ด้วยเหตุขัดข้องหลายประการ เลื่อนคิวไปปลายปี2562 นะคะ

ชื่อตอน : 3 รู้ความจริง

คำค้น : น้ำมนต์, วิลลี่, เจ้าชายหมาป่า,แฟนตาซี,วาย,ยาโออิ,Y

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 23 มี.ค. 2561 13:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 รู้ความจริง
แบบอักษร

สิมนต์

ผมนอนกำลังสบายเลยครับ กอดตุ๊กตาหมีขนนุ่มๆ เอ๊ะ!ตุ๊กตาหมีขนนุ่ม ผมไม่มีตุ๊กตาซักหน่อย ผมเด้งตัวขึ้นจากที่นอนด้วยความรวดเร็ว มองสิ่งที่เมื่อสักครู่ผมกอดมันอยู่ หมายักษ์สีขาว!

ผมนึกขึ้นได้ ว่าเมื่อคืนเก็บหมาได้จากหน้าบ้าน มันตามผมเข้ามานอนให้ห้องแต่ผมไม่ได้ให้มันมานอนบนเตียงซักหน่อย บังอาจมากวิลลี่ สงสัยเจ้าของคงเลี้ยงมาแบบนี้สินะ

ผมลุกขึ้นยืน ถ้ามันไม่ตื่นก็จะทิ้งไว้แบบนี้แหละ

"วิลลี่ วิลลี่"

หมายักษ์ยังนิ่ง ทิ้งไว้บ้านนี่แหละ ออกไปซื้อของกินดีกว่า ผมไปเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้น รวบผมหางม้าง่ายๆ แล้วเปิดประตูออกจากห้องนอนเจ้าวิลลี่วิ่งมาอยู่ตรงขาผมแล้ว หมานี่ไวแฮะ

"เกือบโดนทิ้งแล้วนะแก" ผมเอาเท้าเขี่ยมันเบาๆ วิลลี่วิ่งตามผมลงมาชั้นล่างผมเปิดประตูให้มันออกไปข้างนอก เผื่อมันอยากจะอึหรือฉี่

ผมล็อคประตูบ้านแล้วเข็นจักรยานมาหน้าบ้าน ตั้งใจจะปั่นจักรยานไปหาของกินที่ปากซอย ทิ้งวิลลี่ไว้ที่สวนในบ้านนี่แหละ ผมไม่มีสายจูงไม่ควรเอามันไปด้วย ถ้าเตลิดไปล่ะก็แย่เลย

ผมเปิดประตูรั้วเข็นจักรยานออกไปด้านนอก เหมือนวิลลี่จะรู้สึกตัวมันวิ่งพุ่งเข้ามาหาผมแต่ก็ไม่ทัน ผมล็อคประตูจากด้านนอกเสียก่อน มันตะกุยตะกายรั้วแล้วร้องเสียงดัง

"แกรออยู่ที่บ้านนี่แหละ เดี๋ยวฉันก็กลับ"

มันก็ยังไม่ยอมเอาแต่แหกปาก ผมก็เกรงว่าเพื่อนบ้านจะว่าเอาเลยปั่นจักรยานหนีมันออกมา

ผมขี่จักรยานเรื่อยๆมาถึงปากซอยระหว่างทางก็มองสอดส่ายสายตาตามบ้านเพื่อนบ้านไปด้วยแต่ก็คิดว่าวิลลี่คงหลงมาไกลกว่านั้น เพราะว่าถ้าเป็นหมาในซอยผมน่าจะคุ้นบ้าง ตัวใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่ผมจะไม่เคยเห็น ไปถึงตลาดผมได้ของกินสำหรับตัวเอง 2 มื้อเช้าและเที่ยงคงไม่ออกไปไหนแล้วครับแต่วิลลี่จะให้มันกินอะไรดีร้านอาหารสัตว์ก็ยังไม่เปิด ซื้อข้าวหมูทอดให้มันก็แล้วกัน ผมซื้อข้าวหมูทอด 4 กล่องให้วิลลี่ได้ขนมให้ตัวเองอีกนิดหน่อยแล้วปั่นจักรยานกลับบ้านมาถึงหน้าบ้านวิลลี่นอนหมอบอยู่กับรั้วไม่ยอมย้ายไปไหน พอเห็นว่าผมกลับมามันลุกขึ้นแกว่งหางด้วยความดีใจจนผมกลัวว่าห่างมันจะหลุดออกมา

ผมเรียกมัน "วิลลี่ฉันกลับมาแล้ว"

โฮ่งๆ โฮ่งๆ ผมยิ้มกับมัน ติดคนมากกว่าที่คิดนะ แต่ก็น่ารักดี

ผมไล่วิลลี่ให้ไปพ้นจากหน้าประตูแล้วรีบเข็นจักรยานเข้ามา กลัวมันจะวิ่งแทรกหลุดออกไปอีกคงจะตามจับไม่ไหว

" เข้าบ้านกันเถอะฉันซื้อข้าวมาให้นายด้วย จะได้กินข้าวเช้ากัน" ผมพูดกับมัน

วิลลี่เดินตามผมมา เหมือนฟังรู้เรื่องเลยครับหรือจริงๆอาจจะแค่ได้กลิ่นหมูทอดก็ได้

ผมไขกุญแจเข้าบ้านกำลังจะเข้าบ้านนึกขึ้นได้ก็หันมาบอกมัน

"วิลลี่ก่อนเข้าบ้านนายต้องเช็ดเท้าด้วยนะ ทำอย่างนี้เข้าใจไหม"

ผมเช็ดเท้าให้มันดูมันก็ทำตามครับเอาขาหน้า ขยี้แรงแรงๆที่ผ้าเช็ดเท้าทำ 2 เท้าหน้าก่อนหลังจากนั้นก็ทำสองเท้าหลัง ผมทึ่งหมานี่ มันฉลาดจริงๆด้วยเจ้าของเลี้ยงมายังไงกันนะ

ผมแกะข้าวใส่ชามให้มันก่อน เอาข้าวกับหมูคลุกด้วยกันราดน้ำจิ้มให้ด้วย ทำให้เหมือนคนกินเลยครับ แล้วก็ขำตัวเองอยู่คนเดียวนี่ถ้าอาจารย์รู้ว่าผมเอาอาหารคนให้หมากินคงปรับให้ผมสอบตกอีกรอบเป็นแน่

ผมหยิบกะละมังใบย่อมอีกใบ ใส่น้ำสะอาดตั้งไว้ให้ในครัว

"วิลลี่ นี่น้ำของนายถ้าหิวน้ำก็มาเดินตรงนี้นะ" มันเห่าโฮ่งทีนึงแล้วกินข้าวต่อ ผมดูมันกินแป๊บเดียวก็หมด

วิลลี่เงยหน้ามองผม เอาขาหน้าแตะชามข้าว แล้วเงยหน้ามองผม

"อยากกินอีกเหรอวิลลี่" ผมแกล้งถามมัน

โฮ่ง โฮ่งๆ วิลลี่เห่าตอบ

ผมซื้อมาให้มันสองกล่องอยู่แล้ว จึงแกะข้าวคลุกให้มันอีกกล่อง แล้วหันมาจัดการอาการของตัวเองบ้าง

ผมใช้เวลาไม่นานก็อิ่ม วิลลี่กำลังดื่มน้ำในชามของมัน

"วิลลี่นายไปนอนรอในห้องก็ได้นะ"ผมบอกมัน มันกระดิกหางให้ผมแล้วเดินออกไป

ผมส่ายหน้ากับตัวเองมันคงฟังไม่เข้าใจใช่ไหม นี่แค่บังเอิญ

ผมล้างจานข้าวของตัวเองและของมันเดินออกมาเห็นวิลลี่นอนอยู่บนผ้าที่ผมปูให้ในห้องนั่งเล่น

"ฉันว่าเรามาทำแผลกันอีกรอบดีกว่า"  ผมหยิบกล่องพยาบาลมาวิลลี่นอนนิ่งให้ผมดูแผลแต่โดยดี

ผมเห็นแผลเริ่มจะสมานตัวขึ้นมาแล้วก็ได้แต่ทำความสะอาดปากแผลและใส่ยาซ้ำผมตบหัวเบาๆมัน 2ที

"นอนเล่นอยู่ตรงนี้แล้วกันฉันจะทำงานบ้านก่อน"

โฮ่ง วิลลี่เห่าตอบ

ผมเก็บเสื้อผ้าไปปั่นในเครื่องซักผ้า แล้วรดน้ำต้นไม้จากนั้นก็มาตากผ้าและเริ่มลงมือทำความสะอาดบ้านต่อ วิลลี่นอนมองผมยังสนใจยังดีที่มันเป็นหมาโตแล้วไม่มาวิ่งเล่นในสวนไม่งั้นบ้านคงเลอะมากและลงเอยให้ผมเตะมันออกมาอยู่ในสวน

ผมทำทุกอย่างเสร็จดูนาฬิกาพบว่าเกือบบ่ายโมงแล้ว มิน่าล่ะถึงรู้สึกหิว

"วิลลี่นายหิวหรือเปล่า"

โฮ่ง มันเห่ารับ ที่จริงไม่ต้องถามก็ได้ครับ ท่าทางวิลลี่จะกินเก่งเลยละ

ผมจัดการอาหารให้วิลลี่ แล้วลงมือกินของตัวเอง จากนั้นทิ้งวิลลี่ไว้แล้วขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาเห็นมันนอนมองทีวีที่ผมเปิดทิ้งไว้ ผมจำไม่ได้แล้วว่ามีผลวิจัยหรือเปล่าว่าหมาดูทีวีรู้เรื่อง แต่ผมเห็นมันดูเหมือนมันเข้าใจเลยครับ เมื่อเรื่องส่วนตัวเสร็จแล้วที่นี้ก็ต้องเป็นเรื่องของวิลลี่แล้วล่ะ

ผมนึกขึ้นมาได้ก็เลยเดินย้อนขึ้นห้องไปหยิบมือถือลงมา

"วิลลี่ขอฉันถ่ายรูปแกหน่อยสิ"มันหันมามอง ผมก็กดถ่ายเลยครับหน้าตาตลกเชียว ผมคิดแฟลชคงเข้าตามัน ปกติตาหมาจะไวต่อแสงคงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่

"วิลลี่ฉันขออีกรอบนึงนะ"คราวนี้ปิดแฟลชเรียบร้อยครับ แต่ผมก็ไปนั่งกอดมัน

"ถ่ายรูปคู่กันบ้างเถอะ" คิดแล้วก็สงสารตัวเองเกิดมา 25 ปีนี่ผมต้องมาเซลฟี่กับหมาหรือนี่

ผมเช็ครูปในมือถือแล้วถ่ายใหม่จนผมพอใจผมก็ยื่นมือถือให้มันดู

"วิลลี่ ดูสินี่รูปของฉันกับนายไง"

ผมยื่นมือถือให้มันดู วิลลี่เอียงคอดูด้วยความแปลกใจ คงงงสินะ

"นี่ตัวแกไง นี่ก็ฉัน อ้อ ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวกับแกนี่นา"

ผมจับหน้าวิลลี่ให้มันหันมามองผม

"ฉันชื่อสิมนต์ เรียกว่าน้ำมนต์ก็ได้" ผมชี้ตัวเองแล้วพูดซ้ำ "น้ำมนต์ พูดสิวิลลี่"

"น้ำมนต์" เสียงผู้ชายทุ้มนุ่มดังขึ้น ผมเงยหน้ามองทีวี กำลังมีรายการชีวิตจระเข้ เสียงผู้ชายมาจากไหน ผมคงหูฝาดไปเอง

