ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แค่เอื้อม

คำค้น : ความรัก พญานาค

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 188

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 11:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แค่เอื้อม
แบบอักษร

แค่เอื้อม 

 

“น้องหญิงวดี”

เสียงหวานเอ่ยเรียก เมื่อมองเห็นร่างระหงของผู้เป็นน้องสาวคนเล็กกำลังเดินผ่านกลุ่มพระพี่นางหลายองค์ที่กำลังดูแลและกำกับฝึกซ้อมเหล่านางรำเพื่อเตรียมต้อนรับแขกเมือง ซึ่งจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า 

กัญญาวดีนาคีหน้าม่อยลงด้วยพยายามหลีกเลี่ยงโดยทำเป็นมองไม่เห็น หากแต่เสียงของพระพี่นางองค์หนึ่งก็เรียกนางขึ้นมาจนได้ จึงต้องชะงักเท้าและหันกลับมาโปรยยิ้มให้อีกฝ่ายแทน พลางเดินเข้าไปหายังบริเวณลานกว้างใต้ร่มไม้ใหญ่ที่เหล่าพระพี่นางใช้มันเป็นสถานที่ฝึกซ้อมของนางรำในเวลานี้ 

ด้านหน้ามีตั่งไม้แกะสลักงามวิจิตรเป็นที่ประทับอย่างสำราญใจ พระธิดาแก้วกิรณานาคีนั่งอยู่ตรงกลางด้วยเป็นพี่สาวคนโตในที่นี้ ด้านซ้ายคือพระธิดาแก้วดารณีนาคีผู้เป็นน้องสาวร่วมมารดานั่งอยู่บนตั่งเดียวกัน ด้านขวาคือพระธิดาอนงค์นาฏนาคี และพระธิดารำไพพรรณนาคี ผู้เป็นขนิษฐาต่างมารดาด้วยกำเนิดจากพระสนมอื่นนั่งอยู่บนตั่งที่เยื้องไปเล็กน้อย โดยรอบคือเหล่านางรำที่กำลังฝึกซ้อมร่ายรำราวหกถึงเจ็ดนาง 

“พี่หญิงกำลังทำอะไรอยู่หรือเพคะ”

แสร้งถามแก้เก้อไปอย่างนั้น ทั้งที่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพระพี่นางกำลังทำสิ่งใดอยู่นั่นล่ะ 

“กำลังฝึกซ้อมพวกนางรำ เพื่อเตรียมต้อนรับแขกเมืองน่ะสิจ๊ะ”

รำไพพรรณนาคีเอ่ยตอบน้องสาวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“พี่หญิงทั้งสี่ฝึกซ้อมนางรำด้วยพระองค์เองเช่นนี้ คงจะออกมางดงามและเป็นที่ประทับใจของแขกเมืองอย่างแน่นอนเพคะ”

กัญญาวดีนาคีส่งยิ้มแป้นและกล่าวชื่นชม

“เจ้าก็กล่าวเกินไป อีกอย่างแขกเมืองที่มาในครั้งนี้หาได้เป็นเหล่าคณะทูตทั่วไป เพราะองค์เหนือหัวแห่งจันทรบาดาลเสด็จมาด้วยองค์เอง มิใช่เหล่าอำมาตย์เช่นทุกคราที่ผ่านมา เราย่อมต้องถวายเกียรติและต้อนรับเป็นอย่างดี ไม่ให้เป็นที่ขายพระพักตร์ของเสด็จพ่อ พวกข้าถนัดในเรื่องดนตรีแลเรื่องร่ายรำ ก็อยากจะช่วยงานเสด็จพ่อบ้าง จึงอาสาเป็นผู้ดูแลฝึกซ้อมนางรำอย่างไรล่ะ แล้วน้องหญิงเล่ากำลังจะไปที่ใดหรือ”

แก้วดารณีนาคีเอ่ยตอบถึงสาเหตุของการฝึกซ้อมเหล่านางรำหลวงในครั้งนี้ กระนั้นท้ายประโยคมิวายสอบถามด้วยเห็นว่าผู้เป็นขนิษฐากำลังจะไปที่ใดที่หนึ่ง ก่อนที่รำไพพรรณนาคีจะเอ่ยทักเมื่อครู่

“น้องกำลังจะไปที่หอตำราเพคะ”

“น้องหญิงวดีนี่ชื่นชอบการอ่านตำราเสียจริง เป็นพี่หน่อยไม่ได้แค่เห็นก็พาลจะหลับเสียแล้ว”

พระพี่นางนามว่าอนงค์นาฏนาคีเอ่ยขึ้นบ้าง

“เป็นเพราะน้องไม่มีความสามารถทำสิ่งอื่นได้ดีกว่าอ่านตำรามากกว่าเพคะ เล่นดนตรี ร่ายรำ หรือแม้แต่งานเรือนที่กุลสตรีพึงกระทำ มักทำออกมาได้ไม่ดีสักอย่าง เทียบกับพระพี่นางแต่ละพระองค์ไม่ได้สักนิด”

เป็นความจริงที่กัญญาวดีนาคีนึกปลง นางไม่ชอบทำอะไรเหล่านี้เอาเสียเลย เคยฝึกหัดร่ายรำก็เก้ๆกังๆ หาความอ่อนช้อยไม่ได้สักนิด ลองเข้าห้องครัวฝึกทำอาหารคาวหวานก็พอได้อยู่หรอก แต่ไม่ถึงขั้นเลิศรสและวิจิตรจนพอจะนำมาอวดใครต่อใครได้

แก้วกิรณานาคีที่นิ่งฟังการสนทนาของเหล่าพระน้องนางมานาน นึกเย้ยหยันอยู่ในใจ แต่ละนางต่างก็ล้วนปั้นหน้ายิ้มแย้มกับเจ้าทั้งนั้นล่ะ เจ้ากัญญาวดีเอ๋ย จะหาผู้ใดหวังดีกับเจ้าด้วยความจริงใจอย่างแท้จริงนั้นเป็นไม่มี ต่างแสร้งทำดีหวังผลเสียมากกว่า หมั่นไส้มากเข้าก็อดเหน็บแนมเสียไม่ได้ 

“โถ…ต่อให้เจ้าทำสิ่งใดไม่เป็นสักอย่าง ก็ไม่มีใครกล้าว่าเจ้าหรอกน้องหญิงของพี่ เสด็จพ่อทรงโปรดปรานเจ้ามากกว่าธิดาองค์ใด ไหนเลยเจ้าจะต้องมาทำอะไรเช่นนี้ เพียงอยู่เฉยๆ ก็ได้รับพระเมตตาล้นเหลือแล้วล่ะ”

คนกล่าวเหน็บมีสีหน้าประดับรอยยิ้มหวานละมุน ประหนึ่งพูดเย้าแหย่ผู้เป็นขนิษฐา มิได้คิดเป็นอื่นแต่อย่างใด 

รำไพพรรณนาคีหันไปสบตากับอนงค์นาฏนาคีอย่างระอาใจ พระพี่นางองค์นี้นิสัยใจคอเป็นอย่างไร พี่น้องที่เติบโตด้วยกันมา ไฉนจะไม่รู้…ปากปราศัย น้ำใจเฉือดคอ

รูปโฉมวงพักตร์งดงาม ทว่าจิตใจลึกล้ำสุดหยั่งนั้น เปี่ยมด้วยความริษยาภายใต้กิริยาวาจานุ่มนวลนั่นเอง

กัญญาวดีนาคีนิ่งไปนิด ใช่ว่านางจะไม่รู้สึกรู้สาอะไร แต่เพราะเห็นแก่ความเป็นพี่น้องถึงจะต่างพระมารดา แต่ก็มีพระบิดาองค์เดียวกัน เพียรพยายามทำดีด้วย แม้จะรู้ดีแก่ใจว่าอีกฝ่ายนั้น มิได้รักใคร่ไยดีนางด้วยน้ำใสใจจริงสักเท่าไร 

ทว่าจะอย่างไรก็ตาม นางก็ไม่ต้องการให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันของผู้เป็นบุตรี อันจะทำให้พระบิดากับพระมารดาของนางต้องกลัดกลุ้มพระทัย ควรรักใคร่สมัครสมานกลมเกลียวกันมากกว่า

“เสด็จพ่อทรงมีพระเมตตาต่อโอรสและธิดาของพระองค์ทั้งหมดอย่างเท่าเทียมกันนั่นล่ะเพคะ พี่หญิงกิรณา ใช่ว่าจะทรงเอ็นดูน้องมากไปกว่าธิดาองค์อื่นๆ”

นางเชื่ออย่างที่กล่าวทุกถ้อยคำ กระนั้นอาจจะเป็นเพราะว่านางคือธิดาองค์เล็ก ทั้งไม่ได้มีนิสัยและกิริยาเรียบร้อยอ่อนหวานเช่นธิดาองค์อื่น พระบิดาจึงใส่ใจมากเป็นพิเศษ นั่นอาจทำให้พระพี่นางองค์อื่นน้อยใจและเข้าใจผิดว่าพระบิดารักนางมากกว่ากระมัง

กัญญาวดีนาคีอยู่พูดคุยกับเหล่าพระพี่นางเพียงครู่เดียว จึงปลีกตัวออกมาเพราะนั่งอยู่นานก็ไม่ได้ช่วยอะไรใครได้ และนางเองก็อึดอัดใจกับคำกล่าวเหน็บแนมอยู่เป็นระยะของพระพี่นางแก้วกิรณา เมื่อถอยห่างออกมาก็ให้รู้สึกปลอดโปร่งใจนัก

“พระธิดาแก้วกิรณาทรงตั้งใจกล่าวกระทบกระเทียบพระองค์ ไยจึงนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่ได้เพคะ น่าจะกล่าวตอบโต้กลับไปเสียบ้าง”

น้ำทิพย์นาคีเสียอีกที่เป็นฝ่ายอึดอัดใจและเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนายสาวยิ่งกว่า พระราชธิดาของนางนั้นทรงวางเฉยมาตลอด ทำให้พระเชษฐภคินีทรงได้พระทัย กล่าววาจาเหน็บแนมโดยไม่สนใจใคร 

“วดีไม่ต้องการให้เป็นเรื่องบานปลาย พี่น้องทะเลาะหรือหมางใจกันใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เรื่องขัดแย้งกันนี้อาจล่วงรู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณของเสด็จพ่อได้ จะทำให้ไม่สบายพระทัยเปล่าๆ ตัววดีเองก็ไม่ได้สนิทสนมกับพี่หญิงกิรณาสักเท่าไร มิสู้ต่างคนต่างอยู่เช่นนี้ นานครั้งจะได้ยินพระพี่นางกล่าวกระทบบ้าง ก็ยังพอทำเนาได้อยู่หรอก”

“พระองค์หญิงก็ทรงเป็นเช่นนี้อยู่เรื่อยเลย เพราะเยี่ยงนี้ไงเล่าเพคะ พระธิดาแก้วกิรณาจึงทรงได้พระทัย อยากกล่าวสิ่งใดก็กล่าวโดยไม่เกรงพระทัยพระองค์เลย แม้พระองค์จะเป็นพระขนิษฐาก็จริง แต่พระยศของพระองค์หญิงของหม่อมฉันก็สูงกว่า น่าจะรู้บ้างว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร”

ผู้เป็นพระพี่เลี้ยงกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง เพราะฉุนหนักแทนเจ้านายที่ตนรักมากกว่าชีวิตและภักดียิ่งชีพ

“นี่ตกลงว่าเป็นวดีหรือพี่น้ำทิพย์กันแน่ที่โดนพี่หญิงกิรณากล่าวกระทบ ดูพี่น้ำทิพย์จะร้อนใจหนักกว่าวดีเสียอีก”

กัญญาวดีนาคีเย้าแหย่พระพี่เลี้ยง ด้วยนึกขำต่อท่าทีของนางนาคีสาว ซึ่งเดินตามหลังนางมาพลางบ่นกระปอดกระแปดได้สักพักแล้ว

“พิโธ่ พระองค์หญิงล่ะก็ ถ้าพระพี่นางของพระองค์ทรงต่อว่าหรือกล่าวกระทบสิ่งใดหม่อมฉัน หม่อมฉันคงไม่รู้สึกอะไรหรอกเพคะ นาคีต้อยต่ำอย่างหม่อมฉันไม่มีค่าใดมากมาย ผิดกับพระองค์หญิงที่ทรงสูงส่งนัก สำคัญที่สุดคือเป็นนายเหนือเกล้าเหนือชีวิตของน้ำทิพย์นาคีผู้นี้ หม่อมฉันรักและภักดีกับพระองค์หญิง หากมีผู้ใดมาต่อว่าหรือกล่าวร้ายพระองค์ ไฉนเลยน้ำทิพย์จะนิ่งเฉยอยู่ได้ โดยไม่เดือดเนื้อร้อนใจเล่าเพคะ”

“ต้อยต่ำอะไรกันเล่าพี่น้ำทิพย์ วดีไม่เคยคิดว่าพี่ต่ำต้อยด้อยค่าเลยสักนิด จิตใจของพี่นั้นงดงามกว่านาคีนาคาหลายตนที่วดีเคยพบเสียอีก กิริยามารยาทก็งดงามสมเป็นนางนาคีสาวในเวียงวัง ฐานะพระพี่เลี้ยงของพระราชธิดาก็ไม่ด้อยเลย วดีว่าคงมีนาคาหนุ่มหมายปองพี่น้ำทิพย์ของวดีอยู่หลายตนเชียวล่ะ”

“เอ่อ…ทรงกล่าวอะไรเช่นนี้เพคะ ไหนเลยจะมีใครมามองนาคีอย่างหม่อมฉันกัน”

น้ำทิพย์นาคีหน้าเหวอ พูดเรื่องของอีกฝ่ายอยู่ดีๆ เหตุใดจึงกลับกลายมากล่าวเรื่องของนางได้กันล่ะ 

“น้อยไปสิ วดีเคยได้ยินนางกำนัลเล็กๆในตำหนักซุบซิบกันหลายครั้งแล้ว”

ผู้เป็นนายหยุดเดินพลางยกมือขึ้นมากอดอก และมองหน้าพี่เลี้ยงสาวด้วยแววตารู้ทัน

“นางพวกนั้นซุบซิบนินทาอะไรหม่อมฉันหรือเพคะ”

นาคีสาวผู้ตกเป็นหัวข้อซุบซิบของนางกำนัลรุ่นน้องในตำหนักเอ่ยขึ้นอย่างร้อนตัว ทั้งที่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องร้อนตัวด้วยเรื่องใด เพราะแน่ใจว่าไม่เคยทำสิ่งใดผิดอย่างแน่นอน

“ก็เรื่องที่พี่น้ำทิพย์ของวดี มีนาคาหนุ่มหมายปองหลายตนน่ะสิ แว่วว่ามีนาคาแวะเวียนมาที่ตำหนักราตรีของวดีอยู่บ่อยๆ มีของติดไม้ติดมือมาฝากพระพี่เลี้ยงแสนงามอยู่เสมอ ทั้งดอกไม้เอย ขนมหวานเอย เครื่องประดับเอย แต่พี่น้ำทิพย์ไม่เคยรับมาเลยสักชิ้นเดียว ทำไมล่ะจ๊ะ…ไม่มีนาคาตนใดถูกใจพี่น้ำทิพย์เลยเชียวหรือ”

กัญญาวดีนาคีไม่ได้ใจร้ายถึงกับจะเก็บน้ำทิพย์นาคีเอาไว้รับใช้ข้างกายตลอดเวลา หากอีกฝ่ายมีผู้ที่พึงใจและเป็นนาคาที่รักใคร่พร้อมดูแลปกป้องพี่เลี้ยงสาวของนางได้ นางก็ย่อมยินดีด้วยจากใจจริง

“หม่อมฉันยังไม่คิดเรื่องออกเรือนหรอกเพคะ ยังพึงพอใจที่ได้ดูแลพระองค์อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ก็มีความสุขยิ่่งแล้วเพคะ”

นางตอบแล้วก็เสหลบสายตาอีกฝ่ายไปเสียทางอื่น เกรงว่านางพญานาคีตรงหน้าจะจับความรู้สึกของนางได้ ว่าไม่ใช่เพราะนางไม่มีนาคาที่พึงใจ แต่เป็นเพราะว่ามีต่างหากเล่า นางจึงรีบปฏิเสธนาคาตนอื่นที่หมายปองนางไปตั้งแต่ต้น ด้วยไม่อาจจะมอบความหวังให้กับนาคาตนใดได้ รวมถึงตัวนางเองอีกด้วยที่ไม่มีหวัง…

แม้น้ำทิพย์นาคีจะแอบหลงรักองค์สรภูนาคราชเพียงใด แต่ก็รู้ดีว่าคงไม่มีความหวัง เพราะอีกฝ่ายเป็นถึงว่าที่องค์นาคาธิบดีแห่งนพรัตน์บาดาล นางกำนัลตัวเล็กที่คอยแอบมองอีกฝ่ายอยู่เงียบๆ เช่นนางนั้นหรือ จะกล้าคิดอาจเอื้อมไฝ่สูงเกินศักดิ์ 

ดั่งว่าอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่กลับเหมือนอยู่ไกลสุดสายตา

กัญญาวดีนาคีเหลือบมองวงหน้างามของพระพี่เลี้ยงคนโปรด จากทีท่าของอีกฝ่ายดูมีพิรุธไม่น้อย ไม่กล้าสบสายตานางเช่นนี้ มิใช่ว่ามีนาคาในดวงใจแล้วหรอกหรือนี่ จึงไม่รับของกำนัลจากนาคาตนอื่น อยากรู้เสียจริงว่านาคาตนใดกันหนอที่อยู่ในใจของน้ำทิพย์นาคี กระนั้นจะคาดคั้นสิ่งใดก็คงไม่ได้ความ เพราะพี่เลี้ยงของนางนั้นคงไม่ยอมเอ่ยอะไรเป็นแน่ นางคงต้องคอยจับสังเกตเอาเองนั่นล่ะ

“ตามใจพี่น้ำทิพย์เถิด แต่หากมีนาคาที่พึงใจก็บอกวดีได้นะ วดีอยากเห็นพี่น้ำทิพย์มีความสุขและมีผู้ที่จะคอยปกป้องดูแล”

“เพคะ”

น้ำทิพย์นาคีไม่กล่าวสิ่งใดให้มากความ เพราะเกรงว่ากล่าวมากไปอาจจะวกกลับมาเข้าตัวเสียเปล่า

“เอาเช่นนี้ดีกว่า วดีไม่ไปหอตำราแล้วล่ะ”

ผู้พูดดูมีประกายตาวิบวับคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่างที่ถูกใจเป็นพิเศษ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องไม่ใช่เรื่องที่ควรกระทำเท่าไรนัก น้ำทิพย์นาคีหันขวับกลับมามองอีกฝ่ายทันที นึกรู้ว่าจะต้องทำอะไรแผลงๆอีกเป็นแน่

“เหตุใดจึงเปลี่ยนพระทัยเล่าเพคะ”

“วดีเบื่อ และก็ไม่ค่อยสบายใจด้วย อาจเพราะโดนพี่หญิงกิรณาว่ากระทบกระเทียบมานั่นล่ะ ตอนนี้อ่านตำราไปก็คงไม่เข้าใจแล้วล่ะ”

ผู้ตอบแสร้งตีหน้าเศร้าเรียกความเห็นใจ ยกเอาประเด็นก่อนหน้ามากล่าวอ้างหน้าตาเฉย ทว่าพี่เลี้ยงสาวที่อยู่ด้วยกันมานานมีหรือจะรู้ไม่ทัน

“แน่พระทัยหรือเพคะ ที่ทรงกล่าวมาน่ะ”

“แน่ใจสิ”

“ถ้าไม่ไปหอตำรา แล้วจะเสด็จไปที่ใดหรือเพคะ หรือว่าจะกลับพระตำหนักเลย”

“ไม่ล่ะ วดีว่าจะออกไปเดินเล่นที่อีกฝั่งของกำแพงวัง”

พระราชธิดาแสนซนเอ่ยบอกถึงความประสงค์ของตน ซึ่งก็ได้รับการคัดค้านจากพระพี่เลี้ยงในทันที แต่มีหรือที่นางนาคีแสนซนจะฟัง ในเมื่อตั้งใจว่าจะไปก็ต้องไปให้ได้ อีกอย่างนางก็ไม่ได้ไปที่ไหนไกลเลย เพียงข้างกำแพงวังหลวงแค่นี้เอง 

อีกด้านของกำแพงวังหลวง ภายนอกนั้นมีร้านค้าของเหล่านาควาณิชมากมาย ทั้งจากในเมืองนพรัตน์และเมืองอื่นๆ มาทำการแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้ากันอย่างคึกคัก 

นาคาหนุ่มใบหน้าคมคายเป็นที่สะดุดตา เมื่อรวมกับรูปร่างสูงกำยำและบุคลิกสง่างามนั้น ยิ่งขับให้นาคาหนุ่มผู้นี้โดดเด่นกว่านาคาตนอื่นที่อยู่รายรอบ และเพราะประกายตาคมกล้าเพียงมองนิ่งก็สามารถข่มขวัญให้ใครต่อใครครั่นคร้ามหวั่นเกรงได้ โดยที่นาคาผู้นี้ไม่ต้องทำอะไรเลยสักนิด

ทว่าสายตาคมที่ใครต่อใครว่าดุนักหนา กลับทอประกายอ่อนโยนลง เมื่อมองไปยังยอดปราสาทที่อยู่หลังกำแพงวังหลวงของอีกฝั่ง ริมฝีปากหยักยกยิ้มน้อยๆ ด้วยคิดถึงใครผู้หนึ่งที่กำลังพำนักอยู่ ณ ที่นั้น

นาคีน้อยยอดดวงใจของข้า…

เจ้าชายนิลกาฬนาคราช องค์รัชทายาทแห่งจันทรบาดาลนั่นเอง เพราะทนต่อความคิดถึงและแรงเสน่หาที่ถาโถมเข้ามาไม่ไหว จึงได้เดินทางล่วงหน้ามาที่นพรัตน์บาดาลก่อนหมายกำหนดการเดินทาง พร้อมด้วยสมุทรนาคาผู้ติดตามคนสนิท

“มนุษย์มีคำกล่าวเปรียบเปรยอยู่ประโยคหนึ่ง ไม่ทราบว่าพระองค์จะทรงเคยได้ยินหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ผู้ติดตามร่างสูงใหญ่ ผิวกายสีน้ำตาลเข้ม เอ่ยขึ้นลอยๆ

“คำเปรียบเปรยอะไรของเจ้า”

“ก็คำเปรยที่ว่า…ไม่เห็นหน้านาง เห็นหลังคาเรือนก็ยังดีน่ะสิพ่ะย่ะค่ะ เปรียบแล้วเหมือนกับพระองค์ตอนนี้ยิ่งนัก”

“สมุทรนาคา…”

ผู้เป็นนายเหนือหัวกล่าวเรียกเสียงเข้ม

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เอ็งอยากโดนข้าเตะกลับไปจันทรบาดาลตอนนี้หรือไม่”

ไม่พูดเปล่า แต่ร่างสูงเตรียมยกเท้าและขาขึ้นหมายจะเตะผู้ติดตามที่ยืนเยื้องจากเขาเล็กน้อย นึกหมั่นไส้สีหน้าไม่รู้ไม่ชี้กวนบาทาของผู้ติดตามยิ่งนัก

“กระหม่อมขออภัยพ่ะย่ะค่ะ”

กล่าวไป เจ้าตัวก็เตรียมกระโดดหลบให้ห่างจากฝ่าเท้าพิฆาตและหมัดสังหารของผู้เป็นนาย ที่รู้แจ้งดีตั้งแต่เด็กๆ ว่าพระหัตถ์และพระบาทหนักเพียงใด 

“โอ๊ะ”

เสียงอุทานของใครบางคนที่องค์นิลกาฬนาคราชทรงถอยหลังไปชนจนอีกฝ่ายเซไป สาเหตุเพราะมัวแต่วุ่นวายไล่เตะผู้ติดตามคนสนิทข้อหาหมั่นไส้นั่นเอง

“โอ๊ะ ข้าขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจ”

หางตาขององค์นิลกาฬนาคราชเพียงมองว่าเป็นนาคาหนุ่มน้อยร่างเล็กกว่าพระองค์มาก จึงรีบกล่าวขอโทษ โดยไม่ทันได้ดูให้ดีว่าคนที่ตนเองชนนั้นคือใคร 

ทว่า เมื่อเงยหน้าขึ้นมามองให้ดีก็ได้เห็นอย่างเต็มตาว่า…มิใช่นาคาหนุ่มหน้ามน แต่เป็นนาคีสาวแสนสวยในคราบนาคาร่างเล็กต่างหากล่ะ

พระราชธิดากัญญาวดีนาคี ผู้ที่องค์นิลกาฬนาคราชเฝ้าไฝ่ฝันถึงทุกทิวาราตรี ทั้งยามหลับและยามตื่น 

………………………

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว