email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เข้าใจผิด part:หมอทรงวุฒิ+ทับทิม

ชื่อตอน : เข้าใจผิด part:หมอทรงวุฒิ+ทับทิม

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2564 09:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เข้าใจผิด part:หมอทรงวุฒิ+ทับทิม
แบบอักษร

@โรงพยาบาล

ดูเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างสองหนุ่มกำลังดำเนินไปด้วยดี หมอหนุ่มพูดคุยกับทับทิมมากขึ้น ทับทิมจะแวะเวียนมาหาเมื่อถึงเวลาพักเที่ยงเธอมักจะคอยมาส่งอาหารให้แฟนกำมะลอเธอทุกวัน แต่วันนี้หญิงสาวกับเงียบกริบไม่มีวี่แวว ร่างสูงโปร่งจ้องนาฬิกาข้างฝานิ่งอย่างหงุดหงิด

“จะเที่ยงอยู่แล้ว หายไปไหนของเขานะ”หมอทรงวุฒิมองโทรศัพท์มือถือนิ่ง มือเรียวยาวเลื่อนปลดล็อคเข้าไปเปิดแอปพิเคชั่นไลน์ขึ้นมาดู ข้อความที่เคยส่งมาก็ว่างเปล่า ยิ่งหงุดหงิด ปกติถ้าเธอมาช้าหรือติดธุระเธอก็มักจะไลน์มาบอก หรือโทรมาหาไม่ใช่หายเงียบไปแบบนี้ หมอหนุ่มนั่งรอด้วยความกระวนกระวายใจ เสียงประตูถูกเคาะจากด้านหน้า ทำให้เขาต้องรีบกลับมานั่งเก้าอี้ทำงานนั่งเลื่อนเมาส์ไปมาราวกับสนใจงานตรงหน้าเสียเต็มประดา

“หวัดดีค่ะ หมอวุฒิ เที่ยงแล้วไปทานข้าวด้วยกันมั๊ยคะ” เสียงใสที่ทักมาทำให้หมอหนุ่มเงยหน้าขึ้นมอง แว๊บนึงดวงตาคู่คมฉายแววผิดหวัง

“เออ! ผมยังทำงานอยู่เลยครับ เชิญหมอฟ้าใสตามสบายเลยนะครับ” หมอหนุ่มตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตร

“แต่นี่มันเที่ยงแล้วนะค่ะ”หมอฟ้าใสท้วงขึ้น

“ผมว่าจะเคลียร์งานซักครู่แล้วจะลงไปทานครับ ขอบคุณนะครับ”

“งั้นฟ้าใสไปทานข้าวก่อนนะคะ บ๊ายบายค่ะ” หมอฟ้าใสโบกมือให้หมอหนุ่มพร้อมส่งยิ้มมาให้ ประตูค่อยๆปิดลง ใบหน้าที่ส่งยิ้มตอบหมอสาวก็หุบลงทันที

“ทำไมต้องคอยด้วย ปกติก็อยู่ได้นี่หว่าไอ้วุฒิ” หมอหนุ่มถอนหายใจเฮือก

ครืดๆๆ!!! เสียงเรียกเข้าทำให้หมอหนุ่มถึงรีบยกมือถือขึ้นมาดู พร้อมเปิดรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าจากใครคนหนึ่งที่ต้องมาทำให้เขานั่งหิ้วท้องรอ       อยู่แบบนี้

“ว่าไงคุณ” เสียงนุ่มกรอกเสียงไปตามสาย

(ขอโทษนะค่ะหมอขา รอทิมอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย) เสียงใสเจื้อยแจ้วดังมาตามสายด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดี

“เปล่า พอดีผมพึ่งตรวจคนไข้เสร็จ กำลังจะไปทานข้าวพอดี คุณมีอะไรหรือเปล่า” แค่ได้ยินเสียงแค่นี้ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อกี้ก็บานเป็นจานดาวเทียมเลยทีเดียว

(โล่งอกไปที นึกว่าหมอขาหิ้วท้องรอทิมซะอีก พอดีวันนี้ทิมมีนัดคุยงานกับลูกค้าตั้งแต่เช้ายังไม่เสร็จงานเลย ค่ะกว่าจะปลีกตัวมาโทรหาหมอขาได้ก็เลยเวลามาแล้ว งั้นหมอขาไปทานข้าวได้แล้วค่ะ เที่ยงกว่าแล้ว เดี๋ยวปวดท้องนะ) เสียงหวานพูดขึ้นมาทำให้หมอหนุ่มเงียบลงเมื่อรับรู้ว่าวันนี้เธอไม่ได้มาหาเขาเหมือนเช่นทุกวัน

“ครับ แล้วคุณล่ะทานข้าวหรือยัง” คำพูดที่แสดงออกถึงความห่วงใย ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก เพราะปกติจะเป็นเธอเองเสียมากกว่าที่คอยวุ่นวายเจ้ากี้เจ้าการ แต่วันนี้หมอหนุ่มกลับเป็นคนถามเธอขึ้นมาทำให้ทับทิมยิ้มแก้มปริอย่างยินดี

(ทิมกำลังจะไปทานค่ะ พอดีพาลูกค้ามาเลี้ยงข้าวด้วย....ทับทิมครับไปกันหรือยังครับ)หญิงสาวพูดยังไม่ทันจบเสียงชายหนุ่มปริศนาที่เรียกแฟนสาวกำมะลอของเขา ก็ทำให้หัวใจหมอหนุ่มกระตุกวูบ

(เออ! งั้นแค่นี้ก่อนนะค่ะหมอขา ...)ทับทิมพูดยังไม่ทันจบต้องชะงักเมื่อหมอหนุ่มพูดแทรกขึ้นมา

“เดี๋ยว! นั่นเสียงใครทิมน้ำเสียงที่ส่งมานั่นเคร่งขรึม

 (อ๋อ! ลูกค้าของบริษัทค่ะ.....ทับทิมครับเข้าไปกันเถอะครับผมหิวแล้ว) ทับทิมตอบตามภาษาซื่อ เสียงชายหนุ่มที่ดังแทรกเข้ามาอีกรอบทำให้หมอหนุ่มกัดกรามแน่นอย่างไม่สบอารมณ์

“อย่าพึ่งวางนะทิม ตอนนี้คุณอยู่ไหน? “หมอทรงวุฒิออกคำสั่งทันที หญิงสาวงุนงงกับอาการของหมอหนุ่มที่ทำราวกับกำลังหึงหวงเธอ

(ทิมอยู่ที่....ค่ะหมอขา งั้นทิมวางก่อนสายก่อนนะคะ แล้วเดี๋ยวว่างๆทิมโทรหานะค่ะ คิดถึงนะ บ๊ายค่ะ)เสียงใสตอบกลับมาช่างไม่รู้อารมณ์คนฟังเลยซักนิดเดียว

“หึ!ไม่มีเวลามาหาแฟน แต่มีเวลาพาหนุ่มอื่นไปทานข้าวเนี่ยอะนะทับทิม” เสียงเข้มพึมพำออกมาด้วยความไม่พอใจร่างสูงลุกพรวดมือเรียวยาวเก็บสัมภาระแทบจะทันทีขาเรียวยาวก้าวออกไปจากห้องด้วยอารมณ์คุกรุ่น

@ร้านอาหารชื่อดัง

“เชิญครับทับทิม” บุรุษหนุ่มร่างสูงผิวสีเข้มขยับเก้าอี้ให้หญิงสาวก่อนที่ตัวเองจะเดินอ้อมมานั่งฝั่งตน

“ขอบคุณค่ะ”ทับทิมยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างขอบคุณ

“ทับทิมทานอะไรดีครับสั่งเลย” ชายหนุ่มยื่นเมนูอาหารให้หญิงสาวเป็นคนเลือก

“คุณเชนสั่งดีกว่ามั๊ยค่ะ ทิมทานอะไรก็ได้” หญิงสาวพูดอย่างเป็นกันเอง

“ร้านที่นี่เขาทำโต๊ะอาหารเป็นสัดส่วนดีนะครับ”เชนนักธุรกิจหนุ่มวัย 35 ปี กวาดสายตามองไปรอบๆร้านอย่างพอใจ พนักพิงทึบสูงกั้นการมองเห็นจากโต๊ะลูกค้าโต๊ะอื่นทำให้ดูเป็นส่วนตัว

“ค่ะ ที่นี่เขาจะตกแต่งร้านเน้นความส่วนตัวให้กับลูกค้าค่ะ อาหารมาแล้วค่ะ เชิญค่ะ”หญิงสาวอธิบายให้ชายหนุ่มรับรู้พร้อมส่งรอยยิ้มหวานไปให้

 

“อาหารที่นี่ อร่อยๆทั้งนั้นเลยนะครับ คุณทับทิมลองจานนี้หน่อยครับ ผมว่าอร่อยนะ”เชนเอื้อมมือไปตักอาหารใส่จานให้หญิงสาวอย่างเอาใจ

“ขอบคุณนะคะ คุณเชนทานเถอะค่ะ ไม่ต้องคอยบริการทิมหรอก แค่นี้ก็ทานจะไม่หมดแล้วค่ะ”

ปึก!! เสียงวัตถุที่ถูกวางบนโต๊ะอย่างแรง ดังมาจากเบื้องหลังของหญิงสาว

“อุ๊ย! “ทับทิมอุทานเบาๆอย่างตกใจ เชนชะโงกหน้าไปมอง แต่ก็ไม่เห็นเพราะพนักกั้นหลังที่สูง ทับทิมส่งรอยยิ้มมาให้ชายหนุ่มประหนึ่งจะบอกว่าไม่เป็นอะไร

“คุณทับทิมรู้ตัวมั๊ยครับว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ มีเสน่ห์ น่าค้นหา”อยู่ๆคำพูดที่ออกมาจากปากนักธุรกิจหนุ่มก็ทำให้หญิงสาวหน้าแดงด้วยความเก้อเขินที่ถูกชมออกมาโต้งๆแบบนี้

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะคุณเชน คุณเชนก็ชมกันเกินไปแล้ว”หญิงสาวยกมือเกาแก้มเนียนเบา

“ผมพูดจริงๆนะครับ ถ้าคุณยังไม่มีแฟนผมว่าจะขอสมัครเป็นแฟนคุณจะได้มั๊ยครับ”เชนมองสบตาทับทิมนิ่งจนหญิงสาวอึดอัด

“ก็บอกไปซิว่ามีแฟนแล้ว แฟนก็หวงมากด้วย จะตามตื้ออะไรกันนักกันหนาเนี่ย นี่คิดจะจับปลาสองมือหรือไง นี่คุณไม่กลัวแฟนของคุณเขาเสียใจหรือไง”เสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่เสียงทับทิมแน่นอน หญิงสาวหันขวับไปมอง เช่นเดียวกับเชนที่ชะโงกมองตามแต่ทั้งสองก็ไม่เห็นอะไรนอกจากพนักพิงไม้ที่สูงเกินหัว

“เออ สงสัยเขาจะคุยโทรศัพท์นะค่ะคุณเชน” ทับทิมก้มหน้าไปกระซิบเบาๆ

“ต้องคุยโทรศัพท์ดังขนาดนี้เลยหรือครับ ผมนึกว่าเขาพูดกับเราสองคนซะอีก”เชนไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

“แล้วที่ผมพูดไปเมื่อกี้ พอจะมีทางเป็นไปได้มั๊ยครับ” เชนยังคงหันมาหยอดคำหวานต่อ

“ไม่มีทางเด็ดขาด!!!!” เสียงเข้มตอบกับมาอีกครั้ง เชนเริ่มลุกขึ้นยืนด้วยความหงุดหงิด พร้อมที่จะเดินไปหาโต๊ะที่นั่งด้านหลังทับทิมแต่ทับทิมเอื้อมมือไปจับมือชายหนุ่มเอาไว้อย่างห้ามปราม ภาพมือเล็กเรียวที่จับมือชายคนอื่นทำให้คนมองยิ่งไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“อย่ามีเรื่องเลยค่ะ เขาคงไม่ได้คุยกับเรา นั่งก่อนนะค่ะ” ทับทิมพยายามพูดอย่างใจเย็น เชนถอนหายใจเฮือก

“ครับ งั้นผมขอตัวไปห้องน้ำซักครู่นะครับ”เชนแตะมือหญิงสาวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขอตัว ทับทิมถอนหายใจเฮือกหญิงสาวลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมไปทางโต๊ะด้านหลังทำทีว่าเดินผ่าน เพราะเสียงที่พูดเมื่อกี้มันช่างคุ้นเคย จนหญิงสาวไม่มั่นใจว่าเธอคิดเข้าข้างตัวเองเกินไปหรือเปล่าว่าเสียงนั่นมันเป็นเสียงของเขา แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเธอไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของบุรุษที่นั่งอยู่ด้านหลังเธอเนื่องจากเขากางหนังสือพิมพ์ขึ้นบังหน้าทั้งหมด หญิงสาวเตรียมเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะเดิม ดวงตากลมโตเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่โผล่ออกมาจากปลายแขนเสื้อเชิร์ต ทำให้ริมฝีปากอวบอิ่มระบายยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ขอโทษนะคะ คุณค่ะ”เสียงใสทักมาทำให้บุรุษที่นั่งอยู่โดยมีหนังสือพิมพ์แผ่นใหญ่บังหน้าเกือบมิด ใจเต้นตึกตัก

“วะ ว่าไงครับ” เสียงที่ตอบกลับมาไม่ค่อยจะมั่นคงเท่าไหร่เพราะกลัวหญิงสาวตรงหน้าจับได้

“คุณอ่านหนังสือพิมพ์กลับด้านค่ะ หมอขา...หึๆ”เสียงใสที่กระซิบข้างหูทำให้มือเรียวยาวรีบลดหนังสือพิมพ์ลงหันมาสบตาหญิงสาวด้วยสายตาปั้นยากเมื่อเจอสายตาล้อเลียนจากเธอ

“อ้าว! ทับทิมครับ ทำไมไปยืนอยู่ตรงนั้นล่ะ มีอะไรหรอ”เสียงเชนถามขึ้นเมื่อเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเจอหญิงสาวที่เขาคิดที่จะสานสัมพันธ์ยืนคุยกับคนที่นั่งอยู่โต๊ะหลังพวกเขา

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณเชน พอดีเจอคนรู้จักนะค่ะ” ทับทิมตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม คำว่าคนรู้จักทำให้ใบหน้าหมอหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยสายตาผิดหวัง โดยที่เธอไม่มีโอกาสได้เห็น ร่างสูงล้วงธนบัตรวางลงบนโต๊ะและเดินผละออกไป ทันที

“เออ หมอขา”ทับทิมหน้าเสียเมื่อเห็นหมอหนุ่มเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรกับเธอเลย

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” เชนถามด้วยความงุนงง

“ไม่มีค่ะ คุณเชนคะ ขอโทษด้วยนะคะทับทิมมีเรื่องที่ต้องไปจัดการนิดหน่อยค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ แล้วขอโทษอีกครั้งนะคะ”หญิงขอเอ่ยขอโทษขอโพยชายหนุ่มเป็นการใหญ่ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายวิ่งตามหลังหมอหนุ่มไป เชนมองตามร่างบางไป ริมฝีปากหนาระบายยิ้มออกมาอย่างเข้าใจ

“หึ! คนรู้จัก จำไว้ไอ้วุฒิ แกมันเป็นแค่คนรู้จักของเธอ”

“หมอขา...เดี๋ยวก่อนค่ะ” เสียงเรียกดังมาทำให้หมอหนุ่มหยุดชะงัก เขาหันไปปรายตามองร่างเล็กที่วิ่งมาหาเขา

“ตามมาทำไม”เสียงทุ้มถามออกมาเสียงเรียบ ทำให้หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างใจเสีย นี่เธอทำอะไรผิด

“หมอขาเป็นอะไรคะ โกรธอะไรทิม”

“หึ! โกรธหรอ ทำไมผมต้องโกรธคุณด้วย ผมเป็นใครผมมีสิทธิ์โกรธอะไรคุณหรอทิม”หมอหนุ่มหันมาสบตาหญิงสาวตรงหน้านิ่ง อารมณ์ที่พยายามข่มเอาไว้ปะทุออกมา เมื่อคิดถึงภาพที่หญิงสาวเอื้อมมือไปกุมมือชายหนุ่มอีกคนไว้ แล้วคำพูดที่เธอใช้แนะนำเขากับผู้ชายคนนั้นว่าเป็นแค่คนรู้จัก เขาหวังอะไร

“หมอขา ทำไมพูดแบบนี้ล่ะคะ วันก่อนเรายังดีๆกันอยู่เลยนะ” ทับทิมกุมมือมองหนุ่มแน่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาอย่างใจเสีย

“แล้วคุณจะให้พูดแค่ไหนหรอทิม คุณจะปั่นหัวผมไปถึงไหนผมไม่ใช่ของเล่นแก้เบื่อของใครนะ ผมมันก็แค่แฟนกำมะลอของคุณที่คุณใช้เป็นเครื่องมือหลอกครอบครัวคุณเพื่อไม่ให้คุณแต่งงานกับคนที่คุณไม่ชอบ พอตอนนี้ผมมันหมดประโยชน์แล้วนิ คุณถึงถีบหัวผมส่ง” หมอหนุ่มมองหญิงตรงหน้าด้วยสายตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน

“ไม่นะคะ ทิมไม่ได้หลอกหมอขานะคะฟังทิมก่อนนะ”ทับทิมพยายามยื้อยุดแขนหมอหนุ่มที่ทำท่าจะผละตัวออกไป

“ไม่!!!พอกันที  ต่อไปนี้เราอย่ามาพบกันอีกเลย”หมอหนุ่มแกะมือเรียววออกจากแขนแล้วเดินขึ้นรถไปทันที หญิงสาวมองตามด้วยหยาดน้ำตาที่หลั่งริน 

...........................................

พอออกถ้ำมา ก็มาม่าเข้ามาชามโตแล้วมั๊ยล่ะ พ่อฤาษี เหนื่อยใจแทนหนูทิมเลยนะเนี่ย

อย่าลืมเม้นต์ และกดถูกใจให้ไรท์ด้วยนะคะ

มีคำผิดตรงไหน คำตรงหล่นตรงไหน ไรท์ต้องขออภัยด้วยนะคะ ไว้ไรท์จะกลับมาตรวจทานให้ใหม่นะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว