ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน ๒๐

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๒๐
แบบอักษร

 

จันทร์ข้างแรมยังคงกระจ่างนวล สาดแสงเงินยวลลงมาบนพื้นดิน ทำให้บริเวณโดยรอบสว่างไสว ไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย หญิงสาวนั่งลงบนแคร่ ตักน้ำที่ยี่เข่งรองไว้ตั้งแต่หัวค่ำในตุ่มขึ้นราดรดตัว

ตักอาบไปสองสามขันแล้วก็ยังรู้สึกร้อนรุ่ม เหมือนมีไฟสุมรุมอยู่ข้างในกาย ลำคอแห้งผากอยากกระหายอย่างไรชอบกล

ตักน้ำอาบจนค่อนตุ่มแล้วจึงวางขันลง

หันไปหยิบก้อนสบู่หอมที่สลักเป็นรูปผีเสื้อบนถาดกระเบื้องจีน ยุคสมัยนี้คนในเรือนหลังรู้จักเอาขี้ผึ้งมาทำสบู่แล้ว อีกทั้งสบู่ก้อนนี้ยังมีส่วนผสมของสมุนไพรที่ให้ความรู้สึกเย็น

 ถูสบู่ให้เกิดฟองแล้วลูบไล้ตามเนื้อตัว

แม้รูปลักษณ์ของมันจะเป็นผีเสื้อตัวน้อยงดงาม หากแต่กลิ่นที่กำจายออกมาคือกลิ่นกระดังงา จับผีเสื้อสีเหลืองนวลเลื่อนจากซอกคอ ลมราตรีลู่ไล้ผิวกายพลันให้ความรู้สึกคล้ายปลายนิ้วสากเย็นกำลังลากไล้จากหัวไหล่ลงมายังข้อศอก เลื่อนลงไปยังข้างเอวและโค้งสะโพก

ความร้อนของร่างกายตัดกับสายลมเยือกเย็น ทำรู้สึกหวามหวิวที่ท้องน้อย

"อื๊อ..."

เธออดห่อไหล่ไม่ได้ เผลออุทานเสียงเบาออกมา แว่วเสียงหัวเราะผะแผ่วรอยมาตามลม

"บ้าจริง"

บัวเหลียวมองรอบกาย หาร่องรอยของคนอีกคน ทว่ามีเพียงความเงียบสงัดในยามวิกาลเท่านั้น หรือเธอจะหูฝาด คิดหวาดระแวงไปเองนะ

ร่างอรชรน้อยขยับตัว ชันเข่าข้างหนึ่งขึ้นบนแคร่ 

ปมผ้านุ่งที่รัดเหนือเนินอกอิ่ม เลื่อนหลุดออกโดยไม่รู้ตัว ความเปียกชื้นถ่วงให้มันร่นลงไปกองที่เอวดกิ่วคอด ทรวงอกทรงที่ปะทะกับไอเย็นแข็งขึงชูชัน ร่างขาวผ่องเกือบเปลือยที่นั่งลูบไล้เนื้อตัวอาบไล้ด้วยแสงนวลของดวงจันทร์

ราวกับนางพรายที่ยั่วยวนให้บุรุษลุุ่มหลงจนโง่งม

จมจ่อมลงไปสู่ทะเลแห่งความตาย

มือขาวผ่องลูบไล้ผีเสื้อกระดังงาไปตามปลีน่องเรียวงามอย่างใส่ใจ รู้สึกเพลิดเพลินกับการอาบน้ำกลางแสงจันทร์ขึ้นมาเล็กน้อย สบู่ขี้ผึ้งที่ยี่เข่งประดิดประดอยขึ้นมาให้ความรู้สึกเย็นดีไม่น้อย กระนั้นความร้อนรุมอันชวนพิศวงก็ยังคงก่อกวนไม่หยุดหย่อน

"แม่บัว" 

แว่วเสียงหนึ่งดังมาจากความมืดที่รายล้อม

"ร้อนอยู่หรือไม่" 

เสียงนั้นคล้ายจะอยู่ใกล้ก็ใกล้ จะว่าไกลก็ไกล บางคราเหมือนกระซิบอยู่ที่ข้างหู บางคราก็เหมือนดังขึ้นในใจ ไม่รู้ว่าเสียงของใคร หรือเป็นเสียงจากจิตสำนึกของตัวเอง

ทว่าที่ตรงนี้ไม่มีใคร กระทั่ง ผีร้าย ตัวนั้นยังอยู่ห่างไกลจากที่นี่

หญิงสาวปลุกปลอบตัวเอง

ลมหอบหนึ่งพัดวูบมาคล้ายปลายลิ้นชื้นเย็นที่โลมไล้ยอดทรวงทั้งสองข้าง กระทั่งมันแข็งขึงและชูชัน ส่งความรู้สึกซานกระสันลงไปยังกึ่งกลางลำตัว บัวเผลอหลับตาทิ้งศีรษะไปข้างหลัง

คะนึงถึงยามที่ลิ้นสากลากไล้บนเนินทรวง คะนึงถึงสัมผัสอยากที่ยอดทรวงทั้งถูกฝ่ายนั้นดูดดุน

"อยากหายร้อนรุ่มรึไม่" 

บัวขบริมฝีปากแน่นเข้า กลั้นเสียงครางที่เกือบเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ต้นขาขาวผ่องบดเบียดเข้าหากัน พยายามระงับความรู้สึกหวาบหวามที่เกิดขึ้น ทว่ากลับไร้ผล

"อืม"

คล้ายมือที่ถือก้อนสบู่ไว้มีความคิดของมันเอง ผีเสื้อตัวน้อยเลื่อนผ่านร่องทรวง เรื่อยลงไปยังแผ่นท้อง 'สายลม' หอบเอาชายผ้าถุงร่นขึ้นกองเหนือสะโพกเธอแล้วตอนนี้

เปิดเปลือยเนินเนื้ออิ่มอูมของสตรีเพศให้ 'สายลม' ลูบไล้มันอย่างแผ่วเบา 

ผีเสื้อน้อยในมือนุ่มเลื่อนผ่านต้นขาขาวผ่อง เลื่อนหลุดจากมือ ไหลลงไปตามกลีบเนื้อฉ่ำที่แยกแย้มออกจากกัน บัวพลันเสียววาบขึ้นมา รู้สึกลมเย็นที่ลู่ไล้ข้างใบหู

ราวกับมันคือลมหายใจของใครคนหนึ่งที่เป่ารดอยู่บนเนื้ออ่อนลาดบ่าและหลังลำคอ มือน้อยควานหาก้อนสบู่กลับขึ้นมาใหม่ กระหายสัมผัสยามที่มันลื่นไหลอยู่บนเนื้อตัว

"ถูที่ตรงนี้สิ" 

เสียงนั้นต่ำพร่าระคนยั่วเย้า มือคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นจับให้ถูกไถสบู่ขี้ผึ้งเข้าไปในกลีบอ่อนนุ่ม ครูดผ่านร่องหลืบอันเร้นลับอย่างนุ่มนวล

"อ๊ะ..."

ร่างงามบนแคร่ไม้ไผ่สะดุ้ง เตรียมจะดึงมือออกว่า ทว่ากลับถูกมือที่มองไม่เห็นนั้นยึดมือเธอไว้ บังคับให้มือนุ่มนิ่มถูสบู่ก้อนน้อยเข้ากับส่วนอย่างยิ่งที่ใจกลาง ท้องผีเสื้อกระดังงาเสียดสีเข้ากับติ่งกระสันที่ผลิพุ่งขึ้นมา กระแสซ่านสยิวแล่นลิ่วไปทั่วสรรพางค์ บัวครางกระเส่าออกมา

ผีเสื้อในมือบ้างคลึงเคล้า บ้างบดขยี้ ไม่นานเนื้อติ่งน้อยผลิพุ่งเป่งบวมด้วยพิษร้อนอย่างน่าสงสาร

"อื๊อ"

บัวหอบหายใจ ใบหน้าแหงนเงยข้างหลัง ปรือตามองจันทร์ข้างขึ้นบนฟ้า ทว่าสองแต่กลับพร่ามัวด้วยอารมณ์รัญจวนที่กำลังปั่นป่วนร่างกายและจิตใจ มือหนึ่งยึดขอบแคร่เอาไว้ อีกมือยังถูก 'สายลม' ควบคุมให้เคลื่อนขยับ สายลมอันทรงพลังโอบรัดรอบเอวแน่นเข้า

ราวกับปลอบประโลมร่างกายเครียดเขม็งของหญิงสาวหญิงสาวพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว ความร้อนที่กำลังรุมเร้าร่างกายน่าชังนัก อยากผลักไสมันออกไป

ลมหายใจของบัวถี่กระชั้น ผีเสื้อตัวน้อยบดเคล้ายอดเกสรไม่หยุดหย่อน บั้นท้ายที่วางอยู่บนขอบแคร่ไม้ไผ้ขยับยกตามจังหวะปลายนิ้วของตน แผ่นหลังอ่อนโค้งเกิดเป็นเส้นสายอันอ่อนช้อน สะโพกงอนงามยกลอยร่อนส่ายไปมาโดยสัญชาตญาน  

ลืมสิ้นว่าตนกำลังทำสิ่งใดอยู่  

เพียงปรารถนาจะพุ่งทะยานไปยังฝั่งฝันอันแช่มชื่นที่รออยู่ 

"อ๊า..."

สองตาของเธอพร่าพราย ผีเสื้อกระดังงาเลื่อนหลุดไปจากมือ

สองไหล่บอบบางสั่นระริก หญิงสาวคู้ตัวนั่งพับเพียบ มือข้างนั้นซุกอยู่กลางหว่างขา กึ่งกลางเต้นตุบๆ ด้วยผลของความหฤหรรษ์ที่สาดซัดเข้าหา ความร้อนรุ่มค่อยๆ ถูกสายลมยามราตรีพัดพาไป

เมื่อกี้เกิดสิ่งใดขึ้นกัน

บัวพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด สองแก้มยังแดงปลั่งด้วยฤทธิ์กฤษณา สองตาฉ่ำเยิ้มด้วยรอยพิศวาสที่ 'ตน' ปรนเปรอร่างกายตน ในโลกที่เธอจากมาการปลดเปลื้องความต้องการตามธรรมชาติตัวเอง ไม่ใช่เรื่องผิดบาปแต่อย่างใด เป็นเพียงการแสวงหาความสุขของผู้คนเท่านั้น

ยามนี้ึความคิดของเธอแจ่มชัดขึ้น เมื่อกี้เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังแน่นอน เพียงคิดถึงเสียงกระซิบยั่วเย้าที่วนเวียนอยู่ไม่ห่างเมื่อครู่ก็ยิ่งมั่นใจ

ต้องเป็น...เขา

เป็นเขาที่ใช้วิชามารล่อลวงให้ผู้คนเผลอไผล น่าเจ็บใจที่เธอเคลิบเคลิ้มไปกับชั่วร้ายที่เขาสร้างขึ้น ที่อารมณ์เธออ่อนไหวง่ายดายเพียงนี้ หรือว่ามันคือผลพวงจากมนต์ที่ผีร้ายนั้นใช้ครอบงำเธอ

มนต์นั้นน่ากลัวนัก...ขุดเอาความปรารถนาดำมืดในหัวใจเธอออกมาตีแผ่ให้เขาเห็น

โทสะก็ผุดพุ่งขึ้นเต็มอก บัวรีบดึงขยับผ้าถุงที่นุ่งอยู่ให้เรียบร้อย

เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ต้องเป็นผีร้ายตนนั้นแน่ๆ เธอลืมไปได้อย่างไรว่าตัวเขามีเล่ห์กลมากมายอยู่เต็มท้อง

หญิงสาวรีบตักน้ำที่เหลือในตุ่มชำระล้างเนื้อตัวให้สะอาด ก่อนจะจากไปยังไม่วายจ้องเขม็งไปยังความมืดอันเวิ้งว้างเลยท่าน้ำออกไป ยิ่งคิดถึงสิ่งที่ผีร้ายล่อลวงให้เธอทำกับตัวเองเมื่อครู่

สองแก้มยิ่งร้อนฉ่า ยิ่งกระดากอาย ยิ่งกรุ่นโกรธ

"ไอ้ผีจัญไรลามก!" 

แม้นจะไม่เห็นตัว แต่ขอให้ด่าผีชั่วเสียหน่อยเถอะ บัวระงับอารมณ์ไม่ให้กระทืบเท้าอย่างขัดใจ ได้ร้องด่าออกไปก็สบายใจขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะย่ำเท้ากลับขึ้นเรือนนอน 

ถึงตัวจะอยู่ห่างไกลแสนไกล ทว่าลมราตรีก็ยังหอบเอา 'คำด่า' ของสาวงามจากพระนครมามากระหูคนคนหนึ่งได้มุมปากสนยกขึ้นเล็กน้อย ผีเสื้อตัวน้อยที่เคยแนบชิดนวลเนื้อของหญิงสาวพลันปรากฏในมือของเขา 

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลง ยังได้กลิ่นหอมของกระดังงาคละเคล้ากับสาบสาวที่เขาเริ่มจะเคยคุ้น มันเป็นกลิ่นหอมหวนเฉพาะตัวของเธอที่เขาชอบดอมดมเป็นหนักหนา 

รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตาพราวระยับด้วยความสมใจ  

แม้สัมผัสที่ได้ลูบไล้นวลเนื้อผ่านสายลมจะไม่ได้ลึกซึ้งอิ่มเอมเท่าเนื้อแนบเนื้อ แต่ก็พอจะบรรเทาความอยาก ที่หมู่นี้ปะทุขึ้นมาในกายใจของเขาเป็นระลอกลงได้  

เพียงอึดใจต่อมารอยกระหยิ่มยิ้มย่องบนใบหน้าสนก็เลือนหายไป ลมทะเลพัดเอากลิ่นสาปสางโชยชายมาเตะจมูก  

ใบหน้าของชายหนุ่มกลับมาเรียบเฉย...ไร้ความรู้สึก  

เขากำมือแน่นเข้า ก้อนขี้ผึ้งพลันละลายหายไป ไม่เหลือเศษเสี้ยวใดของหญิงสาวให้ใครได้กลิ่นอีก 

นัยน์ตาสนเปล่งประกายสีแดงเร่ืองๆ ออกมาในความมืด หูได้ยินเสียงฝีเท้าม้าควบใกล้เข้ามา  

คนที่เขารออยู่มาถึงแล้ว ชายหนุ่มแสยะยิ้ม ร่างสูงใหญ่ที่นั่งชันเข่าอยู่บนยอดโบสถ์ฝรั่งกระโดดลงยังพื้นอย่างใจเย็น 

ไม่นานอักขระสีทองพลันหมุนขึ้นกลางอากาศรอบตัวเขา ร้อยเรียงเป็นเส้นยาวที่จะเปลี่ยนเป็นแส้สีดำในมือสน รถเทียมม้าคันหนึ่งกำลังแล่นใกล้เข้ามา เขาตวัดแส้ออกไป  

ขวับ! 

แส้สีดำผ่ากลางรถแยกออกจากกัน ตวัดรัดคอที่นั่งอยู่นั้นออกมาในพริบตา 

ชายร่างท้วมลอยกระเด็นออกจากห้องโดยสารหล่นลงกระแทกพื้นดิน ครั้นโงหัวขึ้นจากพื้นได้ สองตาของเขาก็แทบเหลือถลน ไม่คาดว่าจะเจออีกฝ่ายกลางถนนในค่ำคืนนี้ 

"นะ...นายท่าน" 

ร่างสูงกำยำเดินเข้าไปใกล้ โน้มศีรษะลงถามด้วยรอยยิ้มของปีศาจ 

"มึงยังกล้าเรียกกูเช่นนั้นรึ" 

"นะ...นาย..." 

สนบีบปากที่กำลังจะพ่นวาจาโง่งมออกมา แล้วกระซิบถามเสียงเย็น ดวงตาสีเลือดฉายประกายเข่นฆ่า กดเข่าลงกลางอกของอีกฝ่าย 

"หินก้อนนั้นอยู่ที่ใด!" 

To be continued... 

เจ้าผีเสื้อน้อยมันร้ายยย อิอิ ชอบไม่ชอบบอกล่วยน้า 

ป.ล. ตอนนี้ต้นฉบับทำไปได้ 60% เนอะ ยังมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาและรายละเอียดเรื่อยๆ เนอะจ้า สำหรับตอนที่ลงสดอาจจะมีงงๆ หน่อย 

ป.ล. ฝากเรื่องใหม่ที่เพิ่งเปิดด้วยจ้า เร่ื่อง ลักเสน่หา = แนวความรักลับๆ สาวน้อยและคุณอาข้างบ้านว่าซั่น 

 

 

 

ความคิดเห็น