email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : วันที่รอคอย

คำค้น : คู่กัด คู่รัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 30 มี.ค. 2564 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วันที่รอคอย
แบบอักษร

@โรงพยาบาล 

ปรายฟ้าเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องICU เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อให้เป็นกำลังใจให้แก่ตัวเอง  เพราะเมื่อก้าวเท้าเข้าไปด้านในหญิงสาวรับรู้ถึงแรงกดดันที่อยู่รอบๆตัว ผู้ป่วยหลายคนที่อาการหนัก และมีญาติๆคอยอยู่เคียงข้างเพื่อรอคอยการกลับมามีชีวิตอีกครั้งอย่างมีความหวัง บางคนก็ไม่มีโอกาสที่จะตื่นลืมตาขึ้นมาเพื่อแก้ไขเรื่องราวต่างๆ หญิงสาวเปลี่ยนชุดกันเชื้อ เพื่อเดินเข้าไปยังเตียงที่เขตแดนนอนมาเกือบสัปดาห์ ปรายฟ้าเดินเข้าไปด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง หญิงสาวค่อยๆเลื่อนผ้าม่านที่กั้นออกได้เพียงครึ่ง เธอต้องผงะ เมื่อพบหญิงชราคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างเตียงคนไข้ 

“อะ...เออ คุณยายคะ คุณยายเป็นใครคะ” ปรายฟ้าถามหญิงชราด้วยความฉงน หญิงชาก็มองใบหน้าเนียนใสของหญิงสาวตรงหน้าแบบงงๆเช่นกัน ดวงตาสีขุ่น คลอไปด้วยน้ำตา 

“แล้วแม่หนูเป็นใคร ถึงมาได้มาเยี่ยมลูกชายของยาย” หญิงชราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

“เอ๊! ลูกชายของคุณยาย คุณยายเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าค่ะ ผู้ป่วยเตียงนี้เป็นคนรักของหนูนะคะ”ปรายฟ้ามองหญิงชราแล้วค่อยๆอธิบายอย่างใจเย็น เธอมาเยี่ยมคนรักทุกวันแล้วจะเป็นผู้ป่วยคนอื่นไปได้ยังไง 

“หนูนั่นแหละมาผิดเตียงหรือเปล่า นี่ลูกชายของยาย นายสุพจน์ อิ่มเอม นี่ไงชื่อติดตรงปลายเตียงนี่ไงแล้วลูกชายยายจะไปเป็นแฟนกับแม่หนูได้ยังไง ในเมื่อลูกชายยายไม่ได้เป็นผู้ชายแท้” หญิงชราชี้ให้หญิงสาวดูรายชื่อที่ติดอยู่ตรงปลายเตียง 

ปรายฟ้ารีบเดินไปมองดูรายชื่อที่ติดอยู่ตรงปลายเตียงคนไข้ 

“นายสุพจน์ อิ่มเอม อายุ48 ปี หา! แล้วแฟนหนูหายไปไหน”ปรายฟ้าอ่านชื่อคนป่วยเบาๆ ดวงตาคู่หวานเบิกโพลงเมื่อสมองกำลังประมวลผลว่าเมื่อเตียงที่เขตแดนใช้นอนอยู่ทุกวัน บัดนี้กลับกลายเป็นคนไข้คนอื่นนอนรักษาตัวแทน แล้วชายหนุ่มหายไปไหน สองเท้ารีบสาวออกจากห้องICU ด้วยหัวใจที่ร้อนรน ทำไมมีการย้ายคนป่วยถึงไม่มีใครแจ้งญาติ ทำไมเธอถึงไม่รู้ หญิงสาวรีบวิ่งไปหาเจ้าหน้าที่ประจำห้อง ICU  

“ขอโทษนะคะ คุณพยาบาล ไม่ทราบว่าผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่บนเตียง 16 ย้ายไปไหนคะ”ปรายฟ้ารีบถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแล้วหัวใจที่เต้นรัวเร็ว 

“ผู้ป่วยที่อยู่เตียง 16 คุณเขตแดน พิทักษ์พงค์ใช่มั๊ยคะ ผู้ป่วยได้ย้ายไปรักษาตัวที่ห้องพิเศษ ตรงตึก...เมื่อเช้านี่แล้วค่ะ” พยาบาลสาวแจ้งให้กับหญิงสาวให้ทราบพร้อมใบหน้าเปื้อนยิ้ม 

“ย้ายไปห้องพิเศษ ทำไมไม่เห็นมีใครแจ้งเลยล่ะคะ”ปรายฟ้าขมวดคิ้วมุ่น 

“เป็นความต้องการของผู้ป่วยเองคะ”พยาบาลสาวอธิบายอย่างใจเย็น 

“ความต้องการของผู้ป่วยหรอคะ งั้นแสดงว่า ผู้ป่วยฟื้นแล้วหรอคะ”ปรายฟ้าถามกลับด้วยสีหน้าตื่นเต้น 

“ผู้ป่วยฟื้นตั้งแต่ ตีห้าแล้วคะ คุณหมอที่อยู่เวรได้ทำการเข้าตรวจอาการแล้วมีความเห็นว่าผู้ป่วย อยู่ในภาวะพ้นขีดอันตราย อาการตอบสนองเป็นไปอย่างดี จึงเห็นสมควรให้ย้ายผู้ป่วยไปพักรักษาตัวที่ห้องพักฟื้นได้ค่ะ  แล้วผู้ป่วยแจ้งเจตจำนงว่าของพักฟื้นที่ห้องพิเศษของทางโรงพยาลบาลค่ะ”พยาบาลสาวส่งยิ้มมาให้ญาติสาวคนสวยที่ยืนยิ้มอย่างยินดี ดวงตาคู่หวานเคลือบน้ำตาแห่งความดีใจ 

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะ”ปรายฟ้าฉวยมือเรียวของพยบาลสาวมากุมไว้อย่างยินดี ปากเรียวบางพร่ำคำพูดขอบคุณอยู่หลายครั้งก่อนจะรีบวิ่งออกไป ใบหน้าเนียนใสปรากฏรอยยิ้มครั้งแรก่ตั้งแต่เกิดเหตุมาก็ว่าได้ 

“เขตแดน พิทักษ์พงค์” หญิงสาวอ่านชื่อหน้าห้องพิเศษเบาๆ พลางเอื้อมมือเรียวที่สั่นเท่าไปจับตรงลูกบิดประตู ให้เปิดกว้าง ภาพชายหนุ่มที่นอนลืมตาอยู่บนเตียงหันมามองยังร่างบางที่ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนจะระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ เขาคิดว่าเขาคงจะไม่มีโอกาสได้เจอเธอแล้วซะอีก ปรายฟ้ารีบสาวเท้าเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยดวงตาคู่หวานคลอไปด้วยน้ำตา  

“พี่เขต ฮือ พี่เขต”ปรายฟ้าสวมกอดชายหนุ่มแน่นเมื่อชายหนุ่มได้กางแขนออกจากกัน 

“โอ๊ย! เบาๆซิ พี่เจ็บอยู่นะ”เขตแดนอุทธรณ์ ก่อนจรดริมฝีปากเข้ากับขมับของหญิงสาวอย่างแสนคิดถึง 

“ขอโทษ ขอโทษที่ทำให้พี่เขตเป็นแบบนี้ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่กลับมา ฮึก!!” ปรายฟ้าสะอื้นไห้ 

“คิดถึงพี่หรอ หืม!” เสียงทุ่มนุ่มกระซิบเบาข้างหู ปรายฟ้าพยักหน้าหงึกงัก 

“คิดถึง คิดถึงมาก พี่เขตรู้มั๊ยหนูแทบไม่กล้าหลับตาเลย หนูกลัวว่าหนูตื่นมาแล้วพี่เขตจะทิ้งหนูไป”ปรายฟ้าพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น 

“พี่ไม่มีวันทิ้งหนูไปไหนหรอก พี่ยังไม่ได้แต่งงานกับหนูเลยนะ พี่ต้องกลับมาเป็นเจ้าบ่าวให้หนูก่อนซิ” เขตแดนเอาหน้าผากชนกันกับหน้าผากหญิงสาว สองหนุ่มสาวประสานสายตากันด้วยความรัก ความคิดถึงที่ส่งให้แก่กัน ปรายฟ้าจรดริมฝีปากบางแนบชิดกับริมฝีปากหนาแผ่วเบา 

“คิดถึงมากนะคะ อย่าทิ้งหนูไปแบบนี้อีกนะ”ปรายฟ้ากระซิบคำพูดกับริมฝีปากหนาก่อนจะประทับริมฝีปากบางลงไปอีกครั้ง 

“ถึงไล่ก็ไม่ไปหรอกครับ”เขตแดนส่งรอยยิ้มมาเติมเต็มกำลังใจให้แก่กันและกัน ประตูถูกเปิดเข้ามาจากด้านนอก ทำให้สองหนุ่มสาวรีบผละออกจากกัน 

“ตาเขตลูก ฮือๆตาเขตลูกแม่”พราวพิศรีบปรี่มาหาบุตรชายด้วยความดีใจตามด้วยสุวิทย์และคุณหญิงสาลินี  

“อย่าร้องไห้ซิครับ แม่”เขตแดนกระเซ้ามารดาด้วยรอยยิ้ม 

“รู้มั๊ยแม่ใจหายแค่ไหน ลูกไม่ฟื้นเกือบอาทิตย์นะ หัวใจแม่แทบขาด ขวัญเอ่ยขวัญมานะลูก”พราวพิศลูบศรีษะบุตรชายด้วยความรัก ก่อนจะก้มหอมตรงศรีษะของลูกชายแล้วสวมกอดไว้แน่น 

“รู้ครับ รู้ว่าพ่อกับแม่รักผมมาก” เขตแดนยกยิ้มให้บิดามารดา คุณหญิงสาลินีเดินไปกอดบุตรสาวแล้วมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม เมื่อชายหนุ่มฟื้น ก็มีบรรดาเพื่อนๆสมัยเรียน โดยมีสายหมอก ธันวาที่รู้ข่าวแวะเวียนมาเยี่ยมเยียน 

“ไม่น่าเชื่อเลยว่ะ ไอ้เขต ว่ามึงกับกับน้องปรายจะลงเอยกันได้ เห็นเมื่อก่อนเจอหน้ากันทีไร กัดกันอย่างกับหมา”ธันวาแซวขึ้น ปรายฟ้าหันไปสบสายตาเขตแดนนิ่ง พลางหลุดขำเมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีต 

“ใช่จริงๆด้วย เมื่อก่อนถ้าฉันไม่มีแฟนไปซะก่อนนะ ไอ้เขตได้กินแห้วแน่”สายหมอกแหย่ทั้งคู่พร้อมหัวเราะร่า ปรายฟ้าหน้าแดงกร่ำด้วยความเขิน 

“หยุด! พอเลยพวกแกนี่ชอบขุดเรื่องอดีต ตอนนี้เขาอยู่กับปัจจุบันกันแล้วเว้ย อดีตคืนวันวาน แต่ปัจจุบันฉันรักเธอ” เขตแดนหันไปตวาดเพื่อนเขาเบาๆ แล้วหันมาหยอดให้ปรายฟ้าพร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ 

“อุ๊แหวะ!! อย่างจะอ้วก สำนวนแกนี่ลิเกมากไอ้เขต น้องปรายไม่เลี่ยนบ้างหรอครับ”ธันวาแกล้งอ้วก 

“ปรายชินแล้วค่ะ พี่ธัน พี่เขตก็ลิเกแบบนี้แหละค่ะ”ปรายฟ้ารับมุกทันวา พลางเอามือป้องปากหัวเราะร่า 

“แล้วนี่จะแต่งกันเมื่อไหร่ อย่าลืมชวนพี่นะ” สายหมอกหันมามองหญิงสาวหน้าหวานที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ข้างเตียงผู้ป่วย 

“เชิญแน่นอนค่ะพี่หมอก ประมาณปลายเดือนหน้านี่แหละค่ะ” ปรายฟ้าส่งยิ้มไปให้  สายหมอกและธันวาพยักหน้ารับ 

“เดี๋ยวพวกฉันสองคนกลับกันก่อนนะ หายเร็วนะเพื่อน”สายหมอกและธันวาลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาที่จะต้องให้เพื่อนพักผ่อนได้แล้ว  

@ร้านกาแฟ 

เป็นสถานที่นัดพบกันของปรายฟ้าและเพื่อนๆ ทั้งสี่นั่งคุยกันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด 

“แกแน่ใจหรอปราย ว่าผู้หญิงที่เราเห็นเมื่อคืน เป็นคนจริงๆไม่ใช่ผี” เมษาจ้องหน้าเพื่อนสาว พวกเธอต่างมารวมตัวกันเมื่อได้รับรายงานจากเพื่อนสาวว่าเขตแดนฟื้นแล้ว ทั้งสามต่างพากันไปเยี่ยมชายหนุ่มก่อนจะออกมาด้วยกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆกับโรงพยาบาล 

“แน่ใจซิ แล้วฉันก็คิดว่าฉันรู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วย”ปรายฟ้ามองไปเบื้องหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด 

“ใคร!!”สามเสียงถามขึ้นมาพร้อมกันแทบไม่ได้นัดหมาย 

“แพรวา!” ชื่อของผู้หญิงที่เพื่อนสาวเอ่ยปากออกมาทำให้ทั้งสามตาโต 

“จะเป็นไปได้ยังไง ก็ไหนแกว่า ยัยแพรวานั้นตกตืกไง ตึกสูงตั้ง 6 ชั้นเลยนะแก คนนะไม่ใช่ซุปเปอร์ฮีโร่ พี่เขตถูกยิงแค่นัดเดียวต้องยื้อชีวิตท่ามกลางความเป็นความตายเกือบจะหนึ่งสัปดาห์ แต่ยัยนั่นตกตึก 6 ชั้นไม่เป็นอะไรเลย” นนนี่แย้งขึ้น 

“ใช่ต้องชั่วขนาดไหนเนี่ย ถึงขั้นที่ยมทูตไม่ยอมมารับวิญญาณเนี่ย” ทับทิมเสริม 

“ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนแกล่ะนนนี่ ว่าแพรวาตายแล้ว แต่ฉันได้ยินผู้กองวันรบคุยกับคุณพ่อว่าแพรวาแค่บาดเจ็บ กระดูกขาแตก เพราะจุดที่แพรวาตกลงไป มีกองที่นอน และกองขวดพลาสติกที่พวกเร่รอนเขาเก็บมากองไว้ ค่อนข้างสูง ทางตำรวจเลยเข้าควบคุมตัวแล้วนำส่งโรงพยาบาลก่อนที่จะส่งดำเนินคดี”ปรายฟ้าพูดขึ้นหญิงสาวพยายามใช้ความคิด 

“งั้นเราลองไปพิสูจน์กันมั๊ย”เมษาชวน ทุกสามมองหน้าเมษานิ่ง 

“พิสูจน์ยังไงแก”ทับทิมถามอย่างสนใจ 

“แต่ฉันไม่ไปตอนเที่ยงคืนอย่างวันนั้นแล้วนะ ต่อให้เป็นคนก็เถอะ ฉันก็อดหลอนไม่ได้”นนนี่ส่ายหน้าหวือ 

“ก็ไปมันซะตอนนี้ล่ะ ถ้าเป็นคนเราคงได้เจอ”เมษาเสนอ และทั้งสี่ก็ย้ายบั้นท้ายมายืนอยู่ตรงหน้าศาลไม้ ที่ยังมีผู้คนต่างมาแก้บนกันอยู่ไม่ขาดสาย ทั้งสี่พยายามเดินเลยศาลไม้นี้ไปสายตาต่างพากันกวาดสายตามองไปรอบๆ ปรายฟ้าเดินตรงไปหาคุณยายที่นั่งขายพวงมาลัยอยู่ข้างๆศาล 

“หวัดดีจร้าแม่หนูรับพวงมาลัยมั๊ยจ๊ะ” ยายยื่นพวงมาลัยมาให้ปรายฟ้า 

“พวงเท่าไหร่จ๊ะยาย”ปรายฟ้าถามด้วยสีหน้าเป็นมิตร 

“ยายขาย 20 บาทพอแล้วแม่หนู นั่งมาตั้งแต่เมื่อเช้ายังไม่ได้ขายเลย” ยายพูดขึ้น 

“งั้นหนูเหมาหมดเลยจ๊ะยาย”คำพูดของปรายฟ้าทำให้เพื่อนๆต่างหันมามองเพื่อนสาวอย่างงงงวย 

“แกจะเอาไปทำอะไรยัยปราย”นนนี่กระซิบ 

“ไม่รู้เหมือนกัน อยากช่วยยายน่ะ เท่าไหร่จ๊ะ”ปรายฟ้าตอบเพื่อนก่อนจะหันมาถามยาย 

“มีทั้งหมด 10 พวง 200บาทจ๊ะแม่หนู”ยายรีบเอาพวงมาลัยใส่ถุงด้วยมือที่สั่นเทา ใบหน้ายิ้มแย้มดีใจ ปรายฟ้าเอาธนบัติใบละ 1000ยื่นให้กับยาย 

“อุ๊ย! ยายไม่มีเงินทอนหรอกแม่หนู ทั้งเนื้อทั้งตัวยายมีนี่แค่ 20 บาทเอง” ยายเอ่ยอย่างวิตก 

“หนูให้จ๊ะ ยายไม่ต้องทอนหนูนะ เอาไว้ซื้ออะไรทาน แล้วนี่บ้านยายอยู่ไหนจ๊ะ แล้วลูกหลานยายล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้ยายมาขายของข้างนอกแบบนี้” ปรายฟ้าย่อตัวลงนั่งข้างยายชรา ที่หญิงสาวประเมินจากสายตาน่าจะอายุราว 80 ปี 

“บ้านยายไม่มีหรอกหนู ยายอาศัยที่ข้างๆสะพานตรงนั้น ทำเพิงอยู่ ลูกหลานยายก็ไม่มีหรอก มีแต่นังบ้าที่พลัดหลงมายายสงสารเลยให้มันมาอยู่ด้วยกัน แต่มันไม่มีพิษมีภัยหรอกนะ”ยายเล่าเรื่อยๆ อย่างกับคนที่ชอบพูดชอบคุย  

“นังบ้า!!!” ทั้งสี่อุทานออกมาพร้อมกันและสบตากันนิ่ง 

..................................................... 

ในที่สุดพี่เขตก็ฟื้นซะที กว่าจะฟื้นน้ำตาหนูปรายหมดไปหลายปี๊บเลยทีเดียว 

อย่าลืมคอมเม้นต์และกดถูกใจเป็นกำลังใจให้ไรท์กันด้วยคะ 

รักรีดเดอร์ทุกท่านเลย 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว