ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4. คนเดิม -1

ชื่อตอน : บทที่ 4. คนเดิม -1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 449

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 14:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4. คนเดิม -1
แบบอักษร

“ห้ามขาดการติดต่อกับพวกเรานะโย” นลินบอกย้ำกับเพื่อนสนิท จารุภาเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับนลินทันที

“ยกเว้นตอนยุ่ง ๆ นะ” โยษิตาตอบเพื่อนริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างหยอกเย้า

“รู้น่า...ห้ามหาย กรุ๊ปไลน์ห้ามออกอีกนะ” คนฟังตวัดสายตาส่งค้อน

“จ้า รอบนี้ไม่หายแน่นอน สัญญา”

โยษิตามองเวลาแล้วหันไปทางคนสูงวัยทั้งสองที่ยืนมองลูกสาวคุยกับเพื่อนอยู่เงียบ ๆ

“โยไปแล้วนะคะคุณพ่อคุณแม่”

“เดินทางปลอดภัยนะลูกนะ” โยธินกอดลูกสาวเต็มอ้อมแขนมือข้างหนึ่งตบไปยังแผ่นหลังของลูกสาวแผ่วเบา

“รีบเรียนแล้วรีบกลับนะลูก” มัลลิกาน้ำตาคลอกอดลูกสาวที่เข้ามาหอมแก้มนางดังที่เคยทำ “แล้วก็ดูแลตัวเองดี ๆ ล่ะ”

“ไม่เอาไม่ร้องสิคะแม่ โยจะโทรหาแม่บ่อย ๆ นะคะ” โยษิตายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เริ่มคลอของมารดา คนที่ไม่อยากให้เธอไปเรียนไกลแต่ก็ขัดความตั้งใจของลูกสาวไม่ได้ “ปีเดียว แป๊บเดียวโยก็กลับมาแล้วค่ะ”

“อื่อ..แม่จะดูเรื่องที่ดินที่โยจะเปิดร้านรอนะ”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวโยจะส่งรายการของที่อยากได้ให้แม่ไปซื้อรอนะคะ จะได้ไม่เหงา” โยษิตาส่งยิ้มให้มารดาและหันไปยิ้มให้บิดาอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับมาฟังคำพูดเตือนให้ดูแลตัวเอง เรื่องอาหารการกินต่าง ๆ จากคนที่รักเธอมากตรงหน้าอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม

เมื่อถึงเวลาต้องเข้าไปด้านใน โยษิตาจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปช้า ๆ โบกมือลาและส่งยิ้มกว้างให้กับทั้งสี่คนที่มาส่งเธอในวันนี้ แต่พอเข้ามาอยู่ด้านในเพียงลำพังรอยยิ้มที่มีก็เลือนหายไป

โยษิตาหยุดเดินก้มมองหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินที่อยู่ในมือก่อนถอนหายใจออกแผ่วเบา สูดลมหายใจลึกก่อนสองเท้าก้าวอย่างมั่นคงตรงไปข้างหน้า

นลินกับจารุภาที่ลาและแยกกับบิดามารดาของโยษิตาก็พากันเดินเรื่อย ๆ เพื่อไปยังลานจอดรถ

“ลิน เดี๋ยวเราแวะไปกินอาหารญี่ปุ่นร้านAAAปะ ทางผ่านพอดีเลย”

“เอาสิ ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกันนะ”

นลินพยักหน้าเห็นด้วยกับจารุภาก่อนจะชะงักฝีเท้าเมื่อมองเห็นคนที่ยืนอยู่ จารุภามองตามสายตาเพื่อนก่อนจะเรียกทัก นลินได้แต่ถอนหายใจเมื่อเอ่ยห้ามเพื่อนไว้ไม่ทัน

“กันต์!!”

“อ้าว..จ๋า ลิน มาทำอะไรอ่ะ” กันต์เบนสายตามามองตามเสียงเรียก

“อ๋อ..คือ..”

“แล้วกันต์มาทำอะไร หรือจะไปไหนเหรอ” นลินพูดแทรกขึ้นมาเมื่อเห็นว่าจารุภากำลังจะตอบก่อนจะยื่นมือไปบีบต้นแขนส่งสันญาณให้จารุภาหยุดพูดก่อน

“ไม่ได้ไปไหน พึ่งกลับมาจากไปดูงานที่ญี่ปุ่นน่ะ”

“อ้อ...เริ่มช่วยงานที่บ้านแล้วเหรอ” นลินพยักหน้า เธอรู้มาบ้างว่าธุรกิจเกี่ยวกับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของครอบครัวของกันต์มีสาขาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย

“ก็เริ่ม ๆ มาดูแล้วล่ะ แล้วนี่ยังไง ยังไม่ตอบเลยว่ามาทำอะไร”

“อ้อ...พวกเรามาส่ง...”

“กันต์คะ”

เสียงเรียกที่ดังแทรกพร้อมกับผู้หญิงเจ้าของเสียงก็เดินเข้ามากอดแขนชายหนุ่มแสดงอย่างความเป็นเจ้าของเรียกสายตาของนลินและจารุภาให้หันไปมอง

นลินเม้มปากเล็กน้อยหันไปสบตากับจารุภาโดยไม่พูดอะไร

“คอยนานมั้ย วิวเสร็จแล้ว ไปกันเลยมั้ยคะ” คนชื่อวิวเอียงคอถามกันต์ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน แต่กลับมองนลินกับจารุภาด้วยสายตาไม่พอใจไล่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า จนคนถูกมองหน้าตึงขึ้นมาทันที จารุภายื่นมือมาจับแขนนลินเอาไว้เมื่อมองเห็นสายตาความไม่พอใจของเพื่อนสาวเกรงว่าจะมีเรื่องมีราวเกิดขึ้น

“...” กันต์เหลือบไปมองคนที่มาจับต้นแขนก่อนจะหันกลับไปสบตาที่แสดงถึงความไม่พอใจของสองสาวตรงหน้า

“รีบก็ไปเถอะกันต์” นลินบอกเพื่อนชายเสียงเรียบ ก่อนหันไปมองคนที่ยืนกอดต้นแขนกันต์ไว้ด้วยดวงตาวาวแสงเล็กน้อย “ส่วนเธอ ไม่ต้องแสดงท่าทีหวงผู้ชายขนาดนั้นก็ได้นะ เราสามคนเป็นเพื่อนกัน และไอ้สายตามองเหยียดคนที่ไม่รู้จักเนี่ยควรเลิกซะนะ ดูแล้วไม่แพงเลย”

คนที่นลินหันมาพูดด้วยตรง ๆ หน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินการแนะนำตัวที่บอกว่าเป็นเพื่อนจากสองสาวตรงหน้า แถมน้ำเสียงและสายตาพร้อมจะเอาเรื่องขนาดนั้นจึงเกิดความหวาดหวั่นในใจ

“ลิน ไปเหอะ พวกเราไปก่อนนะกันต์” จารุภาดึงแขนเพื่อนออกมา แต่เป็นนลินที่ขืนตัวเอาไว้ก่อน

“อ้อ..ที่แกถามว่าพวกเรามาทำอะไรที่นี่น่ะ...” นลินพูดพร้อมกับเว้นไปนิดหนึ่ง พอมองเห็นสายตาใคร่รู้ของเพื่อนชายเธอก็พูดต่อ “เรามาส่งโยไปเรียนเมืองนอก แต่..จริง ๆ ก็ไม่เกี่ยวกับแกแล้วเนอะ คิดเสียว่าลินบอกให้รู้เฉย ๆ ละกันนะ ไปล่ะ”

นลินมองเห็นดวงตาของกันต์ที่แสดงถึงความตกใจกับข่าวที่พึ่งได้ยินออกมา แม้จะเพียงแค่ชั่วครู่ก่อนจางหายไปแต่ก็สร้างความพอใจให้กับเธอพอสมควร ก่อนปรายตาไปมองผู้หญิงที่ยังเกาะแขนชายหนุ่มฟังเรื่องที่ตัวเองไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเงียบ ๆ มุมปากของนลินกดลงเป็นรอยยิ้มกึ่งเยาะแล้วก้าวเดินออกไปตามแรงฉุดของจารุภา

ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าจะไม่บอกเรื่องของโยษิตากับกันต์แล้วแท้ ๆ แต่ก็อดไม่ได้จริง ๆ

ส่วนกันต์ได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้นเกือบหนึ่งนาที มองตามหลังสองสาวไป คิดถึงเรื่องที่นลินพึ่งบอก

โยษิตาไปเรียนเมืองนอกแล้วอย่างนั้นเหรอ

ทั้งที่คิดว่ากลับมาแล้วเขาจะหาโอกาสไปพูดคุยกับโยษิตาอีกสักครั้งถึงความสัมพันธ์ที่พึ่งจบลงเพราะตัวเขา ยอมรับว่าช่วงแรกที่ห่างกันเขารู้สึกปลอดโปร่งพึงพอใจกับอิสระที่ได้คืนมา แต่พอต้องห่างกันไปนานวันเข้าเขากลับคิดถึงความห่วงใยและความเอาใจใส่ของโยษิตา และอยากได้เธอกลับมาเหมือนเดิม

“กันต์คะ เอ่อ..เราไปกันเลยมั้ย”

เสียงหวานที่ถามอยู่ไม่ห่างเรียกให้กันต์หันกลับมามอง ก่อนที่เขาจะปลดมือที่เกาะต้นแขนเขาออก

“ผมพึ่งนึกได้ว่ามีธุระด่วน คงไม่สะดวกไปส่งคุณแล้ว” กันต์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพอกับสายตาของเขา

“แต่ว่า..”

“อีกอย่างนะ ถึงผมจะแสดงความมีน้ำใจให้คุณ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้สิทธิ์คุณมาวุ่นวายกับผม” ความไม่พอใจเริ่มฉายออกทางแววตาคมเข้ม ยิ่งนึกถึงการกระทำที่แสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของทั้งที่พึ่งรู้จักกันยิ่งทำให้เขาไม่พอใจ

“วิว..ขอโทษค่ะ”

“ขอตัวนะครับ” กันต์พูดพร้อมกับเดินลิ่วตรงไปยังทางออกไปที่จอดรถโดยไม่รอฟังคำพูดใดอีก

หญิงสาวสวยที่จู่ ๆ ก็ถูกทิ้งไว้ลำพังกำมือตัวเองเอาไว้แน่นใบหน้างอง้ำก่นด่าตัวเองอยู่ในใจไม่น่ารีบร้อนหวงก้างจนทำให้เสียเรื่องเลย

ตั้งแต่ขึ้นเครื่อง ฯ มาพอเห็นว่ามีหนุ่มหล่อหน้าตาดีนั่งที่นั่งติดกันก็ทำให้เธอรู้สึกดีมาก กว่าจะหาทางพูดคุยสานสัมพันธ์และพอลงจากเครื่อง ฯมายังสามารถขอให้เขาไปส่งที่คอนโดได้แล้วแท้ ๆ ไม่น่าพลาดเลย

“บ้าจริง!!”

 

................................

จะไปง้อเค้าแต่ก็ยังจะ..

ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ

เรื่องนี้อาจจะมาช้าหน่อยนะคะ ขอไปเคลียร์ผลพวงปัญหาจากโควิดให้เข้าที่เข้าทางก่อนค่ะ T_T

 

ความคิดเห็น