email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ลงเอย (NC++) part เขตแดน+ปรายฟ้า

ชื่อตอน : ลงเอย (NC++) part เขตแดน+ปรายฟ้า

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2564 16:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลงเอย (NC++) part เขตแดน+ปรายฟ้า
แบบอักษร

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันนิ่ง เขตแดนก้มหน้าลงมาหาร่างบางแต่ปรายฟ้าผละหน้าออกห่างทำให้ชายหนุ่มหน้ามุ่ย

“เหม็นเหงื่อออกค่ะ อาบน้ำก่อนมั๊ย”ปรายฟ้าก้มหน้าซ่อนความอายสายตาคมที่มองมา

“หอมออก ไม่เห็นเหม็นตรงไหนเลย”เขตแดนกดจมูกโด่งบนแก้มเนียน ตามด้วยซอกคอ ปากพร่ำบอกหญิงสาวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“พี่เขต อาบน้ำกันก่อนนะ”ปรายฟ้าส่งเสียงแผ่วเบาทั้งๆที่ตัวเองก็แทบจะยืนไม่ไหว สองขาสั่นเทาจากการเล้าโลมของแฟนหนุ่ม เขตแดนผละใบหน้าออกมามองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้สับสีเลือดระเรื่อ ก่อนจะอุ้มร่างบางลอยหวือไปห้องน้ำ

“อาบด้วยกันเลยนะ จะได้ไม่เสียเวลา” ชายหนุ่มส่งยิ้มให้แฟนสาวด้วยสายตาพร่างพราว จนปรายฟ้าอดหมั่นไส้ไม่ได้

ร่างเปลือยเปล่าสองร่างยืนสบตากันนิ่งใต้ฝักบัว สายน้ำที่เย็นฉ่ำ ไม่สามารถดับไฟร้อนจากความสิเน่หาของหนุ่มสาวได้เลย เขตแดน บีบสบู่ใส่มือหนาถูจนเกิดฟอง และลูบไล้ไปตามร่างขาวเนียนของแฟนสาวไม่ว่าฝ่ามือร้อนจะผ่านไปจุดไหน ตรงจุดนั้นกลับร้อนรุ่มดังถูกเปลวไฟร้อนคอยแผดเผา สองมือคู่แกร่งถูวนอยู่ฐานรอบอก ใบหน้ากลับจับจ้องที่แฟนสาวที่ยืนหลับตาพริ้มอย่างเสียวซ่าน มือหนาค่อยๆเคลื่อนย้ายที่จากฐานราวนมไปตามหน้าท้องแบนราบแล้วถูลุกล้ำเข้าไปยังเนินสามเหลี่ยม มือหนายังคงทำหน้าทีไม่ขาดตกบกพร่อง ตรงกันข้ามกลับสร้างความเสียวกระสันให้กับหญิงสาวจนต้องระบายลมหายใจร้อนๆออกมาอย่างแรงด้วยความปรารถนาที่ถูกชายหนุ่มปลุกให้ลุกโชน มือบางหันไปบีบสบู่เหลวแล้วลูบไล้ไปยังลำตัวของชายหนุ่มเพื่อไม่ให้น้อยหน้า ใบหน้าคมสันแดงกร่ำ เมื่อนิ้วมือเล็กเผลอสะกิดตรงยอดอกเบาๆ มือเล็กเลื่อนลงไปจับอาวุธประจำกายของตน พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาดให้อย่างตั้งใจ จนชายหนุ่มต้องแหงนหน้าขึ้นเพื่อนระบายความเสียวซ่าน เมื่อแก่นกลางความเป็นชายถูกมือเรียวจัดการรูดไปมาอย่างช้าๆ

“อ่าส์...ปราย เบาๆ หน่อยทูนหัว” เขตแดนครวญครางออกมา อารมณ์ขุ่นข้องหมองใจที่มีต่อแฟนสาว หายไปในบันดลเมื่อถูกนิ้วมือร้ายของว่าที่เจ้าสาว จัดการซะอยู่มัด ปรายฟ้า ค่อยๆเลื่อนตัวลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ด้านล่าง หญิงสาวแลบลิ้นเรียวเล็กออกมาแตะตรงส่วนหัวเห็ดแผ่วเบา เขตแดนสะดุ้งเฮือกสั่นสะท้าน ปรายฟ้าใช้ปลายลิ้นลากไล้ไปตามความยาวของแก่นกลางชาย อย่างแผ่วเบาก่อนจะอ้าปากครอบครองแท่งกายของชายหนุ่มเข้าไปในอุ้งปาก เขตแดนคำรามด้วยเสียงที่ถูกกดให้ต่ำลง ชายหนุ่มแอ่นบั้นเอวตามจังหวะที่หญิงสาวปรนเปรอให้

“พอแล้วปรายพี่อยากปล่อยในตัวหนูมากกว่า” เขตแดนร้องทักขึ้น ชายหนุ่มตรงเข้าไปเล้าโลมหญิงสาว ปากร้อนอ้าปากงับไปตรงประทุมถันคู่งาม ดูดดุนจนเกิดเสียงดังอย่างหยาบโลน ลิ้นสากรัวเร็วตรงเม็ดดอกบัวคู่งามจนปรายฟ้าต้องแอ่นอกให้ชายหนุ่มได้ครอบครองสองเต้าอย่างถนัด นิ้วมือร้ายก็ทำหน้าที่ บี้ขยี้ตรงปุ่มเกสรตรงใจกลางสาว

“อ๊ะ พี่เขต ปรายไม่ไหวแล้ว” ปรายฟ้าครวญครางดังลั่น เขตแดนจับร่างบางหันหน้าเข้ากับผนัง ดันขาสองข้างให้แยกออกจากกัน

“ลองหลักสูตรใหม่กันดูนะ นักเรียนของคุณครู” ชายหนุ่มก้มตัวลงไปกระซิบที่ข้างหูแล้วกดริมฝีปากหนักๆตรงกลางหลังขาวเนียน จนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก มือหนา รูดแก่นกลายไปมาก่อนจะค่อยๆ สอดส่ายเข้าไปในช่องทางรักที่คับแคบของแฟนสาวที่ร้างรากันไปนาน

“อืม...” เขตแดนครางออกมาอย่างพอใจ

“พี่เขต ท่านี้มันจุก”ปรายฟ้าอุทานแผ่วเบา

“มันจะจุกแค่ตอนแรก อีกเดี๋ยวมันจะเปลี่ยนไป”ชายหนุ่มตอบรับคำพูดของปลายฟ้า บั้นเอวก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่าน รัญจวนใจ จนปรายฟ้าเผลอครวญครางออกมาหลายครั้ง ชายหนุ่มรับรู้ถึงแรงตอดรัดภายในของร่างบาง จึงเร่งจังหวะ ให้เร็วขึ้น เสียงครางระงมก็ดังขึ้นเมื่อทั้งคู่ปลดปล่อยสายธารรักออกมาพร้อมกัน สมรภูมิรักไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ เมื่อเขตแดนพาร่างบางท่องเที่ยว ในห้วงความหฤหรรษ์ อีกครั้งและอีกครั้ง

“อื้อ...”แสงแดดส่องลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาทักทายสองหนุ่มสาวที่นอนกอดกันกลมอยู่บนที่นอนทำให้เขตแดนต้องบิดขี้เกียจเพื่อไล่อาการเมื่อยล้าจากการทำภารกิจหนักเมื่อคืน ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าเนียนใสข้างกายด้วยรอยยิ้ม อีกไม่กี่วันเขาก็จะได้ตื่นขึ้นมาเจอเธอทุกๆเช้า แบบนี้ตลอดไป เขตแดนอมยิ้มออกมาน้อยๆ อย่างมีความสุข

“นี่ แอบยิ้มอะไรคะเนี่ย”เสียงหวานพูดขึ้นทั้งที่ดวงตายังไม่ได้ลืมขึ้นมามอง

“รู้ได้ไงว่าพี่ยิ้ม”เขตแดนจุมพิตๆเบาตรงหน้าผากเนียน พลางถามออกมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

“หนูสัมผัสได้ “ปรายฟ้าเปิดดวงตาคู่สวยมาสบกับดวงตาคู่คมที่จ้องมองอยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มล้อๆ

“ไม่ต้องมาล้อพี่เลย ก็พี่มีความสุขที่ตื่นมาเจอหนูอยู่เคียงข้างกายตอนเช้าแบบนี้”เขตแดนจิ้มจมูกเล็กปลายเชิดของแฟนสาวอย่างล้อเลียน

“หนูก็มีความสุขค่ะ ที่วันนี้ชีวิตหนูมีพี่เขตอยู่ข้างกาย เมื่อก่อนหนูเคยคิดนะคะ ว่าคงไม่มีวันนี้ เพราะพี่เขตโกรธและเกลียดหนูมาก บางครั้งหนูอดน้อยใจไม่ได้ ที่มีพี่เขตใจดีกับผู้หญิงทั้งโลก แต่กลับใจร้ายกับหนูคนเดียว แต่วันนี้หนูไม่คิดเสียใจเลยด้วยซ้ำ ที่หนูลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง ต้องขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมแพ้ไปซะก่อน “ปรายฟ้าระบายยิ้มออกมาให้แฟนหนุ่ม

“ใช่พี่ต้องขอบคุณหนู ขอบคุณที่กลับมา ขอบคุณที่กล้าเข้ามาอีกครั้ง และขอบคุณที่ให้โอกาสผู้ชายคนนี้แก้ตัว พี่รักหนูมากนะครับ” เขตแดนกระชับอ้อมกอดเพื่อนถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มีส่งไปให้ร่างบางที่เขารักที่สุดได้รับรู้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของเขา ปรายฟ้าก็โอบกอดกระชับร่างชายหนุ่มแน่น

@ วันวิวาห์

พิธีการต่างๆ ถูกจัดขึ้นที่ไร่พิทักษ์พงค์ แขกเหรื่อมากมายที่มาร่วมเป็นสักขีพยาน ให้กับคู่บ่าวสาว สีหน้าทุกคนต่างชื่นมื่น ส่งเสียงหัวเราะและมีรอยยิ้มที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดีไปกับบ่าวสาว

“ณ. ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ก็ถึงเวลาที่ทุกท่าน รอยคอ” จ๋องที่เป็นพิธีกรในงานพูดขึ้น

“รอคอย! ฮ่าๆๆๆ” เสียงบรรดาแขกเหรื่อต่างช่วยกันผวนคำพูดของพิธีการอย่างสนุกสนาน

“ขอให้ทุกท่าน พับกบ” จ๋องยังคงยิงมุกไม่ขาดสาย สร้างเสียงหัวเราะให้กับบรรดาแขกทั้งหลายที่มาร่วมงาน

“พบกับ !!!ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะยังดังไม่ขาดสาย

“ขอบคุณครับที่ช่วยกันแก้ให้ พบกับ คุณเขตแดน พิทักษ์พงค์ หรือนายเขตของไร่พิทักษ์พงค์ และคุณปรายฟ้า อมรพันธ์ นายหญิงคนเล็กของไร่พิทักษ์พงค์ บนเวทีนี้เลยครับ” สิ้นเสียงพิธีกรกิตติมศักดิ์ เสียงกู่ก้องยินดี พร้อมเสียงปรบมือดังลั่น ต่างปรบมือให้คู่บ่าวสาว ที่ขึ้นไปยืนบนเวทีทั้งคู่ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันด้วยรอยยิ้ม

“ก่อนอื่นเราต้องมาถามความรู้สึกของเจ้าบ่าวที่มีต่อเจ้าสาวกันก่อนนะครับว่าเป็นยังไง เรียนเชิญเจ้าบ่าวครับ” จ๋องส่งไมค์ต่อให้เจ้านายหนุ่มที่มองหน้าลูกน้องอย่างเหวอ เมื่อไม่ได้เตรียมคำพูดอะไรมาเลย เขตแดนรับไมค์มาอย่างงงๆ

“เออ..ผมพูดไม่ค่อยเก่งนะครับ เพราะสำหรับผมการกระทำสำคัญมากกว่าคำพูด และผมก็เชื่อว่า เจ้าสาวแสนสวยของผม คงจะเห็นแล้วว่าที่ผ่านมาผมรักเขาแค่ไหน เพราะอาจไม่มีคำพูดที่สวยหรูเหมือนคนอื่นเขา แต่อยากจะให้หนูรู้ไว้ว่า ผู้ชายคนนี้รักหนูเทียบเท่ากับชีวิตตัวเอง”เขตแดนมองสบตาเจ้าสาวนิ่ง ปรายฟ้าน้ำตาคลอด้วยความตื้นตัน เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อเจ้าบ่าวพูดจบ

“จบไปแล้วนะครับสำหรับความในใจของทางเจ้าบ่าวของเรา ไม่เน้นคำพูด เน้นการกระทำอย่างเดียว ถึงว่าเจ้าสาวของเราถึงแทบจะไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง” จ๋องมิวายเอ่ยแซวเจ้านายตน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของบรรดาแขกที่มาร่วมงาน

“ไอ้จ๋อง!!”เขตแดนตาขวางใส่ลูกน้องหนุ่ม จ๋องหาได้สลดกลับหัวเราะชอบใจที่สามารถแหย่เจ้านายได้

“ต่อไปก็ถึงคิวของ เจ้าสาวเราแล้วนะครับ เรียนเชิญเจ้าสาวครับ” จ๋องยื่นไมค์ไปหาปรายฟ้า ที่ยืนทำหน้าแดงอยู่ข้างๆเจ้าบ่าว

“สวัสดีค่ะ ถ้าถามถึงความรักที่มีต่อพี่เขตสำหรับปราย มันคงจะเกิดขึ้นตั้งแต่จำความได้คะ พอปรายจำความได้ ในชีวิตของปรายก็มีพี่เขตคอยอยู่ข้างๆทุกครั้ง ไม่ว่ากินเที่ยวหรือเล่น ปรายไม่เคยคิดว่าความรู้สึกของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง ที่มีให้กับพี่ชายที่แสนดีในตอนนั้น มันจะกลายมาเป็นความรักในวันนี้ ตอนแรกปรายคิดว่าปรายอาจจะชอบพี่เขตเพราะพี่เขตเป็นผู้ชายคนเดียวที่ปรายสนิทสนมด้วย แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย ยิ่งโตขึ้น ความรู้สึกที่มันอยู่ในใจมันกลับคอยย้ำให้ตระหนักอยู่เสมอว่าพี่เขตคือคนสำคัญที่สุดในชีวิตของปราย ปรายอาจจะดื้อ จะปากร้าย บ่อยครั้งที่เราทะเลาะกัน แต่ทุกครั้งที่ปรายมีปัญหา หรือเกิดเรื่องขึ้น ก็จะมีผู้ชายคนนี้ที่คอยช่วยเหลือ คอยปกป้องเสมอ จนเมื่อเกิดเหตุการณ์สองเหตุการณ์เกิดขึ้น เหตุการณ์แรกคือการที่พี่เขตต้องเดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ 2 ปี ตลอด2ปีที่ไม่มีพี่เขต หัวใจปรายเต้นช้ามาก คอยนับวัน ขีดปฏิทิน เพื่อรอคอยวันพี่เขตกลับมา และอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ปรายรู้ว่า ปรายรักพี่เขตมากแค่ไหน คือวันที่พี่เขตต้องบาดเจ็บเกือบตายเพื่อช่วยปราย หัวใจดวงนี้แทบแตกสลาย ในวันที่ต้องไปยืนมองดูพี่เขตในห้องICU อยู่ทุกวัน พร้อมกับความรู้สึกที่ว่าฉันอยู่ไม่ได้ถ้าขาดผู้ชายคนนี้ อยากจะขอบคุณ พี่เขตที่ทนกับผู้หญิงร้ายกาจ เอาแต่ใจ ปากร้าย คนนี้ และขอบคุณที่กลับมาให้หนูได้รักอีกครั้ง หนูรักพี่เขตนะคะ”ถ้อยคำยืดยาวที่กลั้นกรองออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจของเจ้าสาวแสนสวยทำให้แขกเหรื่อถึงกับน้ำตาซึม แม้แต่เจ้าบ่าวเอง

“จูบเลยๆๆๆๆ” จู่เสียงเชียร์จากบรรดาแขกก็ดังมากลบฉากดราม่าบนเวที จากหนึ่งเสียง เป็นสองเสียงแล้วทั้งงานที่เรียกร้องให้บ่าวสาวจุมพิตกัน เขตแดนประคองใบหน้าเนียนใสนิ่ง ก่อนจะประกบริมฝีปากหนาลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางสักขพยานที่ปรบมือเกรียวกราวอย่างมีความสุข

“เอาล่ะครับ ณ.เวลาต่อจากนี้ ผมขอเรียนเชิญบรรดาสาวโสดทั้งหลาย มารวมตัวกันหน้าเวที เพราะเรากำลังจะถึงจุดไคแมกซ์ของงานแล้วนะครับ เจ้าสาวของเราจะทำการโยนช่อดอกไม้แล้วนะครับ" เสียงพิธีกรจ๋องยังคงดังต่อเนื่อง บรรดาสาวโสด และไม่โสด ต่างลุกกรูกันมารวมตัวยังหน้าเวทีด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มปนตื่นเต้น

“เร็วๆ นังทิม”นนนี่เตรียมกระชากแขนเพื่อนสาว

“แป๊บนึงซิ นังนนนี่”ทับทิม ถอดรองเท้าส้นสูงออก 

“นี่แกจะจริงจังไปไหนเนี่ย ต้องถอดรองเท้าเลยหรือไง” เมษาอดขำเพื่อนสาวไม่ได้

“แบบนี้แหละถนัดดี” ทับทิมชำเลืองไปมองชายหนุ่มที่หมายตา อย่างมุ่งมั่น

ปรายฟ้าหันไปมองด้านหลังด้วยรอยยิ้ม สดใส พร้อมกำช่อดอกไม้สีสวยในมือแน่น

“เอาล่ะนะครับ เจ้าสาวพร้อมนะครับ ผมจะให้สัญญาณ นับ1 ถึง 3 เจ้าสาวก็โยนช่อดอกไม้เลยนะครับ” จ๋องพูดขึ้นปรายฟ้าพยักหน้าเข้าใจ

“เอาล่ะครับ 1...2...3...”สิ้นเสียงนับจากพิธีกร ช่อดอกไม้ลอยละลิ่ว ก่อนจะร่วงหล่นลงมาในมือของทับทิมราวถูกจับวาง

“อร๊ายๆๆๆ ฉันได้ๆๆฉันได้ดอกไม้” ทับทิมตื่นเต้นดีใจจนเวอร์ ต่างกับบรรดาสาวๆคนอื่นๆที่ถอนหายใจด้วยความเสียดาย

หญิงสาวหันหน้าไปมองหมอหนุ่มที่เขามองเธออยู่ก่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทับทิมกระตุกยิ้ม พร้อมขยิบตาส่งให้หมอทรงวุฒิไปหนึ่งที

“เตรียมรับมือ กับพายุทับทิมไว้ได้เลยนะคะ หมอขา งานนี้ทับทิมจัดเต็มแน่นอนเลยจร้า ฮิฮิ”ทับทิมพูดด้วยสีหน้ามุ่งมั่น

..........................................................

เรื่องของพี่เขตและน้องปราย ก็ลงเอยไปอย่าสวยงาม แต่ช้าก่อน

เรื่องยังไม่จบนะคะ!!!!

มาร่วมกันลุ้นว่า ยัยทับทิมของเพื่อนๆ จะพิชิตใจหมอสูติได้มั๊ย

ขอขอบคุณทุกคอมเม้นท์ ทุกกำลังใจที่มอบให้ไรท์นะคะ สำหรับไรท์ ไรท์เปรียบเสมือนนักเขียนมือใหม่ระดับอนุบาล

ที่พึ่งจะเริ่มหัดเขียน การที่มีรีดเข้ามาชื่นชอบ กดถูกใจ คอมเม้นท์ให้ไรท์แบบนี้ มันคือกำลังใจที่สุดของไรท์แล้วคะ

มันทำให้ไรท์กล้าที่จะเขียนเรื่องใหม่ แล้วพัฒนางานเขียนให้ดีขึ้น ขอบคุณมากๆนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว