ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 12 ศัตรูคู่ปรับ

ชื่อตอน : บทที่ 12 ศัตรูคู่ปรับ

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2564 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ศัตรูคู่ปรับ
แบบอักษร

ในยามที่พระอาทิตย์ใกล้จะลาลับขอบฟ้า เป็นช่วงเวลาเลิกงานของใครหลายๆคน รวมถึงตัวปรียาวดีเองด้วย หากวันใดไม่ต้องเข้าเวร ในวันนั้นราวกับว่านั่นคือสวรรค์ที่มีตัวตนอยู่บนโลกของความเป็นจริง ไม่มีความสุขใดยิ่งใหญ่ได้เท่ากับการนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม โดยไม่ต้องตื่นขึ้นมากลายร่างจากคนเป็นหมีแพนด้าอีกแล้ว 

คิ้วบางของแพทย์หญิงพลันขมวดเมื่อเห็นท่าทางแปลกๆของเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่รอบๆกาย เกิดความสงสัยอยู่ได้เพียงแค่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าหน่อยๆเมื่อเห็นสาเหตุที่เป็นต้นตอของรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมากมายซึ่งปรียาวดีนั้นพบเจอมาตลอดทางเดินหลังจากก้าวเท้าพ้นประตูโรงพยาบาลได้แค่สองสามก้าว 

สาเหตุมาจาก... 

นพดล น้องชายเจ้าเสน่ห์ของหล่อนที่กำลังยืนแจกรอยยิ้มเรี่ยราดราวกับของลดราคา ทำเอาสาวๆที่เดินผ่านต่างเหลียวมองคอแทบเคล็ด 

"ไง! พ่อตัวดี ได้เบอร์สาวไปกี่คนแล้วล่ะ เดี๋ยวจะฟ้องคุณย่า"เอ่ยหยอกเย้าคนเจ้าเสน่ห์ ชายหนุ่มเพียงยิ้มขำกับประโยคทักทายของพี่สาวก่อนจะช่วยหล่อนถือกระเป๋าแล้วทำหน้าที่เปิดประตูรถอย่างที่เคยทำในเมื่อก่อน 

“วันนี้ปรีทำหมี่กะทิให้กินหน่อยสิ คิดถึงฝีมือปรีใจจะขาด รู้สึกเบื่อขนมปังแล้วอ่ะ นะๆ”กะพริบตาปริบๆราวกับเด็กน้อยที่กำลังออดอ้อนมารดา  

“สำหรับดลไม่ต้องขอปรีก็ทำให้กินอยู่แล้ว” 

“เย้! น่ารักที่สุดเลยปรีของดลเนี่ย”มือหนาทาบทับลงบนหัวปรียาวดีอย่างเอ็นดู พร้อมโยกเบาๆ 

“ปรีเป็นพี่ดลนะ ชอบเล่นหัวอยู่เรื่อย”ทำดุไปอย่างนั้นล่ะ แท้จริงแล้วก็ไม่ได้จริงจังเลยสักนิด 

“ห่างกันแค่สองสามเดือนไม่นับพี่นะครับ นับว่าอายุเท่ากัน” 

“ตลอดอ่ะ แล้วเมื่อไหร่จะไปเนี่ย คุณย่ารอแย่แล้วมั้ง” 

“ไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับเจ้าหญิง”น้ำเสียงล้อเลียนพลอยให้ปรียาวดียิ้มขำ ไม่ต่างจากนพดลที่ยิ้มตามพี่สาวอีกคน  

รอยยิ้มของพี่สาวที่เปรียบดั่งแบตเตอรี่ชีวิตของน้องชาย 

รถคันสวยเคลื่อนตัวออกไปจากโรงพยาบาลท่ามกลางสายตาเสียดายของเหล่าสาวๆ ด้วยคิดว่าปรียาวดีนั้นเป็นคู่รักของชายที่พวกหล่อนเหลือบมองเมื่อครู่ 

ในขณะที่อีกมุมของโรงจอดรถก็ปรากฏแววตาสงสัยของชายคนหนึ่ง เขาคนนั้นคืออนุทัต สายตาของเขาจรดมองเพียงปรียาวดี ความรู้สึกทอชัดในแววตาว่าเขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างกับรอยยิ้มของหล่อน รอยยิ้มที่ดูสดใส สดใสจนเขานั้นยังต้องชะงักมอง 

ผู้ชายที่ทำให้คนหน้าบึ้งอย่างปรียาวดียิ้มได้เป็นใครกัน? คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัว เมื่อเริ่มจะแน่ใจว่าชายคนดังกล่าวคือคนเดียวกับที่เขาเห็นเมื่อตอนกลางวัน แต่เพราะคราก่อนเห็นเพียงเสี้ยวหน้าและครานี้ก็เห็นเพียงแผ่นหลังจึงไม่อาจรับรู้ได้ว่าชายคนนั้นคือใคร 

แววตาที่เคยหยุดนิ่งอยู่บนตัวของปรียาวดีไม่ไหวติงเริ่มเสมองไปทางอื่น หลังจากที่หล่อนขึ้นรถออกไปแล้ว คล้ายจะพยายามข่มใจตัวเองไม่ให้สนใจ แต่ดวงตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปมองอยู่ดี 

เสียงถอนหายใจแรงๆดังขึ้นสองสามทีก่อนที่อนุทัตจะตัดใจก้าวเท้าขึ้นรถไป ทว่าก็ไม่วายต้องสะบัดหัวตัวเองไปมา รีบบิดกุญแจสตาร์ทรถหวังจะข่มอารมณ์สงสัยในใจให้หายไป 

จะสนใจไปทำไม เธอจะไปกับใครก็ไม่ใช่เรื่องของเขาเสียหน่อย ขอแค่อย่ามายุ่งกับคนของเขาก็พอ หากหล่อนคิดจะหลอกใครที่ใกล้ตัวเขา ก็คงต้องเห็นดีกัน 

“หูดีจริงๆนะไอ้อ้วน รถจอดปุ๊บก็กลิ้งมาเลยนะ”ปรียาวดีตีแขนนพดลเสียงดังเพียะโทษฐานที่หาว่าเจ้าหมั่นโถวอ้วน ทั้งๆที่มันตัวเล็กนิดเดียว สิ่งที่ทำให้มันดูอ้วนก็เพราะขนต่างหาก 

ใครๆที่ได้พบเจอเจ้าหมั่นโถวก็พากันบอกแต่ว่ามันอ้วน แถมยังบอกให้ปรียาวดีอย่าตามใจปากเจ้าหมั่นโถวนัก พามันไปออกกำลังกายบ้าง ทว่าหล่อนก็ยังเถียงคอเป็นเอ็นว่าลูกรักของตนไม่ได้อ้วนแต่เป็นเพราะขนที่ทำให้มันดูพองๆ ทำเอาคนที่เคยบอกว่าเจ้าหมั่นโถวอวบระยะสุดท้ายต้องยอมตามน้ำไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  

เหตุเพราะดูท่าแล้วแม่คุณคงจะสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมง่ายๆหากใครกล้าดีมาว่าลูกรักของหล่อนอ้วน 

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าหมั่นโถวไม่ได้อ้วน น้องแค่ขนเยอะเฉยๆ” 

“ปกป้องจังเลยนะกับไอ้อ้วนเนี่ย”น้ำเสียงเง้างอนไม่ค่อยจริงจังนัก มือหนายื่นไปยีหัวน้อยๆของเจ้าสุนัขซึ่งกำลังอยู่ในอ้อมแขนของปรียาวดีอย่างนึกมันเขี้ยว  

“อย่าทำน้อง เดี๋ยวน้องเจ็บ” 

“ดูทำหน้าทำตา แกเยาะเย้ยฉันอยู่ใช่ไหมไอ้อ้วน”ไม่วายยกมือขึ้นเขกเบาๆบนกะโหลกน้อยๆของเจ้าหมั่นโถว ทว่าก็โดนปรียาวดีค้อนสายตาขวับใส่พร้อมเสียงจิจ๊ะให้หยุดแกล้งลูกรักของตนเสียที  

หากเจ้าหมั่นโถวเป็นคนในตอนนี้สีหน้าของมันคงกำลังแสดงอาการของคนชนะอยู่กระมัง 

“ปรีดูสิมันยิ้มเยาะเย้ยดลอ่ะ”เสียงงอแงดังไล่หลังปรียาวดีมาติดๆ หล่อนส่ายหน้าระอากับคู่กัดประจำบ้าน ซึ่งไม่ใช่คนกับคน ทว่าเป็นคนกับหมา  

“ดลน่ะชอบเว่อร์”หันกลับไปดุน้องขำๆ ทว่าอีกคนก็งอแงไม่เลิกแถมยังด่ากับเจ้าหมั่นโถวตลอดเส้นทาง ส่วนลูกรักของปรียาวดีก็ใช่ย่อยที่ไหน ตอนแรกก็แสร้งเล่นละครเรียกคะแนนสงสารจากแม่ ทว่าหลังๆกลับส่งเสียงแหลมๆเห่าโต้เถียงกับนพดลเป็นเรื่องเป็นราว 

เป็นปรียาวดีอีกตามเคยที่ต้องทำหน้าที่กรรมการห้ามทัพระหว่างคนกับหมา 

ในเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆขณะที่ชนาและภานุกำลังเก็บถุงข้าวของหลังรถเพื่อมาสังสรรค์อย่างที่ทำประจำหากว่าวันใดอนุทัตไม่เข้าเวร สองหนุ่มหันไปยังทิศทางเดียวกันด้วยว่ามีเสียงรถคันหนึ่งหยุดที่หน้าบ้านซึ่งมันคือบ้านของอนุทัต  

คิ้วหนาของคนที่พึ่งจะเดินออกมาจากตัวบ้านเพื่อมารับเพื่อนพลันขมวดเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างบางที่พึ่งจะเดินเข้ามา 

รถคันนั้นอนุทัตจำได้ดี ด้วยว่าเห็นมันเมื่อตอนเย็น เจ้าของรถคือชายปริศนาที่อยู่กับปรียาวดี 

หล่อนหันมามองเขาเพียงแค่เสี้ยววินาทีแล้วก็หันกลับไปราวกับว่าอนุทัตนั้นเป็นละอองฝุ่นสำหรับเธอ 

ไม่สนใจ ไม่ไยดีเลยสักนิด 

“ไม่กลับพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ?”เท้าเรียวชะงักค้างกับน้ำเสียงประชดประชันของใครบางคน ซึ่งคนคนนั้นก็คืออนุทัต จะเป็นใครไปได้ล่ะนอกจากเขา 

“คุณชายมีอะไรจะให้ฉันรับใช้เหรอคะ?”เล่นละครเป็นคนใช้อีกครั้ง เนื่องจากตรงนี้มีชนาและภานุอยู่ด้วย 

“ใครคุยกับเธอ ฉันคุยกับเพื่อนฉันต่างหาก”กวนบาทาชะมัด ปรียาวดีกำหมัดแน่นพร้อมก่นด่าชายตรงหน้าในใจ หากไม่มีบุคคลที่สามที่สี่ยืนอยู่ด้วย ในเวลานี้สงครามขนาดย่อมๆคงก่อตัวได้ไม่ยาก 

“ขอโทษแล้วกันค่ะที่สำคัญตัวผิด ถ้าคุณชายไม่มีอะไรให้ฉันรับใช้ ฉันขอตัวนะคะ”กัดฟันกรอดพยายามฝืนยิ้มให้บุคคลที่ตอนนี้มีสถานะเป็นเจ้านายปลอมๆ 

“เดี๋ยว! มานี่”หล่อนถอนหายใจอย่างระอาด้วยรู้ว่าชะตากรรมข้างหน้าจะโดนอะไร“ไปยกของหลังรถเข้าบ้านให้หมด” 

ปรียาวดีเม้มปากแน่นเมื่อเห็นข้าวของมากมายที่หลังรถของภานุ 

จะเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ได้! 

“ได้ค่ะ”ตอบกลับยิ้มๆ 

“ไม่ต้องๆพี่ทำเอง ของมันหนักแถมเยอะด้วย ไอ้คุณชายแกใช้น้องได้ยังไงเนี่ย น้องเขาก็ตัวเล็กนิดเดียว ข้าวของพวกนี้ฉันถือกับไอ้นาแป๊บเดียวก็หมดแล้ว”ภานุเอ่ยค้านเสียงแข็ง  

พอมองแขนเล็กๆของหล่อนแล้วเทียบกับถุงขนาดใหญ่ราวๆห้าหกถุงก็นึกสงสารจับใจ แอบด่าเพื่อนทางสายตาที่เขาออกคำสั่งเช่นนั้นกับผู้หญิงร่างบอบบางอย่างปรียาวดี 

“ไปยกมาให้หมด ไอ้นุไอ้นา พวกแกอ่ะถอยไป ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนใช้”น้ำเสียงดุดันพร้อมสายตาที่เย็นชา 

เกลียดกันมากเลยสินะ คงรักคนนั้นมากจริงๆถึงได้โกรธแค้นเธอขนาดนี้ คงไม่วายอารมณ์เสียมาจากการตามหานลินไม่เจอกระมัง หากเดาไม่ผิด ปรียาวดีได้แต่ตัดพ้อกับตัวเองในใจ 

“ไอ้คุณชาย มันไม่เกินไปหน่อยเหรอวะ” 

“เงียบไปเลยไอ้นุ พวกแกสองคนเข้าไปรอในบ้าน เดี๋ยวฉันจัดการตรงนี้เอง”ชายทั้งสองหมายจะอ้าปากเถียงทว่าก็ต้องหุบลงตามเดิม สายตาของอนุทัตในตอนนี้คล้ายจะมีเปลวเพลิงเผาไหม้อยู่ในนั้น 

คนที่สนิทจะรู้ในทันทีว่าหากอนุทัตเป็นเช่นนี้อย่าคิดจะขัดใจเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นเปลวเพลิงเมื่อครู่อาจจะแปรเปลี่ยนเป็นระเบิดปรมาณูที่พร้อมทำลายล้างทุกสิ่งรอบๆกาย 

ภานุและชนาจึงยอมจำนนเดินเข้าบ้านไปทว่าก็ยังคงแอบมองอยู่ไกลๆ 

“ยืนบื้ออยู่ทำไม ไปเก็บของสิ” 

“ค่ะ”ควบคุมน้ำเสียงไม่ให้ดูเหมือนโกรธทว่าสายตากลับแสดงชัดว่าปรียาวดีก็ไม่ยอมเขาเช่นกัน“บ้าอำนาจ” 

หล่อนบ่นพึมพำเบาๆในขณะที่กำลังก้มเก็บของหลังรถ ทว่าคนที่ยืนกอดอกอยู่ไม่ไกลนักกลับได้ยิน แต่จับใจความไม่ค่อยได้ 

“บ่นอะไร?” 

“เปล่านี่คะ ที่คุณชายได้ยินอาจจะเป็นเสียงของบุคคลที่เรามองไม่เห็นก็ได้นะคะ เช่นวิญญาณอะไรทำนองนั้น เริ่มแรกมันก็จะมาแค่เสียงแบบนี้แหละค่ะเดี๋ยวสักพักก็มาเป็นตัว...”ทำท่าทางคล้ายจะหวาดกลัวแต่หล่อนเพียงจะกวนประสาทคนตรงหน้าก็เท่านั้น 

“เหลวไหล ไร้สาระ”เอ่ยเสียงขุ่นทว่าหญิงสาวคู่สนทนาก็ไม่ได้มีท่าทีจะกลัวเขาเลยสักนิด ยักไหล่ใส่เขาอีกต่างหาก 

“เรื่องแบบนี้ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะคะ โบราณเขาบอกไว้” 

“เลิกพูดมากแล้วยกของเข้าบ้านสักที”จบประโยคนั้นข้าวของมากมายก็ถูกคล้องใส่แขนปรียาวดีจนครบ หล่อนเดินออกมาจากท้ายรถทว่าก็ต้องชะงักเมื่อร่างของใครบางคนยืนขวางทางอยู่ 

"หลบสิคะคุณชาย ฉันหนัก"เขาเพียงเลิกคิ้วเล็กน้อยไม่มีท่าทีจะหลีกทางให้ปรียาวดีเลยสักนิด ทั้งๆที่ของในมือหล่อนหนักเกือบจะสิบโล แขนแทบจะหยุดออกจากไหล่อยู่รอมร่อ 

"ฉันเตือนเธอไว้ก่อนเลยนะอย่ายุ่งกับเพื่อนของฉันแล้วก็อย่าพาผู้ชายในสต๊อกของเธอเข้ามาในบ้านของฉัน จะไปทำอะไรกันก็ไปทำข้างนอก"คำพูดของเขามันทำให้ความโกรธของปรียาวดีพุ่งปรี๊ดทะลุปรอท แต่ก็ต้องข่มมันไว้ ทว่าสายตาของหล่อนมันทอชัดถึงความพิโรธอย่างเต็มเปี่ยม 

เขากำลังดูถูกเธอจะให้ไม่โกรธได้อย่างไร 

นี่สินะธาตุแท้ของคุณชายอนุทัต คำว่าหม่อมราชวงศ์ที่ใช้กำกับหน้าชื่อไม่ได้บ่งบอกนิสัยว่าจะเป็นสุภาพบุรุษเลยสักนิด หม่อมแขและหม่อมวารินท่านทั้งสองก็คงจะสอนเขามาดีทว่าคนถูกสอนกลับไม่รับฟังแล้วเอามาใช้เลยสินะ 

เจ้าชายในความฝันกลับกลายเป็นซาตานในชีวิตจริง 

"สบายใจได้ค่ะ ฉันไม่พามาที่บ้านคุณชายหรอก ข้างนอกสะดวกกว่าตั้งเยอะ" 

"หน้าไม่อาย พูดได้ไม่อายปาก" 

"ฉันหมายถึงกินข้าวน่ะค่ะ คุณชายคิดว่าอะไรเหรอคะ"เอ่ยด้วยท่าทางกวนๆ และมันก็ได้ผล คนตรงหน้าขมวดคิ้วใส่หล่อนอย่างขุ่นเคืองทว่าก็ทำอะไรปรียาวดีไม่ได้อีกตามเคย 

"ผู้ชายที่มาส่งวันนี้คนที่เท่าไหร่ในสต๊อกเธอล่ะ?" 

"วันนี้วันอะไรคะเนี่ย ทำไมคุณชายดูสนใจเรื่องราวในชีวิตของฉันจัง ฉันก็แค่คนรับใช้เรื่องส่วนตัวไม่จำเป็นต้องรายงานเจ้านายหรอกใช่ไหมคะ?"เลิกคิ้วใส่เขาเล็กน้อย ทำท่าทางใสซื่อทั้งๆที่ภายในใจมีคำพูดมากมายอยากจะตะโกนด่าคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอดหากไม่ติดว่ามีคนนอกอยู่ด้วยคงจะวางมวยสักหมัด 

อนุทัตเริ่มรับรู้ว่าปรียาวดีกำลังปั่นประสาทเขาอยู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะในบ้านยังมีภานุและชนาอยู่ ไม่อยากให้เพื่อนรับรู้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงระหว่างเขาและเธอ 

"นี่เธอกำลังลองดีกับฉันอยู่ใช่ไหม?" 

"เปล่านะคะ สมองคุณชายไม่ปกติหรือเปล่าคะทำไมถึงประมวลอะไรผิดๆอยู่เรื่อย" 

"นี่เธอ!"นิ้วแกร่งยกขึ้นชี้หน้าหญิงสาวหมายจะเอาเรื่อง 

"ไอ้คุณชายเมื่อไหร่พวกฉันจะได้กินข้าว หิวนะเว้ย!"เป็นภานุที่ตะโกนออกมาได้ทันเวลาพอดี ราวกับว่าเตรียมตัวรออยู่แล้ว 

"ฝากไว้ก่อนนะ" 

"ฉันเป็นหมอค่ะไม่ใช่พนักงานธนาคาร รับฝากไม่ได้หรอกนะคะ"ได้แต่กัดฟันกรอดๆพร้อมจ้องเขม็งร่างบางที่เขาพึ่งจะเบี่ยงตัวหลบทางให้อย่างเคียดแค้นในความกวนประสาทของหล่อน 

เขาน่าจะประเมินหล่อนต่ำไปสินะ ปากคอเราะร้ายไม่เบา ไม่ได้เรียบร้อยอย่างที่คนอื่นๆบอกเลยสักนิด 

"โอ้ย!"เสียงอุทานดังลั่นด้วยความเจ็บปวด เหตุจากถุงเครื่องดื่มที่หนักเกือบสี่กิโลตกใส่เท้าของเขาเต็มๆแรง คนที่ทำก็คงหนีไม่พ้นคู่ปรับตัวฉกาจนามว่าปรียาวดี 

"อุ้ย! ขอโทษค่ะคุณชาย พอดีถุงมันลื่น"สุ่มเสียงล้อเลียนอย่างเห็นได้ชัด แถมเสียงอุทานว่า 'อุ้ย' ยังดูปลอมจนอนุทัตมองออกว่าตนกำลังถูกปรียาวดีกลั่นแกล้ง 

"ยัย..."ยังไม่ทันจะได้ด่าภานุและชนาก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง สุดท้ายปรียาวดีก็รอดตัวไปอย่างหวุดหวิด 

สมน้ำหน้า คิดจะแกล้งปรียาวดีมันไม่ง่ายหรอก  

ลับสายตาจากอนุทัตปรียาวดีก็ลอบยิ้มสะใจเมื่อได้ระบายความโกรธที่อัดอั้นไว้เมื่อครู่จนหมดสิ้น 

หล่อนไม่ใช่นางเอกละครน้ำเน่าหรอกนะ คิดจะด่าทอและกลั่นแกล้งหล่อนก็คงต้องตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่มีทางยอมโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวแน่ๆ หล่อนเจ็บเขาก็ต้องเจ็บ 

หลังจากที่จัดอาหารให้สามหนุ่มเรียบร้อยตามคำสั่งการของศัตรูหมายเลขหนึ่งในตอนนี้ ปรียาวดีก็กลับมาบ้านหลังน้อยของตัวเอง ทว่าก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเห็นข้าวของในบ้านระเนระนาดอยู่คนละทิศคนละทาง 

"จะแกล้งให้อยู่ไม่ได้เลยใช่ไหม" 

ความคิดเห็น