"น้ำมนต์" ชัดเลยครับ หูผมไม่ได้ฝาด

"พุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่าได้มาหลอกมาหลอนกันเลย พรุ่งนี้ผมจะไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้" ผมหลับตากอดวิลลี่ไว้แน่น มันเลียหน้าผม

"นี่มันใช่เวลาเลียหน้าหรือเปล่า" ผมผลักวิลลี่ออกจากตัว

"น้ำมนต์ ไม่มีผีที่ไหนหลอกเจ้าหรอกนะ" ผู้ชายที่ไหนพูดกับผม เสียงออกมาจากวิลลี่จริงๆเหรอ

"วิลลี่ แกโดนผีสิง" ผมเขย่าตัวมัน เหมือนเขย่าแล้วผีจะออก

เสียงหัวเราะทุ้มๆของผู้ชายดังขึ้น

"วิลลี่ไม่ได้โดนผีสิงนะน้ำมนต์ ข้าคือวิลลี่" ผีหมาพูด

ผมผลักมันแล้วถอยหนีไปนั่งบนเก้าอี้อีกตัว

"แกเป็นหมาผี" ผมชี้หน้ามัน ได้ยินเสียงวิลลี่ถอนหายใจ หมาถอนหายใจได้ด้วยเหรอ

"ขอโทษนะน้ำมนต์" หมาผีพูดจบผมก็รู้สึกว่าร่างกายโดนตรึงกับเก้าอี้ ผมดิ้นรนอย่างหนักแต่ขยับได้เพียงปลายนิ้ว

"อย่าดิ้นรนไปเลยน้ำมนต์ ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก ข้าแค่อยากให้เจ้าฟังข้าเท่านั้น" หมาผีพูด

"งั้นก็รีบพูดมา พูดจบแล้วก็ไปผุดไปเกิดซะนะ" ผมรีบบอกมัน

"ข้าบอกว่าข้าไม่ใช่ผี" หมาผีถอนหายใจ

"เอาละ ข้าจะถ่ายความทรงจำของข้าให้เจ้า เจ้าจะได้เข้าใจข้าซะที"

เจ้าหมาผีเอาขาหน้าแตะหัวผม แล้วผมก็เห็นภาพต่างๆในหัวเต็มไปหมดเหมือนดูภาพยนตร์ ผู้ชายในนั้นหน้าดูคุ้นๆ ผมดูไปซักพักจึงรู้ว่าเป็นเจ้าชายที่ผมเจอในฝันเมื่อคืน ผมเห็นว่ามีผู้หญิงมากมายที่ยอมพลีกายให้เจ้าชาย แถมไอ้หมอนี่ไม่เคยปฏิเสธใครเลย ไอ้หมาเจ้าชู้ ผมดูมาถึงช่วงสุดท้ายที่หมาผี เอ๊ย เจ้าชายหลุดมาที่โลกนี้จนเจอผมรวมถึงรักแรกพบด้วย ผมหน้าแดงด้วยความอาย ผมไม่ใช่ผู้หญิงซักหน่อย ถึงจะหน้าตาเหมือนไปหน่อยก็เถอะ

เจ้าหมาเอาขาหน้าออกจากหัวผมแล้วเลียหน้า ผมเพิ่งรู้สึกตัวว่าขยับตัวได้แล้ว

"ฉันจะรู้ได้ไงว่าที่ฉันเห็นเป็นเรื่องจริง" ผมถามหมาผี นอกจากที่มันพูดคุยกับผมได้ก็ไม่มีอะไรแปลกไป ผมเลยหายตกใจไปเยอะ

"ขอให้เจ้ารออีกสองสามวัน จนข้าสะสมกำลังพอที่จะสามารถกลับร่างมนุษย์ได้ เจ้าก็จะเห็นเอง"

"ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ต้องตามหาเจ้าของนายแล้วสิ" ผมถาม

"เจ้าไง ข้าให้เจ้าเป็นเจ้าของข้า" หมาผีพูด ทำไมผมรู้สึกหน้าร้อนๆล่ะ

"แล้วทำอย่างไรนายถึงจะกลับเป็นคนได้ล่ะ" ผมว่าผมเปลี่ยนเรื่องดีกว่า

"ไม่ต้องทำอะไร ปกติข้าอยู่ในร่างคนอยู่แล้ว พอข้าหายดีก็จะกลับเป็นมนุษย์เอง" วิลลี่พูด

"แล้วนายจะทำอย่างไรต่อหลังจากนั้น"

"ก็คงต้องหาทางติดต่ออาจารย์ แต่ข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร คงต้องขออาศัยเจ้าไปเรื่อยๆก่อนรอท่านอาจารย์ติดต่อมา ข้าจะได้หาทางกลับบ้าน" วิลลี่พูด

"เอาเถอะอยู่ด้วยกันก็ได้ แต่เราต้องมาตกลงกันก่อน" ผมบอก

"ข้ายินดีทำทุกอย่างที่เจ้าต้องการ" วิลลี่ตอบ ยังไงก็ต้องตามใจผมอยู่แล้วสิ

"ห้ามพาผู้หญิงเข้าบ้านเด็ดขาด" ผมพูดจบวิลลี่ทำตาพราว

"เจ้าหึงหวงข้าหรือ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก จากนี้ข้าจะมีเจ้าเพียงคนเดียว" ถ้าหมาจะยิ้มได้นะ ทำไมผมถึงรู้สึกว่ามันกำลังยิ้มล่ะ

"ไม่ได้หึง แต่ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมาวุ่นวายในบ้าน" ผมแหวใส่

"ข้ามองแต่เจ้าเท่านั้น" วิลลี่พูด ให้ตายเหอะผมเขินกับคำพูดของหมาได้อย่างไร

"ต้องช่วยกันรักษาความสะอาด แค่นี้แหละ" ผมนึกไม่ออกแล้วครับ

"แต่ก่อนอื่นฉันจะสอนเรื่องการ ใช้ห้องน้ำให้นายก่อนแล้วกัน"

ผมสอนให้วิลลี่ใช้ชักโครก กับฝักบัว ยังไงก็เป็นถึงเจ้าชาย จะปล่อยให้ไปอึตามพุ่มไม้หน้าบ้านก็กระไรอยู่

"ถึงไม่มีเวทมนตร์ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกนะ" วิลลี่พูดทึ่งๆ

"เพราะคนเราต่างต้องการความสะดวกสบายให้กับชีวิตไง ถึงมีการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา" ผมพูดเรื่อยๆ

"บ้านเมืองของเจ้าคงเจริญมากสินะ" วิลลี่ถาม

"ก็ไม่เชิง บางทีก็มีคนบอกว่าความเจริญนั้นสวนทางกับจิตใจ" ผมบอก

"ทุกที่ย่อมมีทั้งคนดีและคนเลวปะปนกัน เจ้าอย่าได้คิดมากไปเลย" โดนหมาปลอบครับ

"ช่างเหอะ ว่าแต่วันนี้นายอยากกินอะไรล่ะ"

"เจ้าจะทำอาหารให้ข้ากินงั้นหรือ" ดูหมาทำหน้าดีใจได้ที่นี่ครับ

"ฉันทำไม่เป็นหรอก แต่จะซื้อมาให้ เดี๋ยวฉันว่าจะออกไปห้างซักหน่อย"

"ห้างคืออะไรหรือ" หมางงครับ

"ห้างคือร้านค้าขนาดใหญ่ มีสินค้าหลายประเภทอยู่รวมกัน คนซื้อก็สะดวกเพราะไปที่เดียวได้ของครบ" ผมอธิบาย

"ข้าไปด้วยนะ ข้าอยากเห็น" คราวนี้หมาอ้อนครับ

"ห้างห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าไปนะ ถ้านายไปด้วยนายก็ต้องรอบนรถห้ามงอแง" ผมบอก

"รถคืออะไร" หมางง

"ช่างเถอะ เอาเป็นว่าถ้านายจะไปด้วย นายต้องทำตามที่ฉันบอกทุกอย่าง โอป่ะ" ผมขี้เกียจอธิบาย พาไปเห็นของจริงเลยน่าจะดีกว่า

"อะไรคือโอป่ะ" หมาถาม ผมเริ่มจะทึ้งผมตัวเองครับ

"คือนายต้องทำตามที่ฉันบอกเท่านั้น" ผมตัดบท

"ก็ได้" วิลลี่แกว่งหางดีใจ ดูยังไงก็หมา ผมจะรอดูตอนเป็นเจ้าชายละกัน

ผมขึ้นไปหยิบกระเป๋าสตางค์ แค่ไปห้างใกล้ๆ ไม่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ได้

ผมล็อกบ้านแล้วเดินไปเปิดประตูรั้ว วิลลี่ตามติดผม หางชี้ขึ้นฟ้า นี่คือดีใจใช่ไหม ผมเดินกลับไปที่รถ

"วิลลี่ ขึ้นรถสิ" ผมเปิดประตูหน้าให้มันขึ้นมานั่งคู่ มองดูเบาะรถยนต์ หวังว่าขนหมาคงไม่ร่วงนะ แล้วคาดเข็มขัดนิรภัยให้หมา ปลอดภัยไว้ก่อนครับ

"นี่คือรถโยนที่เจ้าพูดถึงหรือ" หมาถาม

"รถยนต์ต่างหาก" ผมแก้

"รถยนต์" วิลลี่ทวนคำ

"ใช่ รถยนต์ เราใช้เป็นพาหนะสำหรับเดินทาง" เหมือนมีลูกเหมือนกันแฮะ

"แล้วเจ้าไม่ใช้ม้ากันหรือ" หมาถามต่อ ผมถอยรถออกจากบ้านแล้วลงไปปิดประตูรั้วอีกรอบ ติดรีโมตดีไหมเนี่ย

ผมกลับมาขึ้นรถขับออกมาแล้วตอบคำถามที่ค้างอยู่

" รถยนต์เร็วกว่าม้ามากเลยนะ" ผมบอก

วิลลี่มองดูข้างทางอย่างสนใจ หันมองทางโน้นทีทางนี้

"น้ำมนต์ ข้าเวียนหัว" หมาบ่น

ผมว่าแล้ว เหลียวหน้าเหลียวหลังแบบนั้น พอดีรถติดไฟแดง ผมเลยค้นในรถเจอลูกอมมิ้นท์ เอาให้อมแล้วกันเผื่อจะดีขึ้น

"วิลลี่อ้าปากสิ" หมาเชื่องครับ บอกปุ๊บอ้าปั๊บ ผมป้อนลูกอมให้มัน

"อมไว้แล้วหลับตาซะ" ผมสั่ง ไฟเขียวแล้วผมเคลื่อนรถออก ชำเลืองมองเห็นวิลลี่นั่งหลับตาตามที่บอก เลยขับรถไปเงียบๆจนถึงห้าง

ผมหาที่จอดรถได้ในที่สุด ชั้นบนสุด ริมสุด ไกลสุดๆ

"วิลลี่ นายรอในรถนะ" ผมเปิดแอร์ทิ้งไว้ เลื่อนกระจกลงนิดนึง แล้วกดรีโมตล็อคประตู ไม่ฟังอะไรที่วิลลี่จะพูดอีกรีบๆไปซื้อของดีกว่า จะได้รีบกลับ ทิ้งวิลลี่ไว้ในรถนานๆก็น่าเป็นห่วง

ผมไปลากรถเข็นมา เดินทีละแถว เห็นอะไรที่คิดว่าต้องใช้ก็โยนใส่รถเข็นมา จากนั้นก็ไปวนแถวอาหาร ผมทำอะไรไม่เป็นหรอกครับนอกจากทอดไข่ งั้นซื้อไข่กับบะหมี่ซอง บะหมี่ถ้วยสารพัดรส แล้วก็อาหารแช่แข็งแล้วกัน เอาไว้อุ่นให้วิลลี่กิน เพราะส่วนใหญ่ผมกินที่โรงพยาบาล  ซื้อนมติดไปด้วยก็ดี ผมหยิบทุกอย่างใส่รถเข็นแล้วเดินไปจ่ายเงิน เข็นรถออกมาจากโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตก็เจอโซนอาหารเทคโฮม ผมซื้อผัดไทยกับหอยทอดไปกินเย็นนี้ ได้ขนมปังกับเค้กแล้วก็ขนมไทยหลายอย่าง ของพรุ่งนี้ออกไปซื้อหน้าปากซอยเอาแล้วกัน

ผมรีบเข็นรถกลับมายังรถยนต์ที่จอดอยู่ รู้สึกเป็นกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แต่พอมาถึงรถเห็นวิลลี่นั่งอยู่ดีก็โอเค

"นายรอก่อนนะ ฉันเอาของเก็บหลังรถก่อน" ผมบอกมันแล้วเรียงของใส่ท้ายรถ แยกของร้อนที่ซื้อมาไว้ที่เบาะหลัง

"กลิ่นอะไร หอมมากเลย" วิลลี่พูดเมื่อผมขับรถออกจากห้าง

"อาหารเย็นของฉันกับนายเย็นนี้ไง" ผมบอก แล้วเอื้อมมือไปเปิดเพลงฟังหน่อยดีกว่า

"แม่มด"  วิลลี่พูดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงนักร้องหญิงร้องเพลงโหยหวน

"สมัยนี้เขานิยมแบบนี้" ผมหัวเราะแล้วเปลี่ยนคลื่นวิทยุไล่ไปเรื่อยๆจนเจอช่องเพลงภาษาอังกฤษ เห็นวิลลี่เงี่ยหูฟังเลยหยุดฟังกันที่ช่องนี้

"นายฟังออกด้วยเหรอ" ผมถาม

"มีบางส่วนคล้ายภาษาของแคว้นซอมเบอร์ แต่ข้าก็ไม่เคยได้ยินดนตรีแบบนี้จากแคว้นนั้น" วิลลี่บอก

"แคว้นที่นายบอกว่าร่วมมือกับกบฏมาโจมตีนายใช่ไหม" ผมถามเพื่อความแน่ใจ

"ใช่" วิลลี่ตอบสั้นๆแล้วเงียบไป

"นายก็อย่ากังวลเลย ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ก็ตั้งใจรักษาตัวให้หายจะดีกว่า" ผมพยายามปลอบใจ

"ก็คงจะต้องทำอย่างที่เจ้าว่า แต่ข้าก็อดเป็นห่วงท่านพ่อกับท่านแม่มิได้" หมาหงอยแล้วครับ

"ฉันว่าอย่างน้อย พ่อแม่นายคงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตหรอก ถ้าฝ่ายนั้นอยากจะฆ่า คงวางยาพิษให้ตายไปตั้งแต่แรกแล้ว จะวางยาให้หลับยาวแบบนี้ทำไม" ผมพูดตามที่คิด

"นั่นสิ ทำไมมันถึงไม่ฆ่าท่านพ่อ ทั้งที่รู้ว่าถ้าท่านพ่อฟื้นก็ไม่มีใครสู้ท่านได้ ถ้าข้ารู้ว่าเพราะเหตุใด ข้าอาจจะช่วยท่านพ่อท่านแม่ได้" วิลลี่พูดท่าทางดีขึ้น

"เพราะฉะนั้นนายต้องรักษาตัวให้ดีจะได้ไปช่วยพวกท่านได้รู้ไหม"

"ขอบใจเจ้ามาก ตอนนี้ข้าจะทำตามที่เจ้าบอก" วิลลี่พูด ท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น

ผมขับรถมาถึงบ้าน เอาของเก็บเข้าที่

"วิลลี่ นายจะอาบน้ำก่อนหรือกินข้าวก่อน" ผมถาม

"ไม่อาบได้ไหม" หมาต่อรอง

"ได้ แต่นายห้ามเข้าห้องนอนฉัน" ผมบอก

วิลลี่เดินเข้าห้องน้ำไปเลยครับ แต่อย่าคิดว่ามันอาบน้ำเองได้นะครับ ก็ยังเป็นผมต้องตามเข้าไปอาบให้อยู่ดี

หลังจากผ่านการอาบน้ำอันเหน็ดเหนื่อยของผมคนเดียว เพราะอย่างที่รู้ กว่าจะเป่าขนมันแห้ง ท้องผมก็ร้องโหยหวนด้วยความหิว

"ข้าได้ยินเสียงท้องเจ้าร้อง" วิลลี่ทัก

"ใช่ เพราะฉันหิวมาก นายรอฉันแป๊บนึงแล้วกัน ฉันขอไปอาบน้ำบ้าง แล้วเราค่อยกินข้าวกัน" ผมบอก แล้วไปวิ่งผ่านน้ำออกมาก็เห็นวิลลี่นั่งดูทีวีอยู่

"หลังจากกินข้าวเสร็จฉันจะตอบคำถามนาย" ผมยกมือห้าม เมื่อเห็นวิลลี่ทำท่าจะถาม ไม่งั้นผมจะลองย่างหมากินบ้างละ

ผมแกะผัดไทยใส่ชามของวิลลี่สองห่อคลุกผักให้ด้วยกับหอยทอดห่อนึงอีกชามนึง แล้วก็มากินของตัวเองบ้าง

"อร่อยไหม" ผมถามหลังจากบรรจุทุกอย่างลงกระเพาะเรียบร้อยแล้ว

"อร่อยดีแต่ข้าชอบที่เจ้าเอาให้ข้ากินเมื่อวานมากกว่า" วิลลี่บอก แต่ก็กินหมดนะครับ

"เมื่อวาน หมูหยองน่ะเหรอ" ผมย้อนถาม

"สิ่งนั้นเรียกว่าหมูหยองหรือ ข้าชอบทุกอย่างที่เจ้าทำให้" ผมโดนหมาเกี้ยวใช่ไหมครับ

"มาทำแผลก่อนดีกว่า" รีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่ตัวเองจะขายหน้า

วิลลี่เดินมานอนกลางห้องนั่งเล่น ผมดูแผลมัน เห็นว่าบาดแผลสมานตัวกันเกือบสนิทแล้ว ขนที่ผมโกนไปเมื่อวานก็เริ่มขึ้นแล้วด้วย

"วิลลี่ แผลนายหายแล้วนี่" ผมอุทานด้วยความแปลกใจ

"หือ" ขนาดเจ้าตัวเองยังแปลกใจเลยครับ

"ปกติแผลนายหายเร็วแบบนี้หรือเปล่า" ผมถาม

"ไม่เร็วขนาดนี้นะ" วิลลี่เองก็งง

"ช่างเถอะ ฉันสอนการใช้ชีวิตในโลกนี้ให้นายดีกว่า เริ่มที่ทีวีก่อนเลย" ผมร่ายยาวให้วิลลี่ฟังครับ จนผมเริ่มง่วง จึงพอแค่นั้นก่อน แล้วขึ้นห้องนอน มีวิลลี่ตามติดขึ้นมา ซึ่งผมไม่ได้สนใจว่ามันจะนอนตรงไหน ยังไงก็คงแอบขึ้นมานอนบนเตียงอยู่ดี เฮ้อ...

ความคิดเห็น