email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แฟนกำมะลอ part: หมอทรงวุฒิ + ทับทิม

ชื่อตอน : แฟนกำมะลอ part: หมอทรงวุฒิ + ทับทิม

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มิ.ย. 2564 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แฟนกำมะลอ part: หมอทรงวุฒิ + ทับทิม
แบบอักษร

“หมอขา ได้โปรดช่วยเป็นแฟนทิมหน่อยนะ”ทับทิมโพล่งออกมาสองมือเล็กกุมมือเรียวยาวของแพทย์หนุ่มเอาไว้ ใบหน้าเนียนใสจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาด้วยสายตาเว้าวอน

“พู่วว์!! แคร่กๆๆๆ ขอโทษๆ ผมขอโทษ” หมอหนุ่มถึงกับพ่นน้ำที่กำลังยกดื่มพุ่งออกมาทันทีที่หญิงสาวพูดจับ ทับทิมมองชายหน่มตรงหน้าอย่างหงุดหงิด สองมือเล็กกำกันแน่นราวกับคนที่พยายามสกัดกั้นอารมณ์โกรธ หญิงสาวระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะยกฝ่ามือเล็กขึ้นลูบไล้ใบหน้าของตนเองที่เปียกชุ่มไปด้วยละอองน้ำจาก บุรุษตรงหน้า

เขารีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนตรงหน้าหญิงสาวมือเรียวยาวล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาบรรจงเช็ดตามตามใบหน้าและลำคอของทับทิมอย่างแผ่วเบา ความโกรธกรุ่นค่อยๆมอดดับลงแค่เพียงการได้รับความเอาใจใส่จากเขา

“พอแล้วค่ะหมอขา เรื่องแค่นี้เองถึงกับตกใจเหมือนมีใครตายเลยหรอคะ” ทับทิมทำหน้ามุ่ยส่งให้หมอหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าเธอ เขาทิ้งสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน หรี่สายตาคู่คมมองหญิงสาวคู่สนทนาพลางยกมือกอดอก ท่าทีแบบนี้ยิ่งทำให้หญิงสาวอึดอัด

“รู้ตัวมั๊ยว่าพูดอะไรออกมา”ใบหน้าเรียบเฉยถามขึ้น ทับทิมพยักหน้าตอบเนือยแต่ใบหน้าสวยกลับก้มหน้านิ่งไม่กล้าสบตา

“ไม่ได้ใช่มั๊ยล่ะคะ” เสียงเล็กถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แทบจะสิ้นหวัง

“คุณชอบผมมากถึงขนาดที่มาลงทุนขอผมเป็นแฟนเลยหรอ หรือเพียงเพราะว่าสำหรับคุณแล้วผมเป็นแค่เรื่องท้าทายที่คุณต้องการเอาชนะ” คำถามของหมอหนุ่มสร้างความงุนงงให้หญิงสาวไม่น้อย ที่เธอลงทุนทำทุกอย่างเพื่อเขา ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเขา เขากลับมองไม่เห็นเลยหรอ กลับมองเพียงแค่ว่าเธอต้องการเอาชนะแค่นั้นจริงๆหรอที่เขามองเห็น ทับทิมเงยหน้าหมอหนุ่มด้วยสายตาตัดพ้อ

“ที่ทิมทำทุกอย่าง หมอขาคิดว่าทิมเสแสร้งหรอคะ หมอขาไม่เคยเห็นในสิ่งที่ทิมทำเลยใช่มั๊ยคะ”ทับทิมถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอยอมลดศักดิ์ศรีของตัวเองเพื่อมาตามตื้อชายหนุ่มเพราะความรัก หัวใจหมอหนุ่มกระตุกวูบเมื่อเห็นสายตาตัดพ้อของหญิงสาวตรงหน้า ที่ผ่านเขารับรู้ว่าเธอพยายามทำอะไรต่างๆเพื่อเขามากมาย ซึ่งเขาแทบไม่เคยทำอะไรให้เธอเลย ชีวิตที่ผ่านมาสำหรับชีวิตหนุ่มโสดอย่างเขามีผู้หญิงแวะเวียนเข้ามาจำนวนมาก ส่วนมากทุกคนมองว่าเขาเป็นของท้าทาย มันจะแปลกอะไรถ้าเขาจะคิดว่าหญิงสาวตรงหน้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“ผมขอโทษ ถ้าคำพูดของผมมันทำให้คุณรู้สึกแย่ คนเราจะรักกันมันต้องใช้เวลานะ ไม่ใช่เจอกันแค่ไม่กี่ครั้งจะรักกันได้เลยคุณเข้าใจมั๊ยทิม” คำเรียกอย่างสนิทสนมทำให้ทับทิมสบตาชายหนุ่มอีกครั้ง แทบจะลืมความขุ่นข้องหมองใจเมื่อกี้ไปปลิดทิ้ง เพียงแค่เขาเรียกชื่อเธอ ปกติก็จะเรียกแต่คุณ หรือไม่ก็ยัยตัวแสบ แต่นี่เขาเรียกชื่อเธอ

“ทิมเข้าใจค่ะหมอขา แต่ทิมรอไม่ได้ ทิมชอบหมอขาจริงๆนะคะ แล้วทิมก็ไม่ได้คิดจะเร่งรัดหรือทำให้หมอขาอึดอัด แต่ทิมรอไม่ได้ใจจริงๆ" หญิงสาวลุกขึ้นยืนจ้องหน้าหมอหนุ่มนิ่ง

“ทำไม การมีแฟนมันต้องรีบขนาดนั้นเลยหรอ”ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

“ตอนนี้หมอขาอาจจะยังไม่ได้คิดอะไรกับทิมแต่ขอร้อง ช่วยเป็นแฟนทิมก่อนได้มั๊ยคะ ทิมไม่มีเวลาแล้วจริงๆ ได้โปรดช่วยทิมหน่อยนะ”หญิงสาวมองหน้าหมอหนุ่มด้วยสายตาอ้อนวอน

“มันมีอะไรที่ผมยังไม่รู้ บอกมาให้หมดเลยนะทิม” ใบหน้านิ่งกลับบูดบึ้งขึ้นมา เมื่อคนที่มีระดับไอคิวสูงอย่างเขาสามารถรับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากลในครั้งนี้ ทับทิมมองหน้าหมอหนุ่มนิ่ง พร้อมส่งยิ้มแหยๆไปเป็นทัพหน้าก่อน หญิงสาวคิดถึงเรื่องที่สนทนากับบิดาเมื่อวานตอนเย็น

‘เตี่ย เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ นี่มันอะไร’ ทับทิมหอบหิ้วถุงข้าวขาหมูที่แคบหมูเอามาฝากเดินเข้าไปอย่างพะรุงพะรัง

‘ก็ข้าวขาหมูไง ลื้อนี่ก็ถามแปลกๆอาหมวย’ เสี่ยธงชัยละสายตาจากจอดิจิทัลตรงหน้าหันมาปรายตามองลูกสาวคนเล็ก

‘เตี่ย หนูไม่ได้หมายถึงข้าวขาหมู หนูหมายถึงเรื่องหมั้นที่เฮียแคบมาคุยกับหนูเมื่อกี้นี้ เราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่หรอเตี่ยว่าหนูมีแฟนแล้ว แล้วหนูก็รักแฟนหนูมากด้วย’ ทับทิมวางกล่องข้าวขาหมูลงกลางโต๊ะกระจกตรงหน้าและทิ้งสะโพกกลมกลึงกับโซฟาพร้อมจ้องหน้าบิดาอย่างรอคำตอบ

‘ หึ! รักมากเหรอ ลื้อรักอี แล้วอีรักลื้อหรือเปล่า ป่านฉะนั้นอั๊วยังไม่เคยเห็นหน้าอีโผล่หัวมาให้อั๊วกับม๊าลื้อได้รู้จักเลย และที่สำคัญอีมีตัวตนหรือเปล่าอั๊วก็ไม่รู้ ลื้อมันเจ้าเล่ห์อาหมวยเล็ก’ เสี่ยธงชัยมองบุตรสาวคนเล็กนิ่ง จนคนที่ถูกมองเริ่มเหงื่อซึมออกตามฝ่ามืออย่างตื่นเต้น

‘ก็หนูบอกเตี่ยแล้ว ว่าอีทำงาน อีไม่มีเวลาว่างมาเจอเตี่ยกับม๊าหรอก’ ทับทิมแย้ง

‘ถ้าคนมันรักจริง ต่อให้เวลาไม่มี แค่5นาที 10 นาทีมันก็มาได้ แต่เมื่ออั๊วให้โอกาสลื้อพาอีมาแนะนำแล้วลื้อยังเงียบแบบนี้ ต่อให้ลื้อบอกว่าลื้อกับอีรักกันมากแค่ไหน อั๊วก็ไม่สน’ เสี่ยธงชัยปรายตามอง

‘งั้นหนูขอเวลา 3 วันแล้วหนูจะไปพาอีมาให้เตี่ยกับม๊ารู้จัก ตกลงมั๊ย?’

‘พรุ่งนี้ อั๊วให้เวลาถึงพรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้อียังไม่มา ลื้อก็หมดข้อโต้แย้งเตรียมเป็นเจ้าสาวของอาแคบหมูได้แล้ว’ เสี่ยธงชัยยื่นคำขาด คำสั่งประกาศิตอันนี้ที่ทำให้เธอใจกล้าและบ้าบิ่นบากหน้ามาขอชายหนุ่มตรงหน้าเป็นแฟน

“นี่คุณคิดจะใช้ ผมเป็นไม้กันหมาอย่างนั้นหรอ ทนัชชา” เสียงโกรธกรุ่นจากบุรุษตรงหน้าทำให้ทับทิมสะดุ้งเฮือก

“ไม้กันหมาที่ไหนล่ะ ไม้กันหมูต่างหาก”ทับทิมพึมพำเบาๆ ชายหนุ่มมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างหงุดหงิดใจ นี่เธอเห็นเขาเป็นอะไรเนี่ย

“คุณไปหาคนอื่นเถอะ ใครไปบอกให้คุณไปโกหกพ่อแม่แบบนั้น ไม่รักไม่ชอบก็บอกท่านไปซิ ไปอ้างกับท่านแบบนั้นทำไม โกหกคนเดียวยังไม่พอ นี่คุณยังลากผมไปหลอกพ่อแม่คุณอีก ถ้าพ่อแม่คุณรู้ผมจะมีอยู่มั๊ยความน่าเชื่อถือ”หมอทรงวุฒิร่ายยาว

“หมอขาก็ทำให้มันไม่เป็นเรื่องโกหกซิ ก็แค่ยอมเป็นแฟนทิมจริงๆ เราก็ไม่โกหกแล้ว นะคะ ช่วยทิมหน่อยนะ หมอขาจะใจร้ายกับทิมได้หรอ เอาแบบนี้มั๊ยทิมขอเวลาหมอขาเพียงแค่ 3 เดือน ถ้า3เดือนทิมไม่สามารถทำให้หมอขารักทิมได้ ทิมจะไปจากหมอขาทันทีจะไม่มารบกวน วุ่นวายให้หมอขาต้องรำคาญใจอีก แต่วันนี้ช่วยไปแสดงตัวเป็นแฟนทิมหน่อยนะ พลีซ”ทับทิมใช้ลูกอ้อนโดยการถลาไปคล้องแขนหมอหนุ่มไว้แน่นพลางซบหน้าเนียนสวยแนบแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิร์ตถูหน้าเบากับแขนแกร่งราวกับออดอ้อน หมอหนุ่มเหล่ตามองอย่างอ่อนใจ เขาถอนหายใจอย่างเอือมระอา

@บ้านเอื้อสุนทรกุล

ชายหนุ่มนั่งนิ่งอยู่ข้างหญิงสาวร่างเล็กเขาขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อถูกจ้องมองจากชายสูงวัยด้วยสายตาสำรวจตั้งแต่เขาเดินเข้าบ้านมาราวกับเครื่องจับเท็จ

“เตี่ย นี่คุณหมอทรงวุฒิแฟนหนู” ทับทิมแนะนำ

“เออ สวัสดีครับ” หมอหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อมถึงแม้ว่าข้างในจะตื่นเต้นแค่ไหนแต่ท่าทางที่แสดงออกไปกลับนิ่ง ดูสุขุมน่าเกรงขาม เสี่ยธงชัยยกมือรับไหว้สายตาคู่เล็กจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างชอบใจ ‘อาหมวยนี่มันตาแหลมจริงๆ’ คิดในใจอย่างอารมณ์ดี

“รู้จักกันมานานหรือยัง?”

“7เดือน/5เดือน” คำตอบที่สวนทางกันทำให้สองหนุ่มสาวหันมามองหน้ากันนิ่ง

“ตกลงมันกี่เดือนแน่อาคุณหมอ” เสี่ยธงชัยหรี่มองอย่างจับผิด ทับทิมเหงื่อเริ่มซึมจากฝ่ามือเล็กที่เธอบีบกันแน่นอยู่บนตัก

“เออคืองี้ครับ ผมรู้จักกับทิมมาได้ 7 เดือนแล้วครับ แต่พึ่งมาตกลงคบกันได้ 5 เดือนเข้ามานี่แหละครับ” สมองอันปราดเปรื่องของคุณหมอพาทับทิมรอดวิกฤตตรงนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด

“แล้วไปเจอกันที่ไหน?”

“ปากช่อง/กรุงเทพ” เป็นอีกครั้งที่ทั้งสองตอบคนล่ะที่ คราวนี้กลับเป็นทับทิมตอบแทน เพราะเรื่องที่เธอหนีไปปากช่องบิดาไม่รู้ หญิงสาวเลยเลือกตอบที่นี่

“คืองี้นะเตี่ย ทิมมีเรื่องจะสารภาพ เตี่ยจำที่ทิมหนีเดทเฮียแคบได้มั๊ยที่เตี่ยโทรไปเฉ่งหนูน่ะ จริงๆแล้วหนูไปหายัยปรายที่ปากช่อง แล้วพอดีไปเจอหมอขา หนูหมายถึงพี่หมอที่ปากช่อง มันเหมือนพรหมลิขิตเลยเตี่ย เพราะหนูมาเจอพี่หมออีกทีเมื่อหนูไปโรงพยาบาลก็เลยได้พูดคุยกันอะไรประมาณนี้” ทับทิมลื่นไหลไปได้ แต่บิดากลับหรี่ตามอง

“แล้วลื้อเป็นอะไรทำไมถึงต้องไปโรงพยาบาล

”หนูไม่สบายนะเตี่ย”ทับทิมตอบแบบขอไปที

“แล้วอาคุณหมอเป็นหมอด้านไหนหรอครับและไปเจอยัยลูกสาวตัวดีของอั๊วได้ยังไง” เสี่ยธงชัยพุ่งตรงคำถามมาทางแฟนกำมะลอของลูกสาว

“ผมเป็นสูตินารีแพทย์ครับ พอดีวันนั้นทิมเขาไปตรวจภายใน เลยได้พบกัน”คำตอบของหมอหนุ่มไม่ได้มีแค่เพียงเสี่ยธงชัยที่ตาโตทับทิมเองก็แทบอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้น

“ไอหยา! นี่ๆลื้อเป็นอะไรถึงกับต้องไปตรวจภายในหาอาหมวย” เสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจทำให้ทิบทิมสั่นเป็นเจ้าเข้า

“หนูแค่ปวดท้องน่ะเตี่ย ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”ใบหน้าเนียนสวยแดงแปร๊ดด้วยความเขินอาย

“เสียงดังอะไรนักหนาอาเฮีย ดูซิอาตี๋น้อยสะดุ้งตื่นเลยอ่ะ” ลินจงอุ้มหลานชายตัวน้อยเดินเข้ามาหาทั้งสาม ทำให้ทับทิมและหมอหนุ่มต้องลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

“สวัสดีครับ” หมอหนุ่มยกมือไหว้ผู้เป็นมารดาหญิงสาวอย่างนอบน้อม ลินจงมองหน้าของหมอหนุ่ม แล้วก็ยิ้มกริ่มอย่างชอบใจ

“นี่หรอแฟนลื้อ อาหมวย หล่อมากๆ การงานดี ลื้อนี่ตาแหลมจริง” ลินจงชอบเปาะทำให้ใบหน้าของทับทิมยิ้มแฉ่งเมื่อได้รับคำชมเชยจากมารดา

“ก็หนูลูกม๊านี่นา หนูก็ต้องตาแหลมเหมือนม๊าซิ” ทับทิมหยอกลับสร้างเสียงหัวเราะให้กับทั้งสาม

“งั้นก็ทานข้าวทานปลาด้วยกันก่อนค่อยกลับนะอาคุณหมอ”เสี่ยธงชัยก็ชื่นชมในตัวว่าที่ลูกเขยไม่น้อย หลังจากที่ได้นั่งคุยกันได้พักหนึ่ง

“ครับเตี่ย” เขารับคำอย่างผ่อนคลายขึ้น สายตาคู่คมคอยเหลือบไปมองหญิงสาวที่เล่นกับหลานชายตัวน้อยอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับระบายยิ้มบางๆออกมา เสี่ยธงชัยมองตาม

“อาหมวยอีรักอาตี๋น้อย สงสัยอีอยากได้ลูก ลื้อก็ทำให้อีเลี้ยงซักคนซิอาคุณหมอ” คำพูดของบิดาฝ่ายหญิงทำให้หมอหนุ่มถึงกับไปไม่เป็น ใบหน้านิ่งสุขุม หน้าแดงกร่ำ

“เออครับ” หมอหนุ่มรับปากแบบไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

หลังจากออกมาจากบ้านหลังใหญ่ของตระกูล เอื้อสุนทรกุล ทั้งคู่นั่งนิ่งมาตลอดทาง ทับทิมเหล่มองหมอหนุ่มก่อนตัดสินใจพูดออกมาเพื่อทำลายความเงียบ

“ขอบคุณมากๆนะคะ หมอขาสำหรับวันนี้ แล้วก็ต้องขอโทษหมอขาด้วย ถ้าเตี่ยทำให้หมอขารู้สึกอึดอัด”

“ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรที่ทำให้ผมอึดอัด ท่านน่ารักดี” หมอหนุ่มตอบออกมาทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปยังท้องถนนที่คราคร่ำไปด้วยการจราจรที่ติดขัด ทับทิมอมยิ้มน้อยๆ

“อุ๊ย! ดาวตก” หญิงสาวเห็นแสงสีขาวที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า เธอหลับตาพริ้มยกมือมาประสานกันตรงระหว่างอก

“ทำอะไร?”

“หมอขาไม่รู้หรอค่ะ ว่าถ้าเห็นดาวตก เขาให้อธิษฐาน แล้วเรื่องที่เราขอจะสัมฤทธิ์ผล” ใบหน้าเนียนใสชะโงกไปบอกหมอหนุ่มใกล้ๆ

“หึๆ ไร้สาระ แล้วคุณอธิษฐานว่ายังไงล่ะ” หมอหนุ่มหัวเราะเบาๆ และยังคงถามต่อไป

“ทิมอธิษฐานว่า ขอให้หมอขารักทิมเร็วๆค่ะ” ทับทิมยื่นหน้าไปมองชายหนุ่มจนใกล้ พร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ส่งยิ้มไปให้คนมองที่ปรายตามามองถึงกับใจสั่นไหว

“บ้า!” หมอหนุ่มอุทานออกมา ใบหน้าระเรื่อพร้อมกับมือเรืยวยาวที่ผลักหน้าผากมนเบาๆอย่างหมั่นไส้ จนหญิงสาวเผลอยิ้มตาม เมื่อเห็นท่าทางกระดากอายของชายหนุ่ม

..................................................

น้องรุกขนาดนี้ ใจบางแล้วใช่มั๊ยคะหมอขา อิอิ

ถ้าเจอคำผิด คำตกหล่น ไรท์ต้องขอโทษด้วยนะคะ ไว้ไรท์ตรวจทานให้อีกทีนร๊า

ช่วยคอมเม้นต์ กดถูกใจให้ไรท์ด้วยนะ รีดที่รัก

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว