email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 13

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 176

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2564 21:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13
แบบอักษร

ตอนที่ 13

  สถานการณ์ตอนนี้คือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หัวแหวนที่ไม่รู้ว่าจะพูดหรือทำอะไร ได้แน่นั่งนิ่งๆบนรถของเลิฟ และคนขับอย่างเลิฟก็ขับไปแบบไม่พูดอะไรสักคำ แล้วความเร็วที่ใช้คือเกือบ200 ดีหน่อยที่ถนนตอนกลางคืนโล่งไม่ค่อยมีรถ ไม่งั้นหัวแหวนคาดว่าเขาน่าจะได้ไปหลับอยู่ที่เสาไฟฟ้าไหนสักต้นเป็นแน่

 

 ย้อนไปก่อนหน้าที่หัวแหวนจะได้มานั่งอยู่บนรถที่เลิฟเป็นคนขับ

“ อย่า มา ยุ่ง”

“...”

“ กับมัน” เสียงเข้มเอ่ยบอกคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นทำให้หัวแหวนที่ยืมมองเหตุการณ์ด้วยความงงเห็นว่าคนที่เข้ามาต่อยเอิร์ทคือใคร

 

 

 

“ พะ พี่เลิฟ” เสียงเล็กเรียกคนที่มีศักดิ์เป็นพี่ขึ้นเบาๆเพราะไม่คิดว่าเลิฟจะมาหาตนถึงนี้ และเลิฟรู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่นี้ หรือว่าจะ

“ ไอ้สัสเหนือ!!” ความเมาที่เคยมีบันนี้ได้สร่างเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เห็นหน้าเลิฟ และเมื่อนึกได้ว่าต้องเป็นเพื่อนเขาแน่ที่บอกเลิฟ ก็นึกมองหาเพื่อนตน แต่ก็ไม่ยักจะเจอ มันไปไหน

“ กลับ!!” แขนเล็กที่โดนฉุกกระฉากออกมาจากร้านทำให้เขาสะดุดขาตัวเองความเจ็บแล่นเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่จะให้เขาหยุดได้ยังไงก็ คนลากเขาไม่หันมาสนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะเจ็บหรือเปล่า

 ไม่นานเลิฟก็พาหัวแหวนมาที่รถของตนได้ เลิฟจับหัวแหวนยัดเข้ารถอย่างรีบร้อน เสื้อผงเสื้อผ้าที่มันสั้นอยู่แล้วเลยถกขึ้นเยอะกว่าเดิม เลิฟที่เห็นว่ามันสั้นมากบวกกับความหงุดหงิดจาะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เลยโยนเสื้อคุมของตนไว้บนตักหัวแหวนอย่างไม่สบอารมณ์นัก

“ พี่เลิฟ...คือ..หนูมะ” หัวแหวนพยายามที่จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นเขาไม่คิดว่าเลิฟจะออกมาตามหาตน เขาก็แค่อยากออกมาดื่มกินกับเพื่อนบ้างเท่านั้น

“ หุบปาก!!” แต่เลิฟไม่คิดงั้น เขาหงุดหงิดมาก หงุดหงิดทั้งหัวแหวนที่แอบมาเที่ยวโดยไม่บอกเขา หงุดหงิดที่หัวแหวนแต่งตัวอ่อยอย่างนี้ แล้วยิ่งไปกว่านั้นพอมาเห็นหัวแหวนปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้คนอื่นโดยไม่ระวังเขายิ่งอารมร์พลุ่งขึ้นสูงอีก

 กลับมาปัจจุบัน

ทั้งรถตอนนี้คือเงียบมาก และความเร็วที่เลิฟใช้มันทำให้หัวแหวนกลัว จึงเอ่ยบอกเลิฟว่าให้ลดความเร็วลงหน่อย แต่มีหรือว่าเลิฟจะฟัง เขายิ่งเหยียบให้เร็วขึ้นกว่าเดิมจนหัวแหวนทนไม่ไหวตะโกนออกมา

“ พี่เลิฟ!! มันเร็วไปแล้วนะ!” เสียงเล็กที่เอ่ยออกมาติดจะสั่นๆนิดหน่อย ไม่รู้ว่ากลัวความเร็วของรถหรือกลัวคนขับรถกันแน่

“ หึ” เลิฟไม่ตอบ แต่ระดับความเร็วที่ลดลงแต่ก็ยังเร็วสำหรับหัวแหวนอยู่ดี แต่ก็ดี ดีกว่าเมื่อกี้หน่อยนึง

 เมื่อทั้งสองได้มาถึงที่คอนโดแล้ว เลิฟที่ลงไปเปิดประตูคว้าแขนเล็กที่ยังไม่ยอมลงมาสักที ให้ออกมาจากตัวรถ และด้วยสภาพชุดที่ไม่เอื้ออำนวยของหัวแหวนทำให้เลิฟหงุดหงิด จับหัวแหวนอุ้มพาดบ่าแล้วเอาเสื้อคุม คุมหัวแหวนทับทันที ตอนนี้หัวของหัวแหวนก็ห่อยไปมา จะบอกให้เลิฟปล่อยตนลงก็คงจะไม่เป็นผล หัวแหวนทั้งตี ดึงทึ้งเสื้ออีกคนแต่เลิฟก็ทำแค่เดินต่อไป บรรยากาศในลิฟต์ค่อนข้างอึดอัดพอสมควร

“ พี่เลิฟ ปล่อยหนูลงเดี๋ยวนี้นะ” หัวแหวนก็ยังไม่เลิกพยายามที่จะโวยวายใส่คนที่แบกตนอยู่ แต่มีหรือว่าเลิฟจะฟัง

เพี๊ยะ

“ อืออออ พี่เลิฟ!!” เสียงตีที่ดังพอทำให้คนโดนตีเจ็บได้อยู่ หัวแหวนร้องลั่นขึ้นมาเมื่อไม่คิดว่าเลิฟจะตีลงมาที่ก้นของเขา

“ หึ” เลิฟขำหึในลำคอ หัวแหวนที่กำลังจะเอ่ยปากว่าเลิฟ ลิฟต์ก็เคลื่อนตัวหยุดลงและเลิฟก็เดินออกตรงไปยังห้องของตนทันที

 พอเปิดประตูได้คนร่างสูงมุ่งไปที่ห้องนอนตนแล้วโยนคนบนบ่าตัวเองลงบนที่นอนอย่างแรง ทำเอาหัวแหวนจุกไปแปบนึง และเมื่อเริ่มหายจึงเตรียมที่จะลุกแล้ววิ่งออกจากห้อง แต่ก็ยังช้าไปสำหรับเลิฟที่คว้าแขนของหัวแหวนเอาไว้แล้วเหวี่ยงหัวแหวนลงบนที่นอนเหมือนเดิม

“ พี่เลิฟจะทำอะไร!!” หัวแหวนถามเสียงสั่นเพราะตอนนี้เลิฟไปถอดเสื้อของตัวเองออกหมดแล้ว ตามด้วยเข็มขัดที่เลิฟกำลังจะถอด

“ กลัวหรือไง” เสียงเรียบของเลิฟเอ่ยถามคนบนที่นอนที่กำลังขยับตัวไปชิดที่หัวเตียงอย่างหวาดกลัว

“ พะ พี่เลิฟ จะทำอะไร ออกไปเลยนะ!” เสียงเล็กดังขึ้นอีกเมื่อเลิฟก้าวขึ้นมาบนเตียง พร้อมกับจับขาของหัวแหวนลากมาหาตน ทำให้ตัวของหัวแหวนไถลไปตามแรงกระฉากของเลิฟ และเสื้อผ้าบัดของคนตัวเล็กมันก็ล่นไปจนเผยให้เห็นกางเกงตัวจิ๋วสีดำที่หัวแหวนใส่อยู่ หัวแหวนพยายามจะดึงชายเสื้อมาปิด แต่เลิฟก็จับมือทั้งสองข้างของหัวแหวนไว้แล้วเอาเข้มขัดที่ตนนั้นพึ่งถอดออกมาจากกางเกงมัดลงบนมือเล็กอย่างใจเย็นทั้งๆที่คนใต้ร่างทั้งร้องทั้งถีบ

“ ไอ้พี่เลิฟ!! ปล่อยหนูนะ! อย่ามาทำแบบนี้ ไอ้พี่เลิฟ!!” หัวแหวนพยายามดิ้นไปมาแต่เลิฟก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทำลง เสื้อผ้าที่ตอนนี้มันล่นไปอยู่บนหน้าท้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลิฟที่เห็นดังนั้นจึงเอื่อมมือไปเกี่ยวกางเกงตัวจิ๋วสีดำออก

“ ไม่!! พี่เลิฟ!! พี่เป็นบ้าไปแล้วหรือไงห้ะ!! ปล่อยหนู! หนูจะฟ้องน้านุช ปล่อยยยยย!!” เสียงเล็กตะโกนอย่างไม่สนว่าคนฟังจะแสบแก้วหูขนาดไหน ก็มือเขาใช้ไม่ได้ ขาก็โดนอีกคนนั่งทับ ก็มีแต่ปากเขานี้แหละที่ยังใช้งานได้อยู่

“ หึ จะฟ้องแม่ฉันหรอ” เสียงที่นิ่งกว่าเดิมเอ่ยขึ้นหลังจากที่ได้ยินว่าคนตรงหน้าจะฟ้องแม่เขา

“...”

“เชิญ!”

“ ไม่! พี่เลิฟ ปล่อยหนู พี่เป็นพี่หนูนะเว้ย! ทำแบบนี้ไม่ได้ ปล่อยย พี่เลิฟ!!” หัวแหวนที่ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว ขยับตัวก็ไม่ได้ จะดิ้นหนียิ่งไม่มีสิทธิ เลยได้แต่แหกปากตะโกนใส่หน้าเลิฟอย่างบ้าคลั่ง

“ ทำไมละหัวแหวน พี่น้องกันเอากันไม่ได้หรอ” น้ำเสียงเย็นๆที่เปล่งออกมาจากปากคนถามมันเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ทำให้คนที่นอนน้ำตาซึมอย่างหัวแหวนฟังแล้วขนลุก

“ อึก ปล่อย” เสียงสะอื้นดังมาจากปากเล็กที่ยังพยายามดิ้นหนี

“ หรือจะต้องเป็นมัน!” เลิฟเสียงดังขึ้นเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่พึ่งเจอมา

“ ปล่อย หนู~~” น้ำเสียงอ้อนวอนขอร้องให้คนตรงหน้าปล่อยตน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเลิฟจะทำตาม

“ ทำไม เอากับกูแล้วมันจะตายหรือไง! ห้ะ!!” สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้หัวแหวนเริ่มกลัวเลิฟมากขึ้น เลิฟที่ตอนนี้ควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว และไม่รู้ด้วยว่าตนนั้นกำลังจะทำสิ่งที่ผิดพลาดไปทั้งชีวิต ด้วยความโกธรและความหึงหวงที่มันมากจนมาบดบังความเป็นจริงว่าเขากับหัวแหวนเป็นพี่น้องกัน มันไม่สามารถที่จะมีอะไรเกินเลยกันได้ แต่ตอนนี้เลิฟก็ไม่ได้คิดอะไรไปนอกจากความโมโห โมโหที่หัวแหวนหนีเขาไปเที่ยว โมโหที่หัวแหวนแต่งตัวเหมือนตัวเองเป็นของฟรี ใครจะทำอะไรก็ได้ และโมโหยิ่งกว่านั้นคือการที่หัวแหวนบอกเขาว่าให้ปล่อยทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นกับอิตัวผู้นั้นหัวแหวนปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดไหน พอเลิฟนึกมาถึงตรงนี้แล้วยิ่งอารมณ์พลุ่งขึ้นอีก ด้วยพื้นฐานเป็นคนอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว ละพอมาเจอเรื่องของหัวแหวนอีก ทำให้เขาระงับอารมณ์ไม่ได้เลย ตอนนี้ก็เช่นกัน

“ ไหนมึงลองบอกดิ ทำไมเอากับกูไม่ได้” คำหยาบที่เลิฟใช้ คำที่หัวแหวนไม่คิดว่าเลิฟจะพูดออกมาต่อหน้าเขา ทำให้หัวแหวนร้องไห้หนักกว่าเดิม เขาไม่ชอบเลยที่เลิฟเป็นแบบนี้ พี่ชายที่แสนดีของเขาไปไหน ทำไมคนตรงหน้าถึงได้ดูใจร้ายขนาดนี้

“ อึก” หัวแหวนได้แต่ร้องไห้ ไม่ได้ตอบคำถามที่เลิฟถามไป นั้นยิ่งทำให้เลิฟหงุดหงิดเข้าไปอีก

“ ตอบ!!”

“ ก็พี่เป็นพี่หนูไง! พี่น้องมันเอากันไม่ได้!!” หัวแหวนตะโกนตอบเลิฟไปอย่างจำใจ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไร ยังไงเลิฟก็ไม่หยุดอยู่ดี

“ เอากันไม่ได้หรอ เหอะ!” เลิฟพูดแค่นั้น แล้วผละตัวออกจากหัวแหวนออกไป ทำให้หัวแหวนถอนหายใจออกมานึกว่าเลิฟจะเข้าใจสถานะของตนกับเจ้าตัวแล้ว แต่เปล่าเลย เลิฟไม่ได้ผละออกไปเพื่อที่จะหยุดการกระทำ

“ พะ พี่เลิฟ พี่จะทำอะไร! ถอยไปนะ” หัวแหวนที่เห็นว่าเลิฟกำลังถอดกางเกงออกก็ทำเอาหัวแหวนถดตัวหนีอีกครั้ง

“ หึ พี่น้องเอากันไม่ได้” เลิฟพูดไปตัวก็คลานเข้าไปหาหัวแหวน ทั้งๆที่กางเกงยังถอดไปเสร็จดี

“ ถอยไปนะ! ถอยไป!!” หัวแหวนที่หมดทางหนีเพราะตนนั้นได้ขยับมาชิดหัวเตียงเรียบร้อยแล้ว เมื่อเลิฟเห็นดังนั้นจึงจับขาของหัวแหวนลากมายังกลางเตียงเข้าใกล้ตน

