การเขียนนิยายที่ออกมาจากหัวใจ จากสมอง จากสองมือของตัวเองนั้น เชื่อเถอะว่ามันเป็นความสุขและภาคภูมิใจอย่างที่สุด ฉะนั้นอย่าริดรอนความรู้สึกเหล่านั้นไปโดยการขโมยผลงานกันเลยนะคะ❤❤❤ พูดไม่รู้เรื่องแช่งนะ!

บทที่1 บ้านโอบรัก

ชื่อตอน : บทที่1 บ้านโอบรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2564 11:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 บ้านโอบรัก
แบบอักษร

 

“เกิดอะไรขึ้นไอ้หมอ พลอยไพลินเป็นอะไร?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเท้าเดินอาดๆ ไปหยุดอยู่ข้างเตียงเปลที่กำลังจะถูกย้ายขึ้นไปบนรถฉุกเฉินของโรงพยาบาล

หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงกำลังเพ่งสายตาเพื่อมองหน้าของชายหนุ่มเจ้าของเสียงนั้น เสียงทุ้มดุที่เธอได้ยินตั้งแต่วันแรกตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาที่นี่ จวบจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเฉกเช่นนั้นเสมอ ทว่าเมื่อครู่นั้นคล้ายว่าเธอจะเห็นแววตาที่เหมือนจะฉายถึงความห่วงใยที่เขามองมา ถ้าหากไม่เป็นการคิดเข้าข้างตัวเองแล้ว ก็คงจะเป็นเพราะตาของเธอมันพร่ามัวจนเห็นอะไรผิดเพี้ยนไปเสียหมด

“ว่าไงไอ้เรน!” เขาถามซ้ำอีกครั้งเมื่อนายแพทย์หนุ่มที่เป็นเพื่อนสนิทของเขายังไร้ซึ่งคำตอบ

“ภาวะครรภ์เป็นพิษ ตอนนี้ต้องรีบผ่าคลอดให้ไวที่สุด ไม่อย่างนั้นอาจจะต้องเสียทั้งแม่และลูก มึงจะไปด้วยกันไหมอเล็กซ์?”

“ยาอาการไม่ค่อยจะดี” ไม่มีคำว่า ไป หรือ ไม่ไป ออกมาจากปากของอเล็กซานเดอร์ หากแต่นั่นก็เป็นคำตอบที่พลอยไพลินทราบดีอยู่แก่ใจ แต่ไม่รู้ทำไม? ทำไมถึงไม่เลิกคาดหวังเสียที

“ถ้าอย่างนั้นกูจะส่งข่าวก็แล้วกัน ตอนนี้ต้องรีบไปแล้ว พลอยกำลังจะแย่” เรนเดลเอ่ยจบก็รีบพาคนป่วยขึ้นไปบนรถ ก่อนที่เขาจะตามไปนั่งอยู่เคียงข้างเธอ

“เดี๋ยวก่อน” อเล็กซานเดอร์จับบานประตูไว้ก่อนที่มันจะถูกปิดสนิท

“ว่าไง?”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น กูขอให้มึง…ช่วยลูกกูก่อน”

และคำที่อเล็กซานเดอร์เอ่ยออกมาก็เหมือนสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจของพลอยไพลิน แม้จะรู้ดีอยู่เต็มอกว่าในท้องของเธอคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา คือลูกที่เขาเฝ้ารอมาเนิ่นนาน เขาเลือกลูกแทนที่จะเป็นแม่อุ้มบุญอย่างเธอมันก็ถูกก็ควรแล้ว หากแต่ทำไมหัวใจของเธอมันถึงได้เจ็บปวดและทรมานเช่นนี้ มันเจ็บกว่าที่เคย เจ็บจนคล้ายว่าจะไม่อาจทนไหวได้อีกต่อไป

“แต่ทางการแพทย์จะต้องเลือกช่วยชีวิตแม่ก่อน ทำไมมึง…”

“ยาไม่มีเวลาแล้ว!” อเล็กซานเดอร์ตะเบ็งเสียงใส่ก่อนที่ผู้เป็นเพื่อนจะพูดจบ “กูกับยาต้องการลูก มึงจงช่วยลูกของกู” ประโยคที่เขาเอ่ยต่อมานั้นต่อให้กี่ร้อยพันคนที่ได้ฟังก็ต้องเข้าใจตรงกันว่ามันคือประโยคคำสั่ง หาใช่การร้องขอแต่อย่างใด

“เออ” เรนเดลพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนที่เขาจะจับมือเพื่อนออกจากบานประตูและจัดการปิดมัน

“ลาก่อนค่ะ” พลอยไพลินเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นได้เพียงแค่ในใจ พยายามฝืนลืมตาเพื่อมองใบหน้าของชายผู้ที่เธอไม่ควรจะ ‘รัก’ อีกครั้ง ก่อนที่บานประตูจะปิดสนิทลง ตอนนี้…คงถึงเวลาที่เธอคงจะต้องจากเขาไปตลอดกาล

 

สองปีก่อน

 

ตึก ๆ ๆ ๆ

“แม่ครูคะ! แม่ครู”

เสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่พากันวิ่งกรูขึ้นบันไดบ้านไม้หลังเก่าพร้อมกับเสียงใสที่ตะโกนออกมาดังผิดปกติ ทำให้กรองแก้วผู้เป็นแม่ครูของบ้านเด็กกำพร้า ‘โอบรัก’ ที่กำลังตระเตรียมอาหารมื้อเย็นอยู่ในครัวต้องชะโงกหน้าออกมาส่งเสียงเอ็ดเบาๆ

“เอ้าๆ แม่ครูสอนว่าไม่ให้วิ่งตึงตังกันไงหื้มเด็กๆ” กรองแก้วส่งเสียงปรามกลุ่มเด็กน้อยทั้งหญิงและชายที่มายืนเรียงรายกัน แต่แม้ถึงจะดุจะว่า หากแต่ก็อดที่จะเอ็นดูเจ้าตัวเล็กตัวน้อยที่ยืนกันตาแป๋วไม่ได้เช่นกัน

“ขอโทษค่ะแม่ครู แต่พวกหนูมีข่าวดีที่อยากจะมาบอกแม่ครูนะคะ” ก้านพลู สาวน้อยวัย 12 ปี ที่ตอนนี้เริ่มจะมีแววตั้งตัวเป็นพี่ใหญ่คอยคุมน้องๆ เอ่ยขึ้น

“ข่าวดีอะไรกันล่ะลูก” กรองแก้วเดินเข้ามาแล้วเอ่ยถามพร้อมกับยกยิ้มเอ็นดู

“นั่นสิข่าวดีอะไรเจ้าก้านพลู ส่งเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้าน นี่พี่เก็บพักอยู่ที่แปลงปลูกยังได้ยินเลย” เสียงของชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งพี่ใหญ่ของบ้านเด็กกำพร้าโอบรักเอ่ยขึ้นเมื่อเดินขึ้นบันไดมาจากด้านหลังบ้านพร้อมกับสองมือที่หอบตะกร้าผักสวนครัวที่เพิ่งเก็บมาจากแปลง

“ข่าวดีของพี่พลอยไงพี่โก” ก้านพลูตอบพร้อมกับชูกระดาษในมือแล้วโบกไปมา

“พี่สอนว่ายังไงหื้ม? พูดจากับผู้ใหญ่ต้องมีหางเสียงด้วยใช่ไหม” โกเมนเดินเข้าไปหาสาวน้อยช่างเจรจา ก่อนจะหยิบกระดาษมาถือเอาไว้เอง กระนั้นก็ยังไม่ทิ้งมาดคุณครูเช่นเคย

“ขอโทษค่ะพี่โก” ก้านพลูยกมือขึ้นไหว้

“แล้วตกลงนั่นกระดาษอะไรหรือโก ก้านพลูถึงได้บอกว่าเป็นข่าวดีของพลอย” กรองแก้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

“จดหมายตอบรับสมัครงาน ทางบริษัทฯ ขอแจ้งให้ทราบว่า นางสาวพลอยไพลิน…” โกเมนไล่สายตาไปตามแผ่นกระดาษเพื่ออ่านเนื้อหาในนั้น “พลอยได้งานแล้วครับแม่ครู นี่จดหมายตอบรับการสมัครงานของพลอยครับ” เมื่ออ่านถึงข้อความสำคัญก็เอ่ยออกมาด้วยความดีใจ ก่อนที่จะยื่นจดหมายส่งไปให้แก่กรองแก้วได้ดู

“จริงเหรอลูก” กรองแก้วเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น แล้วจึงอ่านเนื้อหาในจดหมายเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง

“ครับ” โกเมนพยักหน้ารับ ก่อนที่จะหันไปเอ่ยเสียงเข้มกับสาวน้อยก้านพลูต่อ “แล้วนี่เราไปเอาจดหมายมาได้ยังไงตัวดี แอบเอาของๆ คนอื่นมาแบบนี้มันไม่ดีเลยรู้หรือเปล่า”

“เปล่านะคะ ก้านพลูไม่ได้แอบเอามา” สาวน้อยรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

“แล้ว…”

“พลอยอนุญาตให้น้องหยิบมาเองค่ะพี่โก”

และก่อนที่คุณครูหนุ่มเจ้าระเบียบจะได้ทำการสั่งสอนแม่สาวน้อยจอมยุ่ง เสียงหวานของผู้เป็นเจ้าของจดหมายตัวจริงก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน

“พลอย” โกเมนหันไปตามเสียง ก่อนจะส่งยิ้มให้กับหญิงสาวผู้ที่เขารักดุจดั่งน้องสาวแท้ๆ

“พลอยได้งานแล้วนะคะพี่โก แม่ครู” พลอยไพลินเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน

“คนเก่งของแม่ครู แม่ครูภูมิใจในตัวหนูมากนะลูก และก็ดีใจกับหนูด้วยที่เรียนจบก็ได้งานทันทีเลย” กรองแก้วเอ่ยพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของพลอยไพลินด้วยความรักและความภาคภูมิใจ

“ขอบคุณค่ะแม่ครู”

“พี่ก็ดีใจด้วยนะพลอย”

“ขอบคุณค่ะพี่โก”

“รู้นะคะว่ากำลังดีใจกับพลอยกัน แต่จะมีใครสนใจจะมาช่วยเพชรถือข้าวของนี่บ้างไหมคะเนี่ย” เพชรน้ำงามที่เดินตามเข้ามาทีหลังเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเง้างอด โดยที่ตั้งใจส่งสายตาเง้างอนไปให้คุณครูหนุ่มผู้เป็นพี่ใหญ่ของบ้านมากที่สุด

“มา พี่ช่วย” โกเมนเดินเข้าไปหา แล้วหยิบถุงข้าวของที่เต็มสองไม้สองมือของเพชรน้ำงามมาถือเอาไว้เอง

“แล้วซื้ออะไรมาเยอะแยะล่ะเพชร” กรองแก้วเอ่ยถาม

“ก็ซื้อข้าวปลาอาหารมาเลี้ยงฉลองให้พลอยที่ได้งานไงคะแม่ครู”

“ทำไมพี่เพชรรู้?” พลอยไพลินหันไปมองหน้าผู้เป็นพี่อย่างไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไรนัก เพราะจดหมายตอบรับก็พึ่งจะมาถึงบ้านในวันนี้นี่เอง

“ก็พี่เห็นจดหมายนี้ในตู้ตั้งแต่เช้าก่อนออกไปทำงานแล้วน่ะสิ”

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าพลอยจะได้งาน” โกเมนถามต่อ

“แหมพี่โก บริษัทไหนปฏิเสธบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง อีกทั้งยังเพียบพร้อมทั้งหน้าตาและความรู้แบบยายพลอยก็ถือว่าพลาดอย่างแรงนะ อีกอย่างเพชรเชื่อว่าพลอยทำได้” เพชรน้ำงามเอ่ย ก่อนจะหันไปแตะไหล่น้องสาวเบาๆ ในท้ายประโยค

“ขอบคุณนะคะพี่เพชร” พลอยไพลินส่งยิ้มให้พี่สาว

“งั้นเดี๋ยวแม่ครูเข้าครัวไปเตรียมอาหารต่อดีกว่านะลูกนะ จะได้มาฉลองกัน”

“ไม่ต้องทำหรอกค่ะแม่ครู วันนี้เพชรซื้อกับข้าวมาหลายอย่างเลย เอ้าเด็กๆ ไปล้างไม้ล้างมือแล้วเตรียมตัวมาทานข้าวกันนะ วันนี้พี่เพชรซื้อไก่ทอด กับพิซซ่ามาให้เยอะเลย” เพชรน้ำงามเอ่ยกับกรองแก้วในประโยคแรก ก่อนจะหันมาบอกกับเด็กๆ อีกหลายชีวิตที่ต่างขานรับด้วยความดีอกดีใจ ก่อนจะพากันแยกย้ายไปล้างไม้ล้างมือตามที่เธอบอก

“งั้นเดี๋ยวผมไปจัดใส่จานมาให้นะครับ แม่ครูกับพลอยนั่งรอเดี๋ยวนะ”

“อ้าว! แล้วเพชรล่ะ” เพชรน้ำงามเอ่ยด้วยน้ำเสียงขัดใจ เพราะไม่ว่าตั้งแต่เล็กยันโต โกเมนก็มักจะใจดีแต่กับพลอยไพลินเสมอ ส่วนเธอก็มักจะโดนอบรมสั่งสอนและว่ากล่าวอยู่เป็นประจำ พลอยไพลินน่ะน้องรัก ส่วนเธอก็น้องชัง

“เธอก็ไปช่วยพี่สิ” โกเมนว่าจบก็เดินดุ่มๆ เข้าครัวไป

“รอก่อนแล้วกัน ขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” เพชรน้ำงามเอ่ยไล่หลัง ก่อนจะเดินเข้าห้องของตัวเองไป

“จริงๆ เลยสองคนนี้ ยังหาเรื่องทะเลาะกันเหมือนตอนเด็กไม่มีเปลี่ยน” กรองแก้วมองตามชายหญิงทั้งสองที่แยกย้ายกันไปคนละทางก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ หากแต่ก็ใช่ว่าจะหนักอกหนักใจอะไร เพราะรู้ดีว่าจริงๆ แล้วทั้งสองคนก็รักใคร่กันดี โกเมนรักและคอยดูแลน้องๆ ทุกคน แต่จะใช้ไม้อ่อนไม้แข็งกับใครก็สุดแล้วแต่ความดื้อของแต่ล่ะคน และไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเพชรน้ำงามนั้นดื้อดึงและหัวแข็งกว่าใครๆ ถึงได้โดนโกเมนดุบ่อยที่สุดนั่นเอง

“นั่นสิคะแม่ครู พี่เพชรยังชอบดื้อเหมือนเคย แต่ว่าถึงยังไงพวกเราพี่น้องก็รักกันไม่เปลี่ยนเหมือนกันนะคะ”

“แม่ครูรู้ลูก” กรองแก้วพยักหน้ารับ ก่อนจะนั่งลงยังเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ยิ่งมองเห็นพวกเด็กๆ เติบโตก็ยิ่งหวนถึงวันเก่าๆ ขึ้นมา

เริ่มแรกเดิมทีนั้นเธอไม่ได้เปิดบ้านเด็กกำพร้าเช่นนี้ เธอก็เป็นเพียงแค่สาวออฟฟิศธรรมดาๆ แต่ก็มีจิตอาสาเหลือล้น ยามค่ำคืนหลังเลิกงานก็มาทำหน้าที่กู้ภัยในมูลนิธิ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ตีรันฟันแทง หรือไล่หมา จับงู เธอก็คอยติดสอยห้อยตามไปช่วยเหลือทั้งนั้น และนั่นก็เป็นเหตุให้เธอได้เจอกับเพชรน้ำงามและพลอยไพลิน

เธอยังจำได้ดีในวันที่ออกไปช่วยเหลือบ้านในสลัมที่ถูกไฟไหม้ หลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างถูกควบคุมให้กลับมาอยู่ในสถานการณ์ปกติ เธอก็เห็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยวัยสามขวบยืนอยู่ด้วยเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบขี้ฝุ่นขี้เถ้า ตัวเล็กๆ นั่นมีผ้าขาวคาดสะพายแล่ง และสองมือก็โอบกอดสิ่งที่อยู่ในผ้าราวกับหวงแหนหนักหนาซึ่งในห่อผ้านั้นมีทารกแรกเกิดตัวเล็กจิ๋วอยู่อีกคน

เมื่อสอบถามผู้คนในละแวกนั้นก็พบว่าแม่ของเด็กสองคนพึ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่สัปดาห์ เห็นมีกันแค่สามคนแม่ลูก และบ้านที่เป็นต้นเพลิงก็เป็นบ้านของพวกเขาที่ตั้งอยู่หลังสุดท้ายในซอย และหากโชคร้ายที่สุดแม่ของเด็กทั้งสองก็อาจจะตายอยู่ในกองเพลิง เด็กทั้งสองถึงได้มายืนอยู่เพียงลำพัง

กรองแก้วสงสารเด็กน้อยจับใจ และแม้จะยังไม่รู้ว่าแม่ของเด็กทั้งสองอยู่ในบ้านตอนเกิดเพลิงไหม้จริงหรือเปล่า เธอจึงเสนอช่วยดูแลเด็กน้อยทั้งสองจนกว่าจะทราบแน่ชัดอีกทีว่าผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตแล้วจริงๆ หรือไม่

และเด็กสองคนนี้ก็ช่างโชคร้ายเมื่อวันต่อมาก็ได้ทราบว่าผู้เป็นแม่นั้นเสียชีวิตอยู่ในบ้านจริงๆ ทั้งไม่มีใครทราบเลยว่าพวกเขามีญาติอยู่ที่ไหน ด้วยรู้สึกสงสารและถูกชะตามากนัก กรองแก้วจึงทำเรื่องขอรับเลี้ยงดูเด็กทั้งสองให้จนกว่าจะมีญาติมารับไป กระนั้นจนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีใครที่จะติดต่อมาเลยสักคน

เพชรน้ำงาม เธอตั้งให้เพราะเด็กน้อยช่างมีหัวใจแกร่งและบริสุทธิ์ดุจเพชร แม้จะตัวน้อยนักหากแต่สองมือก็มิยอมคลายออกจากน้องสาวผู้เป็นทารกน้อยเลย ราวกับว่ารู้ รู้ว่าเหลือกันเพียงสองพี่น้อง จึงขอรักและปกป้องน้องอย่างถึงที่สุดที่ทำได้

พลอยไพลิน เธอตั้งให้เพราะอยากจะให้ชื่อคล้องจองกับผู้เป็นพี่นั่นเอง และหวังว่าเด็กน้อยจะเติบโตมาด้วยความแข็งแกร่งไม่แพ้ผู้เป็นพี่ แม้เมื่อโตมาพลอยไพลินจะอ่อนหวานกว่ามากก็ตาม

และการรับเลี้ยงเด็กสาวทั้งสองก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของบ้านเด็กกำพร้า ‘โอบรัก’ โดยที่สองปีให้หลัง กรองแก้วก็ได้ลาออกจากงาน ทำงานมานานจึงได้เงินตอบแทนก้อนโต ทั้งก็มีเงินเก็บอยู่บ้าง เธอจึงมาเปิดร้านขายขนมหวานเล็กๆ อยู่ที่บ้าน เพื่อที่จะดูแลเพชรและพลอยเองแทนการจ้างเลี้ยงในศูนย์รับเลี้ยง ซึ่งในปีนั้นก็ทำให้เธอได้พบกับเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในบ้านหลังน้อยของเธออีกคน

โกเมน เป็นลูกชายของคนขายพวงมาลัยที่สี่แยกไฟแดงในละแวกนั้น เลิกเรียนก็จะมานั่งรอพ่อกับแม่อยู่ริมถนนจนมืดจนค่ำ กรองแก้วเห็นแล้วสงสารจึงบอกให้ไปนั่งรอที่บ้านของเธอได้ โดยที่เธอเองก็ช่วยสอนการบ้านและหาข้าวหาปลาให้กินไปพร้อมกับเพชรและพลอย กระทั่งไม่กี่เดือนต่อมาพ่อแม่ของเขาก็มาขอฝากให้โกเมนอยู่ที่นี่ เพราะต้องการจะไปทำงานที่ต่างประเทศ ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร พ่อแม่ของโกเมนไปทำงานเหมืองที่ประเทศจีน และส่งเงินมาช่วยเหลือจุนเจืออยู่ไม่ได้ขาด แต่นั่นก็ได้แค่เพียงสามปี ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เหมืองถล่มและเสียชีวิตทั้งคู่ โกเมนจึงอยู่ในความดูแลของเธอนับแต่นั้นมา

ซึ่งหลังจากนั้นก็มีเด็กกำพร้าที่เข้ามาเพิ่มใหม่เรื่อยๆ ถูกเอามาทิ้งไว้บ้าง ไปช่วยออกมาจากบ้านที่ถูกพ่อแม่ทารุนกรรมบ้าง โดยที่รุ่นแรกๆ ก็เติบโตมีงานมีการทำกันหมดแล้ว โกเมนก็เป็นคุณครูผู้เคร่งครัด เพชรน้ำงามเป็นแอร์โฮสเตสที่ทั้งสวยและเก่ง พลอยไพลินก็เป็นว่าที่ไกด์สาวสวยสดใส และยังมีเพทาย ไพฑูรย์ สองพี่น้องที่เรียนจบแล้วก็ขอออกไปเดินตามทางของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ติดต่อมาสักเท่าไรนัก  จะมีก็แค่มรกต หญิงสาววัยรุ่นราวคราวเดียวกับเพชรน้ำงาม ที่ทำงานเป็นพนักงานในโรงแรมดัง ซึ่งแม้จะออกไปเช่าคอนโดอยู่เองแต่ก็ยังไปมาหาสู่กันบ้างเป็นครั้งเป็นคราว

กระนั้นแม้ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป กรองแก้วก็ภูมิใจที่ได้ส่งเด็กๆ ทุกคนไปถึงฝั่งฝัน อย่างน้อยการช่วยเหลือดูแลจากเธอก็ถือว่าเป็นขั้นแรกที่จะช่วยให้เด็กๆ พวกนี้มีเส้นทางชีวิตที่ดีได้ เพราะยังไงเสียพวกเขาก็ยังมีความรู้ที่จะอยู่ติดตัวอย่างที่จะไม่มีใครมาแย่งชิงเอาไปได้อย่างแน่นอน...

 

 

****************************************************

มาแล้วค่า เรื่องนี้ไรท์จะพยายามลงรายละเอียดของตัวละครให้มากขึ้นนะคะ ทุกๆ ตัวละครที่ได้แนะนำไว้ จะมีบทบาทกันทุกๆ คน แต่จะไม่ทำให้วุ่นวายหรือสับสนอย่างแน่นอนค่า ยังไงฝากตามกันต่อด้วยน๊า รักๆ ❤️

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว