ด้วยเหตุขัดข้องหลายประการ เลื่อนคิวไปปลายปี2562 นะคะ

2 เจ้าชายแห่งบาลิแวน

ชื่อตอน : 2 เจ้าชายแห่งบาลิแวน

คำค้น : น้ำมนต์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 22 มี.ค. 2561 19:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 เจ้าชายแห่งบาลิแวน
แบบอักษร

วิลเลี่ยม

ข้าชื่อวิลเลี่ยม เป็นเจ้าชายแห่งอาณาจักรบาลิแวนมีท่านพ่อคือพระราชาธีโอดอร์เป็นผู้ปกครองอาณาจักร ตระกูลของเราปกครองอาณาจักรมา700 ปี มีแต่ความรุ่งเรืองและผาสุก ถึงแม้เป็นอาณาจักรที่เต็มไปด้วยคนแปลงร่างแต่ก็ไม่มีความขัดแย้งต่อกัน ตระกูลของข้าเป็นร่างแปลงของหมาป่า แต่น้อยครั้งที่เราจะแปลงร่าง

อาณาจักรบาลิแวนมีอาณาเขตกว้างใหญ่มาก ประกอบด้วยเมืองหลวงที่พวกเราอยู่กัน และมีหัวเมืองรองอีกหกเมือง ทิศตะวันออกของเมืองหลวงติดทะเล ทำให้ที่นี่เป็นเมืองท่าที่เจริญรุ่งเรืองมาก เรามีการประมงที่อุดมสมบูรณ์ มีการติดต่อค้าขายกับหมู่เกาะโพ้นทะเล การศึกษา งานฝีมือ และการแพทย์ รวมถึงผู้ใช้มนตรา ผู้ใช้มาตราเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีพลังนั้น ผู้ใช้มนตรามีสองประเภทคือผู้ที่มีพลังมาตั้งแต่เกิด กับผู้ที่อาศัยการฝึกฝนอาศัยพลังของพระเวทย์

ท่านพ่อของข้าคือผู้ที่มีพลังกล้าแข็งที่สุดในอาณาจักร ท่านเป็นผู้มีพลังการต่อสู้มาตั้งแต่กำเนิดและได้รับการฝึกฝนพระเวทย์เพิ่มจากอาจารย์ในวัง ทำให้ไม่มีใครมีพลังเทียบท่านได้ ส่วนคนอื่นๆก็จะมีพลังต่างๆกันไป

ด้านเหนือเป็นหัวเมืองรองมงตานิซึ่งมีอากาศเย็นกว่าเมืองหลวง มีสินค้าขึ้นชื่อคือผ้าทอขนสัตว์ซึ่งทำรายได้ให้อาณาจักรอย่างมาก ไกลข้ามเทือกเขาไปเป็นเขตแคว้นซอมเบอร์ แคว้นนี้มีการติดต่อค้าขายกับอาณาจักรของเรา แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่เดินทางลำบากทำให้ราคาสินค้าระหว่างสองเมืองราคาค่อนข้างสูง สร้างกำไรให้พ่อค้ามากมาย แต่ระหว่างสองแคว้นยังมีชนกลุ่มน้อยที่คอยปล้นสะดมพ่อค้า ทำให้เกิดอาชีพผู้คุ้มกัน ทำให้สำนักต่อสู้มีคนไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์มากมาย เวทีการต่อสู้ถูกจัดขึ้นทุกหกเดือน นอกจากเป็นการสอบวัดระดับแล้ว ยังมีแมวมองมาชักชวนไปทำงานต่างๆ ทั้งในวังเจ้า กองทัพหรือเป็นผู้คุ้มกัน

ทิศตะวันตกมีหัวเมืองรองสองเมือง สภาพภูมิประเทศเป็นป่าไม้สมบูรณ์ เรามีเหมืองแร่เหล็ก ทองแดง ทองคำและเพชร ไกลออกไปเป็นเขตอาณาจักรซิเซเล่อร์ เราเป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกัน มีการแลกเปลี่ยนสินค้า ประชาชนไปมาหาสู่กัน ไม่รู้ว่าจะรบกันไปทำไมครับ ท่านพ่อก็ไม่ได้อยากขยายอาณาจักร ทางนั้นก็บอกว่าอาณาจักรเล็กๆ อยู่กันสบายดีแล้ว

ทิศใต้เป็นป่าโปร่ง ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ยาวไปจรดทะเลทราย เป็นมีหัวเมืองรองสามเมือง หนึ่งในนั้นเป็นเมืองหน้าด่าน มีชนเผ่าเร่ร่อน และเมืองที่ห่างไกลเดินทางข้ามทะเลทรายมาค้าขายไม่ได้ขาด การละเล่นและเต้นรำต้องถือว่าเมืองใต้เป็นเลิศ ด้วยความที่มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมต่างถิ่นที่หลากหลาย สาวเลือดผสมก็มีความสวยงามขึ้นชื่อ

เรามีการจัดเก็บภาษีอย่างยุติธรรม ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข ข้าคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราพอใจกับมัน

ข้าเป็นแค่เจ้าชายองค์รอง ไม่ได้ถูกคาดหวังให้ครองบัลลังก์ ชีวิตวัยเด็กจึงไม่กดดันอะไร แต่พี่ชายของข้าเจ้าชายราฟาเอลองค์รัชทายาท ผู้เป็นลูกคนโตจากท่านแม่แอ็กเนสซึ่งเป็นพระราชินีคู่บัลลังก์ ถูกคาดหวังจากท่านพ่อท่านแม่และคนรอบด้านว่าจะเป็นผู้ครองบัลลังก์ผู้เลิศเลอคนต่อไปนั้น ถูกบังคับให้เรียนทุกอย่างที่กษัตริย์ควรจะต้องรู้ และท่านพี่ก็เป็นคนที่สามารถเรียนรู้ทุกอย่างได้ดีคู่ควรกับบัลลังก์ที่สุด ข้าผู้โดนบังคับให้เรียนทุกอย่างเป็นเพื่อนท่านพี่ ก็เรียนบ้างโดดบ้าง โดยเฉพาะวิชาที่ข้าลงความเห็นว่าน่าเบื่อเช่นการเมืองการปกครอง แต่ก็ทำได้ดีในวิชาการต่อสู้ พระอาจารย์ทั้งหลายถึงกับออกปากว่าถ้าข้าหมั่นฝึกซ้อมมากกว่านี้ ข้าอาจจะฝีมือดีเท่าท่านพี่ก็เป็นได้

แต่ข้ารู้ตัวดีว่าข้านั้นเก่งทางด้านพละกำลังมากกว่าท่านพี่ จากที่ไปเรียนกับท่านปาแปงในป่าลึก ซึ่งท่านอาจารย์เป็นหมาป่ายักษ์สีเทา ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมรบกับท่านทวดเมื่อครั้งสงครามพันวัน อายุจริงของท่านอาจารย์ไม่มีใครรู้และยังคงเป็นอย่างนั้นเรื่อยมา

ข้าเคยถามท่านอาจารย์ว่าท่านอายุเท่าไหร่ ท่านได้แต่หัวเราะแล้วบอกให้ข้าใส่ใจการฝึกดาบและพระเวทย์ แน่นอนว่าข้าเป็นพวกที่มีพลังมาตั้งแต่เกิด แต่คนที่รู้ก็มีแค่คนในครอบครัวกับอาจารย์เท่านั้น ท่านพ่อสั่งไว้ไม่ให้บอกใคร

ที่ท่านพ่อส่งข้าแต่ไม่ส่งท่านพี่มาฝึกกับท่านอาจารย์ปาแปงข้าก็ไม่รู้สาเหตุ แต่ท่านปาแปงก็จะฝากคำสอนให้ข้าไปบอกท่านพี่ทุกครั้งที่ข้ากลับวัง

ชีวิตย่อมมีอุปสรรคเสมอ เทเลอร์ขุนนางทรยศ สบคบกับแคว้นซอมเบอร์ที่อยู่ห่างไปทางชายแดนภาคเหนือ ทางแคว้นซอมเบอร์หลอกโจมตีหัวเมืองชายแดนทำให้ท่านพี่ต้องยกกองทัพไปช่วย เจ้าขุนนางมักใหญ่ใฝ่สูง ถือโอกาสที่ข้าไปเยี่ยมท่านอาจารย์ในป่านอกเมืองวางยาพิษท่านพ่อกับท่านแม่ ทำให้ท่านอยู่ในห้วงนิทราตลอดกาลแล้วใช้เป็นตัวประกัน ข้าตัวคนเดียวต้องสู้กับกองทหารที่เทเลอร์ เจ้าขุนนางทรยศลอบสะสมกำลังไว้ ข้าสู้ฝ่าเข้าวังไปเมื่อทราบเรื่อง ตั้งใจจะช่วยท่านพ่อท่านแม่ออกมาก่อนแล้วพาไปรักษากับท่านอาจารย์ แต่กลับถูกนางกำนัลหักหลัง ทำให้ทหารรู้ตัวเสียก่อน

ข้าสู้พลางถอยพลางฝ่ากองทหารออกมานอกวังได้ แต่โดนแกสตัน รองแม่ทัพที่น่าจะอยู่กับท่านพี่ที่ชายแดนโจมตีแบบไม่ทันรู้ตัว เพิ่มความตึงมือเข้าไปอีก

ข้ารู้สึกกังวล แกสตันมาอยู่ที่นี่ แล้วท่านพี่จะเป็นอย่างไรบ้าง ทำให้เสียสมาธิชั่ววูบโดนดาบของแกสตันฟันเข้าที่หน้าท้องแถมด้วยดาบของหมาลอบกัดที่ด้านหลัง แผลนี้รู้สึกว่าจะลึกพอดู ทำให้เสียเลือดมากจนข้าเริ่มทรงตัวไม่มั่นคง จนพลาดให้แกสตันโจมตีตกหน้าผาด้านหลัง ข้าหลับตาเตรียมรับแรงปะทะ จำได้ว่าเบื้องล่างมีแม่น้ำใหญ่ ถ้าโชคดีอาจจะรอด แล้วข้าก็ได้ยินเสียงของท่านอาจารย์

'ตั้งสมาธิให้ดี อาจารย์จะ..' ข้าได้ยินเสียงจากท่านอาจารย์เพียงเท่านี้แล้วสติของข้าก็ดับไป

ข้าไม่รู้ว่าสลบไปนานเท่าไหร่ แต่ฟื้นขึ้นมาข้าพบว่านอนแช่น้ำอยู่ครึ่งตัว พลังแทบไม่เหลือจนไม่สามารถคงร่างมนุษย์ไว้ได้ ข้าพยายามลากตัวเองขึ้นมาจากน้ำ ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ แล้วก็สลบไปอีกรอบ

เมื่อตื่นขึ้นมาก็เป็นยามสนธยาแล้ว ข้าเฝ้าสังเกตสิ่งที่ผ่านมาและพบว่าไม่มีอะไรที่ข้ารู้จักเลย

ตอนแรกข้าเกรงว่าจะมีทหารของแกสตันติดตามมา แต่กลับพบว่าสิ่งที่กำลังเผชิญน่ากลัวกว่านั้น ข้าอยู่ที่โลกอื่น

ข้ารู้ว่าเรามีโลกคู่ขนานกันอยู่ และผู้ใช้มนตราที่มีพลังสูงๆสามารถเดินทางข้ามระหว่างโลกได้ ข้าเคยคิดว่านั่นเป็นเพียงตำนาน เพราะข้าไม่เคยได้ยินเลยว่ามีใครที่มีพลังสูงถึงระดับนั้น ขนาดท่านพ่อที่มีพลังสูงสุดก็แค่สามารถถล่มเมืองแต่ไม่สามารถข้ามมิติได้

ข้าเฝ้าสังเกตจากในพุ่มไม้ พบว่านี่เป็นโลกที่หมาเป็นสัตว์เลี้ยงของมนุษย์และมันแปลงร่างไม่ได้ หมาในโลกนี้ไม่สามารถพูดภาษามนุษย์ได้ มนุษย์พยายามเดาความคิดของหมาและข้าพบว่ามันตลกสุดๆเมื่อหมาอยากนอนและเจ้าของพยายามพามันไปเดินเล่น

ข้าซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้แต่ก็มีเด็กเล็กๆคนนึงมาเจอเข้า เธอแบ่งขนมในมือของเธอให้ข้าด้วย เป็นลูกชิ้นแท่งยาวๆเสียบไม้ ข้าก็อยากจะรักศักดิ์ศรีแต่ภาระของอาณาจักรที่รออยู่ทำให้ข้ารับอาหารจากเธอมา

ข้ากำลังเพลินกับลูกชิ้นในปากก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงกรี๊ดจากผู้หญิงดังมาจากอีกฟากหนึ่ง

เธอคนนั้นวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมก้อนหินในมือที่เธอเอาปาข้าและอุ้มเด็กหญิงถอยหนีไปอย่ารวดเร็ว

ข้าได้แต่สมเพชตัวเอง เมื่อก่อนข้าทะนงตัวในหน้าตาและศักดิ์ของตัวเองว่าเหนือคนอื่นๆ เป็นรองก็แต่ท่านพี่เท่านั้น ผู้หญิงทั้งหลายต่างพร้อมยอมสยบแทบเท้า แต่ดูวันนี้สิ

เมื่อข้ามาอยู่ต่างโลก ปราศจากทุกสิ่ง ก็มีคนพร้อมจะทำร้ายข้าแล้วด้วยความกลัว

ข้าถอยหนีลึกเข้าไปในสวนอีก และออกมาเมื่อดึกสงัดจนไม่ได้ยินเสียงมนุษย์แลัว

ข้าพยายามจะแปลงร่างกลับเป็นมนุษย์แต่ก็ยังไม่มีพลังพอ จึงได้แต่ออกจากสวนมาทั้งในร่างหมา

ข้าเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่มีจุดหมายจนมาถึงบ้านสี่เหลี่ยมที่มีไฟสีเขียวและแดง ข้าหยุดมองด้วยความสนใจ เมื่อเห็นประตูเปิดได้เองทั้งๆที่ไม่ได้สัมผัสบานประตูแม้แต่น้อยหรือคนในโลกนี้ก็มีเวทมนตร์

ข้าหยุดอยู่ตรงนั้นนานพอที่จะเจอคนใจดีซื้อลูกชิ้นยาวๆให้กิน หลังจากข้ากินจนหมดคนนั้นก็ตบหัวเบาๆแล้วบอกว่า

"ขอโทษนะ คงให้นอนตรงนี้ไม่ได้" ข้าก็ได้แต่เดินจากมา จนไปเจอพงหญ้าที่คิดว่าพอจะอาศัยนอนได้ในคืนนี้

ข้านอนในพงหญ้าหนึ่งคืน จนสายของวันใหม่ก็ออกเดินต่อ อย่างแรกคือต้องหาอาหาร แต่นี่มันเมืองแบบไหนกัน ไม่มีป่า ไม่มีลำธาร มนุษย์อยู่กันได้อย่างไร

ข้าเดินมาเรื่อยๆจนได้ยินเสียงเรียก"พี่ชายๆ" เมื่อข้าหันไปก็เจอหมาของโลกนี้ครับ โดนขังไว้หลังลูกกรงเหล็กอันใหญ่ดูแน่นหนา

"เจ้าทำอะไรผิดล่ะ ถึงโดนขังไว้ในนี้" ข้าถามเจ้าหมาตัวเล็กนั้น

" ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะ แม่รักผมต่างหาก ถึงให้ผมอยู่ในนี้" เจ้าหมาน้อยตอบ

"ก็เห็นชัดๆว่าเจ้าอยู่ในกรง"

"นี่ไม่ใช่กรงนะ นี่มันรั้วบ้านต่างหาก" เจ้าหมาน้อยเถียง

"แล้วทำไมถึงต้องขังบ้านไว้ในกรง" ข้าชักไม่เข้าใจ

"ไม่ได้ขัง แต่ป้องกันต่างหาก แม่บอกว่าจะได้ปลอดภัยจากหมาใหญ่" เจ้าหมาน้อยบอก

"แล้วพี่ชายมาจากไหนเหรอ ผมไม่เคยเห็นหน้าเลย" เจ้าหมาน้อยถามข้าบ้าง

"ข้ามาจากที่อื่นน่ะ" ข้าตอบเลี่ยงๆ แม้ว่าจะเป็นคนละโลกก็ต้องรอบคอบไว้ก่อนครับ

"อ๋อ พี่ชายเป็นหมาหลงนี่เอง"

"ข้าไม่ใช่หมาหลงนะ ข้าเป็นอิสระด้วยตัวเองหรอก" ข้าอธิบายให้หมาน้อยฟัง

"ทำไมล่ะ มีบ้านน่ะดีจะตาย แม่รักผมมาก ผมมีห้องส่วนตัวด้วยนะ"

"ข้าไม่สนหรอก ตอนนี้ข้าหิวจนจะกินเจ้าได้แล้ว" ผมบอก

"งั้นพี่ชายรอเดี๋ยวนะ ผมจะให้พี่สวยเอาอาหารมาให้" เจ้าหมาน้อยหายไปจากลูกกรง ทิ้งให้ข้านั่งรอด้วยความสงสัย เพราะหมาในโลกนี้พูดภาษามนุษย์ไม่ได้นี่

ผมได้ยินเสียงเจ้าหมาน้อยเห่าๆหยุดๆ แล้วก็มีเสียงผู้หญิงพูดขึ้น

" มาแล้วๆ ไม่ต้องเห่าแล้ว มีใครมาเหรอ" เธอเห็นผมแล้วครับ ข้าตั้งท่าเตรียมวิ่ง ถ้าเธอคิดจะทำร้ายข้าแบบผู้หญิงเมื่อวาน

"จะให้พี่สวยเลี้ยงข้าวเพื่อนใช่ไหม เดี๋ยวพี่สวยมานะ" เธอลูบหัวเจ้าหมาน้อยแล้วเดินกลับไปด้านในอีกครั้ง

"เห็นไหมว่าพี่สวยฉลาด เข้าใจผมด้วย" เจ้าหมาน้อยพูดอย่างภูมิใจ ซักพักพี่สวยก็กลับมาใหม่ พร้อมชามสองใบในมือ

เธอเอาชามลอดใต้ลูกกรงมาให้

"กินสิ" เธอบอก

ข้าพิจารณาอาหารตรงหน้า เป็นเม็ดหลายสี ไม่น่ากินเอาเลย มีเสียงเชียร์จากหมาน้อยว่าอร่อย ข้าดมๆแล้วก็ตัดสินใจกิน ก็ดีกว่าอดล่ะ

ข้ากินอาหารกรอบนั้นจนหมด พี่สวยก็ยื่นชามอีกใบมาให้ ในนั้นบรรจุน้ำสะอาดไว้ ข้าดื่มอย่างชื่นใจ ดีกว่าน้ำในบึงเมื่อวานเยอะเลย

"ค่อยยังชั่วแล้วสินะ เราไปกันเถอะ" เธอเก็บชามแล้วอุ้มเจ้าหมาน้อยเดินหายไป ข้าได้แต่ขอบคุณเธอในใจ แล้วไปนอนหลบแดดอยู่ตรงริมรั้วบ้านถัดไป บ้านนี้มีต้นไม้เยอะแยะแถมมีหลังคายื่นออกมาด้วย ข้าล้มตัวนอนด้วยความอ่อนแรงและความเจ็บปวดจากบาดแผล

ข้าเผลอหลับไปจนถึงกลางคืน มารู้สึกตัวตอนฝนตก ได้แต่นอนอยู่ตรงนั้น อย่างน้อยก็พอมีหลังคากันฝนได้บ้าง

ข้านอนอยู่ตรงนั้นจนมีเสียงดังกระหึ่มของสัตว์ที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน มันมีสองตาสว่างเจิดจ้า ข้าเกร็งตัวเตรียมพร้อม กะว่าจะสู้ให้ถึงที่สุด แต่แล้วข้าก็เห็นมนุษย์ผู้หญิงออกมาจากเจ้าสัตว์นั่น

นางเป็นมนุษย์ที่สวยเกินกว่าใครที่ข้าเคยเห็นมา คิ้วโค้งดั่งคันศร ตาดำกลมโตเป็นประกายเหมือนลูกตากวาง ผิวแก้มสีชมพูระเรื่อดุจกลีบกุหลาบ ปากอิ่มสีชมพูดุจดังทารก ผมดำดุจขนกายาวสลวย รูปร่างอ้อนแอ้นบอบบางและที่สำคัญนางมีหูแมว

ข้าดีใจจนเนื้อเต้นที่เจอคนจากโลกเดียวกัน ไม่ว่านางจะมาที่นี่ได้อย่างไร ลืมความระแวงที่ควรจะมีไปสิ้น

นางเชื้อเชิญข้าเข้าบ้าน ข้ารีบตามนางเข้ามาก่อนที่นางจะเปลี่ยนใจ

นางพาข้าไปห้องที่นางเรียกว่าห้องน้ำ นั่นคงมีความหมายเดียวกับห้องสรงสินะ

ข้าอายมากเมื่อเห็นนางเริ่มเปลื้องผ้า ได้แต่หลับตาแน่น แต่กลับเห็นหน้าอกแบนราบเมื่อข้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางเป็นผู้ชาย

นางอาบน้ำให้ข้า ไม่สามารถเรียกว่านุ่มนวลแต่ก็เต็มไปด้วยความเอาใจใส่

พอล้างโคลนออกจากตัวข้าเกลี้ยงแล้ว เจ้าชายวิลเลี่ยมสุดหล่อก็กลับมา แต่นางกลับพึมพำว่าพันธุ์ผสม

ข้าอยากจะบอกนางว่าข้าเป็นเจ้าชายก็กลัวว่านางจะตกใจจึงได้แต่เงียบไว้ นางก็เริ่มพูดคุยกับข้า ทั้งที่ไม่ได้ตอบอะไรนาง แต่ก็ดูนางเป็นคนฉลาดที่เข้าใจสิ่งที่ข้าต้องการสื่อ

นี่ข้ายังเรียกนางว่านางอยู่อีกหรือ ทั้งที่นางเป็นผู้ชาย แต่ทำยังไงได้ ข้าคิดว่าข้าคงหลงรักนางเข้าแล้วล่ะ

นางบอกให้รอ ข้าก็รอ แล้วนางก็เข้าไปอาบน้ำเองบ้าง หลังจากนั้น นางก็เอาเครื่องมือที่มีลมร้อนออกมา นางเรียกว่าที่เป่าขนหมา เครื่องนี่ช่วยให้รู้สึกสบายตัวมาก ขนแห้งหมดทั้งตัว สบายจริงๆ

หลังจากนางเป่าขนให้ข้าจนแห้งนางก็บอกว่าข้าจะต้องมีชื่อเรียก นางคิดของนางมาเรื่อยๆจนถึง "วิลลี่" ข้าเห่าออกมา นางทำได้อย่างไร ที่ตั้งชื่อให้ข้าเหมือนชื่อจริงแบบนี้

นางทำแผลให้ แถมโกนขนของข้าอีกด้วย หวังว่าพอกลับเป็นคนแล้วความหล่อของข้าจะไม่ลดลงนะ

นางทำอาหารให้ข้าด้วย เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมาเลย ข้ากินจนหมด นางก็ทำให้อีกชาม อิ่มท้องแถมอร่อยอีกด้วย

หลังอาหาร นางจะทิ้งให้ข้านอนชั้นล่างคนเดียว ไม่มีทางซะล่ะ ข้าส่งสายตาไปอ้อนนาง คนใจดีอย่างนางต้องใจอ่อนให้อยู่แล้ว และข้าก็ทำสำเร็จ

ข้ากระโดดขึ้นเตียงของนาง แต่โดนไล่ลงมา คราวนี้ไม่ว่าจะอ้อนอย่างไรนางก็ไม่ใจอ่อน จำใจต้องมานอนข้างเตียงที่นางปูผ้าไว้ให้

นางท่องมนต์สั้นๆแล้วหลับไปฟังดูเป็นกระแสสว่างมาก คงเป็นเวทย์ปัดเป่ามาร

ข้ารอจนนางหลับแล้วปีนขึ้นเตียงมานอนข้างนาง หวังว่าข้าจะมีพลังพอที่จะกลับร่างมนุษย์ได้เร็วๆ แต่ตอนนี้ สิ่งที่พลังของข้าพอจะทำได้ คือแทรกความฝัน  ตอนนอน คนส่วนใหญ่จะลดการป้องกันตัวเองลง ทำให้แทรกแซงได้ง่าย

ฝันของนางช่างบริสุทธิ์เหมือนใจนาง รอคอยเจ้าหญิงเหรอ ไม่มีทางหรอก เพราะเจ้าชายคนนี้จะไม่ปล่อยให้ผู้ใดเข้าใกล้นางทั้งนั้น "ขอบคุณนะ" ข้าจุมพิตปากสีชมพูนั้นเนิ่นนาน ฝันดีครับเจ้าหญิง

ความคิดเห็น