“ เดะจะทำให้ดู”

 

 

“ ว่าพี่น้องมันเอากันยังไง” เลิฟพูดจบก็กระฉากขาของหัวแหวนให้อ้าออกกว้างแล้วแทรกตัวไปอยู่ตรงกลาง พร้อมกับควักเอาท่อนเอ็นที่มันแข็งจนน่ากลัวนั้นออกมา เลิฟถูท่อนเนื้อไปมากับกลีบอูมที่มันยังปิดสนิทเหมือนไม่ได้ผ่านมือใครมาเลย

 หัวแหวนที่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ก็ดิ้นไปมาแต่มีหรือว่าเลิฟจะปล่อยให้ดิ้นจนเขาทำอะไรต่อไปไม่ได้

“ เจ็บบ!! อื้อ พี่เลิฟ!! หนูเจ็บบบบบ!!” หัวแหวนร้องแหกปากดังลั่นเมื่อเลิฟหยัดท่อนเนื้อของตนเข้าช่องทางเล็กแคบนั้นทันทีโดยไม่เบิกทางใดๆก่อน เลือดจากทางคับแคนนั้นเริ่มไหลออกมาเปลื่อนที่นอน เลิฟเห็นแบบนั้นแล้วยิ้มกริ่ม เขาได้เป็นคนแรกของหัวแหวน ไม่มีใครที่จะทำกับหัวแหวนแบบนี้นอกจากเขาคนเดียว

“ เจ็บนิดเจ็บหน่อยเป็นไร เดะมันก็เสียวเองแหละ” เลิฟพูดไปก็เริ่มจะขยับตัวตนที่แช่ค้างไว้แต่ก็ไม่สามารถขยับได้เพราะช่องทางของหัวแหวนรัดแน่นจนเขาเริ่มปวด

“ ซี๊ส อย่ารัด อือ” เลิฟร้องซี๊สเมื่อยิ่งพยายามขยับเท่าไหร่ช่องทางของคนตัวเล็กก็ยิ่งรัดแน่นมากขึ้น จนเลิฟต้องก้มลงไปจูบปากเล็กบวมที่เอาแต่ร้องไห้

“ อือ จ๊วบบ อะ เอ็บบ จ๊วบบ อะ อะ” หัวแหวนที่ไม่ทันตั้งตัวว่าเลิฟจะก้มลงมาจูบก็เผลออ้าปากให้คนด้านบนได้ส่งลิ้นเข้ามาสำรวจโพรงปาก เลิฟไม่ได้จูบอย่างเดียวแต่ช่วงล่างที่กำลังโดนเจ้าตัวรัดนั้นเริ่มคลายออกทำให้เลิฟเริ่มขยับตัวตนเข้าออกไปง่ายขึ้น หัวแหวนที่ไม่คิดว่าเลิฟจะขยับทำให้ความเจ็บที่ก่อนหน้านั้นเจอมันกลับมาอีกครั้ง

“ อะ หนู เจ็บ อืออ อะอะ พะ พี่เลิฟ อะ...จ๊วบ จ๊วบ ”

 ปัก ปัก ปัก

เสียงกระแทกดังสลับกับเสียงครางของคนตัวเล็ก เลิฟที่ไม่ได้ผละออกจากปากเล็กนั้นแถมยังดูดดึงลิ้นเล็กไปมาทำเอาคนที่ร้องว่าเจ็บครางเสียวอย่างไม่รู้ตัว เลิฟเมื่อเห็นว่าหัวแหวนเริ่มผ่อนคลายแล้วจึงผละออกมามองชุดที่ยังอยู่บนตัวแล้วรู้สึกขัดหูขัดตา เขากระฉากมันลงมากองไว้ที่หน้าท้องเช่นเดียวกับชายเสื้อด้านล่าง ปรากฏก้อนกลมสองก้อนที่เด้งไปมาตามแรงขยับของเจ้าตัว

“ อ้าสส พะ พี่เลิฟ สะ เสียว อืออ อะอะ” หัวแหวนที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนก็ร้องครางลั่นเมื่อเลิฟนั้นก้มลงไปดูดจุกเล็กๆทั้งสองอันสลับไปมา

“ หึ เสียวมากมั้ย” เลิฟถามเสียงพร่า หัวแหวนที่เริ่มจะไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากความเสียวที่เลิฟมอบให้ก็พยักหน้ารับ

“ แล้วแบบนี้ละหัวแหวน” เลิฟพูดไปช่วงล่างที่เริ่มขยับเร็วขึ้นนั้นทำเอาหัวแหวนครางลั่นไม่เป็นภาษา ปลายเท้าจิกเกร็งลงบนนอนอย่างห้ามไม่ได้ มือที่ถูกมันอยู่กำแน่นเมื่อรู้สึกว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น

“ แล้วแบบนี้ละ ยังเสียวอยู่มั้ย” เลิฟพูดไปมือก็เอื่อนไปเขี่ยที่จุดรวมความเสียงด้านล่างของหัวแหวนทำเอาคนที่ไม่เคยโดนสัมผัสแบบนี้ถึงกับร้องครางลั่นนอนบิดตัวไปมา

“ อะ อะ อืออ อ้างงงงง~~~” หัวแหวนเสร็จแล้ว แต่คนด้านบนยังไม่เสร็จและเลิฟที่เห็นว่าตนนั้นทำให้หัวแหวนสยบลงได้ก็ถอดถอนตัวตนออกแล้วจับให้คนที่นอนหมดสภาพพลิกคว่ำหน้า เลิฟยกสะโพกของหัวแหวนขึ้นแล้วจับท่อนเนื้อของตนที่เปื่อนทั้งคาบเลือดคาบน้ำขาวแทรกตัวเข้าไปในช่องท่านั้นทันที แต่รอบนี้ไม่ได้แน่นเหมือนรอบแรก แต่ก็ถือว่าแน่นมากสำหรับเขา

“ อะ พะ พอ อืออ สะ เสียว” หัวแหวนที่เริ่มรู้สึกตัวเมื่อเลิฟนั้นแทรกตัวตนเข้ามาใหม่ ทำเอาคนตัวเล็กร้องครางไม่เป็นภาษาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น่าจะทำเอาคนตัวเล็กเสียวจนแทบขาดใจกว่าครั้งแรก มือที่จิกลงบนผ้าปูที่นอนนั้นแสดงให้เห็นว่าคนด้านล่างนั้นเสียวแค่ไหน

“ จะเสร็จอีกแล้วหรอ” เลิฟพูดขึ้นพร้อมกระแทกแกนกายเข้าไปเน้นๆอีกสองสามครั้งคนตัวเล็กก็เกร็งกระตุกทันที

“ เสร็จตั้งสองรอบแล้วนะ”

“ อือ พ..พอ ก่อนน” หัวแหวนร้องบอกให้เลิฟพอ แต่มีหรือว่าเลิฟจะทำตามคำขอ

“ ขี้โกง ฉันยังไม่เสร็จเลย” เลิฟพูดไปช่วงล่างก็กระแทกกระทั้นเข้าอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาคนที่พึ่งเสร็จไปกลับมาเสียวอีกรอบบ

“ อะ อืออ จะ อือออ เสร็จ อ้างงง”

“ ซี๊สสส เสียวสัส! อืม... อ้าสสส” เลิฟที่สบทออกมาเมื่อใกล้ถึงจุดสุดยอด เขาขยับเข้าออกอย่างหนักทำเอาคนด้านล่างหัวสั่นหัวคอนไปตามแรง และไม่นานเลิฟก็เกร็งกระตุฉีดน้ำรักจำนวนมากเข้าช่องทางคับแคบนั้นไป เขาฟุบลงทับคนตัวเล็กที่นอนหอบหายใจอย่างหมดแรง เลิฟที่เห็นดังนั้นจึงคว้าคอให้หันหน้าเข้ามรับจูบเขา การจูบที่เนิ่นนานทำเอาคนโดนจูบถึงกับหมดลมหายใจ และต้องร้องอออกมาอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในตัวมันเริ่มขยาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

“ พอ...แล้ว อือ หนูเหนื่อย” หัวแหวนพูดออกมาอย่างคนหมดแรง แต่มีหรือว่าเลิฟจะยอม

“หึ”เลิฟขำออกมากับท่าทางของหัวแหวน แล้วเริ่มขยับตัวตนเข้าออกอีกครั้ง

“...”

“ คืนนี้อีกยาวไกล อิหนู”

 

 

 

“ อือออ” เสียงเล็กร้องออกมาเมื่อโดนรบกวนการนอน ตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 11โมงแล้ว และไม่มีทีท่าว่าหัวแหวนจะตื่น

“ ซี๊ส อืม” เสียงทุ่มที่ออกมาจากปากหนาเมื่อเลิฟเริ่มที่จะขยับตัวเบาๆ

“ อืออ อะ พี่เลิฟ อือออ ทำอะ...ไร อะ อะ อือออ” หัวแหวนที่ต้องฝืนลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกเสียวๆยังไงไม่รู้และภาพที่เห็นคือคนตัวสูงที่ท่อนบนเปลือยเปล่ากำลังขยับเข้าออกจากตัวเขา และเมื่อหัวแหวนดูอีกที

“ ไอ้พี่เลิฟ!! ทะ อืออ ทำบ้า! อะไรเนี้ยยย อะ อะ” หัวแหวนร้องลั่นเมื่อรู้ความจริงว่าเลิฟกำลังทำกับตนอย่างเมื่อคืนนี้ และตอนนี้เลิฟก็ดูเหมือนกำลังจะได้ที่ ขยับเข้าออกรัวเร็ว ไม่ฟังคนที่นอนหัวสั่นหัวคลอนอยู่เลย หัวแหวนได้แต่กัดปากร้องซี๊สไปมา เพราะทำอะไรไม่นอกจากคว้าผ้าห่มมาปิดหน้าตัวเองไว้ด้วยความอาย

“ ปิดทำไม” เลิฟขยับช่วงล่างช้าลงแล้วเอื่อมมือไปดึงผ้าห่มออกจากร่างเล็กนั้น

“ อือออ อย่ามองนะ!” หัวแหวนปันปายไปทั่วทำให้เลิฟต้องคว้ามือทั้งสองข้างไปแล้วกดลงเหนือหัว

“ ซี๊ส เสียววะ” เลิฟโน้มหน้าลงไปใกล้หน้าคนใต้ร่าง แล้วจงใจร้องครางออกมาให้คนใต้ร่างได้ฟัง คนตัวเล็กที่นอนบิดไปมาด้วยความเสียวตอนนี้ไม่รับรู้อะไรแล้วเพราะตนนั้นใกล้จะถึงจุดหมาย

“ หน้าเธอตอนใกล้เสร็จเนี้ย” เลิฟพูดไป แรงช่วงล่างก็ใส่ไม่ยั้งเพราะรู้ว่าหัวแหวนใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว

“อืออ อะ อะ สะ เสร็จ อือออออ” เสียงครางหวานดังลั่นไปทั่ว ไม่สนใจว่าคนด้านบนจะพูดอะไร และแรงส่งจากคนด้านบนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงแถมยังแรงขึ้นอีกจนหัวแหวนเสร็จและไม่นานเลิฟก็กระตุกเกร็งฉีดพ่นน้ำรักเข้าช่องทางนั้นจนหมด

“ โคตรอยากเอาต่อเลยวะ” เลิฟพูดจบก็เริ่มขยับท่อนเอ็นที่เริ่มจะกลับมาแข็งเข้าออกใหม่ และเป็นหัวแหวนที่ร้องครางลั่นอีกรอบ

 

 

   พาท เลิฟ

หึ ผมรู้สึกอิ่มมากกก ไม่ได้เป็นเพราะข้าวหรอกนะที่ผมอิ่ม แต่เป็นเพราะไอ้เด็กดื้อข้างผมมากกว่าที่ทำให้ผมอิ่มได้ขนาดนี้ ไม่รู้ว่าตื่นมารอบนี้จะโวยวายอะไรหรือเปล่า แต่ก็นะถ้าโวยวายก็แค่จับกด เดะก็ร้องซี๊สละ เมื่อตอนสายๆผมตื่นมาแล้วรอบนึงแต่คนข้างกายผมยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ผมเลยสะกิดเรียกมัน ผมเรียนกมันอยู่นานเลยอะแต่มันก็ไม่ตื่น ผมเลยกะจะแกล้งมันนิดหน่อย แต่ของผมมันดันขึ้นจริงๆ เลยขอลักหลับซะหน่อยเพราะคิดว่ามันคงไม่ตื่นมาหรอก ขนาดเรียกขนาดนั้นยังไม่ตื่นเลย แต่ผิดคลาด เมื่อผมเริ่มสอดใส่เข้าไปในตัวมัน ตอนแรกมันก็ร้องอื้ออ้าแล้วก็เงียบไป ผมเลยค่อยๆขยับกลัวมันจะตื่นแต่มันก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น และผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะตื่นแน่ๆเลยซอยไม่ยั้งเลย พูดได้คำเดียวครับว่า โคตรเสียว โคตรของโคตรเสียวเลย ไม่เคยเอากับใครแล้วรู้สึกถึงใจเท่านี้มาก่อน และเมื่อผมขยับเข้าออกรัวเร็ว หัวแหวนที่ตอนแรกมันนอนหลับ ตอนนี้มันลืมตาขึ้นมามองผม ผมก็แค่ยิ้มให้มันแล้วทำหน้าที่ของผมต่ออย่างไม่มีอะไรบกพร่อง และเมื่อหัวแหวนมันเริ่มรู้ว่าร่างกายมันกำลังโดนรังแก มันเลยเรียกผมเสียงดังเลย แต่ก็ครางไปด้วย ผมที่ไม่สนอะไรแล้วขยับเข้าออกท่าเดียวเลย และเห็นว่าหัวแหวนมันคว้าเอาผ้าห่มมาปิดตาและซึ่งผมไม่ต้องการให้มันปิด เพราะผมจะมองหน้ามันตอนเสร็จไง และนี้มันก็ใกล้เสร็จแล้วด้วย ถามว่าทำไมรู้ จะไม่ให้รู้ได้ยังไงรัดแน่นซะขนาดนี้ ทำเอาผมจะเสร็จอยู่หลายรอบ ผมเลยไปดึงผ้าห่มมันออก แต่มันก็ไม่ยอมมือที่ปัดป่ายไปมาทำเอาผมรำคาญเลยกดมือมันลงซะและก้มลงไปกระซิบข้างหูมันเบาๆ ผมที่เห็นมันใกล้เสร็จก็ขยับเข้าออกรัวเลยไม่ใช่อะไรหรอกผมก็จะเสร็จเหมือนกันและไม่นานผมกับมันก็เสร็จสมอารมณ์หมาย พอเสร็จผมเลยก้มลงไปพูดกับมันให้จบ แต่เมื่อหัวแหวนมันได้ยิน หน้ามันเหวอไปเลยและผมก็ไม่รอให้มันอนุญาตเริ่มขยับเข้าออกทันที และผมกับมันก็เสร็จสมไปกันอีกคนละรอบพอเอาไอ้เจ้าลูกชายผมออกมันก็หลับไปเลย ผมเลยปล่อยให้มันนอนพักไป และบ่ายๆค่อยเรียกมากินข้าวละกัน

 

  นี้ก็บ่ายสองกว่าละ ผมว่าผมควรไปปลุกไอ้เด็กดื้อมันตื่นมากินข้าวได้ละเดี๋ยวจะปวดท้องเอา ยิ่งเมื่อคืนกินแต่เหล้าเข้าไปด้วย ผมเดินไปยังห้องนอนตัวเองพอเปิดเข้าไปคือไอเย็นที่รับรู้ และผมต้องร้องเพราะลืมปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศให้มันอุ่นขึ้นกว่านี้ ก็ปกติผมชอบเย็นๆเลยเปิดตามปกติ แต่ลืมไปไอ้เด็กแสบมันไม่ชอบ ผมเลยเลือกที่จะเดินไปเพิ่มแอร์ขึ้นให้มันอุ่นขึ้นและเดินไปยังเตียงนอนที่มีผ้าห่มสีดำผืนหน้าห่อตัวไอ้เด็กแสบนั้นอยู่

“ หัวแหวน ลุกไปกินข้าว” ผมดึงผ้าห่มออกจากตัวมันแต่ไอ้คนตัวเล็กก็ดึกยื้อไว้ทำให้ผมต้องขึ้นไปบนที่นอนแล้วหอบผ้าห่มผืนออกจากตัวมันแล้วงัดตัวมันให้ลุกนั่งขึ้นและแน่นอนมันมีแค่เสื้อยืดของผมที่ใส่ให้มัน

“ จะนอน!” หัวแหวนมันตะโกนออกมาแล้วล้มตัวลงนอนอีกรอบแต่ผมดึงแขนมันไว้ก่อนแล้วล้มตัวนั่งซ้อนข้างหลังให้มันผิงผมไว้

“ เดี๋ยวค่อยมานอนต่อ ไปกินข้าวก่อน” ผมก็ตะล่อมมันไป ก็เข้าใจอะนะเวลาโดนอย่างนั้นมาแล้วมันจะงี่เง้าขึ้นประมาณนึง มันก็แล้วแต่คน แต่ส่วนใหญ่ที่เจอก็จะแบบเนี้ยเลย แต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรหรอกกับคนอื่นที่เคยมีไรกัน มันก็แค่วันไนท์ แต่กับหัวแหวนไม่ใช่ และผมไม่ต้องการแค่วันไนท์กับมัน

“ ไม่เอา หนูง่วง! หนูเมื่อยตัวไปหมดเลย งืออ พี่เลิฟทำหนูอะ ปวดไปหมดแล้ว แขนก็ปวด ขาก็ปวด” หัวแหวนมันบ่นออกมาตามประสา จะไม่เมื่อยได้ยังไง ก็ผมยิ่งยาวซะขนาดนั้น แต่ทำไงได้ มันน่าเอาเอง

“ โอเคๆ ฉันผิดเอง นี้ไงจะไถ่โทษนี้ไง” ผมพูดไปก็โยกตัวหัวแหวนไปมา เอาจริงก็ไม่เคยทำแบบนี้หรอก แต่เคยเห็นตามพวกซีรี่ย์ไรพวกเนี้ย แหนะจะหาว่าผมเนี้ยนะดูซีรีย์ ผมอะไม่ได้ดูหรอก แต่ไอ้อ้วนที่บ้านอะมันชอบมานั่งดูหน้าทีวีประจำ ไอ้อ้วนที่ผมว่าก็น้องสาวตัวดีของผมนั้นแหละ รายนั้นติดซีรี่ย์เกาเหลียิ่งกว่าอะไรดี ทั้งนักร้องทั้งนักแสดงมันเอาหมดผมยังเคยขับรถพามันไปคอนเสิร์ตอะไรเนี้ยแหละที่ผมก็ไม่รู้ชื่อ แต่ก็พามันไป ตอนมันเด็กๆอะ มหาลัยมั้งช่วงนั้น แต่ตอนนี้ไอ้อ้วนมันก็ไม่ค่อยได้ไปไหนละ วันๆทำแต่งาน แต่ก็น่าจะยังกรี๊ดเกาหลีเหมือนเดิม

“ มีอะไรกิน!” หัวแหวนถามออกมาอยากไม่สบอารมณ์แต่ผมก็ดูออกว่ามันก็หิวเหมือนกันนั้นแหละ

“ ข้าวต้มกุ้งครับ” พูดเพราะๆหน่อย เอาใจเด็กดื้อมัน สาบานเลยถ้าปกติผมไม่มีทางพูดครับแน่

“ ไปสิ” หัวแหวนมันกระเถิบตัวลงจากเตียงแล้วยืนอยู่ข้างเตียง ผมที่มองมันตั้งแต่หัวจนเท้า ก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมาซะงั้น แต่ไม่ได้ ผมต้องให้มันได้พักบ้าง ไม่งั้นผมว่ามันช็อกตายพอดี

 ผมลงจากเตียงแล้วเดินนำออกไป มันก็เดินตามมาติดๆ ผมรู้สึกว่าหัวแหวนมันไม่โวยวายหรืออะไรเลยที่เมื่อคืนผมทำอะไรมันไป ผิดจากที่คาดไว้มากก ถึงมันจะเป็นคนง่ายๆแต่ มันจะไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนซะหน่อยหรอวะ

“ หัวแหวน” ผมลองเรียกมันดู ตอนนี้มันก็กำลังตักกุ้งตัวใหญ่เข้าปาก มันก็เงยหน้ามามองผมแปบนึงแล้วก็ก้มลงไปกินต่อ

“ อ่า” หัวแหวนขานรับทั้งๆที่ข้าวก็ยังเต็มปาก ผมเลยมอมันดุๆ ว่าทำไมไม่เคี้ยวให้หมดก่อน

“ อึก ว่า พี่เลิฟเรียกหนูมีอะไรคะ” มันเคี้ยวๆแล้วรีบกลืนและก้เอ่ยถามผมที่ผมเรียกมันเมื่อกี้

“ เมื่อคืน” ผมเกริ่นๆให้มันรู้ มันก็ทำหน้าตาอ่อขึ้นมาแต่พอมันตอบเท่านั้นแหละ ผมถึงกับไม่เข้าใจ

“ อ่ออ ขอโทษทีนะพี่เลิฟที่หนูไม่ได้บอกว่าจะไปเที่ยวอะ คิดว่าพี่เลิฟนอนแล้ว และเรื่องโทรศัพท์หนูก็ลืมเลยไม่ได้เอาไป” มันพูดจบแล้วก็ก้มกินข้าวต่อ แต่ที่ผมต้องการให้มันพูดถึงไม่ใช่เรื่องนี้ ทำไม ทำไมมันไม่พูดถึงเรื่องที่ผมกับมันมีอะไรกัน

“ หัวแหวน!” ผมเรียกมันเสียงเข้มอีกรอบนึงมันก็เงยหน้าขึ้นมามองแล้วทำหน้าประมาณว่ามีอะไรอีก

“ เมื่อคืน! ที่ฉันอะ...” ผมที่ยังพูดไม่จบมันก็โผงออกมาแต่คำที่ออกมาจากปากหัวแหวนนั้นทำเอาผมขึ้นเลย

“ อ่ออ เรื่องนั้น ชั่งมันเถอะพี่ หนูไม่ได้อะไรมาก พี่ไม่ต้องคิดมาก” เดี๋ยวนะ ทำไมมันพูดเหมือนไม่รู้สึกอะไรแบบนี้วะ ผมไม่เข้าใจอะ

“ ทำไม! ฉันได้เธอแล้ว ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้” ผมไม่อยากให้มันคิดว่าผมจะวันไนท์สแตนด์กับมัน แต่ดูทรงแล้วมันคงคิดแบบนั้นกับผมแน่ๆ

“ หนูโอเค พี่เลิฟไม่ต้องคิดมากหรอกว่าหนูจะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายอะ หนูโตแล้ว หนูเข้าใจ” หัวแหวนมันก็ยังพูดออกมาแบบไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไร แต่ผิดกับผมที่ร้อนเป็นฝืนเป็นไฟ ผมไม่ต้องการได้แบบนี้

“ ไม่! เธอเป็นเมียฉัน ฉันได้เธอแล้วหัวแหวน และฉันต้องรับผิดชอบเธอ ฉันไม่ปล่อยให้เธอเสียตัวฟรีหรอก”

“ วันไนท์ไงพี่ พี่คิดไรมากอะ พี่เลิฟทำเหมือนที่พี่เคยทำกับคนอื่นดิ หนูไม่ต้องการให้พี่มารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น หนูไม่ได้เสียดาย เราก็วินๆทั้งคู่” คำที่หัวแหวนสรรหาออกมาพูดนั้นทำเอาผมทนไม่ไหวลุกขึ้นแล้วคว้าต้นแขนมันอย่างแรง มันก็หันมามองทำให้ผมเห็นหน้ามันชัดๆว่าตอนนี้ตามันแดงมาก เหมือนคนจะร้องไห้

“ ฉันไม่ต้องการวันไนท์กับเธอหัวแหวน ฉันจะรับผิดชอบ และเธอต้องรับความรับผิดชอบที่ฉันจะให้ด้วย” ผมแย้งเรื่องที่มันจะให้ผมคิดว่าจะวันไนท์สแตนด์กับมัน แต่เมื่อผมพูดจบ น้ำตาของหัวแหวนก็ไหลออกมาทันที

“ จะรับผิดชอบยังไง!! ไหนบอกหนูดิ! บอกดิว่าพี่จะรับผิดชอบยังไง จะคบกันหรอ พี่เป็นพี่นะเว้ย! พี่น้องมันคบกันไม่ได้!!” หัวแหวนเริ่มที่จะตะโกนออกมา และเมื่อมันปลดปล่อยออกมาทำให้ผมรู้ทันทีว่าที่มันพูดออกมาเมื่อกี้คือมันไม่อยากให้ผมคิดกับมันเกินพี่น้อง แล้วยังไงอะ คนมันรู้สึกไปแล้วอะ จะให้ผมทำยังไง

“ ไม่หัวแหวน ยังไงฉันก็จะรับผิดชอบ ฉันได้เธอแล้วและฉันก็สุภาพบุรุษพอที่จะไม่เอาเปรียบเธอที่เอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียว” ผมปล่อยแขนที่คว้าเอาไว้ตอนแรกแล้วเปลี่ยนมาจับมือแทน ตอนนี้หัวแหนก็ยังร้องไห้อยู่มันนั่งก้มหน้าไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองผม

“ หัวแหวน มองหน้าฉัน” ผมเรียกให้มันเงยมองหน้าแต่คนตัวเล็กตรงหน้าก็ยังไม่ยอมเงย และไหล่ที่สั่นนั้นทำให้รู้ว่ามันยังไม่เลิกร้องไห้

“ หัวแหวนครับ เงยหน้ามองพี่หน่อย” ผมใช้สรรพนามแทนตัวเองเปลี่ยนไป ทำให้คนตัวเล็กค่อยๆเงยหน้าขึ้นมองผม ใบหน้าที่ตอนนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ตาที่แดงและเริ่มบวมอย่างเห็นได้ชัด ผมว่ามันน่าจะร้องตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว แต่ทำไมผมไม่ได้สังเกตนะ

“ ฮึก” เสียงสะอื้นเบาๆจากคนตัวเองทำเอาใจผมปวดไปหมด ผมไม่น่าทำอะไรมันเลย ทำไมผมมันไม่ยอมหักห้ามใจตัวเอง แต่ในเมื่อผมทำมันไปแล้ว ผมก็จะรับผิดชอบสิ่งที่ผมนั้นได้กระทำไป

“ ลุกขึ้นก่อนเร็ว” ผมบอกให้มันลุกขึ้นเพื่อที่ผมจะได้นั่งแทนมันแล้วให้มันนั่งตักผมแทน ผมอยากกอดมัน ผมรู้ว่ามันกำลังคิดมากอยู่ และต้นเหตุก็มาจากผมเองนั้นแหละ

“ ไม่ร้องแล้วนะ กลายเป็นเด็กขี้แยตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ยหืม” ผมเอามือเช็ดน้ำตาออกจากหน้ามันลวกๆ แล้วกอดเอวมันไว้หลวมๆ ตอนนี้มันนั่งลงมาที่ตักผมแล้ว ความสูงมันก็สูงกว่าผมนิดหน่อยเท่านั้น

“ เพราะพี่เลิฟเลย” หัวแหวนมันร้องบอก หึ ผมทำเด็กร้องไห้หรอเนี้ย

“ โอเคๆ ฉันผิดเอง” ผมกลับมาแทนตัวเองเหมือนเดิมเพราะจะให้แทนว่าพี่ทุกครั้งมันก็ยังไงอยู่นะ ตอนนี้เด็กบนตักก็เงียบลงแล้ว ผมเลยคว้าเอาชามข้าวต้มกุ้งเข้ามาใกล้ๆแล้วตักข้าวยื่นส่งให้มันกิน มันก็มองประมาณว่า ป้อนทำไม แต่ผมส่งสายตาดุๆแกรมบังคับว่า กินเถอะ มันเลยอ้าปากงับข้าวจากช้อนผม

“ พอแล้ว หนูอิ่มแล้ว” ผมป้อนมันไปก็หลายคำอยู่จนมันเกือบจะหมดชาม เห็นว่ามันอิ่มแล้วจึงบอกให้มันลุกขึ้นแล้วผมก็เดินเอาชามไปเก็บและก็เดินไปหยิบน้ำกับยาพวกแก้ปวดแก้ไข้และไม่ลืมที่จะหยิบยาที่ผมลงไปซื้อมาเมื่อตอนเที่ยงให้มันกินด้วย

“ กินยาแก้ปวดดักไว้ซะ จะได้ไม่เป็นไข้แล้วก็ยานี้กินเข้าไปด้วย แต่แค่เม็ดเดียวนะอีกเม็ดค่อยกิน” ผมบอกมันแล้วเทน้ำลงแก้วให้ คนที่มองยาในมือก็ทำหน้าสงสัย

“ นี้ยาไรอะพี่เลิฟ” มันชี้ที่เป็นแผงๆให้ผมดูผมก็เลยบอกมันไป

“ ยาคุมฉุกเฉิน กินไว้ เมื่อคืนฉันไม่ได้ใส่ถุง” ผมพูดหน้าตาเฉยมาก เอ้า มันก็เรื่องปกติหรือเปล่าอะ ใครๆก็กินยาคุมได้มั้ย ทำไมไอ้คนตรงหน้าต้องมองอย่างนั้นด้วย

“ ยะ ยาคุม ฉุกเฉินด้วย...พึ่งเคยเห็นก็วันนี้แหละ” มันพึมพันออกมาเล็กน้อย เหมือนบ่นกับตัวเองมากกว่า แล้วแกะออกมาเม็ดนึงใส่ปากพร้อมกับยาแก้ปวดแก้ไข้ด้วยแล้วดื่มน้ำตามลงไป น้ำที่มันใช้ในการกินยาคือเยอะอยู่ ผมรู้อีกข้อนึงคือมันไม่ชอบกินยาแน่นอน

“ เอาอีกเม็ดนึงมาเดะฉันเอาไปเก็บให้ ถึงเวลาแล้วเดี๋ยวเอามาให้กินใหม่” ผมบอกมันก่อนจะเอื่อมไปหยิบแผงยาที่เหลืออีกเม็ดนึงไว้แล้วเดินไปทางตู้เก็บยาและใส่ยาไว้บนนั้น และผมไม่ลืมที่จะตั้งนาฬิกาปลุกไว้ด้วยเมื่อถึงเวลากินยาอีกเม็ดนึง ผมเดินมาหาไอ้เด็กที่นั่งทำตัวไม่ถูกอยู่บนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าวเหมือนเดิม

“ ง่วงมั้ย อยากนอนต่อหรือเปล่า” เมื่อผมถามมันก็พยักหน้าตอบรับผม ผมเลยให้มันเดินไปเข้าห้องนอนของผมทันที แต่มันก็ทำท่าทางว่าจะไปนอนห้องตัวเอง แต่ก็โดนผมพูดดักไว้ก่อน

“ ไปนอนห้องฉัน” ผมบอกหัวแหวนมันเสียงเรียบ มันก็ทำท่าจะพูดอะไร แต่ก็เงียบแล้วยอมเดินเข้าห้องผมไป เมื่อเห็นว่าหัวแหวนเดินเข้าห้องไปแล้วก็เดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบขวดน้ำออกมาพร้อมกับแก้วน้ำ เพื่อที่จะเอาเข้าห้อง เพราะคิดว่ายังไงก็ต้องหิวน้ำแน่ๆ เลยถือเข้าไปด้วยเพราะขี้เกียจเดินออกมาหยิบ

 เมื่อผมเดินเข้าห้องมาก็ยังเห็นว่าหัวแหวนนั้นยังไม่นอนลงไปบนที่นอน มันยังนั่งอยู่ปลายเตียงผมเลยส่งสายตาเชิงถามว่าทำไมไม่นอนลงไป

“ ก็...มัน” หัวแหวนอ้ำอึ้งกับคำที่จะตอบกลับมา

“ มันทำไม” ผมเค้นถาม จนมันทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาอย่างไงอย่างงั้นเลย

“ ก็พี่เลิฟนอนที่นอนนี้อะ” ผมงงกับคำตอบมัน ผมนอนแล้วเกี่ยวไรวะ ปกติมันก็นอนได้นิ

“ แล้ว? ปกติเธอก็นอน” ผมเลยถามมันกลับ

“ ก็นี้มันไม่ปกตินิ!” หัวแหวนแห้วมาเสียงดัง

“ ยังไง”

“ ก็”

“ ก็พี่เลิฟ...กับหนูอะ!” หัวแหวนมันพูดออกมาแต่ผมฟังมันไม่ชัดอะ มันพูดเบาแล้วมันก็ขึ้นเสียงตอนท้าย ผมจะไปเข้าใจได้ยังไง

“ พูดให้มันชัดๆ ฉันทำไม” ผมเดินเข้าไปใกล้มัน มันก็คว้าผ้าห่มาคลุมพร้อมกับพูดออกมาเสียงดัง

“ ก็พี่เลิฟอย่างงั้นหนูบนที่นอนนี้อะ! จะให้หนูนอนได้ยังไงเล่า!” หึ พอได้ฟังเหตุผลก็นึกขำไอ้เด็กตรงหน้าขึ้นมาทันทีเลย เห็นแบบนี้แล้วอยากแกล้งชะมัด

“ อือออ! พี่ละ... อือออ จ๊วบ” ผมดึงผ้าห่มที่หัวแหวนเอามาคลุมหัวออกแล้วพอมันจะโวยผมก็ก้มลงไปดูดปากมันหนักๆ พร้อมกับดันมันให้ล้มลงไปนอนราบบนเตียง ผมที่ได้เปรียบก็ขึ้นคล่อมมันทำเหมือนว่าผมจะทำอะไรมันอีก จนมันตีมาที่แขนของผม ผมถึงผละออก แต่ก็ไม่วายจุ๊บลงไปที่ปากเล็กนั้นอีกที

“ หึ นอนได้ละ ละก็ไม่ต้องมาเขินกับเรื่องนั้นหรอก”

“ ....”

“เพราะยังไงเดี๋ยวเธอก็เสร็จฉันบนที่นอนนี้อีก”

“!!” เมื่อผมพูดจบมันก็ทำหน้าตาตกใจ ตานี้โตเท่าไข่ห่านเลยมั้ง ผมเห็นแล้วก็ขำ แต่ก็ไม่ได้แกล้งอะไรมันต่อ เพราะรู้ว่ามันน่าจะง่วงแล้ว เลยจับให้มันนอนดีๆ คนบนเตียงก็บอกทำเองได้ๆ เก่ง เก่งไปทุกเรื่อง ผิดกับก่อนหน้านี้ชัดๆ ไหนละคนที่ร้องไห้น้ำตาอาบแก้มหนะ หงอยได้ไม่นานจริงๆ

 ผมเอามันเข้านอนได้แล้วก็ไม่วายก้มลงไปหอมหัวทุยๆนั้นแล้วเดินไปนั่งโต๊ะทำงานเพื่อที่จะทำงานต่อ เย็นๆค่อยปลุกมันละกัน

 

 

   เลิฟมองนาฬิกาบนโต๊ะที่ตอนนี้เข็มสั้นมันเลยเลขสี่ไปแล้วและเข็มยาวกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เลขสิบสอง ซึ่งนั้นก็หมายความว่าไอ้เด็กบนที่นอนนั้นมันนอนมาสี่ชั่วโมงแล้วและก็ได้เวลาอาหารเย็นกับยาตอนเย็นแล้วด้วย เลิฟที่นึกได้ว่าต้องปลุกไอ้เด็กขี้เซ้าเลยวางมือจากเม้าส์ปากกาลุกเดินตรงไปยังที่นอน ที่คนตัวเล็กนอนอยู่ เลิฟเขย่าเบาๆให้คนบนเตียงได้รู้สึกตัวแต่ก็ไม่ผิดไปจากที่คิดเพราะหัวแหวนนั้นไม่ตื่นแถมยังพลิกตัวกลับมาคว้าแขนเลิฟไปกอดไว้อีก

“ หัวแหวนตื่นได้แล้ว มันเย็นแล้ว” เลิฟเขย่าแขนตัวเองเพราะหัวแหวนนั้นกอดแขนอยู่ เขย่าจนคนที่นอนหลับอย่างสบายเงยหน้าขึ้นมามองอย่างหงุดหงิดเพราะโดนรบกวนการนอนที่แสนจะมีค่าของตน

“ ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้นเลย ลุก! นอนตอนเย็นแล้วมันจะปวดหัว” เลิฟที่ไม่ละความพยายามก็ปลุกหัวแหวนอีก แต่ก็ไม่เป็นผล จนเลิฟเริ่มทำเสียงนิ่งและเข้มขึ้น คราวนี้ได้ผลแหะ แถมยังได้ผลดีซะด้วย

“ จะดุทำไมเล่า! ก็ตื่นแล้วนี้ไง” หัวแหวนบอกแล้วเตรียมที่จะลุกไปอาบน้ำ เพราะตั้งแต่เช้ายังไม่ได้อาบเลย

“ หัวแหวน” เลิฟเรียกหัวแหวนเสียงนิ่งๆ คนที่กำลังเดินเข้าห้องนำก็หันมามองอย่างหงุดหงิด ก็ไหนอยากให้เขาตื่น เขาก็ตื่นแล้วนี้ไงละ ยังจะมาดุอะไรเขาอีก

“ จะดุอะไรอีกเล่า! ก็ตื่นแล้วนี้ไง จะไปอาบน้ำนะ...” หัวแหวนที่บ่นออกมาโดยไม่ได้ทันตั้งตัวว่าเลิฟจะเดินเข้ามาหาตนและการกระทำของเลิฟนั้นทำเอาหัวแหวนอึ้งไปเลย

“ อาบน้ำอุ่นไป อย่าอาบน้ำเย็น ถึงตัวจะไม่ร้อนแต่ก็กันไว้ดีกว่า” เลิฟที่เอาหลังมือไปแตะที่หน้าผากเล็กนั้นแล้วไล่ลงมาที่คอทำเอาหัวแหวนขนลุกไปทั่วตัว ก็จะอะไรอีก เขาไม่ชอบให้ใครมาโดนคอเขาซะหน่อย

“ รู้แล้วน่า” หัวแหวนตอบกลับเร็วแล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที เลิฟที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มขำกับท่าทางเขิน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าไอ้เด็กตรงหน้าหนะเขินเขาจะตายไป

 

หัวแหวนที่วิ่งเข้ามาในห้องน้ำแล้วก็จับไปที่อกข้างซ้ายของตนเอง และก็ได้รับรู้ถึงแรงเต้นของหัวใจที่มันเร็วมาก

“ เชี่ย! ทำไมเต้นเร็วขนาดนี้วะ” หัวแหวนร้องออกมาแต่ก็ไม่ได้ดังมาก และเมื่อนึกได้ว่าตนนั้นวิ่งเข้ามาในห้องน้ำ

“ มันเต้นเร็วเพราะกูวิ่งมา ใช่มันต้องเป็นอย่างนั้นแน่ๆ” เมื่อคิดว่าที่หัวใจตนเองนั้นเต้นเร็วเพราะตนได้วิ่งเข้ามาในห้องน้ำเลยถอนหายและกำลังจะถอดเสื้อผ้า แต่ก็ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่า

“ แต่เดี๋ยวนะ กูวิ่งมา จากหน้าประตูเนี้ยนะ...3ก้าว บ้าบอวิ่งแค่3ก้าวแม่งเต้นเร็วขนาดนี้เลยหรือไงวะ กู อาจจะเป็นโรคหัวใจหรือไม่ก็โรคอ้วนก็ได้ ต้องเป็นอย่างหลังแน่ๆ” หัวแหวนเถียงกับตัวเองไปมา และก็ได้ข้อสรุปว่าตนนั้นอ้วนเกินไปเลยทำให้เหนื่อยง่ายและหัวใจเต้นเร็ว เมื่อคิดหาคำตอบที่สบายใจแล้วหัวแหวนจึงทำการถอดเสื้ออกเพื่อที่จะเข้าไปยืนใต้ฟักบัว และสายตาก็ดันเผลอไปมองกระจกที่เคาว์เตอร์ล้างหน้า และต้องร้องออกมาเสียงดังกว่าเดิม

“เชี้ยยย!!! กูเป็นโรคป่าววะเนี้ย ทำไมแม่งเป็นปลื่นแดงขนาดนั้นวะ” หัวแหวนที่มองตัวองในกระจกก็เจอเข้ากับรอยแดงจ้ำๆ ตามตัวไปหมด ทั้งลำคอ ทั้งหน้าอก หน้าท้อง แถมต้นขาด้านในก็มี อย่างกับคนเป็นโรคร้ายอะไรซะอย่าง

“ เกิ๊นน ข้างหลังก็ด้วยหรอวะ” หัวแหวนที่หมุนตัวไปรอบๆแล้วมองตัวเองในกระจกก็เห็นรอยแดงๆที่บริเวณไหล่ข้างหลัง และน่าจะมีอีกหลายจุดเลยที่เขาไม่เห็น

“ ไอ้พี่เลิฟ!!!!!!!” หัวแหวนตะโกนลั่นห้องน้ำ ทำเอาคนที่อยู่ข้างนอกได้ยิน แต่ก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้และก็เป็นไปตามที่คิดซะด้วย

“ หึ” เสียงขำเบาๆจากปากร่างสูง

 

--------------

มาต่อให้อีกตอนเเล้งนะคะ

ไม่รู้จะเเซ่บสมกับที่บอกมั้ย

เเต่ก็ขอบคุณทุกคนเลยนะคะที่ติดตามนิยายของไรท์

เเล้วจะมาอัพบ่อยๆนะคะ

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น