถึงไม่ไหว ไม่ทันไรก็โดนจับได้ซะเเล้ว ใครจะไปรู้ว่ายาหยีรู้เรื่องในวังมากกว่าที่ผมคิด จบกัน....อุตส่าห์หักห้ามใจตัวเองไม่เจอยาหยีได้ตั้งหลายเดือน มาวันเเรกก็โป๊ะเเตกซะเเล้ว!!

“....แฮ่กก...”

แค่นี้ก็คิดถึงใจจะขาดแล้ว ยัยนั่นยังมาโป๊ให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่ผมไปหาอีก ไอ้ชายน้อยมันเลยเกิดของขึ้น จนผมต้องมานั่งรับผิดชอบอยู่แบบนี้ เหนื่อยใจจริงๆ

ฝึบๆๆ

“ซี๊ดดด อ้าาา”

ผมต้องแอบมานั่งช่วยตัวเองอยู่ในห้องน้ำของห้องทำงานส่วนตัวภายในวัง หลังจากที่เพิ่งกระโดดออกนอกหน้าต่างห้องน้ำยาหยีมา ไม่แฟร์เลย ใครทำให้มันโด่ก็ต้องมารับผิดชอบด้วยสิ~>///<

เหตุที่ผมต้องมาหลบหน้าเธอหลายเดือนมานี้และทำให้เหมือนว่าอาร์ทีเซียในตอนนี้ไม่มีองค์จักรพรรดิ ก็เป็นเพราะว่าหลังจากสงครามจบแล้ว ผมก็อยากจะสืบต่อเกี่ยวกับเอนโตเนออสเพิ่มสักหน่อย เลยลงทุนไปสืบเอง จนหลายเดือนมานี้ก็พบไส้ศึกและจัดการฆ่าไปได้จำนวนหนึ่งเเล้ว แต่ผมก็เชื่อว่าน่าจะยังมีพวกหนอนบ่อนไส้อีกจำนวนหนึ่งอยู่ดี เรื่องนี้ขอไม่ลงรายละเอียดเยอะก็เเล้วกัน

การที่ทำเป็นว่าองค์จักรพรรดิหายตัวไปเช่นนี้ คงจะทำให้พวกนั้นออกมาเคลื่อนไหวได้ไม่น้อยเลย แต่ของแบบนี้มันก็ต้องใช้เวลาจึงจะล่อให้พวกมันออกมาได้ แล้วผมก็ไม่อยากทำให้ยาหยีต้องเป็นห่วงที่ผมไปเสี่ยงอันตรายอยู่แบบนี้ ก็เลย...

“อ่าา...”

ผมก็เลยมีสภาพแบบนี้ยังไงล่ะ...อยู่แบบหลบๆซ่อนๆ

ฝึบๆๆๆ

ผมเอามืออีกข้างคอยสำเร็จความใคร่ของตนเอง ส่วนมืออีกข้างก็เอามาปิดปากของตนเองเอาไว้ กลัวว่าเสียงมันจะดังเล็ดลอดออกไป แต่คงไม่มีใครได้ยิน เพราะผมร่ายมนต์กั้นอาณาเขตเอาไว้ แถมยังเปิดน้ำจากฝักบัวเสียงดังอีกต่างหาก

ตึก-ตึก

“....เฮ้ออ~....”

ให้ตายเถอะ อยากรีบๆจบงานนี้แล้วกลับไปหายาหยีชะมัด เมื่อไหร่ไอ้พวกบ้านั่นจะหมดๆไปสักที แค่นึกก็โมโหแล้ว!! ใครไม่ว่าหน้าไหนๆที่มันมารบกวนเวลาอันมีค่าของผมกับยาหยี ผมไม่ปล่อยมันไว้แน่!!!!

ตึกตึกตึก

ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันเอวไว้ จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องน้ำทั้งๆที่ไอ้ลูกชายมันยังชูชันอยู่แบบนี้นี่แหละ ก็จะให้ทำยังไงล่ะ....ช่วยตัวเองแบบนี้ไม่ว่าจะทำสักกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกพอเลย!!! อยากทำกับยาหยีจนแทบทนไม่ไหวแล้ว ของขาด....ขาดสุดๆ!

ตึกตึกตึก

‘ฝ่าบาท....มีรายงานจากสายสืบเข้ามาพ่ะย่ะค่ะ เราพบ..............อรกแล้วพ่ะย่ะค่ะ’

ลูคัสเดินถือกระดาษปึกนึงเข้ามายังห้องทำงานของผมอย่างรีบร้อน พอดีกับผมที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำในชุดนุ่งผ้าเช็ดตัวท่อนล่างผืนเดียว

ลูคัสสาธยายรายงานซะยืดยาวด้วยความรีบร้อน ซึ่งแปลว่ามีงานใหม่เข้ามาให้ผมต้องจัดการอีกแล้ว ปัญหามีไม่หยุดหย่อนเสียจริงๆ ไอ้พวกที่ก่อปัญหา....พอเวลามีองค์จักรพรรดิพวกมันกลับเงียบไม่กล้าทำอะไรกันเพราะกลัวหัวหด แต่พอรู้ว่าองค์จักรพรรดิไม่อยู่ก็รีบออกมาสร้างปัญหากันใหญ่....คนพวกนี้ต้องจัดการเด็ดขาดให้หมดสิ้นไปซะจากอาร์ทีเซีย

“เราเข้าใจแล้ว เดี๋ยวเตรียมตัวออกไปกันเดี๋ยวนี้เลย”

ผมพูดบอกลูคัสอย่างนิ่งเฉยราวกับว่าปัญหาพวกนี้มันจิ๊บจ๊อย ก็ถือว่าเป็นเรื่องขี้ๆสำหรับผมนั่นแหละนะ

‘ฝ่าบาท กระหม่อมมีข่าวดีจะมาบอกพ่ะย่ะค่ะ’

“.............”

ผมคลี่เอกสารรายงานมาเปิดดูคณะที่ลูคัสพูด เห้อ ข่างดีอะไรอีก ถ้ามีงานเลี้ยงล่ะก็ ขอพูดเลยนะว่าไม่มีเร็วๆนี้แน่....

‘จากที่เราสืบและปฏิบัติการมานานกว่าครึ่งปี ทำให้พวกที่กระหม่อมเอามารายงานในวันนี้เป็นพวกสุดท้ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ’

“..........”

ขวับ

ผมเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจ แล้วละสายตาจากเอกสารรายงานไปมองหน้าลูคัส

“เจ้าว่าอย่างไรนะ จะบอกว่าพวกมันมีแค่นี้หรือ”

‘เรียกว่าแค่นี้ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!! จริงๆมันควรหมดแล้วซะด้วยซ้ำ เราลุยกันมาจะครึ่งปีแล้ว จัดการพวกมันตั้งไม่รู้กี่หมื่นกี่พันก็แล้ว จบได้ก็ดีแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ!!’

“...........”

ลูคัสโวยวายพลางเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตาด้วยความงอแงเพราะเหนื่อยล้า ก็จะไม่ใช่นานได้ยังไงกันล่ะ พวกคนชั่วน่ะมันมีอยู่ทุกหนทุกแห่งนั่นแหละ ไหนจะพวกหนอนบ่อนไส้ ค้าของเถื่อนผิดกฎหมาย พวกค้ามนุษย์ แน่นอนว่าเรื่องพวกนี้มันนิดเดียวเมื่อเทียบกับอาณาจักรเดียว แต่ผมคือผู้นำของ9อาณาจักรเเล้วน่ะสิ จะไม่ให้เยอะได้ยังไง

“เจ้าแน่ใจนะลูคัส ว่าพวกมันหมดแล้วจริงๆ อบ่าให้ถึงขั้นเราต้องลงมือพลิกแผ่นดินหาพวกมันเอง”

‘แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ แต่ถ้าหากมีอีกล่ะก็กระหม่อมจะรีบนำข่าวมาบอกฝ่าบาททันที ฝ่าบาทไม่ต้องเป็นกังวลไปพ่ะย่ะค่ะ’

“ก็ดี....ถึงจะงานหนักหน่อยแต่ก็ขอบใจเจ้ามาก”

‘พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท’

“..............”

ตึกตึกตึก

ผมเดินไปยังห้องแต่งตัวฉุกเฉิน เพื่อที่จะใส่เสื้อผ้าแล้วออกไปตะบันหน้าไอ้พวกเวรตะไลนั่นให้หมดๆไป โดยมีลูคัสคอยเดินตามเพื่ออำนวยความสำดวก แต่ทว่า...

‘ฝ่าบาท กระหม่อมขอถามอีกสักเรื่องได้รึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ’

“ได้สิ ว่ามา....”

‘เมื่อสิ้นงานนี้เเล้ว ฝ่าบาทคิดเอาไว้หรือยังพ่ะย่ะค่ะว่าจะจัดการกับเรื่องที่ตอนนี้อาณาจักรของเราไม่มีองค์จักรพรรดิอย่างไร’

“............”

 

‘อาร์ทีเซียต้องการผู้นำนะพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมจะน้อมรับคำสั่งของฝ่าบาท หากฝ่าบาทยังไม่ต้องการเปลี่ยนอะไรในตอนนี้....’

“เมื่อเสร็จงานนี้แล้ว เราจะประกาศเรื่องนี้อีกที เราจะกลับมารับหน้าที่ เจ้าไม่ต้องห่วง”

ผมพูดแล้วหันไปยิ้มอย่างมั่นใจให้ลูคัสเพื่อนยาก จนตาแก่นั่นก็เริ่มฉีกยิ้ม

‘พ่ะย่ะค่ะ!!! กระหม่อมจะทำหน้าที่สุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะ!!!’

ลูคัสพูดพลางเข้ามาช่วยผมแต่งตัว โดยในใจของผมก็นึกตื่นเต้นขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เลือดในกายมันพุ่งพล่านไปหมด เพราะอยากจะรู้ว่าต่อจากนี้สถานการณ์คงามเป็นอยู่ของประชาชนจะดีขึ้นบ้างหรือไม่

และที่สำคัญ.....

จะได้เจอยาหยีแล้ว!!!!! วู้วววว ดีใจว้อย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

—————

-20:47น.-

ฝึบบ

หลังจากที่ฉันแกล้งเป็นว่ารู้สึกไม่ค่อยสบายให้สาวรับใช้เห็น วันนี้ฉันจึงได้เข้านอนเร็วกว่าปกติ โดยที่ยัยพวกนั้นไม่คืบแคลงใจ>///<คิกๆ สนุกชะมัด="">

แต่!!! วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อป่วนใคร.....ฉันตั้งใจจะหนีแบบจริงๆจังๆ เพราะทุกอย่างในวังนี้มันดูเคว้งคว้าง ฉันรู้สึกเหมือนทุกคนพยายามจะปิดบังความจริงอะไรสักอย่างจากฉัน พยายามพูดกลบเกลื่อนไม่ให้ฉันได้รับรู้อะไรบ้างเลย ไม่ใช่กับแค่บางคน แต่เป็นทุกคน!!เลยต่างหากที่ทำแบบนี้...

ฉันทนอยู่ต่อไปไม่ไหว การใช้ชีวิตราวกับนกน้อยในกรงทองแบบนี้....

หากฉันต้องถูกจับตัวกลับมาอีกครั้งที่วัง อย่างน้อยก็ขอไปให้ได้ไกลที่สุดกว่าที่เคยไป อย่างน้อยก็ขอเจอหน้าพ่อกับแม่สักหน่อย

พอไม่มีตาบ้านั่นอยู่ที่วัง ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน.....เพราะเหตุผลที่ฉันต้องเข้าไปก็คือเขา พอไม่มีเขา ก็เท่ากับไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องอยู่ต่อ!!!! ถ้าตาบ้านั่นตายไปจริงๆแล้วล่ะก็นะ......ฮรึกToT

“...............”

ตึกตึกตึก

ฉันมัดผ้าม่านเข้าด้วยกันแล้วโรยลงไปจนถึงพื้นข้างล่าง จากนั้นก็ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามัดแน่นดีแล้ว จึงค่อยโรยตัวลงไป

พรึบ

ทันทีเท้าฉันถึงพื้นหญ้า ฉันก็รีบวิ่งตรงไปข้างหน้าทันที พร้อมกับเอาผ้ามาโพกหัวเพื่อไม่ให้มีคนรู้ว่าฉันเป็นใครจนเหลือแค่ดวงตา

ตึกตึกตึก

ฉันวิ่งลัดเลาะไปตามพงหญ้าและกลุ่มหญ้าสวยงานต่างๆที่ขึ้นสูงอยู่ในบริเวณรอบๆราชวัง โชคดีที่เพราะความที่ฉันตัวเล็ก เลยทำให้การเคลื่อนไหวของฉันไม่เป็นปัญหา หรือโดนจับตามองเท่าไรนัก

โธ่เอ้ยย!พระราชวังถูกคุ้มกันอย่างเเน่นหนามาก คงเป็นเพราะข่าวไม่มีองค์จักรพรรดิถูกแพร่ออกไปเป็นแน่ ไม่งั้นยามรักษาการณ์ไม่แน่นหนาเท่านี้หรอก

ฝึบ

บ้าจริง ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างฉันจะออกไปได้ยังไง ต่อให้ฉันอยู่ที่นี่มานานสักพักแล้วก็เถอะ แต่ฉันแทบจะไม่ได้เดินผ่านทางออกทางนี้เลย คราวที่เเล้วที่หนีออกไปได้นับว่าเป็นโชคดีที่ตาบ้านั่นประเมินความสามารถของฉันต่ำไป แต่หลังจากฉันถูกพากลับมาที่วัง วันต่อมาตาบ้านั่นก็สั่งระเบิดทางออกที่ฉันหนีทางนั้นทันที และสร้างเป็นกำแพงวังสูงลิ่วแทน

ฉันเหลือแค่ทางออกทางนี้แล้วเท่านั้น!!! และตอนนี้ตรงหน้าฉันก็มียามรักษาการณ์เพียบ ไม่นับที่ยืนเผ้าก็ราวๆร้อยคนแล้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!!!โอ้ยย คิดแล้วก็หยิกหัวตัวเองทีนึง ฉันหันหลังกลับไม่ได้เเล้วนะ!!

ฝึบ

ตึกตึกตึก

ฉันหันหลังกลับแล้วรีบลัดเลาะตามพงหญ้า มุ่งหน้าตรงไปยังห้องครัวหลวง ที่ซึ่งฉันเคยเข้าไปแล้วคิดว่ามีห้องสำหรับเก็บซ่อนตัวเยอะพอสมควร อีกไม่นานก็จะเช้าเเล้ว ฉันเสียเวลาไปกับการหมกมุ่นเรื่องรอเวลาทหารผลัดกะมานานมาก และอีกไม่ช้าสาวรับใช้ก็จะรับรู้ว่าฉันหายตัว ฉันจะต้องหาที่ซ่อน หรือไม่ก็กลับไปอยู่บนห้อง แต่การจะกลับไปบนห้องก็แปลว่าทุกคนต้องรู้อยู่ดีว่าฉันหนีออกมา เพราะฉันต้องเข้าทางประตูห้องนอน ฉันปีนกลับขึ้นไปทางที่หนีมาไม่ได้เพราะมันสูงเกินไป แอแง!!!!!>///<

เห้อ!!!

ตึกตึกตึก

ฉันต้องหาที่ซ่อนตัว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

—————

-05:37น.-

-อเล็กเซ-

ซ่าาา

ฟู่ววว ให้ตายเถอะ สบายตัวชะมัด!!ในที่สุด วันนี้!!วันที่ผมรอคอย วันที่จะได้ประกาศต่อประชาชนทุกคนสักทีว่าองค์จักรพรรดิของพวกเขากลับมาเเล้ว วันที่จะได้เจอหน้ายาหยีอย่างภาคภูมิหลังจากที่ไม่ได้เจอมานานหลายเดือน แต่กลับยาวนานราวหลายปี

‘พรุ่งนี้หม่อมฉันมาหาใหม่นะเพค๊า~ จุ๊บๆ~’

คำนี้ที่ผมพูดไปเมื่อวาน ไม่ได้พูดออกไปเล่นๆ มันเป็นการบอกกำหนดการของวันนี้กลายๆให้ยาหยีได้รับรู้ว่าวันต่อมาจะมีอะไร แค่คิดก็หุบยิ้มไม่ไหวแล้ว อยากจะเจอไวๆจะแย่

ซ่าาา

ผมอาบน้ำอยู่ในห้องทำงานห้องเก่าห้องเดิม เพื่อชำระล้างคราบเลือดของพวกมนุษย์จิตใจต่ำช้าที่เพิ่งจะไปกำจัดมาซึ่งบังเอิญมากระเซ็นเปรอะเปื้อนที่ตัวผม ในที่สุดภารกิจทั้งหมดก็เป็นไปได้ด้วยดี การจะปฏิรูปอาณาจักรใหม่และครอบครอบอาณาจักรเดิมไปด้วย จะพึ่งแต่กำลังของมนุษย์ให้ช่วยจัดการ ผมว่ามันยังช้าเกินไป สู้ผมจัดการเองแล้วที่เหลือแย่ๆเล็กๆน้อยๆปล่อยให้แต่ละอาณาจักรกระจายกำลังจัดการเอง คงไม่เกินกำลัง นั่นเเหละคือเหตุผลที่ผมมาเป็นผู้นำ

ซ่าา

ผมปิดก๊อกน้ำแล้วเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวท่องล่าง เดินออกมาดูเอกสารงานต่างๆที่เสร็จเรียบร้อยเเล้วอยู่บนโต๊ะ แต่แล้วก็.....

ปัง

‘ฝ....ฝ่าบาท!!!!!’

ลูคัสพังประตูเข้ามาอย่างรีบร้อน เหงื่อแตกบนใบหน้า หน้าซีดเผือกยังกับไก่ต้ม

“เจ้ารีบเร่งอะไรนักหนาลูคัส เดี๋ยวนี้ไม่รักษามารยาทโดยการเคาะประตูสักหน่อยเลยรึ?”

‘ฝ...ฝ่า...ฝ่าบาท คือ....’

ปัง!!!

‘ฝ่าบาท!!!!! เกิดเรื่องใหญ่เเล้วพ่ะย่ะค่ะ!!’

ยังไม่ทันที่ลูคัสจะได้ปริปากอันสั่นเครือของตัวเองพูด ก็มีอัศวินเวทย์มนต์คนหนึ่งรีบพังประตูเข้ามาต่อจากลูคัสทันทีอย่างรอไม่ได้ ทำเอาอารมณ์ผมพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันใด ให้ตายสิวะ พวกมันโดนตัดมือกันไปหมดแล้วรึไง ถึงเคาะประตูกันไม่ได้เลย

“มีเหตุใดเล่า ว่ามา!!!”

อยากจะรู้นักว่ามันเรื่องอะไรนักหนา ถ้าเรื่องงาน ปัญหาของผม ผมก็จัดการหมดแล้วนี่?....

‘องค์ราชินีหายตัวไปพ่ะย่ะค่ะ!!!!’

ลูคัสรีบชิงพูดขึ้นมาก่อนอย่างเสียงดังฟังชัด เหงื่อแตกพลั่กจนเสื้อมันชุ่มเหงื่อไปหมด แต่ไม่ใช่แค่มันหรอก

ทันทีที่ผมได้ยิน ผมหัวเราะ...

“ฮ่าๆ เจ้าอย่ามาพูดล้อเล่นบ้าๆ ไม่งั้นเราจะตัดลิ้นไก่เจ้าเสีย...”

‘ฝ่าบาท องค์ราชินีทรงหายตัวไปเป็นเรื่องจริงพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้ทางสาวรับใช้เเละทหารทุกนายกำลังเร่งตามหาตัวพระองค์ คาดว่าหลบหนีไปเมื่อคืนพอดีพ่ะย่ะค่ะเพราะเมื่อวานตอนเย็นสาวรับใช้คนสนิทยังพบเห็นองค์ราชินีอยู่ และพวกเราพบว่ามีผ้าม่านผูกกันห้อยลงไปจากหน้าต่าง องค์ราชินีน่าจะพยายามหลบหนีทางหน้าต่างด้วยตัวเอง หรือไม่ก็อาจมีคนช่วยพาหลบหนีพ่ะย่ะค่ะ!’

ผมนิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินรายงานจากอัศวินเวทย์มนต์คนนั้น กระดาษรายงานเอกสารในมือผมร่วงหล่นลงพื้นอย่างไร้เรี่ยวเเรง อะไรกัน....ทำไม...หนีไปทำไม ผมทำอะไรผิดหรือ? ผมไม่เชื่อ

“หากสิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริง จงรีบไปตามหาตัวนางให้พบ!!!! เร็วที่สุด!! ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดจงพานางกลับมาหาเราให้ได้!!!”

แต่ผมรู้สึกได้ว่ายาหยีไม่ได้อยู่ห่างไปจากผมเลย....กลิ่นอายของยาหยียังอยู่ที่นี่ นางคงยังไปได้ไม่ไกลมากนัก หรือไม่ก็ยังอยู่ในวัง

‘พ่ะย่ะค่ะ!!!’

“ส่วนเจ้า ลูคัส เจ้ามากับเรา”

ทันทีที่ได้รับคำสั่ง อัศวินเวทย์มนต์ก็รีบขานรับและเดินออกไปทันทีอย่างรีบร้อน ส่วนลูคัสก็เดินตามผมมายังที่ห้องแต่งตัว เพราะผมจะไปหายาหยีที่ห้อง

ไม่ว่าอย่างไร เธอก็หนีไปจากผมไม่ได้!!!ต่อให้จะหนีก็หนีไม่พ้น อย่าลืมไปหน่อยเลยว่าสามีของตนเป็นใคร โมนิก้า....หลอกใครในโลกนี้เจ้าอาจจะหลอกได้ แต่เจ้าหลอกข้าที่เป็นสามีเจ้าไม่ได้ล่ะคนหนึ่ง!!!

ตึกตึกตึก

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว