ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : :: Special :: ค่าจ้าง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2564 18:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
:: Special :: ค่าจ้าง
แบบอักษร

#พี่เจตคนกลาง 

 

 

 

 

 

นอกเหนือไปจากการอ่านหนังสือการ์ตูนแล้ว ผมก็เหมือนกับผู้ชายคนอื่นๆ ที่ชอบเล่นเกมเป็นงานอดิเรกในยามว่าง (คือมันให้ฟีลตื่นเต้นเหมือนตอนโคนันเจอหลักฐานในคดีฆาตกรรมแล้วกำลังจะไขคดีได้อ่ะนึกออกป่ะ แล้วผมชอบความลุ้นระทึกไงเลยชอบเล่นเกม) และแน่นอนว่าความกลางๆ ของไอ้เจตนิพัทธ์คนนี้ก็ยังตามติดมาจนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเล่นเกม ใช่แล้ว ความสามารถในการเล่นเกมของผมก็อยู่ในระดับกลางๆ (อีกละ) ไม่ได้เก่งขั้นเทพแบบไอ้คิงที่แม่งเซียนเกมไปซะทุกประเภท แต่ก็ไม่ได้ห่วยแตกระดับไอ้เอื้อที่เข้าขั้นเกินเยียวยา 

 

ผมชอบเล่นเกมเพราะส่วนใหญ่เล่นแล้วมันช่วยคลายเครียดได้ ยกเว้นเกมบางประเภทที่ยิ่งเล่นยิ่งไมเกรนจะแดก และใช่ ตอนนี้ผมกำลังประสบปัญหานั้นอยู่ 

 

เรื่องมันเริ่มขึ้นในตอนเช้าของวันทำงานอันแสนน่าเบื่อวันหนึ่ง ภายในห้องแผนกไอทีที่ผู้คนยังบางตา ไอ้เพื่อนรักสองคน (ที่ไม่รู้กัดกันไปกี่ท่า เอ๊ย กัดกันอีท่าไหน ตอนนี้เลยกลายเป็นคนคุยกันไปแล้ว) ยังไม่เสด็จมา จะมีก็แต่ไอ้กันซึ่งวันนี้มาเช้ากว่าปกตินั่งก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์ยิกๆ ไม่พูดไม่จากับใคร 

 

ผมกำลังนั่งสวาปามขนมปังสังขยาที่ซื้อมาจากตลาดแถวออฟฟิศในตอนที่ได้ยินเสียงสบถอย่างหงุดหงิดของรุ่นน้องผมยาว ไม่กี่วินาทีถัดมาโทรศัพท์ของผมก็แจ้งเตือนข้อความเข้า พร้อมกับเสียงห้าวๆ ของไอ้กันที่ลอยมาตามลม 

 

“พี่เจต ขอหัวใจหน่อยดิ” 

 

“อะไรของมึง” 

 

“ส่งหัวใจให้ผมหน่อย” มันลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินมาเซ้าซี้ผมถึงที่โต๊ะ ผมถอนหายใจดังเฮือก กดเข้าดูแจ้งเตือนเฟซบุ๊กอย่างจำใจ 

 

คืองี้ครับ ช่วงนี้ไอ้กันมันกำลังหมกมุ่นอยู่กับเกมเรียงขนมหวานยอดฮิตอย่าง Candy Crush อยู่ เวลาพักที่เมื่อก่อนจะมานั่งตี้พับจี ROV ก็ไม่มีละ เพราะไอ้กันแม่งหนีไปเล่นเกมนี้แทน ตอนแรกมันบอกว่าเล่นขำๆ ฆ่าเวลา ไปๆ มาๆ มึงดูจริงจังกว่าตอนเล่นเกมกับพวกกูอีกอ่ะน้อง ไม่พอ มันยังเที่ยวส่งข้อความขอหัวใจชาวบ้านไปทั่วแผนก รวมถึงผมเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น 

 

“กูไม่ได้เล่นเกมนี้ กูไม่มีหัวใจให้มึงหรอก” ผมตอบเอาง่ายเข้าว่าเพราะกำลังโฟกัสอยู่กับการกิน มึงไม่สำคัญเท่าขนมปังสังขยาในมือพี่อ่ะกัน โทษทีนะ 

 

“โห อะไรวะ อ้อ ลืมไป ไม่มีหัวใจให้ผมเพราะให้ไอ้ไม้ไปหมดแล้วใช่ป่ะ” 

 

จึ้ก!  

 

ปากที่กำลังเคี้ยวขนมปังแหย็บๆ ถึงกับชะงักค้างไปเสี้ยววิ ผมเงยหน้ามองไอ้รุ่นน้องผมยาว เห็นมันยักคิ้วส่งสายตาล้อเลียนมาให้ ทำเอาผมต้องรีบเบนสายตาหนีพลางงับขนมปังเข้าปากไปอีกคำกลบเกลื่อนอาการร้อนซ่านแถวแก้มของตน 

 

ผมค่อนข้างแน่ใจว่าตัวเองหน้าด้านหน้าทนกับทุกสิ่งบนโลก แต่ไม่รู้ทำไมพอโดนใครแซวเรื่องไอ้ไม้ทีไรผมถึงเกิดอาการหน้าบางตลอด แล้วไอ้พวกเพื่อนในแผนกก็ชอบเอามาแซวด้วยนะ เหมือนมันรู้กันอ่ะว่านี่คือจุดอ่อนของผม ถึงจะคบกันมาปีกว่าแล้วแต่พอถูกแซวเรื่องนี้ทีไรผมก็ไปไม่เป็นทุกที 

 

เขินเหรอ บ้าน่า ผมหน้าหนาจะตาย ใครเขินเรื่องนี้ไม่มี๊ ผมก็แค่ทำตัวไม่ถูกเฉยๆ 

 

“มึงกลับไปนั่งที่ไป” ผมโบกมือไล่แล้วรีบหันหน้าหนี เผื่อเผลอหน้าแดงแล้วไอ้กันมันเห็นผมจะโดนเอาไปล้อ ยิ่งปากเปราะไม่ต่างจากลูกพี่มันอยู่ 

 

“โหพี่ อายเหรอวะ แค่แซวนิดเดียวเอง ฮ่าๆๆ” 

 

“จะไปดีๆ หรือจะให้กูถีบส่ง” 

 

“เคๆ แต่ก่อนไปส่งหัวใจให้ผมหน่อยเหอะ น้าๆๆๆ” มันเดินมาเขย่าแขนผมทำท่าออดอ้อนสะบัดสะบิ้งที่ดูแล้วน่าหมั่นไส้มากกว่าน่ารัก ผมเป่าปากอย่างปลงๆ กดเข้าแอพพลิเคชั่นทำตามคำขอของมันอย่างจำยอม 

 

“มันสนุกนักเหรอวะไอ้เกมนี้” 

 

“หนุกดีพี่ เล่นแล้วแม่งติดลมอ่ะ พอเคลียร์ด่านไม่ได้แล้วเหมือนปล่อยวางไม่ได้ แม่งต้องเล่นซ้ำๆ อยู่งั้นอ่ะ พอผ่านด่านทีนี่โคตรฟิน พี่เจตลองเล่นดูดิ จะได้ผลัดกันส่งหัวใจให้ไง” 

 

คำชักชวนของไอ้กันทำให้ผมเกิดอาการลังเลขึ้นมา ช่วงนี้ผมแก๊งตี้พับจีของผมแตกกันไปคนละทิศละทาง ไอ้คิงติดเมีย ไอ้กันติดเกมแคนดี้ครัช ไม้ก็ยุ่งๆ กับงานที่บริษัทไม่ค่อยมีเวลามาเล่นเกมด้วยกันเหมือนอย่างเคย ผมเลยเกิดอาการเหงาๆ อยากจะหาเกมที่เล่นคนเดียวได้มาเล่นฆ่าเวลาสักหน่อย 

 

สุดท้ายผมก็ตกหลุมตามคำชวนของไอ้กัน ลองกดเข้าไปเล่นจนได้ 

 

จากนั้นก็ยาวเลยครับ ผมติดไอ้เกมนี่งอมแงมประหนึ่งติดกัญชาจนไม่เป็นอันทำอย่างอื่น แรกๆ ก็เล่นขำๆ เคลียร์ด่านชิลๆ ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเลเวลสูงขึ้นเรื่อยๆ จากที่เล่นเพื่อการผ่อนคลายก็เริ่มจะจริงจังมากขึ้น และตอนนี้กูไมเกรนแดกเรียบร้อยแล้วครับ เพราะเคลียร์ด่านไม่ผ่านสักทีมาสามวันแล้ว เที่ยวขอหัวใจชาวบ้านไปทั่วจนคนเขาจะด่ากันหมดแล้วผมก็ยังไม่ผ่านไอ้ด่านที่หนึ่งพันเจ็ดสิบเก้านี่สักที 

 

แถมเท่าที่รู้ยังเสือกมีตั้งเจ็ดพันกว่าด่าน หนทางแห่งความประสาทแดกยังอีกยาวไกลจริงๆ 

 

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มนิดๆ ผมสวมชุดนอนเรียบร้อย กำลังนั่งอยู่บนเตียงในห้องนอนที่คอนโดของไม้ไถโทรศัพท์ยิกๆ จนตาแทบจะถลนออกจากเบ้ากับเป้าหมายที่จะเอาชนะไอ้ด่านที่หนึ่งพันเจ็ดสิบเก้าให้ได้ภายในคืนนี้ แต่ความหวังของผมดูจะริบหรี่สุดๆ เพราะตอนนี้เหลือหัวใจอีกแค่สามดวง และผมก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะผ่านด่านแต่อย่างใด 

 

เกมมันยากไปหรือผมกากเองวะ... 

 

“แม่งเอ๊ย!” และนี่ก็เป็นอีกรอบที่ผมต้องผิดหวัง ผมสบถพลางโยนโทรศัพท์ไว้ข้างตัวอย่างสุดเซ็งเมื่อเล่นไปรอบที่...น่าจะเกือบร้อยแล้วแต่ก็ยังไม่ผ่านด่านสักที เป็นจังหวะเดียวกับที่ได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนเอ่ยถาม 

 

“ทำอะไรอยู่เหรอครับ” 

 

เจ้าของห้อง AKA แฟนของผมกำลังเดินเข้ามาภายในห้องนอน ร่างสูงสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงผ้าอันเป็นชุดนอนปกติของเจ้าตัว มือใหญ่ถือผ้าขนหนูขยี้ผมที่ยังคงเปียกชื้นนิดๆ ขณะสาวเท้ามายังเตียงแล้วทรุดตัวลงนั่งข้างผมที่หันไปมองแล้วเกิดอาการชะงักเล็กน้อย 

 

จะมองกี่ทีๆ ผมก็ไม่ชินกับความหล่อเกินมนุษย์มนาทั่วไปของมันสักที แม่งหล่ออีกแล้วอ่ะ ทั้งที่ใส่แค่เสื้อยืดตราห่านกับกางเกงผ้าขายาวแต่ดันออร่าจับจนคนมองตาพร่า คิดๆ แล้วก็สงสัยว่าผมได้คนหล่อขนาดนี้มาเป็นแฟนได้ยังไงวะ ขนาดม้ายังถามเลยว่าผมไปทำอีท่าไหนถึงได้ไม้มาเป็นแฟน ก็จะบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกันค้าบ ผมแค่ใช้ชีวิตตามปกติแล้วอยู่ๆ มันก็มาชอบผมอ่ะ 

 

ยังไงก็แล้วแต่ ถือเป็นโชคดีของผมนั่นล่ะ 

 

“เล่นเกมอยู่อ่ะดิ มันไม่ผ่านอีกแล้วอ่ะ” ผมบ่นพึมพำอย่างซังกะตาย แต่มือก็ยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นเกมรอบใหม่อีกครั้งอย่างขะมักเขม้น โดยมีไม้นั่งเช็ดหัวไปชะโงกหน้ามองจอโทรศัพท์ผมไปเป็นกำลังใจให้เงียบๆ 

 

ไอ้เจตคนนี้เป็นคนมุ่งมั่นมากนะจะบอกให้ แค่ความล้มเหลวนิดๆ หน่อยๆ ไม่ทำให้ผมหมดความอดทนได้หรอก กว่าโคนันจะไขคดีได้ยังต้องใช้เวลา จะเล่นเกมให้ผ่านด้านก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน 

 

อืม แต่ตอนนี้กูเริ่มจะหมดความอดทนละ เพราะไม่ผ่านอีกแล้วโว้ยยย! 

 

“โหยยย ทำไมมันไม่ผ่านซักทีว้า” ผมมุดหน้าลงกับเข่า ส่งเสียงครางฮืออย่างหมดอาลัยตายอยาก ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของไอ้เด็กข้างๆ จึงหันไปเหล่ใส่ 

 

“อะไร ยิ้มแบบนั้นจะเยาะเย้ยพี่หรือไง” 

 

“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงครับ” ไม้อมยิ้มน้อยๆ ก่อนลุกขึ้นเดินเอาผ้าเช็ดตัวไปพาดไว้กับเก้าอี้ ผมเดาะลิ้นจึ้กจั้ก เบนสายตากลับมาที่โทรศัพท์ มองตัวเลขแสดงหัวใจที่เหลือเพียงดวงเดียวอย่างหดหู่ 

 

“เหลืออีกดวงเดียวเองอ่ะ ถ้าไม่ผ่านต้องรอถึงเช้าเลยนะ เซ็งๆๆ!” 

 

“ให้ผมลองได้ไหมครับ” เด็กตัวใหญ่ถามขึ้นพลางเดินกลับมานั่งข้างๆ ผม ผมเลิกคิ้วน้อยๆ มองหน้าคนรักอย่างประหลาดใจ 

 

“ทำได้เหรอ เคยเล่นเกมนี้ด้วยเหรอ” 

 

“เคยครับ แต่ก็ไม่รับปากนะครับว่าจะผ่านไหม” น้องมันยิ้มขอโทษขอโพยออกตัวไว้ก่อน ผมชั่งใจอยู่แป๊บนึงแล้วจึงส่งโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย 

 

ไม่ใช่อะไรหรอก คือผมอ่ะเล่นมาจะร้อยรอบละยังไม่ผ่านสักที เลยลองให้คนอื่นเล่นดูบ้างเผื่อจะผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็แค่ปิดโทรศัพท์แล้วไปนอน รอพรุ่งนี้เช้าค่อยกลับมาเล่นใหม่ก็ไม่เสียหาย 

 

“ผมใช้ไอเท็มได้ใช่ไหมครับ” 

 

“ได้ๆ ใช้ไปเลย พี่มีอีกเยอะ” ผมขยับตัวเข้าไปใกล้แฟนเด็กของตัวเอง จ้องมองนิ้วเรียวยาวของอีกฝ่ายที่เริ่มปัดบรรดาขนมหวานในแถวให้ระเบิดตู้มต้ามด้วยใจลุ้นระทึก 

 

จริงๆ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก เลเวลยิ่งสูงเกมก็ยิ่งยาก ขนาดผมที่มีประสบการณ์มากมายกับไอ้เกมนี้เล่นมาตั้งนานยังไม่ผ่านเลย ผมเลยไม่ได้ซีเรียสว่าไม้เล่นหนเดียวแล้วจะต้องเคลียร์ด่านได้ แต่ถ้าผ่านก็ถือเป็นกำไร ผมจะได้เอาไปเล่นต่อ 

 

“เฮ้ย...” ผมหลุดเสียงอุทานออกมาเมื่อเห็นตัวเลขคะแนนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พอมองหน้าคนเล่นก็พบว่าใบหน้าของไม้เต็มไปด้วยความจริงจัง จนกระทั่งระดับคะแนนทะลุเพดานที่ต้องใช้ในการผ่านด่าน ผมก็ถึงกับอ้าปากค้าง มองแฟนตัวเองด้วยความทึ่ง 

 

คือผมเล่นเกมกับมันบ่อย ก็รู้นะว่าไม้มันเล่นเกมเก่ง แต่มึงจะเก่งทุกเกมนี่มันก็จะเกินไปหน่อยไหม เล่นหนเดียวผ่านเลยเหรอ แล้วไอ้เกือบร้อยรอบที่ผมเล่นไม่ผ่านสักทีนั่นคืออะไรวะ เฮ้ย! มึงทำให้พี่ดูกากอ่ะรู้ตัวป่ะ 

 

“ผ่านแล้วครับ” น้องมันเงยหน้าจากโทรศัพท์มาส่งยิ้มตาหยีให้ผม พออีกฝ่ายส่งโทรศัพท์คืนมาให้ผมก็รับกลับมาแบบมึนๆ 

 

“โห...” 

 

“ผมเก่งไหมครับ” น้องมันถาม แววตาเป็นประกายคาดหวังสุดๆ เหมือนลูกหมารอรับคำชมจากเจ้าของ พอผมพยักหน้าหงึกๆ รอยยิ้มของอีกฝ่ายก็ยิ่งกว้างอย่างน่าเอ็นดู 

 

ผมก้มลงมองโทรศัพท์อีกครั้ง ระบายรอยยิ้มยินดีออกมาเมื่อเห็นเครื่องหมายแสดงการปลดล็อกด่านถัดไป พอเหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าตอนนี้เพิ่งจะห้าหุ่มกว่า ยังไม่ดึกเท่าไหร่งั้นก็เล่นต่อเลยสิค้าบ จะรออะไรล่ะ 

 

ผมขยับตัวเอนหลังไปพิงพนักเตียง เตรียมพร้อมจะกดเล่นด่านใหม่ในตอนที่เสียงทุ้มของคนข้างๆ ดังขึ้น 

 

“พี่เจตครับ ผมเคลียร์ด่านให้แล้ว” 

 

“อ่าฮะ ขอบใจมาก--” 

 

“ขอค่าจ้างผมด้วยครับ” 

 

นิ้วที่กำลังจะกดหน้าจอของผมชะงักค้าง ผมขมวดคิ้ว เงยหน้ามองคนพูดอย่างงงๆ 

 

“เดี๋ยว เมื่อกี้เราอาสาพี่เองไม่ใช่เหรอ” 

 

“แต่ผมทำงานให้เสร็จแล้วก็ต้องมีค่าจ้างให้สิครับ” น้องมันทำหน้าซื่อราวกับสิ่งที่พูดเป็นเรื่องปกติ แต่ขอโทษนะ มันปกติตรงไหนไม่ทราบ! คือผมไม่ได้ไปขอร้องมันด้วยซ้ำ มันอาสาเองแล้วก็มาคิดค่าจ้างทีหลังแบบนี้ก็ได้เรอะ! 

 

“ให้คนอื่นทำงานให้แล้วไม่จ่ายค่าจ้างมันไม่ดีนะครับ” ไม้ยิ้มละไม ดึงโทรศัพท์ในมือผมออกเอาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียงก่อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ผมที่เริ่มใจตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะเห็นลางบางอย่าง 

 

“เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อน ใจ---” 

 

“ขอโทษที่ไม่ได้บอกก่อนนะครับ แต่ผมคิดค่าจ้างนานนิดนึงนะ” ลมหายใจร้อนผ่าวของคนเด็กกว่ารินรดลงบนข้างแก้มเมื่ออีกฝ่ายขยับตัวเข้ามากางแขนคร่อมไว้ กักขังตัวผมให้อยู่ในวงแขนกว้างนั้นอย่างรวดเร็ว 

 

ความร้อนค่อยๆ แผ่ลามไปทั่วหน้าผมเมื่อเห็นเลศนัยในแววตาและรอยยิ้มของคนรัก ไม้ดันผมให้ลงไปนอนราบกับเตียงก่อนจะซุกหน้าลงมาที่ข้างลำคอ กดริมฝีปากประทับไปตามผิวเนื้อ 

 

“เดี๋ยวๆ ค่าจ้างมันต้องใช้คำว่าถูกกับแพงสิ” ผมละล่ำละลั่ก รีบยกมือดันอกมันไว้เพราะยังตั้งตัวไม่ติดกับสถานการณ์ประหลาดๆ ตรงหน้า ไม้เงยหน้าขึ้นมามอง แววตาอ่อนโยนแบบลูกหมาหายไปแล้ว เหลือเพียงแววตาคมปลาบของหมาป่าโตเต็มวัยที่กำลังจะจัดการอาหารมื้ออร่อย 

 

แล้วใครเป็นอาหารเหรอ ก็กูนี่ไง... 

 

“ใช้คำว่านานถูกแล้วครับ เพราะค่าจ้างงวดนี้ไม่ได้จ่ายด้วยเงิน” 

 

“...” 

 

โอโหหห ดูคำพูดคำจามันสิ แพรวพราวไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อนสมัยฝึกงานถึงจะมีเจ้าเล่ห์บ้างแต่ก็ยังดูใสซื่อน่ารักกว่านี้เยอะ ตอนนี้เอะอะๆ มือไม้ปลาหมึก ทำตาวิบวับใส่ตลอด ผมว่ามันสนิทกับไอ้คิงมากไปไงเลยกลายเป็นแบบนี้ 

 

ไอ้คิงแม่งเอาอะไรใส่สมองเด็กมันวะ แฟนผมใจแตกหมดแล้ว! 

 

“ขอค่าจ้างหน่อยนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาอยู่เหนือริมฝีปากผม ก่อนที่กลีบปากหยักจะประกบลงมาแนบแน่น 

 

สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือใหญ่ที่สอดเข้ามาลูบไล้ผิวกายเปล่าเปลือยภายใต้เสี้อนอนทำให้ท้องน้อยหวามไหวราวกับมีผีเสื้อสักพันตัวกำลังกระพือปีกพร้อมกันอยู่ด้านใน ก้อนเนื้อในอกซ้ายของผมเต้นตึกตักในยามที่หลับตาลงและตอบรับสัมผัสอ่อนโยนนั้นโดยไม่อิดออด เรียวลิ้นอุ่นชื้นของร่างสูงแทรกเข้ามาในโพรงปากของผม ตวัดหยอกล้อสำรวจไปทั่วอย่างนุ่มนวลในคราแรก ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความนุ่มนวลก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นหนักแน่นร้อนแรง 

 

มันเป็นแบบนี้เสมอในทุกครั้งที่เราจะเริ่มทำกิจกรรมสานสัมพันธ์ของคู่รัก ไม้ใจเย็นพอที่จะไม่รุกเร้าผมอย่างรุนแรง แต่พอเราทั้งคู่เครื่องติดปุ๊บ ทุกอย่างก็แทบจะพลิกจะหน้ามือเป็นหลังมือ 

 

เสียงหอบหายใจของผมดังขึ้นเมื่อริมฝีปากของเราผละออกจากกัน ร่างสูงหยัดกายขึ้นถอดเสื้อยืดที่สวมอยู่โยนทิ้งส่งๆ ไว้ข้างเตียง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคมปลาบคู่นั้นจ้องมองไปทั่วร่างของผมด้วยแววตาเหมือนหมาป่าได้กลิ่นเนื้อ สายตาของไม้ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าวไปหมด แล้วผมก็เพิ่งรู้ตัวตอนนั้นแหละว่าเสื้อเชิ้ตที่ตัวเองสวมอยู่ถูกปลดกระดุมจนหมดไปแล้ว 

 

ไอ้เด็กนี่มือไวเป็นบ้าเลย 

 

กลีบปากอุ่นประกบลงมาอีกครั้งในจังหวะที่เร่าร้อนกว่าเดิม ไม่นานเสียงครางผสานกับเสียงหอบหายใจของเราสองคนก็ดังผะแผ่วไปทั่วห้องนอน ผมซุกหน้าอยู่กับไหล่กว้างของแฟนหนุ่ม พยายามเม้มปากกลั้นเสียงร้องอันน่าอายของตนไว้ 

 

คืนนั้นผมโดนเก็บค่าจ้างจนเกือบหมดตัวเลยล่ะ... 

 

 

 

 

 

 

“พี่เจต พี่เจตครับ...” 

 

“อือออ...” ผมส่งเสียงอืออาในลำคอตอบรับเมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหู แต่เปลือกตายังคงหนักเกิดกว่าจะยอมเปิดขึ้นโดยง่าย ผมได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ลำคอของไม้พร้อมกับรู้สึกได้ถึงสัมผัสหนักๆ จากปลายจมูกโด่งที่ประทับลงมาบนแก้มตัวเอง 

 

“ตื่นเถอะครับ หกโมงครึ่งแล้วนะ” 

 

“เหรอ...” ผมครางงึมงำ จำยอมละทิ้งความสบายของผืนผ้าห่มแสนอบอุ่นแล้วเปิดเปลือกตาขึ้น ยันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งบนเตียง 

 

ลมเย็นๆ จากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวกายเปลือยเปล่าทำให้ผมที่กำลังยกมือขึ้นขยี้หัวตัวเองต้องห่อตัวน้อยๆ แต่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของคนข้างกายก็เข้ามาโอบล้อมผมไว้ ปัดเป่าความหนาวเหน็บให้หายไป เสียงจ๊วบเบาๆ ดังขึ้นเมื่อไม้ประทับริมฝีปากลงมาที่ข้างลำคอ ขณะที่ผมซึ่งยังนั่งเมาขี้ตาก้มลงสำรวจร่างกายตัวเอง 

 

แวบหนึ่งผมงุนงงว่าทำไมกูถึงถอดเสื้อนอนวะ แต่พอตั้งสติได้ก็นึกออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น 

 

อ้อ ไม้มันเอาโทรศัพท์ไปเคลียร์ด่านในเกมให้ผมไง เสร็จแล้วก็มาโมเมขอเก็บค่าจ้าง แล้วผมทำจะทำอะไรได้ ในเมื่องานเสร็จแล้วผมก็ต้องยอมอ่ะ สุดท้ายเลยโดนเด็กมันเก็บค่าจ้างจนปวดเอว คือด้วยความที่มันตัวใหญ่แรงเยอะ ถึงผมจะดูออกว่าน้องมันก็ยั้งๆ แรงไว้แล้วแต่พอเช้ามาทีไรผมก็เมื่อยไปทั้งตัวทุกที 

 

อาจจะไม่ได้ผิดที่ไม้หรอก น่าจะผิดที่สังขารผมเอง จะสามสิบแล้วก็งี้ เฮ้อ 

 

“หัวยุ่งหมดแล้วครับ” ไม้ที่อยู่ในสภาพสวมแต่กางเกง เปลือยท่อนบนเหมือนกันกับผมคลายอ้อมกอดออกพลางอมยิ้ม มือใหญ่เอื้อมมาช่วยจัดผมที่ถูกขยี้จนเละเทะของผมให้เป็นทรงดังเดิม 

 

ผมเอี้ยวตัวกลับไป พยายามลืมตามองน้องมันผ่านม่านขี้ตา พบว่าใบหน้ายามตื่นนอนของคุณชายน้องไม้ยังคงดูหล่อเหลาไม่เปลี่ยน ต่างจากเดิมนิดหน่อยตรงที่มันก็หัวยุ่งนิดหน่อยเหมือนกัน เห็นดังนั้นแล้วผมจึงเอื้อมมือไปจัดผมให้มันบ้าง พอผมทำแบบนั้นรอยยิ้มสว่างไสวก็ปรากฎขึ้นบนใบหน้าของอีกฝ่ายทันที 

 

“ไปอาบน้ำได้แล้วครับพี่เจต เดี๋ยวไปทำงานสาย” 

 

“เราไปอาบก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่อาบทีหลัง” 

 

“ผมอาบเรียบร้อยแล้วครับ” น้องมันตอบ มิน่าล่ะตอนกอดผมเมื่อกี้ถึงตัวหอมจัง ที่แท้ก็ตื่นแล้วไปอาบน้ำก่อนมาปลุกผมนี่เอง 

 

ผมลากสังขารอันเมื่อยล้าของตนเข้าห้องน้ำ จัดการทำธุระแล้วรีบออกมาแต่งตัวเตรียมไปทำงาน อาจจะสงสัยกันว่าทำไมหกโมงครึ่งแล้วผมถึงเพิ่งจะตื่น คือตอนนี้ผมไม่ได้อยู่คอนโดพี่เจ็ทที่ลาดกระบังแล้ว ผมกับไม้มาซื้อคอนโดอยู่ด้วยกันแถวๆ คลองเตย นั่งรถไฟฟ้าไปสิบนาทีก็ถึงบริษัทเลยไม่ต้องรีบแหกขี้ตาตื่นเหมือนแต่ก่อน ช่วยเซฟสุขภาพจิตจากการเจอรถติดบนท้องถนนไปได้มากโข 

 

“พี่เจตครับ” เสียงของไม้ดังขึ้นอีกครั้งในตอนที่พวกเรากำลังจะเปิดประตูห้องเพื่อออกไปทำงาน ผมเงยหน้ามองคนข้างๆ พลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม 

 

“ลืมอะไรหรือเปล่าครับ” เด็กตัวใหญ่โน้มตัวลงมาหาพร้อมกับยกมือขึ้นชี้ที่แก้มตัวเอง 

 

“อ้อ” ผมร้องเบาๆ ยื่นหน้าไปหอมแก้มมันดังฟอด ไม้อมยิ้มก่อนเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายกดจมูกโด่งๆ นั้นลงมาบนแก้มผมบ้างตามธรรมเนียมก่อนออกจากห้องในทุกๆ วัน 

 

อย่างที่ผมเคยบอกว่าไอ้เด็กนี่มันติดการสกินชิปขั้นสุด ถ้าอยู่ในที่สาธารณะส่วนใหญ่มันก็จะจับมือไม่ก็โอบไหล่โอบเอวผม ถ้าอยู่ในห้องตามลำพังก็คูณไปอีกสิบเท่า เดี๋ยวๆ ก็มากอด มาหอม เหมือนลูกหมาติดตุ๊กตาอ่ะคุณ แต่ผมก็ไม่ได้รำคาญอะไร ชินไปแล้ว 

 

คอนโดของพวกเราอยู่ในระยะที่สามารถเดินเท้าไปยังสถานีรถไฟฟ้าได้ ผมกับไม้เลยเดินไปทำงานด้วยกันทุกวัน ระหว่างเดินผมก็ชำเลืองมองร่างสูงในชุดทำงานที่ดูภูมิฐานสมวัยไปด้วย 

 

มาคิดๆ ดูแล้วถึงความสัมพันธ์ของผมกับไม้จะเป็นคนรักกัน แต่บางทีก็เหมือนผมมีน้องชายที่ขี้อ้อนสุดๆ สักคน บางทีก็เหมือนมีเพื่อนที่คุยกับผมได้ทุกเรื่อง บางทีไม้ก็เหมือนเป็นพี่ชายที่ทำให้ผมรู้สึกมั่นคงอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้ๆ แถมบางทียังเหมือนมีลูกหมาที่ทำให้ผมยิ้มได้ทุกครั้งที่เห็นหน้าอีกต่างหาก 

 

จะว่าไปไม้ก็เป็นทุกอย่างให้ผมเลยนะเนี่ย แฟนอเนกประสงค์มาก คุ้มค่าโคตรๆ 

 

“ไว้เจอกันตอนเย็นนะครับ” ไม้พูดกับผมเมื่อพวกเราแตะบัตรเข้าระบบรถไฟฟ้า ผมกับไม้ต้องนั่งรถไฟฟ้าไปคนละทางกัน ดังนั้นจึงต้องแยกกันขึ้นบันไดคนละฝั่ง 

 

“โอเคๆ ไว้เจอกัน” ผมโบกมือลา ทำท่าจะเดินออกไป แต่ฝ่ามืออุ่นๆ ก็ฉวยข้อมือผมไว้ พอผมหันกลับไปมองของเห็นน้องมันคลี่ยิ้มพลางเอ่ยว่า 

 

“เรื่องเกมของพี่ ถ้าด่านหน้าเล่นไม่ผ่านอีกคืนนี้ก็มาให้ผมช่วยเคลียร์ให้ได้นะครับ” 

 

ประโยคนั้นทำให้ผมหรี่ตาลงค้อนคนพูดทันที ถ้าขอให้ช่วยมึงก็จะคิดค่าจ้างพี่อีกล่ะสิ พี่รู้ทัน ไม่หลงกลแล้วโว้ย! 

 

เอวยังไม่หายปวดเลย 

 

ผมบึนปากใส่มันแล้วโบกมือไล่แบบทีเล่นทีจริง ไม้หัวเราะจนตาปิด ก่อนจะโบกมือลาผมเดินขึ้นบันไดไป ส่วนผมก็เดินขึ้นบันไดอีกฝั่งไปยืนรอรถไฟฟ้าร่วมกับประชากรนับร้อยบนชานชาลา พอลงจากสถานีผมก็แวะเข้าตลาด ซื้อโจ๊กพิเศษใส่ไข่เข้าไปกินที่ออฟฟิศ 

 

เมื่อก่อนต่อให้ไม่ต้องซื้ออาหารเช้าผมก็ยังมีของกิน เพราะบรรดาเอฟซีไอ้เอื้อไอ้คิงพากันฝากขนมมาให้เพื่อนผมมากมาย ส่วนผมก็ได้รับอานิสงค์เล็กๆ น้อยๆ มาด้วยเกือบทุกครั้ง แต่ตอนนี้ไอ้คิงเล่นออกตัวแรงว่ามันกำลังตามจีบไอ้เอื้ออยู่ ชาวบ้านเลยเลิกฝากของมาให้พวกมันกันหมด ไอ้ดีใจมันก็ดีใจนะที่ไม่ต้องมาคอยทำหน้าที่แมสเซนเจอร์แล้ว แต่ก็อดคิดถึงสมัยที่มีของให้กินฟรีบ่อยๆ ไม่ได้ 

 

เศรษฐกิจไม่ค่อยดีไง ผมอยากประหยัดเงินอ่ะ... 

 

ผมนั่งกินโจ๊กไป มือก็ไถโทรศัพท์เล่นเกมด่านใหม่ไปด้วย แน่นอนว่าไอ้ด่านที่หนึ่งพันแปดสิบนี่ก็ไม่ง่ายเลยครับ นั่งไถจนนิ้วจะล็อค จนไอ้เอื้อมาถึงออฟฟิศแล้วผมก็ยังไม่ผ่านด่านอยู่ดี 

 

“เชี่ยแม่ง ไม่ผ่านอีกละ” ผมหน้างอเป็นปลาทูแม่กลอง คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะอย่างสุดเซ็งท่ามกลางสายตาของไอ้เอื้อที่ชำเลืองมองมา ปกติผมไม่ค่อยทำหน้าหงิกเท่าไหร่เพราะนั่นไม่ใช่คาแรกเตอร์ของนายเจตนิพัทธ์ผู้สุดแสนจะอารมณ์ดี แต่ตอนนี้ไม่ไหวแล้วว่ะ แม่งเครียดอีกละ 

 

หงุดหงิดโว้ย! 

 

“ไม้เล่นเกมเก่งนี่ ไปให้มันเคลียร์ด่านให้สิ” ไอ้เอื้อเอ่ยเสียงเรียบ 

 

“แต่มันคิดค่าจ้าง...” 

 

“อะไรนะ” 

 

ฉิบหาย เผลอหลุดปากไปอีก 

 

“เดี๋ยวกูลองใหม่ก่อน ถ้าวันนี้ยังไม่ผ่านก็คงต้องให้มันจัดการ นี่มันก็เพิ่งเคลียร์ด่านที่แล้วให้กูเมื่อคืน ทำไมกูเล่นเองทีไรไม่เคยผ่านเลยวะ” ผมรีบพูดกลบเกลื่อนพลางเปลี่ยนเรื่องไปถามหาไอ้คิงที่ป่านนี้ยังไม่โผล่หัวเข้ามาในห้องแทน โชคดีที่เอื้อมันยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ ผมเลยไม่ต้องเล่าเรื่องที่เสียรู้เด็กเมื่อคืนให้มันฟัง 

 

ถ้ามันรู้เข้าน่าจะนั่งขำมากกว่าสงสารผมอ่ะ 

 

ตลอดทั้งวันนั้นเมื่อมีเวลาว่างเมื่อไหร่ผมก็ไอ้ด่านที่หนึ่งพันแปดสิบนี่ ขนาดเข้าส้วมยังแอบเอาโทรศัพท์ไปไถด้วยความหวังว่ารอบนี้จะสามารถพิชิตชัยชนะได้ด้วยตัวเอง แต่ดูท่าว่าผมจะหวังสูงไปสักหน่อย ไปเล่นมาตั้งแต่เช้าจรดเย็นผมก็ยังไม่ผ่านด่านสักที 

 

“เห็นถอนหายใจเฮือกๆ ทั้งวัน ไปให้ไม้ช่วยไม่เร็วกว่าเหรอ” ไอ้เอื้อแนะนำผมอีกครั้งในระหว่างที่กำลังเก็บของเตรียมจะกลับบ้าน ผมกดชัตดาวน์คอมพิวเตอร์แล้วเบนสายตากลับมายังเกมหน้าจอโทรศัพท์ที่ขึ้นตัวเลขนับถอยหลัง รอเวลาเติมหัวใจ 

 

ด่านนี้แม่งยากอีกแล้วว่ะ ยากกว่าด่านที่แล้วอีก 

 

ต้องจ่ายค่าจ้างอีกแล้วเหรอ... 

 

ผมนึกถึงใบหน้าลูกหมาซื่อๆ ของแฟนตัวเอง นี่ถ้าผมแบกหน้าไปขอให้ช่วยไม้คงได้ยิ้มจนตาปิดเพราะเข้าทาง แต่ผมทำอะไรไม่ได้นี่หว่า ก็ผมไม่มีปัญญาเล่นแต่อยากผ่านด่านอ่ะ 

 

เออได้ กับอีแค่ค่าจ้างเล็กน้อย (?) ผมไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว 

 

จ่ายก็จ่ายวะ! 

 

 

#พี่เจตคนกลาง 

 

 

ไม่ได้เจอกันนานเลย คิดถึงพี่เจตกันไหมคะ จริงๆ นี่เป็นพล็อตที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อวานแล้วเกิดอาการดีดตอนเกือบตีหนึ่ง สุดท้ายเลยทนไม่ไหวต้องมาเขียนสเปให้หายคิดถึงกัน อ่านจบแล้วช่วยเม้นหรือติดแท็ก #พี่เจตคนกลาง เป็นกำลังใจให้เราด้วยน้า ห่างหายกันไปนาน อย่างอ่านคอมเม้นมากเลยค่ะ 

 

ป.ล. 1 ฝากนิยายเรื่องใหม่ #อุบายกินรา ด้วยนะคะ เป็นพีเรียดไทยแฟนตาซีเน้นขายขำ เซตติ้งป่าหิมพานต์ค่ะ 

https://www.readawrite.com/a/ccfd70260eb45f4b4c9aa911d9dfdb39 

 

ปล. 2 #อย่าเล่นกับอนล วางขายแล้วนะจ๊ะ ซื้อได้ที่เว็บสถาพรบุ๊คส์และร้านหนังสือทั่วไปเลย ส่วนอีบุ๊คมาวันที่ 25 มกราคมนี้ค่า 

 

ป.ล. 3 คิดว่าหลายๆ คนน่าจะทราบข่าวกันแล้วว่า #พี่เจตคนกลาง ได้เป็นซีรีส์แล้วนะคะ ประกาศนักแสดงที่จะมารับบทเจต ไม้ คิง เอื้อ กันไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา สามารถติดตามข่าวสารของซีรีส์ได้ที่ทวิตเตอร์ @middleloveth ฝากเป็นกำลังใจให้ทีมผู้จัดและนักแสดงกันด้วยน้า 

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้นิยายเรื่องนี้มาตลอดนะคะ แล้วมารอดูซีรีส์ไปด้วยกันนะ! 

ความคิดเห็น