ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 การกลับมาของใครบางคน

ชื่อตอน : บทที่ 11 การกลับมาของใครบางคน

คำค้น : ไม่ติดเหรียญ อ่านฟรี คุณชาย เจ็บปวด น้ำตา ดราม่า พระเอกร้าย ศัตรู เลิกรัก แต่งงาน แกล้ง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 20:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 การกลับมาของใครบางคน
แบบอักษร

ประตูถูกลงกลอนจนเสร็จสรรพทว่าร่างบางกลับยืนนิ่งคล้ายว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างในหัว เรื่องเมื่อคืนยังวนเวียนไม่จางหาย ปรียาวดีถอนหายใจเหนื่อยหน่ายเมื่อทอดสายตาไปยังหน้าบ้านหลังใหญ่ แผ่นหลังกว้างของใครบางคนที่กำลังยืนรอบุตรชายมันทำให้ปรียาวดีคิดชั่งใจกับตัวเอง

จะเดินไปตอนนี้หรือรอให้เขาออกไปก่อน

แต่ทำไมเธอต้องเป็นคนที่ยอมอยู่ฝ่ายเดียวล่ะ

ในเมื่อหมายมั่นที่จะลืมและเลิกรัก ก็ควรจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่าปล่อยให้คนอื่นมามีอิทธิพลกับเรามากกว่าตัวเราเองสิ

“แค่อึดใจเดียวเองปรี”ปลอบประโลมตัวเองก่อนจะก้าวเท้าเดินออกไป

ปรียาวดีเลือกที่จะก้มหน้าไปตลอดเส้นทางจนถึงหน้าบ้านโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยสักนิด พอเท้าก้าวพ้นประตูรั้วเธอถึงได้เงยหน้าขึ้นตามปกติ พร้อมกับเสียงถอนหายใจอย่างคนโล่งอก

มันก็ไม่เห็นจะยากเลยนี่ เพียงแค่เลิกกลัวและกล้าที่จะปกป้องตัวเอง ทุกอย่างก็จะจบ เขาไม่ได้มีอิทธิพลกับเธอขนาดนั้น

หัวใจก็ของเรา ร่างกายก็ของเรา แล้วทำไมถึงได้ปล่อยให้ใครก็ไม่รู้มาทำร้ายทำลายมัน

นับแต่นี้ต่อไป เธอจะไม่พาตัวเองเข้าไปเฉียดใกล้เขาอีกแล้ว เรื่องเมื่อคืนมันยิ่งตอกย้ำว่าทั้งหัวใจของเขาไม่เหลือที่ว่างให้ใครเลยนอกจากนลิน

ถอยสิ จะยืนให้ตัวเองเจ็บปวดต่อไปทำไม

แววตาที่ทอดมองไปเบื้องหน้าพลันหลุบต่ำเมื่อรถคันหนึ่งแล่นผ่าน เธอเลือกที่จะไม่มอง ก่อนจะรีบเดินไปโบกมือเรียกแท็กซี่

สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี...ไม่เห็นจะยากเลยนี่

 

ในเวลาที่เข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงตรง เหล่าบุคลากรทางการแพทย์บางคนก็เริ่มทยอยกันออกไปหาอาหารใส่ท้องเพื่อเติมพลังมารักษาผู้ป่วยต่อ หนึ่งในนั้นคือปรียาวดี

“วันนี้ไม่สบายหรือเปล่า?”น้ำรินถามอย่างสงสัย เพราะตั้งแต่เช้าใบหน้าของปรียาวดีเหมือนคนที่กำลังกลัดกลุ้มในใจ

รอยยิ้มที่ดูฝืนๆ แววตาดูหม่นหมองกว่าทุกๆวัน นั้นคือจุดสังเกตที่บอกว่าวันนี้เพื่อนของหล่อนไม่ปกติแน่ๆ

แต่เรื่องที่จะทำให้ปรียาวดีกังวลจะมีอะไรบ้างล่ะ นอกเสียจากอาการป่วยของผู้เป็นย่า น้ำรินคิดเช่นนั้นเพราะยังไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ของอนุทัตกับปรียาวดีที่เปลี่ยนไป

หรืออาจจะไม่เปลี่ยน ต่อให้แต่งงานก็เหมือนไม่ได้แต่งอยู่ดี ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพียงเพราะสถานการณ์บังคับไม่ได้เกิดจากความรัก ในเมื่อตอนแรกมันเริ่มต้นเช่นนั้นตอนจบก็คงไม่ต่างกัน

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อยๆน่ะ”

“แน่ใจ?”

“อือ หิวแล้วอ่ะ รีบไปเถอะ จะได้รีบกลับมาตรวจคนไข้ต่อ”เอ่ยเปลี่ยนประเด็นบทสนทนา มือเรียวรีบลากแขนเพื่อนไปยังร้านอาหารในทันที หากช้ากว่านี้คงไม่วายถูกน้ำรินจับได้ว่าหล่อนกำลังกลุ้มใจจริงๆ แล้วประโยคเมื่อครู่ก็แค่การโกหกของคนชอบเก็บความรู้สึกอย่างปรียาวดี

ทว่าระหว่างทางดันพบเข้ากับใครบางคน

ไฉนโชคชะตาจึงชอบนำพาให้คนที่ไม่อยากพบเจอโคจรมาเดินเส้นทางเดียวกัน

สนุกล่ะสิ ชอบกลั่นแกล้งคนไม่มีทางสู้ ปรียาวดีนึกก่นด่าโชคชะตาในใจ

“รีบเดินเถอะ”เอ่ยเร่งน้ำริน

เท้าที่ก้าวด้วยน้ำหนักคงที่คล้ายจะชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้าวต่อ เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่มันชะงักไป เหตุจากเมื่อครู่คนที่เดินสวนไปนั้นคืออนุทัต เธอคิดไปเองหรือเปล่าว่าเขานั้นเหมือนจะเบี่ยงตัวเข้ามาใกล้กว่าตอนแรก พลอยให้หลังมือของเธอและเขาโฉบผ่านกัน ระยะห่างเพียงแค่ไม่กี่เซน รับรู้ได้จากปลายแขนเสื้อกาวน์ของเขาที่สัมผัสแขนของเธอ

คงไม่ใช่หรอก เขาจะทำอย่างนั้นทำไม ในเมื่อเขายังพร่ำเพ้อหาใครอีกคนอยู่เลย อีกอย่างดูจากท่าทางในเมื่อเช้า เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นบ้าง

แหงสิ มันไม่ได้สำคัญสักหน่อย เขาจะจำมันทำไม แล้วอีกอย่างเมื่อคืนเขาก็เมาขนาดนั้นคงจะจำได้หรอก หากรู้สึกตัวดีอนุทัตก็คงไม่เห็นเธอเป็นนลิน

ใบหน้าหวานสะบัดไปมาจนน้ำรินเบิกตากว้าง อยู่ๆเพื่อนก็เขย่าหัวตัวเองราวจะถอดมันออกมาในขณะที่นั่งรออาหาร แล้วจะไม่ให้หล่อนตกใจได้อย่างไร

“เป็นอะไรปรี ผีเข้าเปล่าเนี่ย?”

“ปะ...เปล่า แค่ปวดคอน่ะ สงสัยเมื่อคืนนอนตกหมอนแน่เลย”แก้ตัวไปข้างๆคูๆ ทำท่าทางนวดคอเบาๆ จะแถทั้งทีก็ต้องเอาให้สุด น้ำรินยิ่งเป็นพวกจับผิดเก่งอยู่ด้วย

ยังไม่ทันที่น้ำรินจะเอ่ยถามอะไรต่ออาหารก็มาเสิร์ฟเสียก่อน ปรียาวดีจึงรอดตัวไป

ผ่านไปราวๆยี่สิบนาทีสองสาวก็เดินกลับมาที่โรงพยาบาล หลังจากจัดการนำอาหารเข้ากระเพาะจนอิ่มหนำสำราญ ทว่าไม่นานนักปรียาวดีก็ต้องชะงัก สายตาเริ่มเพ่งมองอะไรบางอย่างด้วยความสงสัยและสนใจ ผ่านไปไม่ถึงนาทีแววตาของหล่อนก็พราวระยิบราวกับหมู่ดาว พร้อมกับริมฝีปากที่ค่อยๆคลี่ยิ้ม

เท้าเรียวที่หยุดชะงักเมื่อครู่เริ่มการก้าวเดินอีกครั้ง มันเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนแปรเปลี่ยนจากการเดินเป็นการวิ่ง

น้ำรินมองเพื่อนด้วยความสงสัยก่อนจะคลี่ยิ้มตามปรียาวดีเมื่อเห็นบุคคลซึ่งทำให้เพื่อนที่หน้าบึ้งมาทั้งวันยิ้มออก

หญิงสาวหยุดวิ่งก่อนจะมองร่างหนาที่ยืนพิงรถอยู่ด้วยแววตาภาคภูมิใจ โอบกอดชายตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผละออกพร้อมรอยยิ้มปริ่มใจ

“ดลกลับมาตอนไหนไม่เห็นบอกปรีเลย”น้ำเสียงดูดุหน่อยๆทว่าใบหน้ากลับคลี่ยิ้มจนตาหยี

ชายหนุ่มที่ทำให้ปรียาวดียิ้มได้ก็คือนพดลน้องชายต่างสายเลือดที่ห่างจากหล่อนเพียงแค่ปีเดียว

ส่วนมากนพดลจะถูกเลี้ยงดูจากผู้เป็นย่าเสมือนปรียาวดี มันเลยทำให้ทั้งสองสนิทกัน ไม่เหมือนนลินที่ถูกเลี้ยงดูจากมารดา ประโยคที่เคยพูดคุยกันจึงแทบจะนับครั้งได้ ผิดไปจากนพดลที่ในเมื่อก่อนหากมีเวลาว่างก็จะชอบพาตัวเองมาคลุกอยู่กับพี่สาวต่างสายเลือดเสียส่วนใหญ่ จำต้องห่างกันก็ช่วงที่นพดลนั้นไปเรียนต่อต่างประเทศราวๆสี่ห้าปีแล้วกระมัง

แม้ใครต่อใครจะบอกว่าปรียาวดีเป็นลูกชู้ไม่ใช่สายเลือดอัครเมธี แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยเอาข้อกล่าวหานั้นมาคั้นกลางระหว่างเขากับปรียาวดีเลยสักครั้ง เพราะปรียาวดีคือคนที่สอนให้เขาได้รู้จักกับคำว่าครอบครัว

ไม่แปลกหรอกที่ปรียาวดีและภัควิมลจะเป็นครอบครัวของนพดล ด้วยว่าตั้งแต่เล็กมารดาก็ไม่ค่อยสนใจเอาแต่เข้าสังคมกับเพื่อน ส่วนบิดาก็ทำแต่งาน นลินผู้ซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆก็ไม่อยากเล่นด้วยเพราะบอกว่านพดลเกิดมาเพื่อแย่งความรักของทุกคนไปจากเธอ ภัควิมลสงสารหลานจึงคอยไปรับมาเล่นที่บ้านปล่อยๆจนชายหนุ่มกลายเป็นเพื่อนเล่นกับปรียาวดีนับตั้งแต่นั้นมา

“ก็ดลอยากเห็นหน้าตกใจของปรี แล้วเมื่อกี้ก็เห็นแล้วด้วย ยังดูตลกเหมือนเดิมเลยนะ”แม้จะมีศักดิ์เป็นน้องแต่เขาก็ไม่เคยเรียกปรียาวดีว่าพี่เลยสักครั้ง ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าต่อให้เกิดคนละปีแต่ก็ห่างกันเพียงแค่สามสี่เดือนเพราะฉะนั้นเขากับปรียาวดีอายุเท่ากัน

“ตัวสูงกว่าปรีตั้งเยอะแต่ยังชอบแกล้งปรีเป็นเด็กๆอยู่เรื่อย”

“ไปกินข้าวมาเหรอ?”เอ่ยถามหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะหันไปสวัสดีน้ำรินที่เดินเข้ามาใหม่“สวัสดีครับพี่ริน ไม่เจอกันตั้งนานยังสวยเหมือนเดิมเลยนะครับ”

“แหม น้องดลนี่ตาคมเหมือนเดิมเลยนะคะ”

“ชมแต่รินนะ ทีกับปรีไม่เห็นชมสักคำ”ทำท่าทางเง้างอนอย่างไม่จริงจังนัก

“น้อยใจเก่งเหมือนเดิม จะว่าไปไม่เจอกันแค่สี่ห้าปีดูสูงขึ้นป่ะเนี่ย”ฉีกยิ้มอย่างภาคภูมิใจกับคำชมของน้องชายทว่าก็ต้องหุบยิ้มลงในทันทีเมื่อได้ฟังประโยคถัดไปของนพดล“เหมือนจะสูงขึ้นตั้งสองเซนแหนะ แต่ยังไงก็ยังเป็นน้องนิ้วก้อยเหมือนเดิม บอกแล้วให้กินนมเยอะๆ”

นิ้วก้อยคือคำเปรียบเปรยที่นพดลใช่เรียกพี่สาวด้วยว่านิ้วก้อยเป็นนิ้วที่สั้นที่สุดในบรรดานิ้วมือของปรียาวดี เสมือนกันส่วนสูงของหล่อนหากเทียบกับเขาแล้ว ในเมื่อก่อนปรียาวดีอยู่แค่ไหล่ของเขาอย่างไรตอนนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น ไม่แปรเปลี่ยน

“ก็ดลไม่ใช่หรือไงที่ชอบแย่งนมปรีกินตลอดอ่ะ ชิ!”จบประโยคนั้นนพดลก็ระเบิดหัวเราะออกมา พร้อมขยี้หัวพี่สาวอย่างเอ็นดู ทั้งสองไม่เหมือนพี่สาวกับน้องชายเลยสักนิด คล้ายจะเป็นฝาแฝดที่อายุเท่ากันเสียมากกว่า แต่บางคนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่าเป็นคู่รักเลยด้วยซ้ำ

“งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกันจะได้ปล่อยให้พี่น้องได้คุยกัน พี่ไปทำงานก่อนนะน้องดล”

“ครับ”หลังจากที่น้ำรินปลีกตัวออกไป ปรียาวดีก็พานพดลมานั่งคุยที่สวนหลังโรงพยาบาล เพราะอีกตั้งครึ่งชั่วโมงกว่าจะหมดเวลาพัก

“แต่งงานไม่เห็นบอกดลเลย”ปรียาวดีหันขวับไปมองน้องชายเมื่อน้ำเสียงเศร้าๆเอ่ยถาม ก่อนมาหาเธอที่นี่นพดลคงไปหาผู้เป็นย่ามาแล้วแน่ๆหากเดาไม่ผิด

“มันกะทันหันน่ะ แล้วอีกอย่าง...เดี๋ยวก็หย่าแล้ว ค่อยไปงานแต่งจริงๆทีเดียวแล้วกัน แต่คงต้องรอไปอีกหลายปีเลยล่ะ เพราะตอนนี้ยังหาว่าที่สามีไม่เจอเลย ไม่รู้ว่าเกิดหรือยัง”พยายามหัวเราะพร้อมเอ่ยติดตลกเพราะไม่อยากให้น้องชายเครียดตามไปอีกคน

ถึงจะทำเช่นนั้นแต่นพดลก็รู้ดีว่าสิ่งที่ปรียาวดีกำลังแสดงออกมามันไม่ใช่ความรู้สึกของเธอจริงๆ พี่สาวของเขาเป็นคนชอบเก็บความรู้สึก คนอื่นอาจจะดูไม่ออกแต่สำหรับเขามันไม่ใช่

“เขาเป็นใคร?”สงสัยภัควิมลจะบอกเพียงว่าเธอนั้นแต่งงานแต่คงไม่ได้บอกว่าแต่งกับใครสินะ

“ไม่สำคัญหรอก บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวก็หย่า”

“คุณชายทัตเหรอ?”ปรียาวดีกำมือตัวเองแน่นเมื่อรู้สึกเริ่มประหม่า ฟันบนขบกัดริมฝีปากล่างด้วยความอึดอัด นพดลมองออกว่านั้นคือปฏิกิริยาของปรียาวดีเมื่อกำลังรู้สึกไม่อยากตอบคำถามบางอย่าง“ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพ่อใช่ไหม ปรีถึงต้องทำแบบนั้น”

ไม่มีใครอ่านใจเธอได้ดีเท่านพดลอีกแล้วสินะ

และนี่คงจะเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้นพดลรีบกลับมาทั้งๆที่กำหนดกลับคืออาทิตย์หน้าอย่างที่เคยบอกหล่อน

ปรียาวดีได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเงยหน้ามองน้องชายพร้อมพยักหน้าเบาๆแทนการเอ่ยตอบ

“ปรีไม่ได้ทำเพราะเขาหรอก เพราะย่าต่างหาก ปรีไม่อยากให้ย่าเป็นกังวลแล้วก็กลัว”

“พ่อนะพ่อ ทำไมสร้างปัญหาแล้วไม่รู้จักแก้เอง ทำให้ปรีกับย่าเดือดร้อนแบบนี้ได้ไง ดลจะไปคุยกับพ่อให้รู้เรื่อง”

“อย่าไปคุยกับเขาเลย ช่างเขาเถอะ ต่างคนต่างอยู่แบบนี้น่ะดีแล้ว ปรีไม่อยากไปยุ่งกับเขา ดลก็รู้ว่าเขาคนนั้นไม่ชอบขี้หน้าปรี อีกอย่างตอนนี้คนพวกนั้นก็ไม่ได้มายุ่งกับปรีแล้ว”คนพวกนั้นที่เธอเอ่ยบอกก็คือเจ้าหนี้ของชนาเทพบิดาของนพดล แต่ไม่ใช่บิดาของปรียาวดี ทว่าปัญหาที่เขาก่อ หล่อนกลับต้องติดร่างแหไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สุดท้ายคนที่ต้องแก้ปัญหาให้ชนาเทพก็คือภัควิมลผู้เป็นมารดาและลูกนอกไส้อย่างเธอ เหตุจากเจ้าหนี้สืบประวัติจนล่วงรู้ว่าชนาเทพมีลูกสาวอีกคนนอกจากนลิน แม้จะรู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆแต่เพราะมันเกิดต้องตาต้องใจเข้าแล้ว คนมันจะเอามันก็จะเอาให้ได้

หนี้สินที่ชนาเทพกู้มาฟื้นฟูบริษัทมันมากมายเกินกว่าภัควิมลจะรับไหว นางจึงต้องแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากหม่อมแข และทางนั้นก็อยากได้ความช่วยเหลือเช่นกัน จึงทำการตกลงบางอย่าง แล้วจึงก่อเกิดเป็นการคลุมถุงชนระหว่างปรียาวดีและอนุทัตในปัจจุบัน

ปรียาวดีไม่ได้อยากจะทำแต่เพราะทุกอย่างบีบบังคับจึงต้องตัดสินใจเช่นนั้น ทั้งคำขอร้องจากผู้เป็นย่าเพราะห่วงความปลอดภัยของตัวเธอเอง แล้วอีกคนก็คือหม่อมแข มันยิ่งทำให้ปรียาวดีเกรงใจในบุญคุณของท่านทั้งสองจึงไม่อาจเอ่ยปฏิเสธลง

แล้วสุดท้ายโชคชะตาก็นำพาเธอเข้าใกล้ซาตานนามว่าอนุทัตมากกว่าเดิมและสักวันเธอก็จะทำให้ตัวเองออกห่างจากเขาเช่นกัน

“ดลสัญญานะว่าจะกลับมาบริหารบริษัทให้ดีกว่าเดิม จะได้เอาเงินมาใช้หนี้ก้อนนั้นให้หมด ปรีจะได้เป็นอิสระสักที”ลูบหัวพี่สาวแผ่วเบา ไม่คิดว่าการกลับมาประเทศไทยในครั้งนี้จะต้องมารับรู้ข่าวของพี่ให้รู้สึกปวดใจ นึกสงสารปรียาวดีอยู่ลึกๆ ไม่ได้เป็นคนก่อแต่ต้องมารับผิดชอบทุกอย่าง โดยเฉพาะคนที่เป็นต้นเหตุคือคนที่เกลียดตัวเองมาตลอด ปรียาวดีคงปวดหัวใจน่าดู นพดลรับรู้ดีแม้ว่าหล่อนจะไม่แสดงออกมาเลยก็ตาม“แล้วพี่ลินล่ะ เขารู้เรื่องนี้ไหม ทำไมถึงยอมปล่อยคุณชายทัตไปง่ายๆ ทั้งๆที่เมื่อก่อนกอดขาเตียงซะแน่นขนาดนั้น ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ครอบครอง แต่ทำไมอยู่ๆถึงได้ยอมหย่า”

“รู้สิ น่าจะรู้ดีด้วยซ้ำ แต่หม่อมย่าท่านยื่นข้อเสนอบางอย่างไปน่ะ พี่ลินเลยยอมหย่า”

“คุณชายทัตก็ยอมหย่าเหรอ?”

“ใช่ รายนั้นก็ขัดหม่อมย่าไม่ได้เหมือนกัน”

“แบบนี้คุณชายก็รู้เรื่องนั้นแล้วสิ”ปรียาวดีรับรู้ในทันทีว่านพดลกำลังเอ่ยถึงเรื่องใด หล่อนจึงส่ายหน้าปฏิเสธ

“รักขนาดนั้นคงจะเชื่อง่ายๆหรอก ขืนมีใครไปบอกตรงๆคงจะหาว่าโกหก ทุกคนเลยอยากให้รู้เอง น่าจะดีที่สุด”หม่อมแขท่านรู้ว่าหลานชายเป็นคนเช่นไรจึงต้องใช้วิธีนี้ ในทางกลับกันการคลุมถุงชนในครานี้ยังช่วยปกป้องปรียาวดีจากภัยคุกคามที่หญิงสาวนั้นเผชิญอยู่

ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

การแต่งงานจะยุติลงในทันทีที่อนุทัตรู้อะไรบางอย่างด้วยตัวเขาเองหรืออาจจะจบลงเมื่อหนี้ที่ยืมหม่อมแขไปถูกใช้จนหมด

“เขาไม่ได้ใจร้ายกับปรีใช่ไหม?”ใบหน้าที่ดูหมองหม่นกว่าเมื่อก่อนมันทำให้นพดลอดห่วงไม่ได้ว่าการแต่งงานในครั้งนี้อาจจะทำให้ปรียาวดีไม่มีความสุข

“เขาหาว่าปรีไปแยกเขาออกจากพี่ลิน หาว่าปรีเป็นต้นเหตุที่ทำให้หม่อมย่าบีบบังคับให้เขาหย่า เขาเลยเกลียดปรี”

“เขาไม่ได้ทำร้ายปรีใช่ไหม? แล้วตอนนี้ปรีย้ายไปอยู่บ้านเขาแล้วหรือยัง? เขาแกล้งอะไรปรีหรือเปล่า? มีแผลตรงไหนหรือเปล่าเนี่ย? ไหนขอดลดูแขนดูขาหน่อย”ปรียาวดีหลุดยิ้มให้กับความเอาใจใส่ของนพดลที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย แม้ว่าอายุจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทว่าชายหนุ่มก็ยังทำตัวเป็นน้องชายที่น่ารักของหล่อนเสมอ ไม่แตกต่างจากเมื่อก่อนเลยสักนิด

กระต่ายตื่นตูม นั่นคือฉายาของนพดล เพราะเขาชอบทำตัวเกินเหตุทุกครั้งทั้งๆที่บางทีสิ่งที่เกิดขึ้นกับปรียาวดีจะเล็กนิดเดียวก็ตาม

ในอดีตหญิงสาวยังจำได้ไม่เคยลืมที่เธอโดนหนามทิ่มมือจนเลือดออก นพดลร้องไห้เสียงดังลั่นเพราะกลัวว่าหล่อนจะเป็นอะไรไป ในขณะที่คนเจ็บไม่มีน้ำตาหรือเสียงสะอื้นเลยสักแอะ ทว่าอีกคนที่ไม่เป็นอะไรเลยกลับงอแงเสียลั่นบ้าน กว่าจะกล่อมให้หยุดร้องก็แทบจะครึ่งค่อนวัน

“ดลก็รู้ว่าปรีเป็นนักมวยเก่านะ ไม่ยอมให้เขาแกล้งง่ายๆหรอก”

“เหรอ คิดว่าจะโกหกดลได้ง่ายๆหรือไง ลืมแล้วเหรอว่าดลเป็นเครื่องสแกนความคิดของปรีนะ รอยแผลเป็นที่ขากับแขนเขาทำใช่ไหม”

"ปรีสะดุดล้มเอง จริงๆนะ"ตาใสแป๋วกะพริบปริบๆ ไม่อยากให้น้องรู้ว่าตนโดนอะไรมา ไม่อยากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ เดี๋ยวใครบางคนจะหาว่าหล่อนเป็นคนขี้ฟ้อง

อีกอย่างในตอนนี้ก็ไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้วด้วย ต่างคนต่างอยู่แบบนี้น่ะดีแล้ว

"ดลจะแกล้งทำเป็นเชื่อก็แล้วกัน แต่ถ้าหลังจากนี้เขาทำปรีเจ็บอีก ดลจะไม่ยอมแบบนี้แน่ๆ"

"รับทราบครับผม!"ทำท่าตะเบ๊ะพร้อมรอยยิ้มแสนทะเล้น พลอยให้ชายหนุ่มหลุดขำออกมาในทันทีที่เห็นเช่นนั้น ฝ่ามือหนายกขึ้นโยกหัวเล็กอย่างเอ็นดู

"ว่าแต่ปรีไม่ได้นอนห้องเดียวกับผู้ชายคนนั้นใช่ไหม?"

อาการหวงพี่สาวเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้งเสมือนตอนเด็กๆไม่ผิดเพี้ยน เขาชอบเกาะติดปรียาวดีราวกับตังเมเพราะกลัวว่าคนอื่นจะมาแย้งหล่อนไป

"เขาให้ปรีไปอยู่บ้านอีกหลัง สบายใจได้ ปรีกับเขาไม่ต่างอะไรจากเส้นขนานหรอก อย่าห่วงเลย"

"ค่อยโล่งอกหน่อย ถ้าเขาแกล้งปรีอีกรีบโทรมาบอกดลเลยนะ ดลจะไปจัดการให้เอง"

"จำได้ว่าตอนเด็กๆเป็นปรีไม่ใช่เหรอที่ปกป้องดลจากพวกอันธพาลในโรงเรียนอ่ะ"จริงอย่างที่ปรียาวดีเอ่ย แม้นพดลจะเป็นผู้ชายแต่เขาก็ไม่ได้แข็งแรงเท่าไหร่นัก ด้วยว่าชายหนุ่มมีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ท่าทางอ่อนแอของนพดลจึงทำให้ในอดีตเขาถูกเพื่อนรังแกอยู่บ่อยๆบางคนรู้ว่าบ้านรวยก็จะมารีดไถเอาเงิน จึงเป็นปรียาวดีที่ต้องปกป้องน้องชายทั้งๆที่เป็นผู้หญิง

และเหตุผลนั่นแหละที่ทำให้นพดลรักปรียาวดีพี่สาวต่างสายเลือดมากว่านลินซึ่งเป็นพี่สาวแท้ๆ

"โถ้~ก็ตอนนั้นดลตัวเล็กอยู่นี่ แต่ตอนนี้ดลตัวโตขึ้นตั้งเยอะ"สองพี่น้องต่างเอ่ยหยอกล้อกันไปมาหลังจากที่ไม่พบเจอกันนานหลายปี

โดยไม่รู้เลยว่ากำลังถูกสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่นานมากแล้ว สายตานั้นมองผ่านลงมาจากหน้าต่างกระจกภายในห้องรองผู้อำนวยการ

"หึ! นัดผู้ชายมาสวีตถึงโรงพยาบาล อดอยากปากแห้งนักหรือไง โรงพยาบาลก็ไม่เว้น"ทอดสายตามองแผ่นหลังของชายปริศนาที่เห็นเพียงเสี้ยวหน้าสลับกับปรียาวดีอย่างนึกสมเพช

เขากลอกสายตาไปมาก่อนจะกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ของตัวเอง พลางสะบัดหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดบางอย่างออกจากสมอง ไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเอาแต่ครุ่นคิดว่าชายที่ปรียาวดีนั่งหยอกล้อด้วยคือใคร

แต่คงไม่วายเป็นผู้ชายในสต๊อกของหล่อนกระมัง

ความคิดเห็น